เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ
ผมเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะมีไอดอล ผมก็มีครับ ไอดอลของผมคือ พี่ตั้ม เวลโล ครับ และเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อน พี่เค้าได้ลงไปแข่งงาน BangkokCriterium3 ที่กทม.
ผมก็ได้มีโอกาศเจอและขอถ่ายรูปด้วย พอถ่ายเสร็จ ผมก็บอกพี่เค้าไว้ว่า ผมจะไปหาพี่ที่เชียงใหม่....
ผมก็เลยปั่นจักรยานไปร้านพี่ตั้ม ตอนแรกเข้าใจว่าอยู่ตรงประตูช้างเผือก ก็ปั่น วนหาอยู่ 2 รอบ ก็ไม่เจอ
แต่โชคดีที่เจอพี่ที่ปั่นจักรยานอยู่แถวนั้น ผมเลยได้ถามและพี่เค้าก็ว่าย้ายไปอยู่ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ ผมก็เลยปั่นไป
พอไปถึงร้าน ก็เข้าไป ปรากฏว่าไม่เจอพี่ตั้ม พี่ที่ร้านบอกว่า พี่ตั้มพึ่งออกไปปั่นรถ กลับประมาณทุ่มนึง (ตอนนั้นเป็นเวลา 6 โมงนิดๆ)
ผมจึงไปเอากระเป๋าที่ส่งให้พี่ที่มช. ก่อนและแวะมาหาพี่ตั้มอีกทีในตอน 1 ทุ่มครับ
ซ้าย (3 อาทิตย์ก่อนที่ เกษตรนวมินทร์ กทม) /// ขวา (ร้าน Velocity เชียงใหม่)
หลังจากทำภารกิจทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ได้เวลาหาที่พัก ที่พักที่ผมได้อยู่แถวประตูท่าแพ เป็นที่ที่ผมพักเมื่อครั้ง Backpack มาเที่ยวเหนือเมื่อปีที่แล้ว
โดยราคาห้องอยู่ที่ 200 บาท ห้องพัดลม และไม่มีน้ำอุ่น
สรุปทริป ......
ในตอนแรกที่ผมวางแผนมาก่อนปั่น สิ่งเดียวที่ผมกลัวคือ ระยะทางที่จะปั่นไม่ไหวในแต่ละวัน การควบคุมความเร็วไม่ได้เมื่อปั่นคนเดียว และระยะทางจะไม่เป็นไปตามที่วางไว้
เส้นทางเนิน และ เขาที่ไม่สามารถปั่นผ่านไปได้
แต่ทั้งหมด ผมก็ผ่านมันมาได้อย่างง่ายดาย ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และจากที่คิดว่าเมื่อปั่นถึงจะล้าและทำอะไรไม่ได้
แต่มันเหมือนกับการปั่นมาเรื่อยๆซะมากกว่า ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหรืออะไรเท่าไหร่
มีเพียงแต่ความน่าเบื่อ ความเหงา ที่เราต้องใช้ชีวิตทนอยู่บนอานจักรยานทั้งวัน
อ่อออ ลืมอีกอย่าง ปวดคอด้วย รถไม่ได้ถูกเซ็ตมาให้นั่งสบาย ปวดคอปวดไหล่ตลอดทาง แต่ก็อยู่ในระดับที่ทนได้
โดยจบทริปนี้ไม่มีอุบัติเหตุอะไรแม้แต่น้อย ถือว่าโชคดีมาก อุปกรณ์และยางในทั้งหมด ก็ไม่ได้ใช้เลย
- ระยะทางทั้งหมด 726 กิโลเมตร
- เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการปั่น 31ชั่วโมง 50 นาที
สุดท้ายนี้สำหรับพี่ๆท่านไหนที่คิดจะปั่นมาเชียงใหม่ ผมว่าปั่นมาได้เลยครับ ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน ถ้าเตรียมตัวมาดี
ขอบคุณ พี่ๆทุกคนที่คอยติดตามและรับชมนะครับ
อีกไม่นาน จะมีทริปยาวๆสนุกๆแบบนี้มาเล่าให้ฟังอีกแน่นอน และจะต้อง โหดกว่าครั้งนี้อย่างแน่นอน
-/\-