ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย bigod_10 »

Dhandranunda เขียน:ไม่ชอบเลยกับคนที่ยกเอาปริญญามาใช้ข่มคนที่ไม่ได้เรียนจบปริญญา
เป็นคำพูดที่ดูถูกคนเอามากๆ คำก็กุลี สองคำก็กุลี แล้วยกเอาคนที่เรียนสูงๆ มา
ไม่เข้าท่าเลย มุมมองแบบนี้ถ่วงความเจริญซะด้วยซ้ำไป
สังคมอะไรครับที่คนในสังคมนั้นจบปริญญาหมด จบด๊อกเตอร์หมด ผมเห็นไม่น้อยที่เป็นนักวิชาการ เป็นดร แต่คิดอะไรสั่วๆ มั่วๆ (จะแกล้งโง่หรือโง่จริงก็ไม่ทราบนะ บางทีมันมีอะไรบังตาไว้)
สังคมพระศรีอารย์มั้ง
สังคมคงยุ่งเหยิงนะครับ ต่อไปลูกเรือประมงคงจะต้องจบ ป ตรี กัน คนงานก่อสร้างก็คงจะต้องจบสูงๆ ไม่งั้นก็ต้องจ้างคนต่างด้าวมาทำงานหมดเพราะทุกคนเกี่ยงว่าจบสูงๆ มันเป็นกลไกที่บิดเบี้ยวมาก มันเป็นไปไม่ได้ เหมือนนิ้วมือถ้ายาวเท่ากันคงจะหยิบจับอะไรไม่ได้
แต่บางคนก็พยายามยกตัวเองข่มคนอื่น ทำนองว่าข้าจบสูง มีความรู้ คห อะไรของข้าต้องถูกกว่าคนอื่นที่ด้อยกว่า แน่ใจหรือ?!
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ถ้าโลกนี้ไม่มีจุลินทรีย์ มนุษย์จะอยู่อย่างไร เหมือนกันครับ ถ้าทุกคนจบปริญญาเอกหมด ใครจะทำงานเก็บขยะหน้าบ้านคุณครับ
F1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1364
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2010, 12:08
Tel: 02265 xxxx
Bike: Boardwalk, Boardwalk ,Boardwalk และ Boardwalk

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย F1 »

bigod_10 เขียน:
Dhandranunda เขียน:ไม่ชอบเลยกับคนที่ยกเอาปริญญามาใช้ข่มคนที่ไม่ได้เรียนจบปริญญา
เป็นคำพูดที่ดูถูกคนเอามากๆ คำก็กุลี สองคำก็กุลี แล้วยกเอาคนที่เรียนสูงๆ มา
ไม่เข้าท่าเลย มุมมองแบบนี้ถ่วงความเจริญซะด้วยซ้ำไป
สังคมอะไรครับที่คนในสังคมนั้นจบปริญญาหมด จบด๊อกเตอร์หมด ผมเห็นไม่น้อยที่เป็นนักวิชาการ เป็นดร แต่คิดอะไรสั่วๆ มั่วๆ (จะแกล้งโง่หรือโง่จริงก็ไม่ทราบนะ บางทีมันมีอะไรบังตาไว้)
สังคมพระศรีอารย์มั้ง
สังคมคงยุ่งเหยิงนะครับ ต่อไปลูกเรือประมงคงจะต้องจบ ป ตรี กัน คนงานก่อสร้างก็คงจะต้องจบสูงๆ ไม่งั้นก็ต้องจ้างคนต่างด้าวมาทำงานหมดเพราะทุกคนเกี่ยงว่าจบสูงๆ มันเป็นกลไกที่บิดเบี้ยวมาก มันเป็นไปไม่ได้ เหมือนนิ้วมือถ้ายาวเท่ากันคงจะหยิบจับอะไรไม่ได้
แต่บางคนก็พยายามยกตัวเองข่มคนอื่น ทำนองว่าข้าจบสูง มีความรู้ คห อะไรของข้าต้องถูกกว่าคนอื่นที่ด้อยกว่า แน่ใจหรือ?!
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ถ้าโลกนี้ไม่มีจุลินทรีย์ มนุษย์จะอยู่อย่างไร เหมือนกันครับ ถ้าทุกคนจบปริญญาเอกหมด ใครจะทำงานเก็บขยะหน้าบ้านคุณครับ
เห็นด้วยกับทั้งสองท่านครับ ผมถึงได้ตัดออกบางส่วน แต่ก็ไม่ได้ตัดออกทั้งหมด กลัวเนื้อหามันจะผิดเพี้ยนไป คนยังไงก็เป็นคนที่มีค่าและความหมายเสมอ
เกรงแต่ว่าพวกนี้จะถูกหลอกโดยนักการเมือง แล้วก็กลายเป็นจำเลยของฝ่ายตรงข้ามแทนนักการเมือง อย่างที่ว่าไว้ในข้อ 3 และ 4 ตามความเห็นคุณ bigod_10
ซึ่งผมก็เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้น :)
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย bigod_10 »

