สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

Democrazy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1702
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 12:29
Tel: 0846605533
team: Cycle Square Rama 3
Bike: Bianchi Oltre XR2
ติดต่อ:

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย Democrazy »

StoneRoses เขียน:ไม่ว่าจะหนักหรือเบา ถ้าแรงต้านอากาศเท่ากัน การรักษาความเร็วคงที่ใช้กำลังเท่ากัน อันนี้กลศาสตร์ขั้นเบสิกที่สุดแล้ว

ที่บอกมีแรงเฉื่อยช่วย แสดงว่าคุณไม่ได้ปั่นความเร็วคงที่แล้ว แต่ปั่นช้าลง เพราะแรงเฉื่อย (เรียกให้ถูกคือพลังงานจลน์) มันถูกเอาไปใช้ในการต้านแรงลม ถ้าปั่นรักษาความเร็วคงที่ พลังงานจลน์เท่าเดิม หนักเบามันไม่เกี่ยวแล้ว

การที่รถหนักจะเร่งความเร็วขึ้นมาเท่ารถเบา คุณต้องใส่พลังงานเข้าไปมากกว่า อันนี้ก็เป็นกลศาสตร์ขั้นพื้นฐานอีกเหมือนกัน แล้วหนักมันจะดีกว่าเบาได้อย่างไร?

ผมเดาว่าความรู้สึกว่ารถหนักอาจดูเหมือนช่วย เพราะมันเอาพลังงานจลน์ที่สะสมมาช่วยในจังหวะคุณหมด (ความเร็วกำลังตก a ติดลบ เพราะแรงคนมันน้อยกว่าแรงต้าน) ทำให้เราเกิดความรับรู้ว่ารถหนักมันช่วย แต่ลืมคิดไปว่าตอนที่เร่งความเร็วขึ้นมาเราใช้แรงมากกว่ารถเบา

จริงๆ รถหนัก ถ้าคิดรวมตลอดการปั่นทั้งหมด เราใช้แรงมากกว่ารถเบาแน่นอน เพราะมันมีการเปลี่ยนความเร็วไปตลอดทาง
แรงเฉื่อยนี่พลังงานศักย์นะครับไม่ใช่พลังงานจลย์ (moment of Inertia)

รถหนักใช้แรงมากกว่ารถเบาในการทำให้เคลื่อนที่จริงครับ แต่ด้วยความหนักก็ทำให้สามารถคงความเร็วสู้กระแสลมได้ดีกว่ารถเบา(เร่งความเร็วยากก็จะหยุดยากกว่า)

ทำให้ออกแรงเติมน้อยกว่า และถ้าได้เคยลองปั่นดูเองก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากครับว่ารถหนักคงความเร็วฝ่ากระแสลมได้ดีกว่า

รถไทม์ไทร์ดีๆส่วนมากจะมีน้ำหนักพอสมควร ดูอย่างรถ Tony Martin ปีก่อนที่แข่งไทม์ไทร์ชนะฟาเบียงก็เลือกใช้ล้อ Hed ยางงัดทั้งหน้าและหลัง(ทั้งที่รุ่นยางฮาร์ฟเบากว่า)เพื่อให้มีน้ำหนักที่ขอบล้อเป็นแรงเหวี่ยง(เคยอ่านเจอว่าน้ำหนักที่ล้อ(dynamic)จะมีผลมากกว่าที่รถ(static)ถึง 3 เท่า) ถ้ายิ่งเบายิ่งได้เปรียบรับรองได้เห็นรถไทม์ไทร์เบาๆแน่นอน(ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก)

รูปภาพ
"เทคนิคการปั่นเสือหมอบ"
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=129&t=6760

"Prowut Bike Fitting"
https://www.facebook.com/prowut.bikefitting

"Power tends to corrupt and Absolute Power corrupts absolutely". Lord Acton
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย StoneRoses »

Dynamics 101

คำว่า "แรงเฉื่อย" เป็นการใช้ภาษาที่ผิดครับ ที่ถูกคือ "ความเฉื่อย" (Inertia) มันไม่ใช่แรง (force) หรือพลังงาน (energy)

นิยามของ "ความเฉื่อย" ในเชิงกลศาสตร์ ผมหามาจาก Wikipedia
Inertia is the resistance of any physical object to a change in its state of motion or rest, or the tendency of an object to resist any change in its motion.
http://en.wikipedia.org/wiki/Inertia
http://en.wikipedia.org/wiki/Moment_of_inertia

มันคือความต้านทานการเปลี่ยนแปลงสถานะในการเคลื่อนที่ สำหรับวัตถุที่ไม่หมุน มันคือมวล (mass) นั่นเอง มวลมาก ต้องใช้พลังงานมากในการทำให้มันเคลื่อนที่ไปที่ความเร็วหนึ่ง และสำหรับการหมุนความต้านทานการหมุนเรียก moment of inertia หรือ rotational inertia คือความเฉื่อยต่อการหมุน ยิ่งมากก็ต้องใช้พลังงานมากในการหมุนไปที่ความเร็วรอบหนึ่ง

