
ทริป To say.....hello Vietnam เริ่ม หน้า 16 [ ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์ ]
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- ทิวากร
- ขาประจำ
- โพสต์: 6591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
- Tel: 081-977692สอง
- team: ขุนหาญทีม
- Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
กระทู้นี้ตั้งมาหลายวันแล้ว แต่ผมไม่เคยเข้ามาคลิกแม้แต่ครั้งเดียว(เพราะชื่อเหมือนหนังการ์ตูนที่ผมได้ยินมา)ก็เลยผ่านแล้วผ่านเลยพอมาวันนี้ยังเห็นกระทู้ถูกอัพอยู่ก็เลยเข้ามาชม เฮ้ยไม่ใช่อย่างที่คิด เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากขอบคุณครับที่กล่าวถึงผมในเนื้อเรื่อง 2 ครั้ง จะติดตามต่อไปจบจบทริปครับ ตำนานเลือดศัตรูอังการ์.... ผมไม่แน่ใจว่าป๋าอยากเขียน เป็น อังกอร์หรือเปล่า
ถ้าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้ก็ไปที่หน้าแรก แล้วไปที่กระทู้แรกสุด กดแก้ไข แล้วก็เปลี่ยนชื่อได้เลยครับ
ถ้าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้ก็ไปที่หน้าแรก แล้วไปที่กระทู้แรกสุด กดแก้ไข แล้วก็เปลี่ยนชื่อได้เลยครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ขอบคุณหมอ ทิวากร ที่ปันเวลาที่มีค่าเข้ามาชม ครับ คำว่า อังการ์ ผมตั้งใจเขียนและ กลุ่มเขมรแดงของ พลพต เรียกกลุ่มของตนเองว่า อังการ์ เดี๋ยวผมจะเล่ารายละเอียดหลังจาก ที่ผมถึง กรุงพนมเปญครับ ครับทิวากร เขียน:กระทู้นี้ตั้งมาหลายวันแล้ว แต่ผมไม่เคยเข้ามาคลิกแม้แต่ครั้งเดียว(เพราะชื่อเหมือนหนังการ์ตูนที่ผมได้ยินมา)ก็เลยผ่านแล้วผ่านเลยพอมาวันนี้ยังเห็นกระทู้ถูกอัพอยู่ก็เลยเข้ามาชม เฮ้ยไม่ใช่อย่างที่คิด เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากขอบคุณครับที่กล่าวถึงผมในเนื้อเรื่อง 2 ครั้ง จะติดตามต่อไปจบจบทริปครับ ตำนานเลือดศัตรูอังการ์.... ผมไม่แน่ใจว่าป๋าอยากเขียน เป็น อังกอร์หรือเปล่า
ถ้าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้ก็ไปที่หน้าแรก แล้วไปที่กระทู้แรกสุด กดแก้ไข แล้วก็เปลี่ยนชื่อได้เลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 31 ม.ค. 2013, 20:17, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
จากนั้นผมปั่นออกมาจาก พิพิธภัณฑ์กับระเบิด แวะดูหมู่บ้านทำน้ำตาลจากธรรมชาติ จากการที่นักท่องเที่ยวผ่านเส้นทางนี้เป็นประจำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ของหมู่บ้าน ช่วยกันอนุรักษ์ การทำน้ำตาลโตนด ยังคงรูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ เมื่อได้น้ำตาล จำนวนเพียงพอที่จะทำแล้ว นำรวมกันในกระทะใบใหญ่ค่อยๆเคี่ยว โดยมีเชื้อเพลิงเป็นเศษกิ่งไม้แห้งมาสุมใต้กระทะใบเขื่อง หลังจากได้ที่ นำมาหยอดกับแบบ พลาสติดอันเล็กๆ หลังจากปล่อยให้เย็นลงก็ แกะออกจากแบบ บรรจุใส่ถุงวางขายที่หน้าบ้านของตัวเอง
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ขอแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์นิดหนึ่งครับ จะได้เข้าใจในแง่ประวัติศาสตร์ของอาณาจักร ขแมร์มากขึ้น หากมีผู้รู้ท่านใดพอที่จะมีเวลา ผมขอความกรุณาเข้ามาเพิ่ม เติม หรือกระทั่ง ท้วงติง หรือสิ่งไหนท่านเห็นว่าไม่ถูก ผมยินดีที่จะแก้ไข ให้ถูกต้องครับ ด้วยความยินดี และเต็มใจเป็นอย่างยิ่งครับ