ไหนไหนก็นอกเรื่องจักรยานแล้วครับ ก็ขออนุญาตแชร์ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เพื่อบางทีคนที่มีพร้อมทั้งการศึกษา ทั้งสถานะทางสังคม ทั้งสถานะทางการเงินจะหลงลืมทฤษฏีนี้ไปครับลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (อังกฤษ: Maslow's hierarchy of needs) เป็นทฤษฎีทางจิตวิทยา ที่เสนอโดย อับราฮัม มาสโลว์ ในรายงานเรื่อง "A Theory of Human Motivation" ปี 1943 หลังจากนั้นมาสโลว์ยังไปขยายแนวคิดไปรวมถึงข้อสังเกตของเขาเกี่ยวกับความอยากรู้อยากเห็นแต่กำเนิดของมนุษย์ ทฤษฎีของเขาคล้ายกับทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการหลาย ๆ ทฤษฎี ซึ่งทั้งหมดเน้นที่การเติบโตของมนุษย์ในระยะต่าง ๆ
ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ มักถูกนำเสนอโดยรูปพิระมิด ที่ความต้องการที่มากที่สุด พื้นฐานที่สุดจะอยู่ข้างล่างและความต้องการความสมบูรณ์ของชีวิต (self-actualization) จะอยู่บนสุด

พิระมิดแบ่งออกเป็น 5 ชั้นคร่าวๆของความต้องการต่างๆ คือ ความสมบูรณ์ของชีวิต (self-actualization), ความเคารพนับถือ (esteem), มิตรภาพและความรัก (friendship and love), ความมั่นคงปลอดภัย (security), และความต้องการทางกายภาพ ถ้าความเคารพนับถือ, มิตรภาพและรัก หรือ ความมั่นคงปลอดภัย ขาดพร่องไป แม้ร่างกายจะไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมาแต่บุคคลนั้นๆรู้สึกกระวนกระวายและเกร็งเครียด ทฤษฎีของมาสโลว์ยังบอกด้วยว่า ชั้นความต้องการที่พื้นฐานมากกว่าหรืออยู่ข้างล่างของพิระมิด จะต้องได้รับการตอบสนองก่อนที่บุคคลจะเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อความต้องการในระดับที่สูงขึ้นได้

ความต้องการทางกายภาพ

ความต้องการทางกายภาพ เป็นความต้องการเพื่อจะอยู่รอดของมนุษย์

ถ้าความต้องการพื้นฐานที่สุดนี้ไม่ได้รับการตอบสนอง ร่างกายของมนุษย์ก็ไม่สามารถทำงานได้ หรือไม่สามารถทำงานได้ดี

อากาศ น้ำ อาหาร เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อใช้ในกระบวนการสร้างและสลาย เพื่อให้มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่นห่มและ ที่พัก จะให้การปกป้องที่จำเป็นกับมนุษย์ จากสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม สัญชาตญาณและความต้องการทางเพศ ถูกพัฒนามาจากการแข่งขันเพื่อโอกาสในการผสมและสืบพันธุ์

ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย

เมื่อความต้องการทางการภาพได้รับการตอบสนองในระดับที่พอเพียง ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยจะมีอิทธิพลกับพฤติกรรม ถ้าไม่มีความปลอดภัยทางกายภาพ (จากสาเหตุ เช่น อาชญากรรม สงคราม การก่อการร้าย ภัยพิบัติธรรมชาติ หรือ ความรุนแรงในครอบครัว) คนอาจมีอาการของความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ (post-traumatic stress disorder) และอาจมีส่งผ่านความเครียดนี้ไปยังคนรุ่นหลังได้ ถ้าไม่มีความปลอดภัยมั่นคงทางเศรษฐกิจ (จากสาเหตุ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจ หรือ การขาดโอกาสทางการงาน) ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยนี้ อาจปรากฏออกมาในรูปของ การนิยมงานที่มีความมั่นคง กระบวนการร้องทุกข์เพื่อปกป้องบุคคลจากการกลั่นแกล้งของผู้บังคับบัญชา หรือ ปกป้องบัญชีเงินฝาก เรียกร้องนโยบายประกันภัย ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ต่างๆ การเรียกร้องที่พักที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ เป็นต้น

ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย รวมถึง
ความมั่นคงปลอดภัยส่วนบุคคล
ความมั่นคงปลอดภัยทางการเงิน
สุขภาพและความเป็นอยู่
ระบบรับประกัน-ช่วยเหลือ ในกรณีของอุบัติเหตุ/ความเจ็บป่วย

ความรักและความเป็นเจ้าของ

เมื่อความต้องการทางกายภาพและความปลอดภัยได้รับการตอบสนองแล้ว ระดับขั้นที่สามของความต้องการมนุษย์คือ ความต้องการเป็นเจ้าของ ความต้องการนี้จะรุนแรงมากในวัยเด็กและบางครั้งอาจจะชนะความต้องการความปลอดภัยได้ในบางครั้ง ดังเห็นได้จากการที่เด็กติดพ่อแม่ที่เป็นอันตราย ซึ่งบางครั้งเรียกว่า "Stockholm syndrome" การขาดความรักและความเป็นเจ้าของ (อาจมาจาก การขาดความผูกพันจากผู้เลี้ยงดูขณะเป็นทารก (hospitalism), การถูกทอดทิ้ง (neglect), การถูกสังคมรังเกียจหรือกีดกัน (shunning), การถูกขับออกจากกลุ่ม (ostracism) เป็นต้น) อาจมีผลทำให้บุคคลไม่สามารถพัฒนาหรือรักษาความสัมพันธ์ที่สำคัญ (เช่น มิตรภาพ ความรัก ครอบครัว) ไว้ได้

