ไขมันในเลือดสูง
- thumnoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 792
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2009, 13:05
- Tel: 0898652936
- team: korat
- Bike: trek
- ติดต่อ:
ไขมันในเลือดสูง
ผลการตรวจร่างกายออกมา ปกติทุกอย่าง ยกเว้นไขมันในเลือดสูง วัดได้ 291 mg/dl
หมอบอกให้ออกกำลังกาย ลดอาหารที่มีไขมันสูง ไข่แดง นม เนย เครื่องในสัตว์ หอยนางลม
ผมก็ปั่นจักรยาน เกือบ 10 ปี อาทิตย์ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30-40 กม. ความเร็ว 35 - 40
แต่ทำไมไขมันไม่ลด มีแต่คนตกใจ เป็นไปได้เหรอ ทั้งที่ ปั่นจักรยาน เป็นประจำ เป็นอย่างนี้มา
หลายปี
หมอบอกให้ออกกำลังกาย ลดอาหารที่มีไขมันสูง ไข่แดง นม เนย เครื่องในสัตว์ หอยนางลม
ผมก็ปั่นจักรยาน เกือบ 10 ปี อาทิตย์ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30-40 กม. ความเร็ว 35 - 40
แต่ทำไมไขมันไม่ลด มีแต่คนตกใจ เป็นไปได้เหรอ ทั้งที่ ปั่นจักรยาน เป็นประจำ เป็นอย่างนี้มา
หลายปี
- ไฟล์แนบ
-
- Picture 469.jpg (85.64 KiB) เข้าดูแล้ว 1403 ครั้ง
โยกทุกมอ ดันทุกเนิน
-
เบาหวาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 194
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2009, 17:43
Re: ไขมันในเลือดสูง
ตามไปที่กระทู้ด้านล่างนี้ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=507999
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0#p4839080
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=507999
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0#p4839080
-
ครูชิต
- ขาประจำ
- โพสต์: 10555
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 08:57
- Tel: 08-1340-760x
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพปราจีนบุรี
- Bike: Trek elit 8.9 ปี 2012 Infinite spad ปี2016 หมอบคาร์บอน CUBE
- ตำแหน่ง: วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี
- ติดต่อ:
Re: ไขมันในเลือดสูง
งดเหล้าเบียร์ แล้วปั่นปกติ หายทันทีครับ 
การขี่จักรยานเสือภูเขาเป็นการหลุดพ้น หลีกหนีจากการ จำเจ วุ่นวาย
Riding mountain bikes is disengagement. Routinely escape from the tempest.
Riding mountain bikes is disengagement. Routinely escape from the tempest.
- tntm
- ขาประจำ
- โพสต์: 2183
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:43
- Tel: 0808389242
- team: วัดดงน้อย
- Bike: no bike
-
umbabab
- ขาประจำ
- โพสต์: 3712
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2010, 21:14
- Bike: NEObike16 14 ,Giant escept3,Peugeot crique,BSroadman,giant revice
Re: ไขมันในเลือดสูง
ลองเปลี่ยนมาปั่นรถพับล้อเล็กๆสิครับ จะได้เหนื่อยมากกว่าเดิม
ความเจ็บปวดของคุณ จะกลายเป็นตัวของคุณ
- เหนียวครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1193
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2012, 07:54
- Tel: 0892363974
- team: SON OF THE KING
- Bike: ท่านเขียว กับ เสือเผ่น
Re: ไขมันในเลือดสูง
การออกกำลังกายให้ลดไขมัน มันมีค่าผันแปร ของ อัตราการเต้นของหัวใจด้วยครับ
วัดโดยการใช้ฮาร์ทเรท
ผมคัดมาจาก http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... ์เสือภูเขา
ใครๆก็มีหัวใจเหมือนๆกัน ทำไมบางคนออกกำลังเพียงชั่วครู่ก็เหนื่อยแทบขาดใจ แต่บางคนเห็นตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานเหมือนกับแก้บนทีละ 2 ชั่วโมงยังดูแค่เหนื่อยนิดๆ หากเป็นสมัยก่อนยังไม่มีใครสนใจนักว่าคนที่เล่นกีฬาสามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกหัวใจแต่ใช้วิธีใจถึง จนในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาวิทยาศาสตร์การกีฬาได้เข้ามามีส่วนช่วยให้นักกีฬาเก่งขึ้น สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ค้นพบคือหัวใจที่ผ่านการฝึกมาอย่างถูกต้อง เป็นขั้นเป็นตอนไม่หักโหมก็จะแข็งแรงขึ้นทีละน้อย ในที่สุดผู้ที่เคยขี่จักรยานเพียงยี่สิบนาทีแล้วนอนหอบแทบเป็นแทบตาย ก็จะขี่จักรยานได้นานขึ้น หากฝึกต่อไปเรื่อยๆก็จะขี่ได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น นักจักรยานที่ขี่ได้ดีอยู่แล้วก็มีโอกาสทำได้ดีขึ้นอีก แล้วนักจักรยานอย่างเราจะฝึกให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร คงต้องมาติดตามดูกันจากนี้ไป
จากการค้นคว้า นักวิทยาศาสตร์การกีฬาได้แบ่งการทำงานของหัวใจเป็นโซน ซึ่งแต่ละโซนนั้นแบ่งเป็นค่าเปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจที่แต่ละช่วงของอายุ ทำใจไว้เลยครับว่าทุกๆปีที่อายุมากขึ้นก็จะทำให้ตัวเลขอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจลดลงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อนาที เป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่าสังขาร ทุกคนหนีไม่พ้น
Zone 1
เป็นโซนที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 60%-70% บางครั้งเราเรียกกันว่า Recovery zone หรือโซนสำหรับผ่อนคลาย ผู้ที่เริ่มออกกำลังมือใหม่ควรจะควบคุมตนเองให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในโซนนี้ ซึ่งเป็นโซนที่สร้างความทนทานขั้นพื้นฐานรวมทั้งขีดความสามารถของแอโรบิคเบื้องต้น หลังจากวันที่ฝึกซ้อมหนักหน่วงแล้วนักจักรยานควรจะใช้ประโยชน์จากโซนนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้พลังงานหลักจากไขมันแล้วยังเป็นการเติมไกลโคเจน (glycogen) ซึ่งถูกใช้ไปในระหว่างการฝึกซ้อมหนักหรือการแข่งขันให้กับกล้ามเนื้อได้ดี
Zone 2
เป็นโซนที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 70%-80% เรียกกันคุ้นหูว่า โซนแอโรบิค การฝึกในโซนนี้เป็นการการฝึกร่างกายให้เรียนรู้การลำเลียงออกซิเจนสู่กล้ามเนื้อและผ่องถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อนักจักรยานฟิตมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น ก็จะสามารถออกขี่จักรยานระยะทางไกลในช่วงวันหยุดได้ โดยคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่ประมาณ 75% นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีมากแล้วยังเพิ่มขีดความสามารถทางแอโรบิคได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
Zone 3
เป็นโซนที่ค่อนข้างจะหนักหน่วงขึ้นเพราะหัวใจจะทำงานอยู่ที่ระดับ 80%-90% ถ้านักจักรยานไม่มีพื้นฐานการฝึกซ้อมที่ดีพอแล้วข้ามขั้นมาบริเวณนี้บ่อยๆอาจเกิดอาการโอเวอร์เทรนด์ได้ง่ายๆ การฝึกในระดับนี้เป็นการฝึกเพื่อหาและพัฒนาระดับความทนทานของกล้ามเนื้อต่อกรดแลคติคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อ การฝึกในระดับนี้แทบจะไม่ใช่ไขมันในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานเลย แต่ร่างกายจะใช้ไกลโคเจนที่นักจักรยานจะสะสมในกล้ามเนื้อจากการฝึกเบื้องต้นต่างๆเป็นระยะเวลานานๆเป็นแหล่งพลังงานหลัก ลองนึกภาพดูว่าเราพยายามปั่นจักรยานตามคนที่ขี่ได้เร็วกว่าเรามาก หรือปั่นจักรยานขึ้นเขา จะมีอยู่จุดหนึ่งที่เราเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างหนัก จนเราต้องถอยออกมา จุดนี้เป็นจุดที่ร่างกายไม่สามารถลำเลียงกรดแลคติคออกจากกล้ามเนื้อได้เร็วพอ เราเรียกจุดนี้ว่า อานาโรบิค เธรชโชลด์ (AT หรือ Anarobic Threshold) ไม่ต้องตกใจว่าพอขึ้นเขาไปได้สักสองสามร้อยเมตรแล้วจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด หรือปั่นตามนักจักรยานเร็วๆได้เพียง 4-5 นาทีก็หลุดกลุ่ม พวกที่ขึ้นเขาเก่งๆหรือพวกที่ปั่นกันเร็วๆก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนทั้งนั้น แต่ต้องผ่านการฝึกฝนตามขั้นตอนที่ถูกต้องและระมัดระวัง ร่างกายก็จะปรับตัวทีละน้อยให้ยืดจุด AT ออกไปให้นานขึ้นได้
Zone 4
โซนสุดอันตรายหรือที่นักจักรยานบางคนเรียกกันว่า เรดโซน (Red zone) ไม่ต้องกล่าวถึงก็คงทราบว่าหัวใจจะทำงานหนักมากอยู่ที่ระหว่าง 90%-100% การฝึกในโซนนี้หรือไม่ว่าจะทำอะไรอย่างไรจะใช้เวลาเพียงสั้นๆแบบอินเทอวัล (Interval) เท่านั้น การฝึกกล้ามเนื้อที่ยืดหดตัวเร็วจะฝึกกันในโซนนี้ แต่ต้องฝึกอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ แน่นอนว่าผู้ที่จะหาญเข้ามาฝึกในโซนนี้จะต้องฟิตมากพอตัว
สิ่งที่นักจักรยานที่ต้องการเพิ่มความน่าสนใจกับการออกกำลังควรจะมีคือ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งทุกวันนี้มาในหลายรูปแบบทั้งแบบที่ใส่ข้อมือเหมือนนาฬิกา และแบบที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์วัดความเร็วซึ่งมีผู้ผลิตหลายรายเช่น Bontrager,Cateye,และPolar เป็นต้น คราวนี้สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือศัพท์แสงบางคำหรืออักษรย่อที่จะเห็นบ่อยขึ้น
ลองอ่านดูแล้วทำความเข้าใจครับ
ส่วนผมจะอธิบายกรณีของ จขกทคร่าวๆ ตามประสพการณ์ของผมนะครับก็คือ
1. จขกท อาจจะออกกำลังกาย ไม่ได้อยู่ใน โซนที่ใช้ไขมันเป็นหลัก อาจจะเกินไปด้วยซ้ำครับ จึงใช้พลังงานอื่นแทน โดยใช้พลังงานไขมันเป็นส่วนน้อย จึงทำให้ภาวะไขมันในเลือดสูง ไม่ได้เผาผลาญไขมันออกไป
2. ที่ จขกท ปั่น เกือบ 10 ปี อาทิตย์ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30-40 กม. ความเร็ว 35 - 40 กม/ ชม
ผมปั่นในโซน 1-2 ความเร็ว ผมยังไม่ถึง 30 เลยครับ ถ้าความเร็วผม 35-40 อัตราการเต้นหัวใจผมจะไปที่ โซน 3-4 -5ครับ
เพราะฉนั้น ถ้า จขกท ไม่ได้ฟิตมากและเป็นนักกีฬาโดยเฉพาะ ถือว่า ปั่นความเร็ว30-40 มันจะไปใช้พลังงานที่ไม่ใช่ไขมันแทน ครับ
จึงเป็นเหตุผลว่า ออกกำลังกายมา 10 ปี ปั่นก็หนัก บ่อยด้วย แล้ว ไขมันในเลือดยังสูงอยู่ เพราะไปออกกำลังกายผิดโซน
กรณีศึกษา คือตัวผมเองก่อนปั่นจักรยานผมเล่นฟุตบอลหนักมาก เอาสนุกเข้าว่า วิ่งเป็นคนบ้า ตั้งแต่อายุ 15-33 ปี
สูง 170 น้ำหนัก 48-50 ผอมมาก แต่ไขมันในเลือดผมเกือบ 300 น่าจะ ใกล้เคียง จขกท แต่ผมเล่นมาจะเกิน 20 ปี เป็นไปได้ไง
ผมมาเริ่มปั่นจักรยานช่วง มิ.ย.ปี 54 แล้วมาอ่านทำความเข้าใจกับการใช้ฮาร์ทเรท กับ โซน 1-5
พวกผมปั่นเบากัน ไกลแค่ไหนก็ไม่เกิน 30 กม/ ชม
ผมกับเพื่อนวัดค่าจากเครื่องวัดไขมันในหลอดเลือด เราสองคน เส้นเลือดใสมากไม่มีไขมันเกาะ
แต่คนทั่วไปตรวจด้วยเครื่องเดียวกัน สูงมากจนอันตราย ก็ต้องปรึกษาแพทย์
(เครื่องตรวจไม่น่าจะตรวจผิด เพราะมีหลายคน มีไขมันเกาะที่เส้นเลือด)
สรุปด้วยประสพกาณ์ของผมด้วยความมั่นใจ ผิดถูกยังไง รอผู้รู้ที่เชี่ยวชาญด้านนี้อีกทีครับ
1. พี่ จขกท ไม่ได้ปั่นในโซน เผาผลาญไขมัน
2. พี่ จขกท น่าจะปั่นหนักเกินโซน เผาผลาญไขมัน
ปั่นให้สนุกนะครับ
อ่านไม่เข้าใจ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้ครับ
วัดโดยการใช้ฮาร์ทเรท
ผมคัดมาจาก http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... ์เสือภูเขา
ใครๆก็มีหัวใจเหมือนๆกัน ทำไมบางคนออกกำลังเพียงชั่วครู่ก็เหนื่อยแทบขาดใจ แต่บางคนเห็นตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานเหมือนกับแก้บนทีละ 2 ชั่วโมงยังดูแค่เหนื่อยนิดๆ หากเป็นสมัยก่อนยังไม่มีใครสนใจนักว่าคนที่เล่นกีฬาสามารถฝึกให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกหัวใจแต่ใช้วิธีใจถึง จนในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาวิทยาศาสตร์การกีฬาได้เข้ามามีส่วนช่วยให้นักกีฬาเก่งขึ้น สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ค้นพบคือหัวใจที่ผ่านการฝึกมาอย่างถูกต้อง เป็นขั้นเป็นตอนไม่หักโหมก็จะแข็งแรงขึ้นทีละน้อย ในที่สุดผู้ที่เคยขี่จักรยานเพียงยี่สิบนาทีแล้วนอนหอบแทบเป็นแทบตาย ก็จะขี่จักรยานได้นานขึ้น หากฝึกต่อไปเรื่อยๆก็จะขี่ได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น นักจักรยานที่ขี่ได้ดีอยู่แล้วก็มีโอกาสทำได้ดีขึ้นอีก แล้วนักจักรยานอย่างเราจะฝึกให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร คงต้องมาติดตามดูกันจากนี้ไป
จากการค้นคว้า นักวิทยาศาสตร์การกีฬาได้แบ่งการทำงานของหัวใจเป็นโซน ซึ่งแต่ละโซนนั้นแบ่งเป็นค่าเปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจที่แต่ละช่วงของอายุ ทำใจไว้เลยครับว่าทุกๆปีที่อายุมากขึ้นก็จะทำให้ตัวเลขอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจลดลงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อนาที เป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่าสังขาร ทุกคนหนีไม่พ้น
Zone 1
เป็นโซนที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 60%-70% บางครั้งเราเรียกกันว่า Recovery zone หรือโซนสำหรับผ่อนคลาย ผู้ที่เริ่มออกกำลังมือใหม่ควรจะควบคุมตนเองให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในโซนนี้ ซึ่งเป็นโซนที่สร้างความทนทานขั้นพื้นฐานรวมทั้งขีดความสามารถของแอโรบิคเบื้องต้น หลังจากวันที่ฝึกซ้อมหนักหน่วงแล้วนักจักรยานควรจะใช้ประโยชน์จากโซนนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้พลังงานหลักจากไขมันแล้วยังเป็นการเติมไกลโคเจน (glycogen) ซึ่งถูกใช้ไปในระหว่างการฝึกซ้อมหนักหรือการแข่งขันให้กับกล้ามเนื้อได้ดี
Zone 2
เป็นโซนที่อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 70%-80% เรียกกันคุ้นหูว่า โซนแอโรบิค การฝึกในโซนนี้เป็นการการฝึกร่างกายให้เรียนรู้การลำเลียงออกซิเจนสู่กล้ามเนื้อและผ่องถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อนักจักรยานฟิตมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น ก็จะสามารถออกขี่จักรยานระยะทางไกลในช่วงวันหยุดได้ โดยคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่ประมาณ 75% นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีมากแล้วยังเพิ่มขีดความสามารถทางแอโรบิคได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
Zone 3
เป็นโซนที่ค่อนข้างจะหนักหน่วงขึ้นเพราะหัวใจจะทำงานอยู่ที่ระดับ 80%-90% ถ้านักจักรยานไม่มีพื้นฐานการฝึกซ้อมที่ดีพอแล้วข้ามขั้นมาบริเวณนี้บ่อยๆอาจเกิดอาการโอเวอร์เทรนด์ได้ง่ายๆ การฝึกในระดับนี้เป็นการฝึกเพื่อหาและพัฒนาระดับความทนทานของกล้ามเนื้อต่อกรดแลคติคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อ การฝึกในระดับนี้แทบจะไม่ใช่ไขมันในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานเลย แต่ร่างกายจะใช้ไกลโคเจนที่นักจักรยานจะสะสมในกล้ามเนื้อจากการฝึกเบื้องต้นต่างๆเป็นระยะเวลานานๆเป็นแหล่งพลังงานหลัก ลองนึกภาพดูว่าเราพยายามปั่นจักรยานตามคนที่ขี่ได้เร็วกว่าเรามาก หรือปั่นจักรยานขึ้นเขา จะมีอยู่จุดหนึ่งที่เราเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างหนัก จนเราต้องถอยออกมา จุดนี้เป็นจุดที่ร่างกายไม่สามารถลำเลียงกรดแลคติคออกจากกล้ามเนื้อได้เร็วพอ เราเรียกจุดนี้ว่า อานาโรบิค เธรชโชลด์ (AT หรือ Anarobic Threshold) ไม่ต้องตกใจว่าพอขึ้นเขาไปได้สักสองสามร้อยเมตรแล้วจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด หรือปั่นตามนักจักรยานเร็วๆได้เพียง 4-5 นาทีก็หลุดกลุ่ม พวกที่ขึ้นเขาเก่งๆหรือพวกที่ปั่นกันเร็วๆก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนทั้งนั้น แต่ต้องผ่านการฝึกฝนตามขั้นตอนที่ถูกต้องและระมัดระวัง ร่างกายก็จะปรับตัวทีละน้อยให้ยืดจุด AT ออกไปให้นานขึ้นได้
Zone 4
โซนสุดอันตรายหรือที่นักจักรยานบางคนเรียกกันว่า เรดโซน (Red zone) ไม่ต้องกล่าวถึงก็คงทราบว่าหัวใจจะทำงานหนักมากอยู่ที่ระหว่าง 90%-100% การฝึกในโซนนี้หรือไม่ว่าจะทำอะไรอย่างไรจะใช้เวลาเพียงสั้นๆแบบอินเทอวัล (Interval) เท่านั้น การฝึกกล้ามเนื้อที่ยืดหดตัวเร็วจะฝึกกันในโซนนี้ แต่ต้องฝึกอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ แน่นอนว่าผู้ที่จะหาญเข้ามาฝึกในโซนนี้จะต้องฟิตมากพอตัว
สิ่งที่นักจักรยานที่ต้องการเพิ่มความน่าสนใจกับการออกกำลังควรจะมีคือ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งทุกวันนี้มาในหลายรูปแบบทั้งแบบที่ใส่ข้อมือเหมือนนาฬิกา และแบบที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์วัดความเร็วซึ่งมีผู้ผลิตหลายรายเช่น Bontrager,Cateye,และPolar เป็นต้น คราวนี้สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือศัพท์แสงบางคำหรืออักษรย่อที่จะเห็นบ่อยขึ้น
ลองอ่านดูแล้วทำความเข้าใจครับ
ส่วนผมจะอธิบายกรณีของ จขกทคร่าวๆ ตามประสพการณ์ของผมนะครับก็คือ
1. จขกท อาจจะออกกำลังกาย ไม่ได้อยู่ใน โซนที่ใช้ไขมันเป็นหลัก อาจจะเกินไปด้วยซ้ำครับ จึงใช้พลังงานอื่นแทน โดยใช้พลังงานไขมันเป็นส่วนน้อย จึงทำให้ภาวะไขมันในเลือดสูง ไม่ได้เผาผลาญไขมันออกไป
2. ที่ จขกท ปั่น เกือบ 10 ปี อาทิตย์ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30-40 กม. ความเร็ว 35 - 40 กม/ ชม
ผมปั่นในโซน 1-2 ความเร็ว ผมยังไม่ถึง 30 เลยครับ ถ้าความเร็วผม 35-40 อัตราการเต้นหัวใจผมจะไปที่ โซน 3-4 -5ครับ
เพราะฉนั้น ถ้า จขกท ไม่ได้ฟิตมากและเป็นนักกีฬาโดยเฉพาะ ถือว่า ปั่นความเร็ว30-40 มันจะไปใช้พลังงานที่ไม่ใช่ไขมันแทน ครับ
จึงเป็นเหตุผลว่า ออกกำลังกายมา 10 ปี ปั่นก็หนัก บ่อยด้วย แล้ว ไขมันในเลือดยังสูงอยู่ เพราะไปออกกำลังกายผิดโซน
กรณีศึกษา คือตัวผมเองก่อนปั่นจักรยานผมเล่นฟุตบอลหนักมาก เอาสนุกเข้าว่า วิ่งเป็นคนบ้า ตั้งแต่อายุ 15-33 ปี
สูง 170 น้ำหนัก 48-50 ผอมมาก แต่ไขมันในเลือดผมเกือบ 300 น่าจะ ใกล้เคียง จขกท แต่ผมเล่นมาจะเกิน 20 ปี เป็นไปได้ไง
ผมมาเริ่มปั่นจักรยานช่วง มิ.ย.ปี 54 แล้วมาอ่านทำความเข้าใจกับการใช้ฮาร์ทเรท กับ โซน 1-5
พวกผมปั่นเบากัน ไกลแค่ไหนก็ไม่เกิน 30 กม/ ชม
ผมกับเพื่อนวัดค่าจากเครื่องวัดไขมันในหลอดเลือด เราสองคน เส้นเลือดใสมากไม่มีไขมันเกาะ
แต่คนทั่วไปตรวจด้วยเครื่องเดียวกัน สูงมากจนอันตราย ก็ต้องปรึกษาแพทย์
(เครื่องตรวจไม่น่าจะตรวจผิด เพราะมีหลายคน มีไขมันเกาะที่เส้นเลือด)
สรุปด้วยประสพกาณ์ของผมด้วยความมั่นใจ ผิดถูกยังไง รอผู้รู้ที่เชี่ยวชาญด้านนี้อีกทีครับ
1. พี่ จขกท ไม่ได้ปั่นในโซน เผาผลาญไขมัน
2. พี่ จขกท น่าจะปั่นหนักเกินโซน เผาผลาญไขมัน
ปั่นให้สนุกนะครับ
อ่านไม่เข้าใจ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้ครับ
หนังสือไร้สาระ "ตีนถีบ" เรื่องราวของสองคู่หูขวางนรก นักปั่นจอมกาก
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285
อ่านกันให้สนุกนะครับ
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285
อ่านกันให้สนุกนะครับ
- thumnoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 792
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2009, 13:05
- Tel: 0898652936
- team: korat
- Bike: trek
- ติดต่อ:
Re: ไขมันในเลือดสูง
เหล้า เบียร์ ไม่ค่อยทาน นานๆครั้ง แต่...หอย ....ทานเป็นประจำ
อาจจะจริง ที่ผมไม่ได้ปั่นที่โซน....เผาผลาญ....ไขมัน เพราะว่าไขมันไม่ลดเลย
อาจจะจริง ที่ผมไม่ได้ปั่นที่โซน....เผาผลาญ....ไขมัน เพราะว่าไขมันไม่ลดเลย
โยกทุกมอ ดันทุกเนิน
-
dumber
- ขาประจำ
- โพสต์: 786
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ต.ค. 2012, 21:38
- Bike: bianchi
- ติดต่อ:
Re: ไขมันในเลือดสูง
ผมตรวจสุขภาพ
คอเลสเตอรอลวัดได้ : 202
น้ำหนัก : 78
สูง : 170
หมอบอกให้คุมอาหารและออกกำลังกาย ที่ผมทำ
1. วิ่งออกกำลังกายตอนเช้า 10-13 กิโลเมตร 8 เดือนเต็มๆ + คุมอาหาร
ผลลัพที่ได้ น้ำหนักเหลือ 65 กิโลกรัม คอเลสเตอรอลเหลือ 185
ปัจจุบันเลิกวิ่งแล้ว เพราะเจ็บเข่า เลยหันมาปั่นจักรยานแทน
2. ปั่นจักรยานเสือภูเขาความเร็ว 22-30 กิโลเมตร/ชม ระยะทาง 33 กิโลเมตร + คุมอาหารไม่มากเพราะน้ำหนักไม่เกินแล้ว
ผลลัพที่ได้ น้ำหนักเหลือ 65 กิโลกรัม คอเลสเตอรอลเหลือ 175
เป็นกำลังใจให้ครับ.
คอเลสเตอรอลวัดได้ : 202
น้ำหนัก : 78
สูง : 170
หมอบอกให้คุมอาหารและออกกำลังกาย ที่ผมทำ
1. วิ่งออกกำลังกายตอนเช้า 10-13 กิโลเมตร 8 เดือนเต็มๆ + คุมอาหาร
ผลลัพที่ได้ น้ำหนักเหลือ 65 กิโลกรัม คอเลสเตอรอลเหลือ 185
ปัจจุบันเลิกวิ่งแล้ว เพราะเจ็บเข่า เลยหันมาปั่นจักรยานแทน
2. ปั่นจักรยานเสือภูเขาความเร็ว 22-30 กิโลเมตร/ชม ระยะทาง 33 กิโลเมตร + คุมอาหารไม่มากเพราะน้ำหนักไม่เกินแล้ว
ผลลัพที่ได้ น้ำหนักเหลือ 65 กิโลกรัม คอเลสเตอรอลเหลือ 175
เป็นกำลังใจให้ครับ.
- http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=64&t=270637
- http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=64&t=301411
- thumnoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 792
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2009, 13:05
- Tel: 0898652936
- team: korat
- Bike: trek
- ติดต่อ:
Re: ไขมันในเลือดสูง
ขอบคุณมากครับ ทุกคำตอบ แล้วผมจะนำไปปฎิบัติตาม แล้วปีหน้ามาวัดผลกันใหม่
โยกทุกมอ ดันทุกเนิน
- phanu phongdee
- ขาประจำ
- โพสต์: 410
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2011, 12:15
- team: ไม่มีสังกัด(เข้าGANGไหนหัวหน้าตายหมด)
- Bike: LA XT920,จักรยานพับ
- ตำแหน่ง: บ้านริมคลอง วัดศรีวารีน้อย
- ติดต่อ:
Re: ไขมันในเลือดสูง
น้ำหนักลดลงจาก มก.55=102 กก. มก. 56=96.5 กก.
นอกนั้นต่ำกว่าเกณทุกอย่าง...มีไตรเกอรีนที่ยังสูงกว่าเกณนิดๆเหมือนเดิม
หมอคนใหม่ถามว่ากินกาแฟบ่อยไหม
ผมบอกว่าวันละหลายแก้ว..และเบียร์3-4ขวดทุกวัน..
หมอมองหน้าผม..อายุ 43 น้ำหนักก็มากแบบอ้วนทำไมคนๆนั้น(ชี้ไปที่เพื่อนผมซึ่งมันรับใบตรวจสุขภาพก่อนผม)
..เค้าน้ำหนักในเกณแต่มีทั้งไขมันและคอเลสเตอร์ลอนเกินเยอะเลย
ผมตอบกัลไปว่า..อ๋อผมขี่จักรยานประจำครับ..แค่นั้นแหละ..หมอก็ไม่ได้แนะนำอะไรอีกแค่ยิ้มๆ
..สรุปว่าปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วตรงที่น้ำหนักหายไปอีกห้ากิโล..นอกนั้นปกติ...
..ขอโทษผมเลิกป่วยแล้วหมอ...
ลา บางน้ำจืด(เข้าGANGไหนหัวหน้าตายหมด)
- 2991
- ขาประจำ
- โพสต์: 954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 19:55
- Tel: 0853456123
- team: 0853456123
- Bike: ปั่น mosso,bianchi
Re: ไขมันในเลือดสูง
คุณต้องกินน้ำกระแช่ เอ๊ย!ไม่ใช่ คุณต้องกินกระเจี๊ยบ แบบไม่ต้องใส่พุทราจีน ระยะหนึ่งครับจะพอกเลือดแบบแรงๆเลย ถ้ากินมากเลือดจะจางเลยครับ และก็กินน้ำกระเจี๊ยบ พุทราจีน เป็นระยะ ๆ ช่วยได้ครับ ทำอยู่
ขาย[/url]
- thumnoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 792
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2009, 13:05
- Tel: 0898652936
- team: korat
- Bike: trek
- ติดต่อ:
- 2991
- ขาประจำ
- โพสต์: 954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 19:55
- Tel: 0853456123
- team: 0853456123
- Bike: ปั่น mosso,bianchi
Re: ไขมันในเลือดสูง
ใส่(น้อยก็ดี)หรือไม่ใส่ก็ได้ครับ แต่โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องทำเองก็ได้ ซื้อกินตามร้านน้ำหวานใส่น้ำแข็งthumnoon เขียน:น้ำกระเจี๊ยบ เพียวๆไช่ไหม๊ครับ ไม่ต้อง ใส่น้ำตาล
ขาย[/url]
- T39
- ขาประจำ
- โพสต์: 491
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2008, 20:18
- Tel: 0817676XXX
- team: แสงดาวแห่งศรัทธา
- Bike: Gary Fisher ,TREK,Specialized S-Work M5 2010,Mustang by Ford
Re: ไขมันในเลือดสูง
เหมือนผมเลยครับของผมก็สูง
ไขมันตัวร้ายหรือที่เรียกว่า LDL ซึ่งเท่ากับ 172 ถือว่าสูงถึงขั้นกินยา(แต่ยังไม่ได้กิน รอปรับพฤติกรรมอีก 3 เดือน ถ้าไม่ลด พบหมอคราวหน้าก็ต้องกินยาอย่างแน่นอน) ก่อนตรวจผมมั่นใจมากว่าไม่เจอไขมันสูงอย่างแน่นอน เพราะผมวิ่งเป็น 10 กม.ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3 วัน อาจมีปั่นจักรยานสลับบ้าง แต่ปั่นขึ้นเขา ถ้าทางเรียบก็ปั่นแบบเอาจริงเอาจัง
คงเป็นเพราะว่า ออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเกินโซนเผาผลาญไขมันก็อาจเป็นได้
เท่าที่ทราบมาจากการอ่าน(จำไม่ได้ว่าอ่านมาจากไหน) เขาบอกว่า "70% หรือ...ไม่แน่ใจในตัวเลข(รอกูรูมาบอกอีกทีนะ)มาจากที่ตับผลิตขึ้นมาเอง ซึ่งผลมาจากฮอร์โมนที่ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้า เช่น ความเครียดหรือเป็นความผิดปกติในระบบร่างกายเราเองด้วย
ที่เหลือสมมติว่า 30%มาจากอาหารที่เรากินเข้าไป-การออกแรงเพื่อเผาผลาญ เป็นต้น
อ่านพบอีกตำราเขาบอกว่า...การนอนดึกคือเจ้าปัญหาสำคัญ ทำให้เราเผาผลาญไขมันน้อยลง
ยังไงท่านใดมีข้อมูลที่ถูกต้องช่วยแก้ไขความเข้าใจผมด้วยครับ เพราะผมกำลังหาสาเหตุที่จะลดไขมันในกระแสเลือดให้ได้อีกคนเช่นเจ้าของกระทู้ครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ไขมันตัวร้ายหรือที่เรียกว่า LDL ซึ่งเท่ากับ 172 ถือว่าสูงถึงขั้นกินยา(แต่ยังไม่ได้กิน รอปรับพฤติกรรมอีก 3 เดือน ถ้าไม่ลด พบหมอคราวหน้าก็ต้องกินยาอย่างแน่นอน) ก่อนตรวจผมมั่นใจมากว่าไม่เจอไขมันสูงอย่างแน่นอน เพราะผมวิ่งเป็น 10 กม.ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3 วัน อาจมีปั่นจักรยานสลับบ้าง แต่ปั่นขึ้นเขา ถ้าทางเรียบก็ปั่นแบบเอาจริงเอาจัง
คงเป็นเพราะว่า ออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเกินโซนเผาผลาญไขมันก็อาจเป็นได้
เท่าที่ทราบมาจากการอ่าน(จำไม่ได้ว่าอ่านมาจากไหน) เขาบอกว่า "70% หรือ...ไม่แน่ใจในตัวเลข(รอกูรูมาบอกอีกทีนะ)มาจากที่ตับผลิตขึ้นมาเอง ซึ่งผลมาจากฮอร์โมนที่ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้า เช่น ความเครียดหรือเป็นความผิดปกติในระบบร่างกายเราเองด้วย
ที่เหลือสมมติว่า 30%มาจากอาหารที่เรากินเข้าไป-การออกแรงเพื่อเผาผลาญ เป็นต้น
อ่านพบอีกตำราเขาบอกว่า...การนอนดึกคือเจ้าปัญหาสำคัญ ทำให้เราเผาผลาญไขมันน้อยลง
ยังไงท่านใดมีข้อมูลที่ถูกต้องช่วยแก้ไขความเข้าใจผมด้วยครับ เพราะผมกำลังหาสาเหตุที่จะลดไขมันในกระแสเลือดให้ได้อีกคนเช่นเจ้าของกระทู้ครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับ
"ไปถีบรถกันดีกว่า"
anybody who rides a bike is a friend of mine...Gary Fisher
anybody who rides a bike is a friend of mine...Gary Fisher