จุดเริ่มต้นของอาณาจักรขอมตามบันทึกจากจีน ต้องย้อนอดีตไปไกลราว 2,000 ปีก่อน "อาณาจักรฟูนัน" เจริญรุ่งเรืองบนพื้นที่ริมปากแม่น้ำโขงเป็นระยะเวลากว่า 300 ปี จากนั้นอาณาจักรฟูนันเริ่มเสื่อมลง ทำให้ "อาณาจักรเจนละ" ซี่งถือว่าเป็นอาณาจักรขอมยุคต้นๆ ยึดอำนาจจากอาณาจักรฟูนัน แต่ไม่นานเกิดการแตกแยก ทำให้เจนละแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ เจนละบก และเจนละน้ำ เพราะความแตกแยกนี้เองทำให้อาณาจักรชวาเข้ามาตีเจนละน้ำ และยึดอาณาจักรเจนละให้อยู่ภายใต้อาณาจักรชวา
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 13 เจ้าชายองค์หนึ่งเสด็จมาจากชวา มารวม 2 เจนละเข้าด้วยกัน แล้วประกาศอิสระภาพจากอาณาจักรชวา จากนั้นก็สถาปนาพระองค์เองเป็นกษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์ขอม พระนามคือ "พระเจ้าชัยวรมันที่ 2" โดยให้ศูนย์กลางเมืองอยู่บนเทือกเขา "พนมกุเลน" อยู่ทางตอนเหนือของเสียมเรียบ 50 กิโลเมตร
ไม่นานนัก ... พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ย้ายลงจากเขา เข้ามาตั้งราชธานีแรกในเขตเมืองเสียมเรียบ ชื่อเมืองว่า หริหราลัย หมายถึง ที่อยู่ของพระศิวะและพระวิษณุ




จุดเริ่มต้นของอาณาจักรขอมตามบันทึกจากจีน ต้องย้อนอดีตไปไกลราว 2,000 ปีก่อน "อาณาจักรฟูนัน" เจริญรุ่งเรืองบนพื้นที่ริมปากแม่น้ำโขงเป็นระยะเวลากว่า 300 ปี จากนั้นอาณาจักรฟูนันเริ่มเสื่อมลง ทำให้ "อาณาจักรเจนละ" ซี่งถือว่าเป็นอาณาจักรขอมยุคต้นๆ ยึดอำนาจจากอาณาจักรฟูนัน แต่ไม่นานเกิดการแตกแยก ทำให้เจนละแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ เจนละบก และเจนละน้ำ เพราะความแตกแยกนี้เองทำให้อาณาจักรชวาเข้ามาตีเจนละน้ำ และยึดอาณาจักรเจนละให้อยู่ภายใต้อาณาจักรชวา
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 13 เจ้าชายองค์หนึ่งเสด็จมาจากชวา มารวม 2 เจนละเข้าด้วยกัน แล้วประกาศอิสระภาพจากอาณาจักรชวา จากนั้นก็สถาปนาพระองค์เองเป็นกษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์ขอม พระนามคือ "พระเจ้าชัยวรมันที่ 2" โดยให้ศูนย์กลางเมืองอยู่บนเทือกเขา "พนมกุเลน" อยู่ทางตอนเหนือของเสียมเรียบ 50 กิโลเมตร
ไม่นานนัก ... พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ย้ายลงจากเขา เข้ามาตั้งราชธานีแรกในเขตเมืองเสียมเรียบ ชื่อเมืองว่า หริหราลัย หมายถึง ที่อยู่ของพระศิวะและพระวิษณุ
- patlung
- ขาประจำ
- โพสต์: 9896
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
- Tel: -
- team: บ้านฟ้าปิยรมย์
- Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
- ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
- ติดต่อ:
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ขอเข้ามาติดตามหาความรู้ด้วยครับ เขมรเป็นที่หนึ่งที่ผมอยากไปดูความยิ่งใหญ่ของศิลปสถาปัตยกรรมระดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแต่ยังไม่มีโอกาส 
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ผมปั่นออกจาก หมู่บ้านที่ทำน้ำตาล ตัดตรงไปเส้นทางที่จะไป เขาพระวิหาร เส้นทางนี้เองปั่นไป จ. ศรีสะเกษได้ครับ ผมจะไปดู ปราสาท Lolei Preah Ko ซึ่งทั้งสองที่ตั้งอยู่เส้นทางหมายเลข 6 หรือทางด้านทิศใต้ ของ นครวัด ห่างจาก ตัวเมืองเสียมเรียบ 13 กม.