มนุษย์ต้องการที่จะรู้สึกเป็นเจ้าของและถูกยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นในระดับกลุ่มสังคมใหญ่ เช่น สโมสร กลุ่มศาสนา องค์กรสายอาชีพ ทีมกีฬา แก็งส์ หรือ ความสัมพันธ์ทางสังคมเล็กๆ (สมาชิกในครอบครัว คู่ชีวิต พี่เลี้ยง เพื่อนสนิท) มนุษย์ต้องการที่จะรักและถูกรักจากคนอื่น ถ้าขาดความต้องการเรื่องนี้ไป หลายๆคนกลายเป็นคนขี้เหงา มีปัญหาการเข้าสังคม และ เป็นโรคซึมเศร้า ความต้องการเป็นเจ้าของนี้ บ่อยครั้งที่สามารถจะชนะความต้องการทางกายภาพและความมั่นคงปลอดภัยได้ ขึ้นกับแรงกดดันจากคนรอบข้าง (peer pressure) เช่น คนที่มีอาการ anorexic (เบื่ออาหาร) อาจละเลยความต้องการอาหาร และความปลอดภัย เพียงเพื่อได้ความต้องการควบคุมและเป็นเจ้าของ

ความเคารพนับถือ

มนุษย์ทุกคนต้องการที่จะได้รับการนับถือและเคารพให้เกียรติ ความเคารพนับถือแสดงถึงความต้องการของมนุษย์ที่จะได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าโดยคนอื่น คนต้องการที่จะทำอะไรจริงจังเพื่อจะได้รับการยอมรับนับถือและต้องการจะมีกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกว่าเขาได้มีส่วนทำประโยชน์ เพื่อจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ หรือ งานอดิเรก ความไม่สมดุลในความเคารพนับถือ อาจส่งผลให้มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำและรู้สึกต้อยต่ำ คนที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำต้องการการเคารพจากคนอื่นๆ เขาอาจพยายามแสวงหาความมีชื่อเสียง (ซึ่งขึ้นกับผู้อื่น) หมายเหตุ อย่างไรก็ตาม คนจำนวนมากที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ ไม่สามารถที่จะแก้ไขความภาคภูมิใจตัวเองได้ง่ายๆโดยการมีชื่อเสียง ได้รับความเคารพ จากภายนอก แต่ต้องยอมรับตัวเองจากภายใน ความไม่สมดุลทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถมีความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem) ได้

คนส่วนใหญ่มีความต้องการความเคารพและความภาคภูมิในในตนเองที่มั่นคง มาสโลว์ได้กล่าวถึงต้องการความเคารพนับถือใน 2 ระดับ คือ ระดับล่าง กับ ระดับสูง ระดับล่าง เป็นความต้องการความนับถือจากคนอื่น ความต้องการสถานะ การยอมรับ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และ ความสนใจ ระดับสูง เป็นความต้องการความเคารพตัวเอง ความต้องการความแข็งแกร่ง ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ความมั่นใจในตัวเอง ความเป็นตัวของตัวเอง และ อิสระ ที่ความต้องการเหล่านี้จัดเป็นระดับสูง ก็เพราะว่า มันขึ้นกับความสามารถภายในมากกว่า ซึ่งได้มาโดยผ่านประสบการณ์

การขาดความต้องการเหล่านี้ อาจทำให้ความรู้สึกต่ำต้อย อ่อนแอ และช่วยตัวเองไม่ได้ หมดหนทาง

มาสโลว์ได้หมายเหตุไว้ว่าการแบ่งขั้นความต้องการความเคารพนับถือระดับล่างกับสูงนี้เกี่ยวข้องกันมากกว่าที่จะเป็นการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน
ลองอ่านเอาเองแล้วกันครับว่าทำไมเลือกกี่ครั้งกี่ครั้งเขาถึงชนะ มนุษย์ต้องการแค่นี้หละครับ ฝ่ายไหนหยิบยื่นให้เขาได้ฝ่ายนั้นก็เป็นฝ่ายชนะครับ อันนี้ผมลองวิเคราะห์จากความคิดอันน้อยนิดของลูกแม่ค้าของผมครับ ว่าทำไมเลือกกี่ครั้งกี่ครั้งเขาก็ชนะในต่างจังหวัดที่ขาดแคลน แต่ทำไมใน กทม. ถึงมีคนชอบน้อย
คนใน กทม. มีถนนลาดยางอย่างดี มีโรงเรียนดีๆแต่ก็ยังแย่งอยากแย่งกันเข้าโรงเรียนที่ดีกว่า มีรถขับ มีรถเมล์วิ่งผ่านหน้าบ้าน .............แต่คนต่างจังหวัดบางจังหวัด ถนนเป็นดินแดง รถจะเข้าไปในเมืองยังแค่วันละเที่ยว จักรยานถูกถูกยังไม่มีขี่ ชุดนักเรียนยังไม่มี ในบางที่เด็กนักเรียนจะไปโรงเรียนต้องเดินไปเป็นวันๆ มันคือความผิดเขาใช่ไหมครับที่เกิดมาจน เกิดมาบนความขาดแคลน มนุษย์เราเลือกเกิดไม่ได้ครับ เพราะฉนั้นท่านที่คิดว่าการศึกษาท่านสูงกว่าเขา อย่าเอาความรู้ที่ท่านมีมาดูถูกคนจน แต่ต้องเอามาช่วยเขา
ปล. ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนผมไม่เลือกใครผมเกลียดการชุมนุมทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายเพราะถ้ามีผมทั้งเหนื่อยทั้งเสี่ยง ถอยออกมาจากทั้งสองฝ่ายแล้วมองเข้าไปว่าปัญหาที่แท้จริงเกิดจากอะไร มนุษย์เรานึกถึงปากท้องของตัวเองและการอยู่รอดเป็นอันดับแรก คนจนไม่มีเวลาคิดหรอกครับว่าเด็กเกิดใหม่มีหนี้ติดตัวเท่าไหร่ต่อหัว เขาคิดแต่ว่าวันนี้เขาจะกินอะไร พรุ่งนี้จะกินอะไร นี่คือชีวิตจริงคิดแบบคนจน ไม่ใช่คิดแบบนักวิชาการ เอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างสันติครับ
F1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1364
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2010, 12:08
Tel: 02265 xxxx
Bike: Boardwalk, Boardwalk ,Boardwalk และ Boardwalk

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย F1 »

เรื่องของ อับราฮัม มาสโลว์ ผมไม่ได้เรียนโดยตรง แต่ตอนปฐมนิเทศพนักงานใหม่ของ ธนาคารกรุงเทพ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เค้าอบรมผมเรื่องนี้
และยังจำรูปปิรามิดได้เสมอ อันนี้ก็พอเข้าใจหลักการของมัน แต่จำได้ว่าขั้นสูงสุดมันเหนือกว่าคำว่าความสมบูรณ์ของชีวิต เลาๆ ว่าเป็นความต้องการ
สูงสุดจริงๆ ของแต่ละบุคคล บางคนมีเหนือกว่าคนอื่นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังไปไม่ถึง เพราะความต้องการสูงสุดของเค้ามันเหนือจริงเกินไป เช่น
อยากเป็นประธานาธิบดี เป็นต้น

ส่วนเรื่องนโยบายต่างๆ ที่จัดการช่วยเหลือประชาชนในขั้นที่ 1 - 3 นั่น ก็ ok ครับ แต่ผมก็มีมุมมองที่อาจแตกต่างกัน ซึ่งจะว่าอีกทีทีหลัง :)
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย Dhandranunda »

คนกทม ต้องการศูนย์การค้าโอ่อ่าหรูหรา เรียกว่าบางย่าน ศูนย์การค้าตัดผ่านมีทางเดินต่อๆ กันไม่ต้องลงเหยียบพื้นดินกันเลย (แต่กระนั้น คนกรุงที่มีรถก็พอใจที่จะขับรถไปแม้ว่าที่อยู่ของตัวเองจะมีรถไฟฟ้าผ่าน)
คนกทม ต้องการรถไฟฟ้าบนดินใต้ดินตัดผ่านใกล้ชุมชนของตัวเอง (แต่กระนั้น กว่าโครงการจะสำเร็จก็มีคนกรุงบางส่วนนี่แหละที่เอะอะโวยวายยกระดับคุณภาพชีวิตที่ต้องเสียไประหว่างการก่อสร้าง กลัวมลภาวะทางอากาศ ทางเสียง ขนาดสถานีจะสร้างยังประท้วงกันนาน)
คนกทม ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ชุมชนที่อยู่ของตน (แต่กระนั้น คนกรุงที่มีรถก็พอใจที่จะขับรถไปแม้ว่าที่อยู่ของตัวเองจะมีรถไฟฟ้าผ่าน)

เห็นด้วยว่าคนกรุงเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ เรียกร้องสิ่งต่างๆ มากกว่าที่คนในจังหวัดอื่นเขาได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่ค่อยพออกพอใจยังเรียกร้องไปเรื่อยๆ เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่า คนกรุงเป็นเจ้าของประเทศ ส่วนคนอื่นเป็นแค่ผู้อพยพมาอาศัย ทำเหมือนว่ากทม เป็นบ่อทองเหมืองเพชร มีแต่คนกทม ที่มีคุณภาพทั้งนั้น จึงต้องได้รับการปรนนิบัติมากเป็นพิเศษ

ผมจำทฤษฏีนึงแต่ไม่ค่อยแจ่มชัดนัก ของใครก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ของคนไทยแน่นอน
เขาว่า เมื่อความคิดของคนจำนวนมาก แม้จะถูก จะผิด จะมีตรรกะเหตุผลต่างกันแค่ไหน แต่เมื่อเอาความคิดนั้นมารวมกันแล้วแยกเอาคห ที่คล้ายๆ กันก็จะได้คห ที่ดีที่สุดออกมา เหมือนระบอบปชต ที่มีร้อยพ่อพันแม่ ร้อยคห แต่เมื่อนำมาผ่านกระบวนการคัดเลือกด้วยการโหวต ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ
การถกเถียงกัน เมื่อทุกคนต่างก็อ้างเหตุผลของตนเองเหนือกว่าคนอื่น สุดท้ายก็ต้องมาดูว่ามีคนเห็นไปในทางเดียวกับเราแค่ไหน ถ้ามากกว่าอีกฝ่าย เหตุผลนั้นก็....ได้รับการยอมรับว่าดีกว่า(แต่อาจไม่ใช่ดีที่สุด)
ขวด

The Power Of Slow Ride
Jr1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 227
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2010, 14:54
Tel: 0830311474
Bike: Raly

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย Jr1 »