ย้ำนะครับ Inertia แปลว่า ความเฉื่อยหลักๆ มันคือมวล วัดเป็นกิโลกรัม หรือถ้าความเฉื่อยการหมุนก็วัดในหน่วย kg·m^2 ความเฉื่อยเป็นลักษณะของวัตถุ ไม่ใช่แรง หรือพลังงาน

ส่วนพลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ผมหานิยามได้ดังนี้
In physics, the kinetic energy of an object is the energy which it possesses due to its motion.[1] It is defined as the work needed to accelerate a body of a given mass from rest to its stated velocity.
http://en.wikipedia.org/wiki/Kinetic_energy

อย่างที่บอก สมมติวัตถุที่เฉื่อยมาก (มวลมากหรือหนักตามภาษาชาวบ้าน) มันคงความเร็วต่อแรงต้านลมได้มากกว่าจริง แปลว่าถ้าหน้าตาวัตถุเหมือนๆ กัน มันจะโดนลมต้านแล้วความเร็วลดช้ากว่าวัตถุที่มวลน้อยกว่าหรือเบา อันนี้จริงครับ ผมก็บอกแล้วว่ามันเป็นความจริงทางฟิสิกส์ แต่ถ้าคุณจะรักษาความเร็วคงที่ มันไม่เกี่ยวกับมวลครับ มวลมากมวลน้อยถ้าต้านลมเท่ากันกัน ต้องทำงาน (work = power x time = speed x drag x time) เท่ากันเพื่อรักษาสภาพการเคลื่อนที่นั้นไว้ให้เหมือนเดิม
แก้ไขล่าสุดโดย StoneRoses เมื่อ 25 ม.ค. 2013, 11:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Democrazy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1702
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 12:29
Tel: 0846605533
team: Cycle Square Rama 3
Bike: Bianchi Oltre XR2
ติดต่อ:

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย Democrazy »

ลองสมมุติเล่นๆ ว่ามีจัดแข่งไทม์ไทร์พระราม 9 ที่คลองส่งน้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นทางเรียบ ขาไปลมส่ง ขากลับทวนลม คุณจะเลือกใช้ล้อคู่ไหนใส่รถไทม์ไทร์ของคุณระหว่าง

1. ล้อยางฮาร์ฟ น้ำหนัก 1200 กรัม (Bora One)
2. ล้อยางงัด น้ำหนัก 1700 กรัม (Dura-Ace C50)

หมายเหตุ ล้อทั้งคู่สูง 50 มม. เท่ากัน ความลื่นและความแอโร่ก็ใกล้เคียงกัน จุดที่ต่างกันอย่างมากคือน้ำหนัก 500 กรัม


หรือ ตามคำถาม ถ้ามีรถไทม์ไทร์ 2 คัน คันนึงหนัก 6.8 โล อีกคันหนัก 10 โล ล้อเฟรมสเป็คเดียวกัน ในสถานการณ์แข่งนี้คุณจะเลือกขี่รถคันไหน



สำหรับผมเลือกล้อ C50 / หรือรถหนัก 10 โล ครับ และจากประสบการณ์มั่นใจว่าได้เปรียบกว่าแน่นอนครับ
"เทคนิคการปั่นเสือหมอบ"
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=129&t=6760

"Prowut Bike Fitting"
https://www.facebook.com/prowut.bikefitting

"Power tends to corrupt and Absolute Power corrupts absolutely". Lord Acton
OSK 97
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13629
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
team: ทุ่งสง
Bike: focus max. neilpride bora

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย OSK 97 »

ผมชอบกระทู้ที่ตอบด้วย ความรู้ เหตุผล ประสบการณ์จริง มันทําให้พวกเรา ได้แนวคิด ทัศนคติที่ดี ในการปรับปรุงการขี่รถของเราให้ดีขึ้น
;) อาจจะมีความแตกต่างทางความคิด แต่ก็มีเหตุผลนําทางของตนเอง ขอชื่นชม ทุกท่านที่มาให้ความรู้อีกที :P
สําหรับผม ตอนที่อ่านหัวกระทู้แรกๆผมตอบทันทีว่ารถเบาได้เปรียบ แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจซะแล้ว :cry:
รูปประจำตัวสมาชิก
DraftBeer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4472
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2008, 17:08
Tel: 0814461178
team: รั้งท้ายทีมลื่นไหล
Bike: Dale-Red, Venge-Red, Titanos-XX1, Tendem, CRF250X, MSX
ตำแหน่ง: 15 ซ.ผาสุก2 ถ.กาญจนวนิช อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย DraftBeer »

giro เขียน:ผมมาช่วยตอบให้เข้าเรื่องจักรยานจำเพาะให้ครับ
ถ้าได้อ่านเนื้อหาจากหนังสือต่างประเทศหรือจากบทความตางประเทศจะสงสัยครับว่า .........มันไม่มีคำว่า"เหวี่ยง"ปรากฏเลยครับ

คำว่าเหวี่ยงนั้นเป็นการสร้างคำนิยามของนักจักรยานไทยเราครับ ในทางกลับกันเลยครับ ล้อจักรยาน(และล้อรถยนต์)ที่ดี จะต้องหมุนอย่างคงที่เป็นแรงที่สม่ำเสมอ จะเห้นได้จากวลี ..... spin smoothly ....... ถ้าโบราณๆคงเรียกกันว่า"หมุนสะมอเร่" :mrgreen: แล้วอาการเหวี่ยงที่เราๆเรียกมันคืออะไร? เพราะเวลายกล้อวงละครึ่งแสน วงละเกือบแสน มาหมุน ก็พบว่า มันไม่เห็นมาอาการ"เหวี่ยง"ตัวเลย ตรงกันข้าม ผมเอาล้อวงละสามพัน สี่พันมาหมุน เออ พบว่ามันมีอาการเหวี่ยงในบางจุดของวงล้อ

อ้าววว งั้นแปลว่าล้อเหวี่ยงๆกลับเป็นล้อรุ่นล่างๆสิเนี่ย??

มาบางอ้อตรงคำอธิบายของพี่ๆครับว่า ไอ้ล้ออลูฯรุ่นล่างๆ ตรงรอยเชื่อมของขอบจะมีน้ำหนักมากกว่าขอบช่วงอื่น ทำให้การหมุน"ไม่ราบลื่น" และมีแอบบอกผมมาว่า คนหลายๆคนยังเข้าใจว่านี่คือคำว่า"เหวี่ยง" ที่ว่ากัน

ผมก็จะขออธิบายคำว่าเหวี่ยงในที่นี้เลยครับ หลังจากอ่านทฤษฏีฟิสิกส์เชิงกลพื้นฐานกันมาแล้ว

กลับมาที่ล้จักรยานครับ อาการเหวี่ยงนั้นมาจากล้อที่เราเรียกกันว่า"ล้อขอบสูง" ซึ่งอันที่จริงตัวมนเองมีคุณลักษณะเรื่อง"อากาศพลศาสตร์" หรือ แอโร่ไดนามิค เป็นหลักครับ ที่มา มาอย่างไรนั้น รบกวนไปอ่านจากแนะนำล้อ Zipp ครับ ตรงนั้นทางผู้นำเข้าอธิบายใว้กระจ่างแล้ว ทั้งล้อขอบสูงและล้อดิสค์ ล้วนแต่"เหวี่ยง"ด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าตัวมันเองหมุนอย่างไม่สม่ำเสมอครับ

ถ้าจะพูดว่า"เหวี่ยง" คงไม่ตรงนัก ต้องบอกว่า ล้อมัน"รักษาการเคลื่อนที่" ได้ดีมากกว่าครับ ซึ่งอากาศพลศาสตร์ทำหน้าที่ทั้งลดแรงต้านและสลายแรงฉุดตรงนี้ ทำให้ล้อพวกนี้ดูมีอาการเหมือนว่ามันไหลไปเองได้ง่ายๆ เหมือนว่ามีอะไรซักอย่างผลักมันไปข้างหน้า ยิ่งล้อดิสค์ยิ่งแล้วใหญ่ การออกแบบจะยิ่งทำให้ลมในองศาอื่นๆบางมุมช่วยผลักล้อได้เหมือนใบเรือ ดังนั้นคนขี่จึงรู้สึกว่ามันลื่น ไหล ไปด้านหน้าแถมมีแรงผลักด้วย

ส่วนล้อขอบสูงแม้จะมีค่าแอโร่ไม่มากเท่าล้อดิสค์ แต่มันกำเนิดมาเพื่อการใช้งานบนถนนอย่างแท้จริง ลดภาวะจุดอ่อนจากลมด้านข้าง(ที่ไม่ได้มีแค่แรงผลักทำให้รถเซ แต่มันทำให้เกิดแรงฉุดหน่วงการหมุนด้วย) ขอบที่สูงนอกจากจะแหวกอากาศลดแรงฉุดแล้ว ยังทำตัวเองเป็นมวลที่อยู่ปลายสุดของแกนหมุนอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่า มวลตรงปลาย มีแรงต้านน้อย มีแรงฉุดน้อย มันจะมีความสามารถในการคงการเคลื่อนที่ไปได้มากกว่า ทำให้เกิดแรงที่เหมือน"แรงเหวี่ยง"ตัวเองไปด้านหน้า และล้อพวกนี้ แรงฉุดเกิดที่ซี่ล้อมากกว่า ต่อให้ซี่ออกแบบมาดียังไง ก็ยังมีผลกับแรงฉุด แต่ด้วยมันอยู่ใกล้กับจุดหมุน ทำให้แรงนั้นส่งผลทางเชิงกลน้อยกว่าแรงที่ขอบล้อกระทำ ดังนั้นล้อที่หนักเท่ากัน ล้อที่น้ำหนักมากกว่าอยู่ที่ขอบจะ"เหวี่ยง"ตัวมากกว่าอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ล้อที่น้ำหนักไม่ได้ตกที่ขอบจะใช้แรงน้อยกว่าในการขยับหรือหน่วงขอบ ดังนั้นล้อสองวง วงหนึ่ง 1400 กรัมขอบสูง อีกวง 1400 กรัม ขอบต่ำ วงแรกจะแอโร่ดี เรียกแบบบ้านเราว่าเหวี่ยงดี พอเอาไปขึ้นเขาอาจลำบากกว่านิดหน่อยเพราะจะหมุนมวลที่กลายล้อต้านแรงดึงดูดต้องใช้แรงมากกว่า ทำให้เจ้าล้อวงที่สองสามารถขึ้นเขาได้ดีกว่า หมุนมวลของขอบไปได้ง่ายกว่า แต่ถ้ามีกระแสอากาศไม่ว่าจะเป็นลมหรือมวลอากาศหมุนเกิดแรงฉุดก็จะส่สงผลกับมันมากกว่า ล้อจึงไม่"เหวี่ยง"ในทางราบ

ถ้าแนวคิดถ่วงล้อเพื่อให้"เหวี่ยง"นั้น จะมีผล มันก็คงเป็นแค่มวลที่ขอบที่มากขึ้น ซึ่ง มวลนี้เทียบกับเรื่องของอากาศพลศาสตร์แล้วถือว่าส่งผลน้อยกว่ามากครับ ยกตัวอย่างล้อขอบสูงยางงัด หนัก 1800 กรัม กับล้อยางงัดรุ่นประหยัด 1800 กรัมเช่นกัน สองตัวนี้มีสมรรถนะต่างกันลิบ ตัวแรกเหวี่ยงดี(ถ้าเรียกแบบบ้านเรา) วิ่งดี ตัวที่สองไม่ได้มีฟิลลิ่งนั้นเลย และแน่นอนว่าทั้งสองตัวนี้อัตราเร่งหนืดเท้าทั้งคู่ พอความเร็วสูงมากๆ กระแสอากาศยิ่งมีผลมากๆ ล้อขอบสูงหนักๆสามารถรักษาการหมุนได้ดีก็เกิดอารมณ์"เหวี่ยง" อีกตัวนึง หนักเท่ากันแท้ๆ แต่ไม่มีความสามารถทางด้านแอโร่เลย น้ำหนักที่มากไม่ได้มีผลอะไรนักเมื่อมันโดนกระแสอากาศส่งผลซะทั้งต้องแหวกแถมด้วยแรงฉุดทางด้านหลัง

มามองล้ออย่าง Roval ล้อที่"เหวี่ยง"ทั้งๆที่ขอบไม่สูงและล้อก็ไม่หนักมากมาย น้ำหนักดุมปลาดาวหนักกว่า เหวี่ยงเพราะ ลดแรงต้านและแรงฉุดที่เกิดจากซี่ล้อ อย่างที่บอกว่าแรงนี้มากมหาศาลนัก ลดระยะตรงนี้ไปได้ครึ่งๆ ก็ลดแรงได้มากมาย ล้อก็มีฟิลลิ่ง"เหวี่ยง"ได้เช่นกันโดยไม่ต้องมีน้ำหนักถ่วงที่ขอบ

สรุปสุดท้ายเลยครับ..............คำว่าเหวี่ยงที่เรียกกันนั้นไม่ได้มีอะไรมากกว่าคำว่า"แอโร่ไดนามิค" เลย.......... แต่มันไม่ผิดที่จะรู้สึกแบบนั้นบนจักรยานครับเพราะอาการที่ล้อเคลื่อนไปได้มันคล้ายการเหวี่ยงตัวจริงๆ ต้องไปหาล้อพวกนี้มาแล้วลองเอามือหมุนดูครับว่ามันหมุนส่มำเสมอมากๆ ถ้าจะมีอาการไม่ราบรื่น ก็มาจากไม่แม่เหล็กติดไมล์ ก็มาจากพวกจุ๊บสูบยางกับอะแด็ปเตอร์ต่อยาวนั่นแหละครับ

คิดง่ายๆครับ ล้อขอบสูงรุ่นพระเจ้าหนักแค่โลเดียว ทำไมมัน"เหวี่ยง"ดีกว่าล้อหนักสองโลได้?? เรื่องมวลมีผลก็จริงแต่น้อยมากๆเมื่อเทียบกับอากาศพลศาสตร์

สำหรับล้อผมว่าสิ่งสำคัญคือ
-แอโร่ไดนามิค
ไม่ใช่แค่แหวกอากาศได้ดีต้องมีแรงฉุดน้อยด้วย ทั้งจากขอบและซี่ล้อ
-น้ำหนัก
ยิ่งเบายิ่งดี เพราะแม้ว่าเบาแต่แอโร่ดี ลื่นดี มันก็ยังคงตัวได้มาก ล้อดิสค์ก็เบาลงเรื่อยๆจากกำเนิดของมัน อัตราเร่งและการขึ้นทางชันสำคัญที่นำ้หนักนี่ล่ะครับ
-แรงเสียดทานในดุม
อันนี้ก็พูดกันตรงๆว่าความลื่น ถ้าสองอย่างแรกยอดเยี่ยมดุมฝืดก็จบกัน แต่แน่นอนว่าถ้าดุมลื่น แรงเสียดทานน้อย ล้อก็หมุนไปได้ดีขึ้น
-ความแข็ง
ล้อที่ดีต้องแข็ง แข็งพอจะรับน้ำหนักได้ แข็งพอจะรับแรงบิดได้ แข็งพอจะเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง ทั้งขอบและซี่ต้องแข็งพอด้วยทั้งคู่ จะเอาเบาเข้าว่าแต่ยวบหยึยก็ไม่ใช่ล้อที่ดี

ปล.
"Gravity: The attractive force that cannot be seen, only can be felt " = เรียกกันง่ายๆว่า "เสน่ห์" หรือเปล่าครับ :mrgreen: :mrgreen: ถ้างั้นรู้สึกว่าตรงเอแบคบางนาจะมีแรงดึงดูดสูงกว่าเขาเขียวนะครับ เห็นดูดนักจักรยานจนเสียทิศทางไปสามคน คาดว่าเร็วๆนี้จะดูดไปอีกเพียบบบบบบ :mrgreen: :mrgreen:
>>ห า ด ใ ห ญ่ ลื่ น ไ ห ล ► ► ► ► ที ม เ ร า ไ ม่ ไ ด้ มี แ ค่ จั ก ร ย า น !

ถึงพวกเราจะไม่นำหน้าสุด แต่ก็ไม่เคยหลุดจากขบวน............รั้งท้าย team
รูปประจำตัวสมาชิก
nc24
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 330
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2012, 00:59
Tel: 0836495342
team: fusion garneau BF7D KU bicycle Club
Bike: garneau gennix r1
ตำแหน่ง: fusionbike ประชานิเวศ1

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย nc24 »

ผมคิดว่ารถ tt ที่ไม่เครียดเรื่องน้ำหนักเหมือนหมอบเพราะเขาขี่กันในทางราบด้วยความเร็วคงที่ครับ(น้ำหนักไม่มีผล) และอีกอย่างรถก็ต้องการความนิ่งนะครับถ้ารถเบาๆมันจะโหวงเหวงนะผมว่า เวลามีน้ำกับไม่มีน้ำในกระป๋องนี่คนละเรื่องเลย สังเกตุได้ตอนยืนปั่นครับ ตอนโยกรถนะครับ รถหนักโยกไม่ค่อยไป รถเบานี่โยกมันมาก :lol: :lol: แล้วที่ใช้ยางงัดแทนยางฮาฟทั้งที่น้ำหนักเยอะกว่าก็เพราะน้ำหนักมีผลไม่มากในรถTTงัยล่ะครับ เพราะรถ TT ต้องการความเสถียรในการทรงตัวครับ เพราะล้อที่หมุนอยู่เป็นตัวหลักที่ใช้ในการทรงตัวของรถจักรยานเลยครับ มันเป็นปรากฎการณ์ไจโรสโคปน่ะครับ แล้วที่พยายามเพิ่มน้ำหนักตรงยาง(ริมสุดของวงล้อที่หมุน)ก็คือเพิ่มความเสถียรของไจโรสโคปแบบคุ้มค่าที่สุดน่ะครับ ยอมให้น้ำหนักเพิ่มแต่จะเพิ่มตรงไหนให้ได้ความเสถียรต้องเพิ่มตรงส่วนที่หมุนและห่างจากจุดหมุนมากที่สุดครับ หลัักการของไจโรสโคปแป๊ะ

อีกอย่างการเติมแรงเวลาปั่นครับ ทำมัยต้องเติม ก็เพราะว่าเราปล่อยให้ความเร็วตกงัย ที่ความเร็วตกเพราะเราหยุดให้พลังงานไปสู้กับแรงลม รถจึงต้องเอาพลังงานจลน์ของรถคนและล้อมาใช้เพื่อสู้กับพลังงานของลมปะทะ ความเร็วถึงตก(พลังงานถูกเก็บไว้ในรูปของความเร็ว) ดึงมาใช้เท่าไหร่ก็ต้องเติมกลับไปเท่านั้นครับเพื่อให้รถขึ้นไปอยู่ที่ความเร็วเดิม รถเหมือนตัวกลางเฉยๆครับ แต่ที่เราออกแรงคือสู้กับแรงลมครับ เพราะนั้นรถเบากับรถหนักก็ไม่ต่างกันหรอกครับ เพียงแค่รถหนักเก็บพลังงานได้เยอะกว่ารถเบา รถหนักจึงไม่ต้องเติมบ่อย แต่ว่าจะเติมแต่ละครั้งต้องเติมมาก รถเบาเติมถี่แต่ว่าแต่ละครังของการเติมมันนิดเดียว บวกลบแล้วเท่ากันเลยครับ คิดจากแรงลมเท่านั้น

แล้วทำมัยเราถึงรู้สึกว่ารถหนักดีกว่าในทางราบความเร็วคงที่
1.รถหนักมันนิ่งครับ ทั้งการการทรงตัวและพลังงานสะสม ทำให้ไม่ต้องเติมบ่อย(คนเราชอบพักนานๆครับ)และไม่ต้องใช้ความสามารถในการบังคับรถมากเหมือนรถเบา เกิดความสบายในการขับขี่แต่ออกแรงเท่ากัน
2.ความเชื่อครับ เชื่อว่าอะรัยดีมันก็ดีไปหมดแหละครับ.. แม้ว่ากฎมันจะบอกไว้แล้วก็เถอะ

จะมีคนเข้าใจผมไหมหนอ.. :roll:
รูปประจำตัวสมาชิก
nc24
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 330
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2012, 00:59
Tel: 0836495342
team: fusion garneau BF7D KU bicycle Club
Bike: garneau gennix r1
ตำแหน่ง: fusionbike ประชานิเวศ1

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย nc24 »

อันนี้ครับปรากฎการไจโรสโคป

รูปประจำตัวสมาชิก
อ่อนล้า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2782
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 12:14
Tel: 080-3118737
Bike: bianchi..lemond..K2..yeah

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย อ่อนล้า »

เอาล้อมาเกี่ยวด้วย. เรื่องยาวกว่าเดิมแห๋งๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
Jak
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 79
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 21:21
Bike: จักรยานญี่ปุ่นจ่ายกับข้าว ล้อ28นิ้ว
ตำแหน่ง: สุขุมวิท71 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม.

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย Jak »

nc24 เขียน:ผมคิดว่ารถ tt ที่ไม่เครียดเรื่องน้ำหนักเหมือนหมอบเพราะเขาขี่กันในทางราบด้วยความเร็วคงที่ครับ(น้ำหนักไม่มีผล) และอีกอย่างรถก็ต้องการความนิ่งนะครับถ้ารถเบาๆมันจะโหวงเหวงนะผมว่า เวลามีน้ำกับไม่มีน้ำในกระป๋องนี่คนละเรื่องเลย สังเกตุได้ตอนยืนปั่นครับ ตอนโยกรถนะครับ รถหนักโยกไม่ค่อยไป รถเบานี่โยกมันมาก :lol: :lol: แล้วที่ใช้ยางงัดแทนยางฮาฟทั้งที่น้ำหนักเยอะกว่าก็เพราะน้ำหนักมีผลไม่มากในรถTTงัยล่ะครับ เพราะรถ TT ต้องการความเสถียรในการทรงตัวครับ เพราะล้อที่หมุนอยู่เป็นตัวหลักที่ใช้ในการทรงตัวของรถจักรยานเลยครับ มันเป็นปรากฎการณ์ไจโรสโคปน่ะครับ แล้วที่พยายามเพิ่มน้ำหนักตรงยาง(ริมสุดของวงล้อที่หมุน)ก็คือเพิ่มความเสถียรของไจโรสโคปแบบคุ้มค่าที่สุดน่ะครับ ยอมให้น้ำหนักเพิ่มแต่จะเพิ่มตรงไหนให้ได้ความเสถียรต้องเพิ่มตรงส่วนที่หมุนและห่างจากจุดหมุนมากที่สุดครับ หลัักการของไจโรสโคปแป๊ะ

อีกอย่างการเติมแรงเวลาปั่นครับ ทำมัยต้องเติม ก็เพราะว่าเราปล่อยให้ความเร็วตกงัย ที่ความเร็วตกเพราะเราหยุดให้พลังงานไปสู้กับแรงลม รถจึงต้องเอาพลังงานจลน์ของรถคนและล้อมาใช้เพื่อสู้กับพลังงานของลมปะทะ ความเร็วถึงตก(พลังงานถูกเก็บไว้ในรูปของความเร็ว) ดึงมาใช้เท่าไหร่ก็ต้องเติมกลับไปเท่านั้นครับเพื่อให้รถขึ้นไปอยู่ที่ความเร็วเดิม รถเหมือนตัวกลางเฉยๆครับ แต่ที่เราออกแรงคือสู้กับแรงลมครับ เพราะนั้นรถเบากับรถหนักก็ไม่ต่างกันหรอกครับ เพียงแค่รถหนักเก็บพลังงานได้เยอะกว่ารถเบา รถหนักจึงไม่ต้องเติมบ่อย แต่ว่าจะเติมแต่ละครั้งต้องเติมมาก รถเบาเติมถี่แต่ว่าแต่ละครังของการเติมมันนิดเดียว บวกลบแล้วเท่ากันเลยครับ คิดจากแรงลมเท่านั้น

แล้วทำมัยเราถึงรู้สึกว่ารถหนักดีกว่าในทางราบความเร็วคงที่
1.รถหนักมันนิ่งครับ ทั้งการการทรงตัวและพลังงานสะสม ทำให้ไม่ต้องเติมบ่อย(คนเราชอบพักนานๆครับ)และไม่ต้องใช้ความสามารถในการบังคับรถมากเหมือนรถเบา เกิดความสบายในการขับขี่แต่ออกแรงเท่ากัน
2.ความเชื่อครับ เชื่อว่าอะรัยดีมันก็ดีไปหมดแหละครับ.. แม้ว่ากฎมันจะบอกไว้แล้วก็เถอะ

จะมีคนเข้าใจผมไหมหนอ.. :roll:
ผมเข้าใจครับ โดยเฉพาะ "รถหนักจึงไม่ต้องเติมบ่อย แต่ว่าจะเติมแต่ละครั้งต้องเติมมาก รถเบาเติมถี่แต่ว่าแต่ละครังของการเติมมันนิดเดียว บวกลบแล้วเท่ากันเลยครับ คิดจากแรงลมเท่านั้น" ผมเองเพิ่งจะรู้ เพียงแต่ว่าตัวแปรคนนน.เท่า ต่างกันที่นน.รถ เพราะฉะนั้นผม+นน.รถ100โลเศษย่อมใช้แรงมากกว่าตามกลุ่ม รถเบา+คนนน.เบาพอควรในช่วงเร่งสปรินท์ :|
รูปประจำตัวสมาชิก
nc24
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 330
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2012, 00:59
Tel: 0836495342
team: fusion garneau BF7D KU bicycle Club
Bike: garneau gennix r1
ตำแหน่ง: fusionbike ประชานิเวศ1

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย nc24 »

Jak เขียน:
ผมเข้าใจครับ โดยเฉพาะ "รถหนักจึงไม่ต้องเติมบ่อย แต่ว่าจะเติมแต่ละครั้งต้องเติมมาก รถเบาเติมถี่แต่ว่าแต่ละครังของการเติมมันนิดเดียว บวกลบแล้วเท่ากันเลยครับ คิดจากแรงลมเท่านั้น" ผมเองเพิ่งจะรู้ เพียงแต่ว่าตัวแปรคนนน.เท่า ต่างกันที่นน.รถ เพราะฉะนั้นผม+นน.รถ100โลเศษย่อมใช้แรงมากกว่าตามกลุ่ม รถเบา+คนนน.เบาพอควรในช่วงเร่งสปรินท์ :|
เผงเลยครับ ต้องคิดน้ำหนักคนด้วยครับ :D :D
รูปประจำตัวสมาชิก
Note Cadenza
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 131
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ธ.ค. 2012, 22:14
Tel: 094-465-9355
team: Chula Bike Club [CUAA]
Bike: Noah SL / CAAD 10

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย Note Cadenza »

คงต้องให้ จขกท. มาขยายคำถามหน่อย ว่า "ดีกว่าในแง่ไหน" ?
ความเฟิร์มของตัวรถในการสู้แรงปะทะ หรือ การใช้พลังงาน หรือ อัตราเร่ง หรือ อื่นๆ?

ปล.ชอบกระทู้นี้มาก สร้างสรรค์ดี ผู้ตอบกระทู้ทุกท่านให้ความรู้ดีมากครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
DraftBeer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4472
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2008, 17:08
Tel: 0814461178
team: รั้งท้ายทีมลื่นไหล
Bike: Dale-Red, Venge-Red, Titanos-XX1, Tendem, CRF250X, MSX
ตำแหน่ง: 15 ซ.ผาสุก2 ถ.กาญจนวนิช อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
ติดต่อ:

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย DraftBeer »

แน่ใจเหรอครับ ว่าคนเบากว่าขี่รถเบากว่า จะชนะ คนหนักกว่าขี่รถหนักกว่า


รูปภาพ

ไปกันใหญ่ แล้ว :lol: :lol: :lol:

กระทู้ถาม เฟรมที่น้ำหนักต่างกันเท่านั้น อย่างอื่นเหมือนกันหมด
>>ห า ด ใ ห ญ่ ลื่ น ไ ห ล ► ► ► ► ที ม เ ร า ไ ม่ ไ ด้ มี แ ค่ จั ก ร ย า น !

ถึงพวกเราจะไม่นำหน้าสุด แต่ก็ไม่เคยหลุดจากขบวน............รั้งท้าย team
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

ผมว่าไม่น่ะ รถ TT หรือ อุปกรณ์ที่อยู่หรือใช่กับ TT มันไม่ได้ทำมาให้หนักกว่าเป็นสำคัญ มันปั้นมาให้แหวกลมตัดลมได้ดีกว่า น้ำหนักนั้นมันของแถม แล้วยิ่งทำใจให้เชื่อยากเข้าไปอีกก็เรื่องน้ำหนักที่มากกว่า จะทำให้ไปได้ดีกว่า เพราะ
-ผมใช้เฟรม TT อลูฯรุ่นล่างหน่อย หนักพอสมควรเลย แล้วต่อมา >
-ผมก็ได้เฟรม หมอบ อลูฯ (S1) มาใช้ เลยอยากลองย้ายอะไหล่ของทาม์ไทร์ทั้งหมดมาใส่กับเฟรมหมอบ หรือ เปลี่ยนเฉพาะเฟรมอย่างเดี่ยวเพื่อลองความแตกต่าง
-ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อด้วยความรุ้สึกตัวเอง มันขี่ดีกว่ากันจริงๆ ตอนอยู่กับเฟรมทาม์ไทร์เกือบๆ 10 โล อยู่กับเฟรมหมอบแถวๆ 9 โล ต่างกันอยุ่ 1 โลที่น้ำหนักเฟรม (เรื่องน้ำหนักเฟรมอาจจะยังไม่ชัวร์เพราะยังไม่เคยชั่งแบบตัวต่อตัว แต่หนักกว่ากันแน่นอน)
-แล้วเส้นทางที่ผมปั่น มีลมตลอด ทั้งทวน ทั้งสวน เบากว่าเร่งได้เร็วกว่า รักษาความเร็วดีกว่า แต่ความเร็วที่ได้นั้นพอๆกัน ต่างก็ตรงที่เบาใช้แรงน้อยกว่านิดเดียว
-อันนี้เสริม ผมมีสับถัง 10 โลกว่าด้วย ขอบอกเหนื่อยกว่ามากเลยคับถ้าเทียบกับไอ้สองคันข้างบน ยิ่งสวนลมนี่ยิ่งเหนื่อย
-อันนี้ออกตัว ผมไม่มีอะไรมาอ้างน่ะ เอาความรู้สึกที่ได้เจอ แบบเอ่อออไปเอง มาแลกเปลี่ยน ถ้าผิดพลานยังไงก็อย่าได้ว่ากัน
-อันนี้เปรี้ยว ถ้างานแข่งที่พระรามเก้า(จัดอีก) จะเอาเฟรม S1 ไปคับ เพราะมันเบากว่า จะเอาไปปั่นสวนลมนี่แหละ...
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

DraftBeer เขียน:แน่ใจเหรอครับ ว่าคนเบากว่าขี่รถเบากว่า จะชนะ คนหนักกว่าขี่รถหนักกว่า


รูปภาพ

ไปกันใหญ่ แล้ว :lol: :lol: :lol:

กระทู้ถาม เฟรมที่น้ำหนักต่างกันเท่านั้น อย่างอื่นเหมือนกันหมด
พี่ขิมไปทำไรในนั้นหว่า :lol: :lol:
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
Democrazy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1702
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 12:29
Tel: 0846605533
team: Cycle Square Rama 3
Bike: Bianchi Oltre XR2
ติดต่อ:

Re: สงสัยครับ รถน้ำหนัก 10 โล รถน้ำหนัก 6.8 โล ถ้าปั่นคู่กันทวนลม ใครจะไปได้ดีกว่ากันครับ

โพสต์ โดย Democrazy »

ถ้าให้เซทรถสำหรับแข่งไทม์ไทร์ ทางเรียบ เช่นงานพระราม 9 (ขาไปลมส่ง ขากลับทวนลม) หากเฟรมและล้อเดียวกัน(ล้อหน้า 50 มม. ล้อหลังดิสค์) คุณจะเลือกเซทรถให้หนักเท่าไหร่ ระหว่าง

1. 6 กก.
2. 6.5 กก.
3. 7 กก.
4. 7.5 กก.
5. 8 กก.
6. 8.5 กก.
7. 9 กก.
8. 9.5 กก.

สำหรับผม ส่วนสูง 179 น้ำหนักตัว 68 (FTP ช่วงฟิตๆ 280-300 W) ขอเลือกข้อ 5-6(8-8.5 กก.) ครับ ;)

หรือถ้าให้เซทรถสำหรับแข่งไตรกีฬาหัวหิน (จักรยาน 50 โล) คุณจะเลือกข้อไหน? ผมเลือกข้อ 6 หรือถ้าทางตรงมากๆ อาจจะเลือกข้อ 7 ครับ

เบากว่าแน่นอนราคาย่อมแพงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องดีกว่าเสมอไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ
"เทคนิคการปั่นเสือหมอบ"
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=129&t=6760

"Prowut Bike Fitting"
https://www.facebook.com/prowut.bikefitting

"Power tends to corrupt and Absolute Power corrupts absolutely". Lord Acton
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”