Lolei ปราสาท โลเลย
ปราสาทโลเลย (Lolei) ปราสาทสร้างขึ้นตามความหลักความเชื่อของฮินดู เพื่อให้ปราสาทเสมือน "เขาพระสุเมร" บารายเปรียบดังมหาสมุทรโอบล้อมเขาพระสุเมรที่ประทับของพระศิวะ การสร้างปราสาทกลางบารายจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อมาก - - ปราสาทโลเลยถูกสร้างในรัชกาลถัดมา คือ พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 อุทิศให้กับพระบิดาหรือพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1
ปราสาทโลเลยเป็นปราสาทบนฐานสูงก็เพราะอยู่กลางบาราย หากฐานเตี้ยไป เดี๋ยวจะกลายเป็นวัดใต้น้ำแถวสังขละบุรี! ... รูปแบบการสร้างปราสาทเพื่อบรรพบุรุษเหมือนกันกับปราสาทพระโค องค์ปราสาทจึงตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน แต่ยังเป็นข้อถกเถียงกันเรื่องจำนวนปราสาทเรื่องว่าควรจะต้องมี 4 หรือ 6 หลังกันแน่ ... ก็อาจเป็นไปได้ว่าปราสาทอีก 2 หลัง อาจจะพังลงมาก่อนหน้านั้นแล้ว - - จังหวะที่เดินขึ้นบันไดของปราสาท มองไป...ก็ด้วยเห็นว่า องค์ปราสาทหนักซ้าย ฝั่งขวาโล่งเตียน ถ้าแอบหย่อนปราสาทอีกสัก 2 หลัง ความสมดุลย์จะเกิดขึ้นในบัดดล! ... ทฤษฎี 6 ปราสาทจึงดูน่าเชื่อถือทีเดียวเชียว
ปราสาทโลเลย นับได้ว่าเป็นปราสาทหลังสุดท้ายของราชธานีนี้ ... หลังจากสร้างเสร็จ พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 มีรับสั่งย้ายเมืองหลวง มีพนมบาแคงเป็นศูนย์กลางของราชธานีใหม่ ใช้ชื่อว่าราชธานีว่า "ยโศธรปุระ" ตามพระนามของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1


รูปที่ถ่ายมา ไม่สามารถอัพโหลดได้ครับ เครื่องแจ้งว่า ERROR :110 ในโปรแกรม Imageshack แจ้งว่า Too big to upload
Preah Ko ปราสาท พระโค
ปราสาทพระโค (Preah Ko) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 จุดประสงค์ก็เพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษ ซึ่งต่อมาเป็นถือเป็นประเพณีปฏิบัติต่อมาว่า ในแต่รัชกาลจะควรสร้างปราสาทเพื่อบรรพบุรุษ พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 จึงสร้างอุทิศให้ทั้งพระบิดา พระมารดา พระอัยกา (ตา) พระอัยกี (ยาย) และอุทิศให้กับกษัตริย์รัชกาลก่อน นั่นคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 และพระชายา ดังจะเห็นได้จากตัวปราสาท 6 หลังแทนแต่ละพระองค์ ส่วนหน้าปราสาทแต่ละหลังมีพระโคนอนหมอบอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อว่า ปราสาทพระโค
เดินเข้าไปด้านในตัวปราสาทอย่างง่ายดาย ไม่ต้องปีนป่ายแต่อย่างใด เพราะฐานปราสาทค่อนข้างเตี้ย จุดที่อยากให้สังเกตคือ การสร้างปราสาทสมัยแรก ๆ เขายังใช้อิฐแดงก่อเป็นองค์ปราสาทกันอยู่เลย จะมีแค่บางจุดทีี่เริ่มใช้หินทรายสลักลวดลายสวยงามปิ๊ง เช่นทับหลัง เสากรอบประตู และหน้าต่าง จนไม่อยากเชื่อว่าจะมีอายุมากกว่า 1,100 ปี!!
Lolei ปราสาท โลเลย
ปราสาทโลเลย (Lolei) ปราสาทสร้างขึ้นตามความหลักความเชื่อของฮินดู เพื่อให้ปราสาทเสมือน "เขาพระสุเมร" บารายเปรียบดังมหาสมุทรโอบล้อมเขาพระสุเมรที่ประทับของพระศิวะ การสร้างปราสาทกลางบารายจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อมาก - - ปราสาทโลเลยถูกสร้างในรัชกาลถัดมา คือ พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 อุทิศให้กับพระบิดาหรือพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1
ปราสาทโลเลยเป็นปราสาทบนฐานสูงก็เพราะอยู่กลางบาราย หากฐานเตี้ยไป เดี๋ยวจะกลายเป็นวัดใต้น้ำแถวสังขละบุรี! ... รูปแบบการสร้างปราสาทเพื่อบรรพบุรุษเหมือนกันกับปราสาทพระโค องค์ปราสาทจึงตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน แต่ยังเป็นข้อถกเถียงกันเรื่องจำนวนปราสาทเรื่องว่าควรจะต้องมี 4 หรือ 6 หลังกันแน่ ... ก็อาจเป็นไปได้ว่าปราสาทอีก 2 หลัง อาจจะพังลงมาก่อนหน้านั้นแล้ว - - จังหวะที่เดินขึ้นบันไดของปราสาท มองไป...ก็ด้วยเห็นว่า องค์ปราสาทหนักซ้าย ฝั่งขวาโล่งเตียน ถ้าแอบหย่อนปราสาทอีกสัก 2 หลัง ความสมดุลย์จะเกิดขึ้นในบัดดล! ... ทฤษฎี 6 ปราสาทจึงดูน่าเชื่อถือทีเดียวเชียว
ปราสาทโลเลย นับได้ว่าเป็นปราสาทหลังสุดท้ายของราชธานีนี้ ... หลังจากสร้างเสร็จ พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 มีรับสั่งย้ายเมืองหลวง มีพนมบาแคงเป็นศูนย์กลางของราชธานีใหม่ ใช้ชื่อว่าราชธานีว่า "ยโศธรปุระ" ตามพระนามของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1
รูปที่ถ่ายมา ไม่สามารถอัพโหลดได้ครับ เครื่องแจ้งว่า ERROR :110 ในโปรแกรม Imageshack แจ้งว่า Too big to upload
Preah Ko ปราสาท พระโค
ปราสาทพระโค (Preah Ko) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 จุดประสงค์ก็เพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษ ซึ่งต่อมาเป็นถือเป็นประเพณีปฏิบัติต่อมาว่า ในแต่รัชกาลจะควรสร้างปราสาทเพื่อบรรพบุรุษ พระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 จึงสร้างอุทิศให้ทั้งพระบิดา พระมารดา พระอัยกา (ตา) พระอัยกี (ยาย) และอุทิศให้กับกษัตริย์รัชกาลก่อน นั่นคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 และพระชายา ดังจะเห็นได้จากตัวปราสาท 6 หลังแทนแต่ละพระองค์ ส่วนหน้าปราสาทแต่ละหลังมีพระโคนอนหมอบอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อว่า ปราสาทพระโค
เดินเข้าไปด้านในตัวปราสาทอย่างง่ายดาย ไม่ต้องปีนป่ายแต่อย่างใด เพราะฐานปราสาทค่อนข้างเตี้ย จุดที่อยากให้สังเกตคือ การสร้างปราสาทสมัยแรก ๆ เขายังใช้อิฐแดงก่อเป็นองค์ปราสาทกันอยู่เลย จะมีแค่บางจุดทีี่เริ่มใช้หินทรายสลักลวดลายสวยงามปิ๊ง เช่นทับหลัง เสากรอบประตู และหน้าต่าง จนไม่อยากเชื่อว่าจะมีอายุมากกว่า 1,100 ปี!!
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ด้วยความยินดีครับท่าน patlungpatlung เขียน:ขอเข้ามาติดตามหาความรู้ด้วยครับ เขมรเป็นที่หนึ่งที่ผมอยากไปดูความยิ่งใหญ่ของศิลปสถาปัตยกรรมระดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแต่ยังไม่มีโอกาส
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ตรงข้าม ปราสาท พระโค นั้น มีการสอนหัตรกรรมให้แก่นักเรียนทั้งหญิงและชาย โดยมี อาจาร์ยผู้ชายคนใส่เสื้อสีขาวสอนเกี่ยวกับ การแกะสลักหิน ส่วนผู้หญิงอีกคนที่ ถ่ายกับเจ้า สีนิลของผม สอนเรื่องการทอผ้า ทั้งสองเป็นคู่ สามีภรรยา ใครมีโอกาศ ไปอุดหนุนเขาหน่อยน่ะครับ
เขาได้ย่อส่วน ปราสาทต่างๆเช่น พระวิหาร ปราสาทบันทายศรี โลเลย ตั้งโชว์เอาไว้สวยงามมากครับ
จากนั้นผมก็ปั่นกลับเข้าเมือง รวมปั่นวันนี้ 110 กม แต่ก็ สบายๆครับ ส่วนใหญ่มีต้นไม้บังแดดให้ ยกเว้นตอนที่ปั่นไป โลเลย พระโค ร้อนหน่อยแต่พอไหวครับ



ป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งครับ....พบเห็ได้ทั่วๆไป



มื้อเย็นของผมครับ 1.8 เหรียญ สุกี้แห้งผัดใส่ไข่คร้าบ
เขาได้ย่อส่วน ปราสาทต่างๆเช่น พระวิหาร ปราสาทบันทายศรี โลเลย ตั้งโชว์เอาไว้สวยงามมากครับ
จากนั้นผมก็ปั่นกลับเข้าเมือง รวมปั่นวันนี้ 110 กม แต่ก็ สบายๆครับ ส่วนใหญ่มีต้นไม้บังแดดให้ ยกเว้นตอนที่ปั่นไป โลเลย พระโค ร้อนหน่อยแต่พอไหวครับ
ป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งครับ....พบเห็ได้ทั่วๆไป
มื้อเย็นของผมครับ 1.8 เหรียญ สุกี้แห้งผัดใส่ไข่คร้าบ
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 30 ม.ค. 2013, 15:53, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
ปั่นไปเลย
- ขาประจำ
- โพสต์: 158
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2012, 16:36
- Tel: 0898944745
- team: 2 Legs @ Ride
- Bike: Van Nicholus , Ridley
- ตำแหน่ง: นนทบุรี - เลย
- ติดต่อ:
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ด้วยสองขา+สองล้อ ในต่างเเดนมาเเชร์ให้พวกเรานักปั่นที่เข้ามาชมในกระทู้นี้
The old bike never dies
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
15/01/2556

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความกระปี้กระเปร่า จากที่เมื่อคืนนอนตั้งแต่หัวค่ำ รีบซักเสื้อผ้า ตากเอาไว้ในห้องน้ำ ก่อนต้มกาแฟดำของโปรดกินในห้อง 6 โมงเช้าเดินลงมาเตรียมรถออกไปนั่งกินข้าวพร้อมสั่งข้าวกล่อง และน้ำ ขนมอีกนิดหน่อย เหลือบไปเห็น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่บรรจุในถุง ซื้อมาเตรียมเอาไว้ เผื่อหาของกินลำบาก จะได้กินเจ้านี่ได้เลย
ไปถึงเมนทางเข้า เจ้าหน้าที่ขอตรวจตั๋วเช่นเคย วันนี้ผมจะเก็บ ไอ้ที่ตกหล่น จาก 2 วันที่แล้วมาเพื่อจะได้เข้าใจใน ประวัติศาสตร์อาณาจักรแห่งนี้มากขึ้น ก็เลยนำ แผนที่มาลงให้อีกครั้ง เผื่อผู้ที่ตามดูกระทู้นี้ หากคิดจะไป จะได้ง่ายต่อการวางโปรแกรมเที่ยวครับ












[youtube]BHdXct-Y9g0&list=PL3892500E61790694&autoplay=1[/youtube]

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความกระปี้กระเปร่า จากที่เมื่อคืนนอนตั้งแต่หัวค่ำ รีบซักเสื้อผ้า ตากเอาไว้ในห้องน้ำ ก่อนต้มกาแฟดำของโปรดกินในห้อง 6 โมงเช้าเดินลงมาเตรียมรถออกไปนั่งกินข้าวพร้อมสั่งข้าวกล่อง และน้ำ ขนมอีกนิดหน่อย เหลือบไปเห็น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่บรรจุในถุง ซื้อมาเตรียมเอาไว้ เผื่อหาของกินลำบาก จะได้กินเจ้านี่ได้เลย
ไปถึงเมนทางเข้า เจ้าหน้าที่ขอตรวจตั๋วเช่นเคย วันนี้ผมจะเก็บ ไอ้ที่ตกหล่น จาก 2 วันที่แล้วมาเพื่อจะได้เข้าใจใน ประวัติศาสตร์อาณาจักรแห่งนี้มากขึ้น ก็เลยนำ แผนที่มาลงให้อีกครั้ง เผื่อผู้ที่ตามดูกระทู้นี้ หากคิดจะไป จะได้ง่ายต่อการวางโปรแกรมเที่ยวครับ
[youtube]BHdXct-Y9g0&list=PL3892500E61790694&autoplay=1[/youtube]
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
ผมมุ่งหน้าไป Srah Srang , East Mebon, ปราสาท ตาสม Prasat Ta Som ,จากนั้นเลี้ยวซ้ายมุ่งไปที่ Neak Pean ,Preah Khan,วนเข้าเขต Angkor Wat Terrace of the elephants อีกครั้ง Bayon ออกไปทางประตูทางทิศใต้ แล้วกลับเข้าเมือง
Banteay Kdei



ปราสาทบันทายกเตย (บัน ทาย กะ เตย) มีลักษณะรูปแบบคล้ายกัยปราสาทตาพรหม และปราสาทพระขรรค์ แต่มีขนาดเล็กกว่าโคปุระทั้ง 4 แห่งมีพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร หันพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศ เช่นเดียวกับที่ปราสาทบายน โดยมีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ทางเข้าประกอบด้วยโคปุระทั้ง 4 มีพื้นที่โดยรวมขนาด 800x400 เมตร ปราสาทบันทายกเตยจัดเป็นวัดทางพุทธศาสนามีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมมากทีเดียว



East Mebon
ปราสาทแม่บุญตะวันออก
• ปีที่สร้าง : สร้างในปลายปีพุทธศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1495)
• รัชสมัย : รัชสมัยของพระเจ้าราชทรวรมันที่ 2
• ศิลปะ : เป็นศิลปะแบบแปรรูป
• ศาสนา :ศาสนาฮินดู ไศวนิกาย
• ก่อนที่จะมีการสร้างแม่บุญตะวันออกขึ้น พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงสร้างบารายทางทิศตะวันออก โดยมีพระประสงค์เพื่อให้มีน้ำใช้กันทั้งเมือง บารายนี้มีความยาว 7 กิโลเมตร และกว้าง 1.8 กิโลเมตร มีความลึก 4 เมตร เก็บน้ำได้ถึง 55 ล้านลูกบาศก์เมตร บารายนี้ถูกขนานนามว่า ยโศธรตฏากะ หรือสระน้ำของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ซึ่งได้น้ำจากแม่น้ำโรลัวะไหลเข้ามายังบารายแห่งนี้ เช่นเดียวกับปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก เปรียบประหนึ่งวิหารที่อยู่บนยอดเขา เพราะความสูงทั้ง 3 ชั้นของปราสาท จากพื้นถึงยอดปรางค์ประธานมีความสูงถึง 28 เมตร กำแพงล้อมรอบปราสาทกว้าง 121 เมตร ยาว 126 เมตร ฐานชั้นล่างของปราสาทกว้าง 104 เมตร ยาว 108 เมตร ชั้นบนสุดของปรางค์ทั้ง 5 หลัง ถูกสร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ที่ทับหลังของปรางค์ประธานมีภาพสลักของคชลักษมี ที่อยู่ทางซ้ายและขวาของพระนางลักษมี โดยชูงวงขึ้นประสานกัน
• ปราสาทด้านทิศตะวันตก มีภาพสลักพระวิษณุอวตารเป็นนรสิงห์กำลังขบกัดยักษ์ตนหนึ่ง
ปราสาททุกหลังสร้างโดยใช้อิฐเรียงต่อกัน ยกเว้นเสาและกรอบประตูทางเข้า และทับหลังเป็นหินทราย ข้างเสากรอบประตูมีภาพสลักของทวารบาลอยู่ทั้ง 2 ด้าน ทางเข้าสู่ปรางค์ประธานเข้าได้เฉพาะทางทิศตะวันออกเท่านั้น ส่วนทิศตะวันตกถูกปิดทึบ จากชั้นบนสุดหน้าปรางค์ประธาน เมื่อมองไกลออกไป จะเห็นทุ่งนาและคันดินบารายยังคงสภาพให้เห็นอยู่










Ta Som
ปราสาทตาสม
• ปีที่สร้าง : สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1724-1763)
• รัชสมัย : รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และทำการขยายเพิ่มเติมในรัชสมัยของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 2
• ศิลปะ : เป็นศิลปะแบบบายน
• ศาสนา : ศาสนาพุทธ นิกายมหายาน
• ปราสาทตาสม เป็นปราสาทขนาดเล็กหากเปรียบเทียบกับปราสาทตาพรหมหรือปราสาทบันทายกเดย ปราสาทแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
โคปุระด้านนอกและกำแพงล้อมรอบ โคปุระด้านในและปรางค์ประธานพร้อมกับระเบียงคตทั้งสี่ด้าน มีบรรณาลัยอยู่ในระเบียงคต กำแพงด้านนอกมีความกว้าง 200 เมตร ยาว 240 เมตร เส้นทางเข้าสู่ทิศตะวันออกเข้าสู่โคปุระด้านในจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ระเบียงคตรอบปรางค์ประธานมีความยาว 30 เมตร กว้าง 20 เมตร บรรณาลัยอยู่ทางทิศเหนือและใต้ด้านละหลัง เนื่องจากถนนจะตัดผ่านด้านหลังปราสาททางด้านทิศตะวันตก นักท่องเที่ยวจึงนิยมเข้าสู่ปราสาททางทิศตะวันตก
• นางอัปสร-เสากรอบประตู รูปแบบของปราสาทตาสมอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคต้นๆ ของศิลปะแบบบายน โดยสังเกตได้จากลักษณะของนางอัปสร และลักษณะของเสากรอบประตูที่เป็นแปดเหลี่ยมและมีลายสลักลักษณะเป็นดอกไม้และใบไม้อยู่โดบรอบ คล้ายคลึงกับปราสาทบายนมาก
• พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ลักษณะเด่นของปราสาทตาสมอีกอย่างก็คือพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งอยู่บนยอดของปรางค์ประธานและโคปุระที่กำแพงด้านนอกมีพระพักตร์ทั้งสี่ทิศรูปแบบลักษณะเช่นนี้เหมือนกับปราสาทบายน
Banteay Kdei
ปราสาทบันทายกเตย (บัน ทาย กะ เตย) มีลักษณะรูปแบบคล้ายกัยปราสาทตาพรหม และปราสาทพระขรรค์ แต่มีขนาดเล็กกว่าโคปุระทั้ง 4 แห่งมีพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร หันพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศ เช่นเดียวกับที่ปราสาทบายน โดยมีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ทางเข้าประกอบด้วยโคปุระทั้ง 4 มีพื้นที่โดยรวมขนาด 800x400 เมตร ปราสาทบันทายกเตยจัดเป็นวัดทางพุทธศาสนามีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมมากทีเดียว
East Mebon
ปราสาทแม่บุญตะวันออก
• ปีที่สร้าง : สร้างในปลายปีพุทธศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1495)
• รัชสมัย : รัชสมัยของพระเจ้าราชทรวรมันที่ 2
• ศิลปะ : เป็นศิลปะแบบแปรรูป
• ศาสนา :ศาสนาฮินดู ไศวนิกาย
• ก่อนที่จะมีการสร้างแม่บุญตะวันออกขึ้น พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงสร้างบารายทางทิศตะวันออก โดยมีพระประสงค์เพื่อให้มีน้ำใช้กันทั้งเมือง บารายนี้มีความยาว 7 กิโลเมตร และกว้าง 1.8 กิโลเมตร มีความลึก 4 เมตร เก็บน้ำได้ถึง 55 ล้านลูกบาศก์เมตร บารายนี้ถูกขนานนามว่า ยโศธรตฏากะ หรือสระน้ำของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ซึ่งได้น้ำจากแม่น้ำโรลัวะไหลเข้ามายังบารายแห่งนี้ เช่นเดียวกับปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก เปรียบประหนึ่งวิหารที่อยู่บนยอดเขา เพราะความสูงทั้ง 3 ชั้นของปราสาท จากพื้นถึงยอดปรางค์ประธานมีความสูงถึง 28 เมตร กำแพงล้อมรอบปราสาทกว้าง 121 เมตร ยาว 126 เมตร ฐานชั้นล่างของปราสาทกว้าง 104 เมตร ยาว 108 เมตร ชั้นบนสุดของปรางค์ทั้ง 5 หลัง ถูกสร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ที่ทับหลังของปรางค์ประธานมีภาพสลักของคชลักษมี ที่อยู่ทางซ้ายและขวาของพระนางลักษมี โดยชูงวงขึ้นประสานกัน
• ปราสาทด้านทิศตะวันตก มีภาพสลักพระวิษณุอวตารเป็นนรสิงห์กำลังขบกัดยักษ์ตนหนึ่ง
ปราสาททุกหลังสร้างโดยใช้อิฐเรียงต่อกัน ยกเว้นเสาและกรอบประตูทางเข้า และทับหลังเป็นหินทราย ข้างเสากรอบประตูมีภาพสลักของทวารบาลอยู่ทั้ง 2 ด้าน ทางเข้าสู่ปรางค์ประธานเข้าได้เฉพาะทางทิศตะวันออกเท่านั้น ส่วนทิศตะวันตกถูกปิดทึบ จากชั้นบนสุดหน้าปรางค์ประธาน เมื่อมองไกลออกไป จะเห็นทุ่งนาและคันดินบารายยังคงสภาพให้เห็นอยู่
Ta Som
ปราสาทตาสม
• ปีที่สร้าง : สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1724-1763)
• รัชสมัย : รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และทำการขยายเพิ่มเติมในรัชสมัยของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 2
• ศิลปะ : เป็นศิลปะแบบบายน
• ศาสนา : ศาสนาพุทธ นิกายมหายาน
• ปราสาทตาสม เป็นปราสาทขนาดเล็กหากเปรียบเทียบกับปราสาทตาพรหมหรือปราสาทบันทายกเดย ปราสาทแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
โคปุระด้านนอกและกำแพงล้อมรอบ โคปุระด้านในและปรางค์ประธานพร้อมกับระเบียงคตทั้งสี่ด้าน มีบรรณาลัยอยู่ในระเบียงคต กำแพงด้านนอกมีความกว้าง 200 เมตร ยาว 240 เมตร เส้นทางเข้าสู่ทิศตะวันออกเข้าสู่โคปุระด้านในจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ระเบียงคตรอบปรางค์ประธานมีความยาว 30 เมตร กว้าง 20 เมตร บรรณาลัยอยู่ทางทิศเหนือและใต้ด้านละหลัง เนื่องจากถนนจะตัดผ่านด้านหลังปราสาททางด้านทิศตะวันตก นักท่องเที่ยวจึงนิยมเข้าสู่ปราสาททางทิศตะวันตก
• นางอัปสร-เสากรอบประตู รูปแบบของปราสาทตาสมอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคต้นๆ ของศิลปะแบบบายน โดยสังเกตได้จากลักษณะของนางอัปสร และลักษณะของเสากรอบประตูที่เป็นแปดเหลี่ยมและมีลายสลักลักษณะเป็นดอกไม้และใบไม้อยู่โดบรอบ คล้ายคลึงกับปราสาทบายนมาก
• พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ลักษณะเด่นของปราสาทตาสมอีกอย่างก็คือพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งอยู่บนยอดของปรางค์ประธานและโคปุระที่กำแพงด้านนอกมีพระพักตร์ทั้งสี่ทิศรูปแบบลักษณะเช่นนี้เหมือนกับปราสาทบายน
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX