ทริป To say.....hello Vietnam เริ่ม หน้า 16 [ ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์ ]
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
เอ้ามาคลายเครียดกันดีกว่า เพลงซึ้งจาก เท่ห์ ครับ
[youtube]Mm1JlJgKnqw&autoplay=1[/youtube]
[youtube]Mm1JlJgKnqw&autoplay=1[/youtube]
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
Sra Srang
เป็นสระน้ำใช้ในส่วนราชวงค์ มีขนาดใหญ่ [ดูขนาดตามที่ผมถ่ายในป้าย Village & Srah Srang nature trails ระบุ] ใช้เป็นที่เก็บกักน้ำไว้ใช้มานานกว่า 10 ศตวรรษ จุดที่ผมถ่ายรูป อยู่ตรงตำแหน่งมุมใกล้ Rohall Village เส้นทางนี้จะนำคุณมาพบกับความสำเร็จ ในการจัดการกับระบบน้ำของอาณาจักร ขแมร์ ในศตวรรต 10 ,12 . ภูมิประเทศบริเวณหลากหลายสวยงามเท่าที่คุณมองเห็นด้วยสายตาของคุณ พบเห็นชาวบ้านทำการเกษตรกรรม การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การดำรงชีวิตของชาวชนบทชาวบ้านบางคนมีรายได้เพิ่มจากผลผลิดของใบปาล์ม และวัวลากเกวียน ซึ่งคุณจะมาสัมผัสกับบรรยากาศที่นี่ ในแสงแรกแห่งดวงตะวันสาดส่องหรือสัมผัสในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน


East Mebon
สร้างใน กลาง คศ. 10 ในสมัย Rajenddravarman สไตล์ Pre Rup



เป็นสระน้ำใช้ในส่วนราชวงค์ มีขนาดใหญ่ [ดูขนาดตามที่ผมถ่ายในป้าย Village & Srah Srang nature trails ระบุ] ใช้เป็นที่เก็บกักน้ำไว้ใช้มานานกว่า 10 ศตวรรษ จุดที่ผมถ่ายรูป อยู่ตรงตำแหน่งมุมใกล้ Rohall Village เส้นทางนี้จะนำคุณมาพบกับความสำเร็จ ในการจัดการกับระบบน้ำของอาณาจักร ขแมร์ ในศตวรรต 10 ,12 . ภูมิประเทศบริเวณหลากหลายสวยงามเท่าที่คุณมองเห็นด้วยสายตาของคุณ พบเห็นชาวบ้านทำการเกษตรกรรม การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การดำรงชีวิตของชาวชนบทชาวบ้านบางคนมีรายได้เพิ่มจากผลผลิดของใบปาล์ม และวัวลากเกวียน ซึ่งคุณจะมาสัมผัสกับบรรยากาศที่นี่ ในแสงแรกแห่งดวงตะวันสาดส่องหรือสัมผัสในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
East Mebon
สร้างใน กลาง คศ. 10 ในสมัย Rajenddravarman สไตล์ Pre Rup
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 29 ม.ค. 2013, 10:30, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
จากนั้นผมเลี้ยวขวามุ่งไปตามเส้นทางที่จะไป บันทายศรี ผ่านหมู่บ้านที่ทำน้ำตาลโตนด ทั้งหมู่บ้านเพื่อขายให้แก่นักท่องเที่ยว ขาไปไม่ได้ถ่ายรูป ตั้งใจว่าเดี๋ยวขากลับจะมาเก็บรายละเเอียดอีกที
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 28 ม.ค. 2013, 19:55, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
Banteay Srei ปราสาทบันทายศรี จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปราสาทบันทายศรี (เขมร: ប្រាសាទបន្ទាយស្រី ปราสาทบนฺทายศฺรี) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ
ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร
ประวัติ
ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่า "ตรีภูวนมเหศวร" หรือ "ผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม" ปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายาก สร้างขึ้นเมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ยัชญวราหะ ในตอนปลายของสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 (หรือพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4 พ.ศ. 1487 - 1511) และเสร็จในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1554)
ซุ้มประตูทางเข้า จำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณลวดลายมีความละเอียดสวยงามมาก
ซุ้มทางซ้ายมือ จำหลักภาพพระอิศวรทรงโค มีพระอุมาเทวีประทับด้านซ้าย
ซุ้มทางขวามือ มีรูปพระนารายณ์อวตารเป็นนรสิงห์
ผ่านประตูเข้าไปจะเห็นปราสาทองค์แรก สร้างอยู่เหนือฐานเดียวกันซึ่งสูง 90 เซนติเมตร ขนาบด้วยบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาตำราหรือวัตถุที่ใช้ในพิธีเคารพบูชา มีประตูเข้าทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซุ้มประตูหรือโคปุระนี้ ประดิษฐานปฏิมากรรมด้วยลวดลายที่งามวิจิตรอ่อนช้อย ลวดลายประดับที่ปราสาทบันทายศรี สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นเทพธิดาหรือนางอัปสรา ก็เต็มไปด้วยความสง่างามและมีชีวิตจิตใจ
ในกรอบซุ้มปราสาทองค์แรก มีรูปพระศิวะกำลังร่ายรำ หรือที่เรียกว่า ศิวนาฏราช ท่ารำของพระองค์มีถึง 108 ท่า แต่ละท่ามีผลต่อฟ้าดิน หน้าบันของห้องสมุดทางด้านทิศใต้ สลักภาพพระอิศวรกำลังประทับนั่งอยู่เหนือเขาไกรลาศ
ที่หน้าบันห้องสมุดทางด้านทิศเหนือ แสดงภาพพระอินทร์กำลังบันดาลให้ฝนตกลงมา บนอาคารเดียวกันนี้ เหนือหน้าบันทางทิศตะวันตกแสดงภาพพระกฤษณะกำลังประหารพระยากงศ์ในพระราชวัง ภาพสลัก ณ ปราสาทบันทายศรี นอกจากความงดงามในฝีมือการสลักแล้ว ยังมีคุณค่าเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง อันเห็นได้จากความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพเหล่านั้น ซึ่งเป็นพยานหลักฐานชิ้นแรก ที่ทำให้เราทราบเกี่ยวกับชีวิตของชาวขอมในต้นพุทธศตวรรษที่ 16
นักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ อองเดร มาลโรซ์ เจ้าของผลงาน เสน่ห์ตะวันออก เดินทางมาชมปราสาทนี้เมื่อ พ.ศ. 2466 ได้ใช้เลื่อยและลิ่มสกัดเอาซอกมุมรูปนางอัปสราออกไป 6 ชิ้น มาลโรซ์กับเพื่อนถูกจับบนเรือกลไฟที่พนมเปญ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ปีเดียวกันนั้นเอง
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2467 ศาลที่พนมเปญตัดสินให้จำคุกมาลโรซ์เป็นเวลา 3 ปีและเพื่อนได้รับโทษจำคุก 8 เดือนแต่รอลงอาญาทั้งคู่ สิ่งของที่ขโมยออกไปนั้นถูกนำกลับมาไว้ที่เดิมในปี พ.ศ. 2467
หลังจากกลับไปยังปารีส เขาได้ออกหนังสือพิมพ์ชื่ออินโดจีน เผยแพร่เรื่องราวของปราสาทในกัมพูชา ด้วยผลงานที่เป็นนักศิลปะจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2502
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
ปราสาทบันทายศรี (เขมร: ប្រាសាទបន្ទាយស្រី ปราสาทบนฺทายศฺรี) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ
ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร
ประวัติ
ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่า "ตรีภูวนมเหศวร" หรือ "ผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม" ปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายาก สร้างขึ้นเมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ยัชญวราหะ ในตอนปลายของสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 (หรือพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4 พ.ศ. 1487 - 1511) และเสร็จในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1554)
ซุ้มประตูทางเข้า จำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณลวดลายมีความละเอียดสวยงามมาก
ซุ้มทางซ้ายมือ จำหลักภาพพระอิศวรทรงโค มีพระอุมาเทวีประทับด้านซ้าย
ซุ้มทางขวามือ มีรูปพระนารายณ์อวตารเป็นนรสิงห์
ผ่านประตูเข้าไปจะเห็นปราสาทองค์แรก สร้างอยู่เหนือฐานเดียวกันซึ่งสูง 90 เซนติเมตร ขนาบด้วยบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาตำราหรือวัตถุที่ใช้ในพิธีเคารพบูชา มีประตูเข้าทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซุ้มประตูหรือโคปุระนี้ ประดิษฐานปฏิมากรรมด้วยลวดลายที่งามวิจิตรอ่อนช้อย ลวดลายประดับที่ปราสาทบันทายศรี สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นเทพธิดาหรือนางอัปสรา ก็เต็มไปด้วยความสง่างามและมีชีวิตจิตใจ
