
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
มิสเตอร์บีน เขียน:หวังเกาติ่ง เขียน:ผมขอตั้งข้อสังเกตุนะครับ (จากหลายสนามที่เห็น)
จากอาหารเช้าที่แจกให้นักปั่นกินก่อนปั่น เป็นอาหารจำพวก ข้าวต้ม ก๋วยเตียวร้อนๆๆ
![]()
ผมเกิดสงสัยว่า...การใส่ของร้อนในชามโฟม เป็นอันตรายไหม จึงไปหาข้อมูล...
![]()
![]()
ปรากฏว่า....พวกเราควรหลีกเลี่ยงบริโภคนะครับเพื่อนๆๆ
ข้อมูลที่หามาได้ครับ...
ในปัจจุบันข้าวของเครื่องใช้พลาสติกเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราเป็น อย่างมาก “โพลีสไตรีน”หรือ “โฟม” เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เป็นภาชนะใส่อาหารเย็นและอาหารร้อน ซึ่งในงานประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. ที่ผ่านมา จัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ด้วย
ดร.ศุลีพร แสงกระจ่าง นักวิจัยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าวิถีชีวิตของคนเราในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก โฟมก็ถือเป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ มีการออกแบบโฟมให้ใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร แต่ถ้าจะให้เหมาะสมควรจะเป็นอาหารที่เย็นไม่ใช่อาหารร้อน แต่ว่าบ้านเราอาหารไทยมีหลากหลาย ก็เลยมีการเอาภาชนะที่ทำจากโฟมไปใส่ก๋วยเตี๋ยว ใส่แกง ใส่อาหาร ร้อน ๆ อันตรายจากการใช้พลาสติกประเภทนี้ คือ “สารสไตรีน” ซึ่งถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่ม 2B คือ สาร (สารประกอบ) หรือส่วนผสมที่น่าจะเป็นสารก่อมะเร็งในคน
ดังนั้นหากนำภาชนะที่ทำจากโฟมใส่อาหารที่มีไขมันสูงหรือใส่อาหารร้อน เป็นกรด อาจทำให้ได้รับสารสไตรีนออกมาจากภาชนะ อย่างก๋วยเตี๋ยวน้ำร้อนจัด แถมมีการปรุงรสด้วยน้ำส้มเข้าไปอีกก็อาจไปกระตุ้นให้สารสไตรีนออกมามากขึ้น
ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่กินอาหารใส่ภาชนะที่ทำจากโฟมจะเป็นมะเร็งทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับความบ่อย ปริมาณที่กินเข้าไป ถ้าจะใช้ใส่อาหารต้องระมัดระวัง แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าการใช้โฟมทำให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ว่ามันเป็นแค่การเพิ่มความเสี่ยง อีกทั้งโรคมะเร็งไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว มันมีหลายปัจจัยเสี่ยง เพราะฉะนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อที่จะไม่ได้รับสารตัวนี้เข้าไปสะสมในร่างกาย คือ ต้องบอกว่ามะเร็งบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เรามีสิทธิเลือกก็น่าจะเลือก
เนื่องจากโฟมเป็นพลาสติกที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ คงเป็นเหตุผลที่มีการนำมาใช้มาก ดังนั้นถ้าเราจำเป็นต้องใช้โฟมใส่อาหารจริง ๆ เช่น ใส่อาหารร้อนจัดก็ควรเอาพลาสติกกันร้อนรองก่อน แต่เท่าที่สังเกต คือ ส่วนใหญ่จะรองข้างล่างแต่ไม่ปิดข้างบน อาหารที่ร้อนก็ยังสัมผัสกับภาชนะโฟมอยู่
ร้านขายอาหารบางร้านมีทั้งกล่องโฟมและกระดาษสำหรับห่ออาหาร ถ้าเป็นไปได้อยากให้ผู้บริโภคเลือกเอง คือ บอกให้คนขายใช้กระดาษสำหรับห่ออาหารแทนที่จะเป็นกล่องโฟม คือ เราต้องช่วยกันรณรงค์ว่าไม่ควรใช้โฟมเลยเพราะอาหารไทยเป็นอาหารร้อน การรณรงค์เรื่องนี้ก็มีมานานแล้วเพียงแต่มันไม่มีผลตอบรับ การใช้โฟมก็ไม่ลดลง
ควรกลับมาใช้ใบตองหรือไม่? ดร.ศุลีพร กล่าวว่า อาหารบางประเภท เช่น ผัดไทย ถ้าทำได้ก็ดี แต่ถ้าจะให้ดี อย่างน้อยที่สุดเราน่าจะใช้กล่องพาสติกที่เข้าไมโครเวฟได้หรือนำภาชนะไปใส่ เอง เพราะภาชนะเหล่านี้ใช้ได้หลายครั้งแทนที่จะใช้โฟมแล้วทิ้งเลย
สรุปว่า ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่อาหารร้อน มัน เป็นกรด ดีที่สุด.
อันตรายจากการสัมผัสสารสไตรีน (Styrene)
สารสไตรีน (Styrene)
สาร เบนซีน และสารอนุพันธ์ของเบนซีน จัดเป็นสารเคมีอันตรายในกลุ่มสารทำละลายอินทรีย์ที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้าง ซึ่งทำงานสัมผัสหรือเกี่ยวข้องตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง “กำหนดสารเคมีอันตรายที่ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๕๒”
สารเบนซีนและอนุพันธ์ของเบนซีน เป็นสารในกลุ่มอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Aromatic Hydrocarbons) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีลักษณะโครงสร้างทางเคมีที่มีคาร์บอนต่อกันเป็นวงแหวนเบน ซีน (Benzene Ring) อันได้แก่ เบนซีน (Benzene) โทลูอีน (Toluene) ไซลีน (Xylene) สไตรีน (Styrene) เป็นต้น ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะสารสไตรีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในการผลิตโพลีสไตรีน และสารโคโพลีเมอร์ (Poly Styrene & Copolymer) เช่น ยางสังเคราะห์ต่างๆ ไฟเบอร์ และฉนวนกันความร้อน เป็นต้น
สารสไตรีนมีคุณสมบัติเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี กลิ่นหอมหวาน มีลักษณะเหนียวข้นเหมือนน้ำเชื่อม ระเหยง่าย และติดไฟง่าย
การเข้าสู่ร่างกาย
สารสไตรีนสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ ๓ ทาง ได้แก่ทางหายใจ ทางผิวหนัง และทางเดินอาหาร
ความเป็นพิษของสารสไตรีน
มี การทำลายไขกระดูก ทำลายตับ และไต ทำให้ผิวหนังแห้ง แตก ความจำเสื่อม สมาธิสั้น มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย โดยมีผลทำให้การเคลื่อนไหวและการทรงตัวไม่ดี เนื่องจากลดการประสานงานของกล้ามเนื้อ มีผลต่อการเต้นของหัวใจ
เป็นสารก่อกลายพันธุ์ และเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยอาจก่อให้เกิดมะเร็งเส้นเลือดขาว และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้
วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม 2555 เวลา
แหม๊..แหม..! อาจารย์เล่นแวะมาอีตอนตีหนึ่ง..ใครจะออนอยู่หละ..แถวบ้านยิ่งวังเวงเลย คริ คริ.!เสือทะเล เขียน:เก็บจอซะแล้วห้องนี้...กะลังมันชะ