Dhandranunda เขียน:ผมสงสัยมานานแล้ว ทำไมคนเราจึงเกลียดนักการเมืองมาก เห็นบางคนก็บอกว่าไม่ควรเรียกท่าน จริงๆ เป็นการให้เกียรตินะครับ เราไม่มองว่านักการเมืองเลวร้ายหมด ก็มีทั้งดีทั้งไม่ดี หรือสีเทา

ถ้าเราไม่ให้เกียรตินักการเมือง รังเกียจนักการเมือง แล้วเราจะมีระบอบนี้ปกครองประเทศทำไมครับ

ยุบแล้วเชิญ ข้าราชการ มาบริหารประเทศไม่ดีกว่าหรือ

ทำไมเราไม่รังเกียจหรือพูดถึง ข้าราชการที่เลว ที่ไม่ดีเลย ผมกลับมองว่าข้าราชการนี่แหละ ตัวแสบสุด

อย่าเสื่อมศรัทธาในระบอบปชต สิครับ มันจะเหมือนการเปิดช่องให้ระบอบอื่นที่ไม่ใช่ปชต เข้ามาครอบงำ เราจะเลือกให้ทหารมาปกครองประเทศหรือ ก็หลายครั้งทุกครั้งคนมายึดอำนาจก็จะอวดอ้างว่าเป็นคนดีทั้งนั้น เนื้อในเป็นอย่างไรอีกเรื่อง

อยากให้อยู่บนหลักของเหตุและผล ข้อมูลข่าวสารมันมีหลายด้านมาก หลายมิติ จริงหรือลวง มีหมด บริโภคมากๆ + ทัศนคติ อคติ ทำให้เราเชื่อในสิ่งที่เราอยากจะเชื่อ เห็นแต่ในสิ่งที่เราอยากจะเห็น ฟังเฉพาะในสิ่งที่เราอยากจะฟัง
+ 100

ผมว่าคุยการเมืองบ้างก็ดีทำให้ได้รู้ความคิดกันมากขึ้นว่านั้กปั่นมองในมุมมิติลึกแค่ไหนซับซ้อนได้แค่ไหน
ถูกหลอกได้ง่ายไหมไม่งั้นคนทั่วไปคิดว่ามีแต่แรง

ถ้าเราไม่ให้เกียรตินักการเมือง รังเกียจนักการเมือง แล้วเราจะมีระบอบนี้ปกครองประเทศทำไม
อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง คนขวาพรรคเขาทำให้การเมืองตกต้ำให้คนเบื่อละอานักการเมืองแ
ล้วให้ทหารเข้ามายึดแล้วก็ให้พรรคตัวเองเขามา เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

ผมกลับมองว่าข้าราชการนี่แหละ ตัวแสบสุด
อันนี้ก็เห็นด้วยจากการปั่นจักรยานตาม ตจว คุยกับชาวบ้่านตามป่าเขา
เขาบอกข่าราชการประจำใช้อำนาจเอาเปรียบชาวบ้านจนแทบหากินไม่ได้
ดูเหมือนปัญหาจะถึงจุดแตกหัก้วทั่งประเทศจะเป็นเหมือนภาคใต้ไปทุกทีแล้ว
คนเหนือและอิสานก็มีปัญหาแบบภาคใต้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่เอากฎหมายมาข่มเหงกัน
ที่ผ่านมาคือยอมไปเพราะใจดี ผิกกับคนใต้ที่ไม่ยอมง่ายๆถ้าตัวเองไม่ผิด
แต่วันนี้ทุกอย่างมันอดทนมากเกินไปแล้ว
ภาคใต้ไม่ต้องรีบแก้ปัญหาหรอกเพราะตอนนี้มันจะเป็นทุกภาคแล้วแก้อย่าให้เกิดจะง่ายกว่า

นักการเมืองแค่่เป็นแพะเท่านั้นนักการเมืองอยู่แล้ก็ไป

ถ้ามีโอกาศปั่นทัวร์ริงคุยกับชาวบ้านบ้างในระดับลึกมือเย็นคุยซัก 2 ชม คุยไปเรื่อยๆว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม่ อุทยาน
คนของรัฐข้าราชการประจำเข้ากับชาวบ้านได้หรือคุยกันไม่ได้ไม่ถูกกัน
ลองคุยหลายๆที่แล้วลองคิดประกอบดู
พอรู้ปัญหาแบบภาคใต้




อย่าเสื่อมศรัทธาในระบอบปชต สิครับ มันจะเหมือนการเปิดช่องให้ระบอบอื่นที่ไม่ใช่ปชต เข้ามาครอบงำ
เราจะเลือกให้ทหารมาปกครองประเทศหรือ ก็หลายครั้งทุกครั้งคนมายึดอำนาจก็จะอวดอ้างว่าเป็นคนดีทั้งนั้น
เนื้อในเป็นอย่างไรอีกเรื่อง

อันนี้มองขาดดี
รูปประจำตัวสมาชิก
atom_000
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1038
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2010, 20:48
Tel: 087-1995253 เบอร์อื่นโจรครับ
team: ชมรมจักรยานเสือลัลล้า อ.นครไทย
Bike: GF Marlin , Bianchi Impulso, Trek Madone4.5
ตำแหน่ง: 164 ม.2 ซ.เทศบาล 13 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
ติดต่อ:

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย atom_000 »

ขากางเกงด้านขวาน่าจะขาดทั้งคู่เพราะเกี่ยวกับใบจาน
:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
บอร์ดชมรมจักรยานเสือลัลล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=424

อยากรู้จักผม!! คลิ๊กเลยครับ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100001043363439
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย bigod_10 »

วันนี้ผมมีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟัง. ... วันนี้มีคนถามผมว่า" เมื่อไร่ 3G เมืองไทยถึงจะเสถียร" ผมตอบกลับไปว่าจะเสถียรได้อย่างไร เพราะขนาดเขาประมูล3G กันได้แล้ว พรรคบางพรรค ยังส่งพรรคพวกเขา ไปฟ้องเรื่องประมูล3G เลย พอผมตอบอย่างงี้เลิกบ่นเลยเพราะคนที่ฟ้องก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันกับพรรคที่เขาชอบ ตลกไหมคนไทย พอเราพูดตรงๆก็โกรธเราอีก เขาจะมูลด้วยวิธีไหรได้เงินเข้าประเทศเท่าไหร่จะสนใจทำไม ส่วนตัวผมคิดว่า เราเสียโอกาสไปเท่าไหร่ หาเงินได้เท่าไหร่ถ้าเรามี3G มาตั้งนานแล้ว ป่านนี้ประเทศชาติได้เงินจากการนำระบบ3G มาใช้จนเกินกว่าค่าสัมปทานที่ได้อีกมั้ง แปลกเนอะทำไมยังมีคนชอบพวกที่ขวางทางเจริญขอฃประเทศอยู่อีก
F1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1364
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2010, 12:08
Tel: 02265 xxxx
Bike: Boardwalk, Boardwalk ,Boardwalk และ Boardwalk

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย F1 »

ขอบคุณทุกความเห็นครับ ถกกันอย่างนี้กระทู้ไม่โดนล๊อคแน่นอน :)

ผมว่าจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะมองกันแค่จุดใดจุดหนึ่ง สำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทั้งคนต่างจังหวัด กับคนกรุงเทพ เท่านั้น
เหตุผลที่จะไปช่วยเหลือเค้าให้ได้ครบถึงข้อ 1 -3 ของอับราฮัม มาสโลว์ ถูกต้อง แต่เราไม่ได้แยกว่าคนที่ควรช่วยเหลือจริงๆ มีกี่คน
คนพวกนี้ผ่านกระบวนการคำสอนที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มาแล้วหรือยัง


พ่อแม่ผมเป็นคนบ้านนอก ปู่เป็นครู ย่าทำนา ครอบครัวตาผมทำสวน เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ผมก็เป็นลูกคนบ้านนอก 100 เปอร์เซ็นต์ เคยอยู่บ้านนอก
เห็นสองครอบครัวนี้มาตลอด ก็เห็นว่าเลี้ยงตัวเองได้ ส่งลูกเรียนหนังสือได้ (แม้จะลำบาก จนพ่อผมต้องเป็นเด็กวัด) แต่ก็ไม่เห็นต้องพึ่งใคร ไม่เห็นต้องมา
เรียกร้องอะไรจากรัฐบาล

ระหว่างที่อยู่บ้านนอก ผมได้เห็นอะไรมากมาย เห็นคนตั้งใจจริง เห็นคนทำนา ทำไร่แล้วรวย และเห็นคนจนจากการทำนา ทำไร่ และก็เห็นคนไม่ทำอะไรเลย
กินเหล้าทุกวัน เล่นการพนันทุกวัน แต่พอถึงเวลาก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ
ผมไม่โกรธถ้าจะเอาไปช่วยคนตั้งใจทำมาหากิน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
แต่ไอ้พวกหลังเนี่ยควรช่วยมันมั้ย ถ้าเค้าเอาเงินภาษีจากคนที่ต้องทำงานหนักไปช่วย

อันนี้คือต้องแยกกลุ่มคนที่จะช่วยเหลือให้ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจนแล้วไปช่วยทั้งหมด มันก็มีคนต่อต้านแน่นอน อีกอย่างถ้านักการเมืองช่วยไปแบ่งเปอร์เซ็นต์กินไป
ก็ไปกันใหญ่ ไอ้คนที่ต้องตื่นตี 5 ออกไปทำงาน กลับบ้าน 2 ทุ่ม ทำงานหนักเหมือนกัน แถมเสียภาษีจากรายได้เงินเดือนเต็มๆ ทุกเดือน มันก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา จริงมั้ย


แถมอีกสองเรื่อง

1. ฝังใจกับเรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก ระหว่างผมไปสัมภาษณ์คนพื้นที่ใกล้เคียงกับที่จะก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม หลายๆ บ้านบอกว่าไม่ต้องมาสร้างหรอก เอาเงินมาแจกดีกว่า
2. ตลาดบ้านนอกที่ห่างตัวเมืองออกไป ผมเห็นทุกตลาดขายใบกระเพรา ใบสะระแหน่ ใบโหระพา ก็แปลกใจว่าทำไมมันขายได้ เพราะพวกนี้เป็นผักสวนครัวที่ปลูกกันง่ายๆ
แถวนี้มีที่ดินกันมากมาย ทำไมไม่ปลูกว่ากินเอง :)
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย bigod_10 »

ประเด็นคือ ผมคือ ทำไมอีกพรรคเขาถึงชนะการเลือกตั้งเพราะเขารู้ความต้องการของคนพวกที่ขากข้อ1-3ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศซะด้วย แต่ที่ผมไม่ชอบคืออีกพรรคนึงคิดแต่จะใช้วิธีที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยมามีอำนาจ นี้ต่างหากทีื่เป็นวิถีทางที่ผิดในระบบประชาธิปไตย ส่วนตัวผมมองว่าที่เขาชนะเพราะเขารู้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องการได้รับอะไร
F1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1364
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2010, 12:08
Tel: 02265 xxxx
Bike: Boardwalk, Boardwalk ,Boardwalk และ Boardwalk

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย F1 »

bigod_10 เขียน:ประเด็นคือ ผมคือ ทำไมอีกพรรคเขาถึงชนะการเลือกตั้งเพราะเขารู้ความต้องการของคนพวกที่ขากข้อ1-3ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศซะด้วย แต่ที่ผมไม่ชอบคืออีกพรรคนึงคิดแต่จะใช้วิธีที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยมามีอำนาจ นี้ต่างหากทีื่เป็นวิถีทางที่ผิดในระบบประชาธิปไตย ส่วนตัวผมมองว่าที่เขาชนะเพราะเขารู้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องการได้รับอะไร
ประเด็นของผมไม่ใช่ "พรรคการเมือง" แต่เป็น "นักการเมือง" ไม่ว่าอยู่ในพรรคไหนก็ตาม ใครจะแพ้จะชนะไม่ใส่ใจหรอก
ใส่ใจแต่ว่าเสียงที่ได้มาบริสุทธิ์หรือเปล่า ซื้อเสียงหรือเปล่า

หากชนะมา ใครที่มีอำนาจ ณ ขณะนั้น ๆ อยากช่วยเหลือ ให้ประชาชนได้รับครบถ้วนตามข้อ 1 - 3 ผมก็บอกแล้วว่าถูกต้อง
แต่ก็ควรให้เหมาะสม ช่วยเหลือคนที่ตั้งใจทำมาหากินจริงๆ ไม่ใช่ช่วยไปกินไป ถอนถุน (เงินซื้อเสียง) ไป
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย bigod_10 »

F1 เขียน:
bigod_10 เขียน:ประเด็นคือ ผมคือ ทำไมอีกพรรคเขาถึงชนะการเลือกตั้งเพราะเขารู้ความต้องการของคนพวกที่ขากข้อ1-3ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศซะด้วย แต่ที่ผมไม่ชอบคืออีกพรรคนึงคิดแต่จะใช้วิธีที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยมามีอำนาจ นี้ต่างหากทีื่เป็นวิถีทางที่ผิดในระบบประชาธิปไตย ส่วนตัวผมมองว่าที่เขาชนะเพราะเขารู้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องการได้รับอะไร
ประเด็นของผมไม่ใช่ "พรรคการเมือง" แต่เป็น "นักการเมือง" ไม่ว่าอยู่ในพรรคไหนก็ตาม ใครจะแพ้จะชนะไม่ใส่ใจหรอก
ใส่ใจแต่ว่าเสียงที่ได้มาบริสุทธิ์หรือเปล่า ซื้อเสียงหรือเปล่า

หากชนะมา ใครที่มีอำนาจ ณ ขณะนั้น ๆ อยากช่วยเหลือ ให้ประชาชนได้รับครบถ้วนตามข้อ 1 - 3 ผมก็บอกแล้วว่าถูกต้อง
แต่ก็ควรให้เหมาะสม ช่วยเหลือคนที่ตั้งใจทำมาหากินจริงๆ ไม่ใช่ช่วยไปกินไป ถอนถุน (เงินซื้อเสียง) ไป
ที่ผมกำลังจะบอกก็คือการซื้อเสียงตอนนี้แทบจะไม่มีแล้วเพราะตอนนี้โทรศัพย์มือถือถ่ายรูปได้ ทุกคนซื้อมั่วๆไม่รู้ว่าใครเป็นใครก็ยุบพรรคสิครับ แต่ที่เขาได้และชนะเลือกตั้ง เพราะเขารู้ว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศเขาต้องการอะไร เขารู้ว่าคนในประเทศนี้ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ยังขาดข้อ1-3อีกเยอะครับ นั้นหละคือคำตอบ ซึ่งถ้าใครรู้จุดอ่อนของประเทศนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเสียงครับ
F1
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1364
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2010, 12:08
Tel: 02265 xxxx
Bike: Boardwalk, Boardwalk ,Boardwalk และ Boardwalk

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย F1 »

ถ้าคุณ bigod_10 ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการ ยืนยันว่าไม่มีการซื้อเสียง
ผมก็ขอจบเพียงเท่านี้ (ขอไม่บอกเหตุผลว่าทำไมผมจบ) แล้วคุยกันใหม่ในเรื่องอื่นๆ ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกท่าน สวัสดีครับ :)
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย Dhandranunda »

ผมคิดว่าการซื้อสิทธิขายเสียงมันก็ยังมี แต่ว่าเปลี่ยนรูปแบบไปมากมายกว่าที่เรายึดติดคิดว่า เอารองเท้าข้างนึงไปก่อน แล้วค่อยมาเอาอีกข้าง หรือว่ากาเบอร์นี้แล้วให้หัวคะแนนไปแจกเงิน ฯลฯ
มันยังมีอยู่ แต่น้อยลงๆ เหมือนที่คนกทม ภาคภูมิใจเสียเหลือเกินว่า คนกทม ใครก็มาซื้อเสียงไม่ได้เพราะคนกทม ฉลาด มีการศึกษา มีวุฒิภาวะ มีความต้องการที่ก้าวข้ามระดับพื้นฐานไปแล้ว มีแค่คนต่างจังหวัดหรือบ้านนอกเท่านั้นที่ยังแบมือรับเิงิน แบบ เงินไม่มา กาไม่เป็น
ถามว่ามันจริงทุกอย่างหรือว่าแค่บางส่วน คนขายเสียงซื้อเสียงส่วนมากหรือแค่ส่วนน้อย เราควรต้องดูตรงนี้ไม่ใช่การเหมารวม แบบที่พรรคการเมืองชอบสาดโคลนหากัน พอแพ้ก็บอกว่าเงินสู้เขาไม่ได้ อีกฝ่ายซื้อเสียง แต่ถ้าตนชนะก็จะบอกว่า เสียงปชช เป็นเสียงสวรรค์ เขาเลือกพรรคเพราะมีเหตุผลนั่นโน่นนี่
ทุกวันนี้ นโยบายบางอย่างก็ยังถูกตีตราว่าเป็นการซื้อเสียงขายเสียงเลยครับ ทั้งที่ไอ้ตรงสัญญาว่าจะให้นี่ บางทีก็มาในรูปของนโยบายที่ตรงใจปชช ที่เขาว่าพรรคนึงมีการศึกษาเก็บข้อมูลความต้องการของผู้คนทุกอย่างแล้วก็เอามาทำเป็นนโยบาย ที่ฝ่ายอื่นหาว่าเป็น ประชานิยม พอปชช เลือกไปเขาก็ทำออกมาซึ่งตรงใจปชช
ทำไมไม่คิดว่าที่ชนะแพ้กันนั่นเป็นเพราะอะไร แทนที่จะคิดว่าแพ้ชนะเพราะซื้อเสียง เป็นความคิดที่ยังไม่ไปไหน ยุคปู่ย่าตายายน่ะใช่ แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว(แต่ก็ยังมีอยู่บ้าง ก็ทุกพรรคแหละครับ)

บางพื้นที่เขาชนะตลอด เป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ทำไมบางครั้งเขาก็แพ้ ไม่ว่าพท หรือปชป ชาติไทยพัฒนา วัฒนธรรมเดิมๆ ขนบเดิมๆ มันเริ่มใช้ไม่ได้

มันก็เหมือนปัญหา รถยนต์ กับจักรยาน ถนน กับไบค์เลน ความไม่เท่าเทียมกันของสังคมต่อพาหนะชนิดนี้
แทนที่เราจะมาบอกว่า โอ้ย เมืองไทยทำแบบโบโกต้าไม่ได้หรอก เพราะปชช เรามันไม่ได้เรื่อง โหล่ยโท่ย เห็นแก่ตัว นิยมความสบาย กลัวร้อน ขี้เกียจ ยากจน บลาๆๆ แล้วก็ยอมรับสภาพไป บ่นโวยวายกันในหมู่พวกเดียวกัน

ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะครับ ทำให้กทม เหมือนโบโกต้า เหมือนประเทศที่เขาใช้จักรยานกัน ทำยาก...แต่ไม่ใช่ทำไม่ไ้ด้ ทำได้แต่ว่ามันต้องใช้เวลา
ก็เหมือนปชต ล้มลุกคลุกคลาน ของเรานี่ไง
ผมถึงบอกว่าอย่าเสื่อมศรัทธา

ระวังนะ พม่า เขมร เวียดนาม เขาไม่ทำแบบเรา คิดแบบเรา พลเมืองเขาไม่เป็นแบบเรา ระวังเขาจะเจริญกว่าเราแล้ววันหน้าเราต้องไปขายแรงงานในประเทศเขา
ขวด

The Power Of Slow Ride
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: ชาวจักรยานคิดอย่างไรกับนักปั่นสองท่านนี้

โพสต์ โดย Dhandranunda »

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้มันก็คงคล้ายๆ กัน ส่วนนึงก็มาจากความเชื่อเรื่องรัฐปัตตานี เรื่องการแบ่งแยกดินแดน แต่ว่าวันนี้มันไม่ใช่ประเด็นนี้ทั้งหมด มันมีประเด็นแอบแฝงอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย ธุรกิจผิดกฏหมายต่างๆ มันมีหลายกลุ่มเข้าไปช่วยกันกระพือโหมไฟ
เราจะมาคิดว่า เพราะภาคใต้ต้องการแบ่งแยกดินแดนอย่างเดิมๆ ไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้นกับเรื่องการซื้อเสียง มันก็ยังมีอยู่แต่ไม่ใช่เหตุผลของการตัดสินแพ้ชนะ ปชช เลือกไม่เลือกพรรคใดเข้าสภา

ลองดูสิครับ ถ้าผู้สมัครกทม คนหนุ่มชนะ อีกฝ่ายก็จะบอกว่า ซื้อเสียงทันทีครับ เพราะมันง่ายกว่ามาดูว่าทำไมตัวเองถึงแพ้ แต่ถ้าผู้สมัครคนเก่าชนะ เขาก็จะบอกว่าคนกทม ไว้วางใจ ชมชอบผลงานการทำงาน เชื่อมั้ยล่ะ!
ขวด

The Power Of Slow Ride
ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”