ในกรอบซุ้มปราสาทองค์แรก มีรูปพระศิวะกำลังร่ายรำ หรือที่เรียกว่า ศิวนาฏราช ท่ารำของพระองค์มีถึง 108 ท่า แต่ละท่ามีผลต่อฟ้าดิน หน้าบันของห้องสมุดทางด้านทิศใต้ สลักภาพพระอิศวรกำลังประทับนั่งอยู่เหนือเขาไกรลาศ
ที่หน้าบันห้องสมุดทางด้านทิศเหนือ แสดงภาพพระอินทร์กำลังบันดาลให้ฝนตกลงมา บนอาคารเดียวกันนี้ เหนือหน้าบันทางทิศตะวันตกแสดงภาพพระกฤษณะกำลังประหารพระยากงศ์ในพระราชวัง ภาพสลัก ณ ปราสาทบันทายศรี นอกจากความงดงามในฝีมือการสลักแล้ว ยังมีคุณค่าเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง อันเห็นได้จากความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพเหล่านั้น ซึ่งเป็นพยานหลักฐานชิ้นแรก ที่ทำให้เราทราบเกี่ยวกับชีวิตของชาวขอมในต้นพุทธศตวรรษที่ 16
นักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ อองเดร มาลโรซ์ เจ้าของผลงาน เสน่ห์ตะวันออก เดินทางมาชมปราสาทนี้เมื่อ พ.ศ. 2466 ได้ใช้เลื่อยและลิ่มสกัดเอาซอกมุมรูปนางอัปสราออกไป 6 ชิ้น มาลโรซ์กับเพื่อนถูกจับบนเรือกลไฟที่พนมเปญ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ปีเดียวกันนั้นเอง
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2467 ศาลที่พนมเปญตัดสินให้จำคุกมาลโรซ์เป็นเวลา 3 ปีและเพื่อนได้รับโทษจำคุก 8 เดือนแต่รอลงอาญาทั้งคู่ สิ่งของที่ขโมยออกไปนั้นถูกนำกลับมาไว้ที่เดิมในปี พ.ศ. 2467
หลังจากกลับไปยังปารีส เขาได้ออกหนังสือพิมพ์ชื่ออินโดจีน เผยแพร่เรื่องราวของปราสาทในกัมพูชา ด้วยผลงานที่เป็นนักศิลปะจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2502
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 29 ม.ค. 2013, 05:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
จากนั้นผมปั่นกลับเส้นทางเดิมเพื่อจะดู วิถีชีวิตของชาวชนบท แวะดู พิพิธภัณฑ์ กับระเบิดของชาวบ้าน หรือ The Cambodia Landmine Museum. ที่ตั้งติดถนนที่ไป ปราสาท
มีการจัดแสดง อาวุธต่างๆมีทีมาหลายประเทศ จีน รัสเซีย อเมริกัน อาวุธที่ใช้ประหัตปรระหารกัน ระเบิดที่อเมริกันทิ้งลงมาจากเครื่องบิน กับระเบิดรถถัง อาวุธเคมี สถานที่จัดแสดง ค่อนข้างเล็ก แต่มันเล่าเรื่องราวในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ตั๋วเข้าชม 3 เหรียญ




คุณยังจดจำเขาคนนี้สมัย หนุ่มๆได้หรือเปล่าหนอ
จากลูกชาวบ้านธรรมดา สมัครเป็นทหารเข้าร่วมล้มระบอบกษัตย์ หลังจากนั้น ล้ม ลอน นอล หนีเข้าป่า พากองทัพเวียตนาม ล้ม พลพต ปัจจุบัน เป็นสมเด็จ บริหารประเทศครับพ้ม



มีการจัดแสดง อาวุธต่างๆมีทีมาหลายประเทศ จีน รัสเซีย อเมริกัน อาวุธที่ใช้ประหัตปรระหารกัน ระเบิดที่อเมริกันทิ้งลงมาจากเครื่องบิน กับระเบิดรถถัง อาวุธเคมี สถานที่จัดแสดง ค่อนข้างเล็ก แต่มันเล่าเรื่องราวในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ตั๋วเข้าชม 3 เหรียญ
คุณยังจดจำเขาคนนี้สมัย หนุ่มๆได้หรือเปล่าหนอ
จากลูกชาวบ้านธรรมดา สมัครเป็นทหารเข้าร่วมล้มระบอบกษัตย์ หลังจากนั้น ล้ม ลอน นอล หนีเข้าป่า พากองทัพเวียตนาม ล้ม พลพต ปัจจุบัน เป็นสมเด็จ บริหารประเทศครับพ้ม
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX
Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 29 ม.ค. 2013, 09:28, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- sorpinya
- ขาประจำ
- โพสต์: 789
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
- team: ผีบ้า บ่พอปัว
- Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX