รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

พวกเราได้ยินมานานแล้วว่า ทางไปพระบาทสี่รอยนั้น ดุเ็ด็ดเผ็ดมันส์ ขนาดไหน แต่ก็ยังไม่มีโอกาศได้ไปสักที ซึ่งข้อแรกที่ทำให้เรายังไม่กล้าไปปั่นก็เพราะคิดว่าพลังและเทคนิคในการปั่นยังไม่น่าจะสอบผ่านที่แห่งนี้แน่ๆ จึงต้องทำการสะสมชั่วโมงให้ได้ก่อน พอวันอาทิตย์นี้ก็เลยตัดสินใจว่า เอาละ ไปทดสอบตัวเองกับเส้นทางนี้ดูกัน ว่าจะผ่านหรือไม่
จากคำบอกเล่าของเสือรุ่งริ่ง ปรากฎว่ามาสามครั้งกับเส้นทางนี้ แต่ยังไม่สามารถไปถึงพระบาท 4 รอยได้เลย การเดินทางคราวนี้เป็นครั้งที่ 4 ของเสือรุ่งริ่งและครั้งแรกของพวกเราด้วย และตั้งใจว่าจะพยายามสอบให้ผ่านเส้นทางนี้ให้ได้

และระหว่างการเดินทางนั้น การปั่นในช่วงประมาณ 25% ของการเดินทางเิริ่มต้นนั้นก็ง่ายๆ สบายๆ แต่หลังจากนั้น เป็นมหกรรมปั่นขึ้นเนินลูกโตๆ ยาวๆ ชันๆ ขนาดผมเอารถจำลองการบรรทุกของแบบทัวร์ริ่งจริงๆ เลย หน้าจักรยานยังจะยกไม่รู้กี่ครั้ง เนื่องจากทางขึ้นเขาชันมากๆ จนสุดท้ายก็สามารถช่วยกันเป็นกำลังให้แก่กันจนมาถึงพระบาท 4 รอยกันได้ เอาละครับ เพื่อนๆ ทุกท่าน เชิญดูบรรยากาศของเส้นทางนี้ได้เลย
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

คำบูชาพระพุทธบาทสี่รอย
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (ว่า 3 จบ)สาธุ สาธุ โกสัมพิยัง อะวิทูเร เวภาระ ปัพพะเต กกุสันโธ โกนาคะมะโนกัสสะโป โคตะโม ปาทะ เจติยัง ชินะธาตุ จะฐะ เปตวา อะหัง วันทามิ ทูระโต

คำแปล
สาธุ สาธุ ข้าพเจ้าขอวันทา นมัสการเจดีย์ คือรอยพระพุทธบาท และพระชินธาตุเจ้าทั้งหลายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า พระกกุสันโธ โกนาคะมะโน กัสสะโปและพระสิทธัตถะ โคตะโม ที่ประดิษฐานตั้งไว้ ณ. ภูเขาเวภารบรรพตนี้ ตลอดกาลนานเทอญ

วัดพระพุทธบาทสี่รอย ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ตำนานพระพุทธบาท 4 รอยเมื่อ ครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาสนาปัจจุบันนี้ได้เสด็จจารึกประกาศธรรม และโปรดเวไนยสัตว์มายังปัจจัยตะประเทศ (ประเทศไทยในปัจจุบัน)จนกระทั่งมาถึงเทือกเขาทางตอนเหนือของประเทศ ชื่อเขา เวภารบรรพตซึ่ง ขณะนั้นได้เสด็จพร้อมกับพุทธสาวก 500 องค์ และได้แวะฉันจังหันอยู่บนเขา เวภารบรรพตแห่งนี้ เมื่อพระพุทธองค์ฉันจังหันเสร็จ ขณะประทับอยู่ที่นั้น ก็ได้ทราบด้วยญาณสมาบัติว่าบนเทือกเขาแห่งนี้ ได้มีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ามาประทับอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่คือ พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ภัทรกัลป์นี้ แล้วพระพุทธองค์ก็ทรงเล็งดูรอยพระพุทธบาทแห่งพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ , พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ , พระพุทธเจ้ากัสสปะ อันมีในที่นี้พุทธสาวกทั้งหลาย มีพระสารีบุตรเป็นประธานเมื่อเห็นเช่นนี้จึงทูลถามว่า พระพุทธองค์ทรงเล็งดูด้วยเหตุใด พระพุทธองค์จึงตรัสตอบว่า ดูก่อนท่านทั้งหลายสถานที่แห่งนี้แม้นว่าพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ที่ล่วงมาแล้วในอดีตกาล ก็มาประทับรอยพระบาทไว้ ณ ที่นี่ทุกๆ พระองค์ และแม้นว่าพระศรีอริยเมตไตร ก็จักเสด็จมาประทับรอยพระบาทไว้ ณ ที่นี่ และจักประทับรอยพระบาท 4 รอยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว ( คือประทับลบรอยทั้ง 4 ให้เหลือรอยเดียว ) เมื่อพุทธองค์ตรัสแก่สาวกทั้งหลายเสร็จแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปประทับรอยพระบาทซ้อนรอยพระทาบของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ จึงมีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ จึงเกิดเป็นพระพุทธบาท 4 รอย เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราประทับรอยพระบาทซ้อนรอยพระบาทของ พระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์นั้นแล้วก็ทรงอธิษฐานว่าในเมื่อ (เรา) ตถาคตนิพพานไปแล้ว เทวดาทั้งหลายก็จักนำเอาพระธาตุของตถาคต มาบรรจุไว้ที่รอยพระพุทธบาทที่นี่ ในเมื่อตถาคตนิพพานไปแล้ว 2000 ปี พระพุทธบาท 4 รอยนี้ก็จักปรากฏแก่ปวงชนและเทวดาทั้งหลาย ก็จักได้มาไหว้และบูชา เมื่อทรงอธิษฐานและทำนายไว้ดังนี้แล้วพระพุทธองค์ก็เสด็จไปเชตุวันอารามอัน มีในเมืองสาวัตถีนั้นแล เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วเทวดาทั้งหลายก็นำเอาพระธาตุของพระพุทธองค์มา บรรจุไว้ที่พระพุทธบาท 4 รอยเมื่อพระพุทธองค์นิพพานล่วงมาแล้วประมาณ 2000 วัสสา เทวดาทั้งหลายต้องการอยากให้พระพุทธบาท 4 รอย ปรากฏแก่คนทั้งหลายตามที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานไว้ ก็จึงเนรมิตเป็นรุ้งตัวใหญ่ (เหยี่ยว) ก็บินลงจากภูเขาเวภารบรรพต อันเป็นที่ตั้งแห่งพระพุทธบาทสี่รอยในปัจจุบันนี้เพื่อบินลงไปเอาลูกไก่ของ ชาวบ้าน ( คนป่า ) ที่อยู่ตีนเขาเวภารบรรพต แล้วก็บินกลับขึ้นไปสู่ยอดเขา มันก็โกรธมากจึงตามขึ้นไปคิดว่าจะยิงเสียให้ตาย มันก็คิดตามไปค้นหาดู แต่ก็ไม่เห็นรุ้งตัวนั้น แต่เห็นรอยพระพุทธบาท 4 รอยอันอยู่พื้นต้นไม้และเถาวัลย์ พรานป่าผู้นั้นก็ทำการสักการะบูชาเสร็จแล้วก็ลงจากภูเขา พอมาถึงหมู่บ้านก้เล่าบอกแก่ชาวบ้านทั้งหลายฟัง ข้อความอันนั้นก็ปรากฏสืบๆ กันไปแรกแต่นั้น คนทั้งหลายที่ทราบก็พากันไปสักการะบูชามาก แต่นั้นมาจึงได้ชื่อว่าพระบาทรังรุ้ง (รังเหยี่ยว) ในสมัยนั้นมีพระยาคนหนึ่งชื่อว่า พระยาเม็งราย เสวยราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่ ได้ทราบข่าวจึงมีพระราชศรัทธาอยากเสด็จขึ้นไปกราบบูชาพระพุทธบาท 4 รอย ก็นำเอาราชเทวีและเสนาพร้อมกับบริวารทั้งหลาย เมื่อพระยาเม็งรายกราบนมัสการเสร็จแล้ว ก็นำเอาบริวารของตนกลับสู่งเมืองเชียงใหม่ ก็ตั้งอยู่เสวยราชสมบัติตราบเมี้ยนอายุขัย แล้วลูกหลายที่สืบราชสมบัติก็เจริญรอยตามและได้ขึ้นมากราบพระพุทธบาท 4 รอย ทุกๆ พระองค์ หลังจากนั้นมาพระบาทรังรุ้งหรือรังเหยี่ยวนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น พระพุทธบาทสี่รอย เพราะมีรอยพระพุทธบาทประทับซ้อนกันถึง4 รอย มาในสมัยยุคหลังคนทั้งหลายจึงเรียกขานกันว่าพระพุทธบาทสี่รอย คือมีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ ที่ล่วงมาแล้วในภัทรกัลป์นี้ คือ1 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้ากกุสันธะ รอยแรก เป็นรอยใหญ่ยาว 12 ศอก2 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้าโกนาคมนะ เป็นรอยที่ 2 ยาว 9 ศอก3 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้ากัสสปะ เป็นรอยที่ 3 ยาว 9 ศอก4 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้าโคตะมะ (ศาสนาปัจจุบันนี้) เป็นรอยที่ 4 รอยเล็กสุดยาว 4 ศอกเมื่อมาถึงสมัยพระยาธรรมช้าง เผือก ผู้ครองนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยบริวาร 500 คน ก็ขึ้นไปกราบสักการะบูชาพระพุทธบาท 4 รอย และได้สร้างพระวิหารครอบพระพุทธบาทสี่รอยไว้ชั่วคราวโดยแต่เดิมถ้าใครจะดู รอยพระพุทธบาทบนยอดหินก้อนใหญ่ ต้องใช้บันไดพาดขึ้นไป หรือปืนขึ้นไปดูซึ่งก็คงจะขึ้นได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ดังนั้นพระยาธรรมช้างเผือกจึงตรัสสร้างแท่นยืนคล้ายๆนั่งร้านรอบๆ ก้อนหินที่มีพระพุทธบาท สี่ รอย เพื่อที่ผู้หญิงจะได้เห็นรอยพระพุทธบาทด้วย และได้สร้างหลังคาชั่วคราวมุงไว้ ต่อมาในสมัยพระชายาเจ้าดารารัศมีก็ได้ขึ้นไปกราบนมันสการพระพุทธบาท 4 รอย และได้มีพระราชศรัทธาก่อสร้างวิหาร เป็นการกราบบูชารอยพระพุทธบาทไว้ 1 หลัง หลักเล็ก ปัจจุบันได้บูรณะปฏิสังขรณ์แล้วทั้งหลัง จะเหลือไว้แค่ผนังวิหาร พื้นวิหารและแท่นพระซื่งยังเป็นของเดิมอยู่พอ มาสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2472 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทยก็ได้ขึ้นไปกราบนมัสการพระพุทธบาทสี่รอย และได้รื้อพระวิหารที่เจ้าพระยาธรรมช้างเผือกสร้างไว้ชั่วคราว และได้สร้างพระวิหารครอบรอยพระพุทธบาทไว้ใหม่และได้ลาบปูนครอบรอยพระพุทธบาท ไว้ เพื่อรักษาให้อยู่ค้ำชูพุทธศาสนาไปตลอดกาลนาน
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย jackal2008 เมื่อ 29 มิ.ย. 2009, 08:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโก๋หน้าวัง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1276
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
Tel: 081XXXXXXX
team: Bike to Work
Bike: Trek 6500

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย เสือโก๋หน้าวัง »

เส้นทางนี้สวยมากๆครับพี่
ครั้งแรกที่เข้าไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ผมเข้าทาง ต.สลวง (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ตอนนั้นยังเป็นถนนลูกรังเข้าไป

เป็นเส้นทางที่อยู่ในใจผมตลอดมาครับ และผมขอเชิญเสือแถวๆเชียงใหม่ จัดปั่นเป็นประเพณี “ไหว้สาพระบาทสี่รอย” ทุกปีเพื่อเป็นศิริมงคลกับทุกคนครับ

ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร จากถนนหลักเข้าไป ถนนดีมาก ลาดปูนไปตลอด
เข้าไปหน้าฝนระวังลื่นนะครับ แต่ครึ้มตลอดเส้นทางเลย ผมเข้าไปแล้วราวๆ 3 ครั้ง ยังอยากจะไปอีกเลยครับ

เส้นทางแบบนี้หายากครับ เพราะมันครบองค์ประกอบหลักของเส้นทางในฝัน ก็คือ

คุณได้เสพธรรมชาติที่งดงาม
คุณได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มๆปอด
คุณได้เสพประวัติของสถานที่ ที่กำลังจะไป
คุณได้สักการะสถานที่ ที่เป็นมงคลอันสูงสุด

ปลายฝนต้นหนาวลองกลับไปอีกครั้งหนึ่งสิครับ สวยมากเส้นทางนี้ เอา CATEYE ตวงโตๆไปนะครับ


จะให้ดีต้องนอนค้างครับ อยู่ที่นั่นต้องสำรวม เพราะได้ข่าวว่าผีที่รักษาป่าแถวนั้นดุ อันนี้ไม่ได้พูดเล่นนะครับมีคนเคยเจอจริงๆ เพราะคงทำอะไรไม่เหมาะสม ถ้าสนใจนอนค้างก็มีที่วัดก็มีที่พักให้ครับ

ส่วนประวัติของพระพุทธบาทสี่รอยนั้นพิสดารมาก แต่สถานที่ต่างๆรอบข้างที่ระบุไว้ในตำนานนั้นตรงทั้งหมด
และการปรากฏของพระบาทสี่รอยนั้นเป็นหลักฐานบางประการ ที่สำคัญมากๆ

พระแม่จามเทวี ผู้ครองนครหริภูญชัย ก็ดั้นด้นไปสักการะ แต่ต้องปลอมตัวไปเพราะเป็นเขตที่พวกขอมปกครองอยู่
พระยาเม็งราย ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ก็ดั้นด้นไปสักการะ ข้าราชบริพารตายไปเป็นสิบ เนื่องจากไข้ป่า
สมเด็จพระนเรศวร ตอนจะเดินทัพผ่านไปที่เมืองหาง ก็เคยดั้นด้นไปสักการะ
ถ้าไม่ดีจริง ครูบาศรีวิชัยท่านจะไม่ดั้นด้นไปบูรณะครับ
ลูกศิษย์สายพระอาจารย์มั่น หลวงปู่สิม หลวงปู่ตื้อ คือพระป่าทุกท่าน ครูบาอาจารย์สั่งไว้ว่าต้องเข้าไปสักการะให้ได้

เสื้อยึดที่เป็นยันต์ไม่รู้ว่ายังมีให้บูชาอยู่หรือป่าว ตัวนั้นใส่ปั่นจักรยานทัวร์ริ่ง แหล่มมาก ขอบอก

ได้ปั่นไปสักการะ พระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์นั้นเป็นมงคลมาก

ขออนุโมทนาบุญครับ


ปล. ถ้าชอบแนวนี้ มีอีก 1 ที่นะครับ คือ รอยพระพุทธหัตถ์ ในถ้ำที่แม่สะเรียง อยู่ในป่าไม่ห่างจากหมู่บ้าน ทางเข้าไปเป็น single track เป็นอีก 1 Unseen ของเสือภูเขาครับ ยังไม่มีเสือปั่นเข้าไป ผมพยายามเข้าเมื่อต้นปีแต่ด้วยเวลาที่จำกัดเลยต้องออกมาก่อน กะว่าจะพยายามอีกครั้งครับ จะเอาดอกไม้ ธูปเทียน และน้ำส้มป่อย ไปด้วย
แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 29 มิ.ย. 2009, 09:09, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จุดนี้เป็นจุดที่มีอาหารขาย ก่อนที่จะต้องขึ้นเนิน โดยตลอดเส้นทางจะไม่มีอาหารเลย จนกว่าจะปั่นไปถึงวัดฯ
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

ปิดท้ายด้วยรูปผมแล้วกัน เอิ๊กๆ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

ใครที่อยากทดสอบตัวเองว่า หากเจอการขึ้นเนินลูกโตๆ และยาวๆ แล้ว เราจะผ่านได้หรือไม่ ลองมาทดสอบที่เส้นนี้ครับ โดยเฉพาะฤดูหนาว รับรองไม่ผิดหวังครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
jackal2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1375
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 14:23
Tel: 087.198.0944
team: none
Bike: Fuji Touring 2016

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย jackal2008 »

เสือโก๋ฯ ไปมาถึง 3 ครั้งแล้วหรือครับ โหๆๆ นี่ขาแรงตัวจริง ผมนี่ให้ไปครั้งที่สองนี่ ต้องคิดหนักเลย เพราะ เล่นเอาผมต้องเค้นพลังขาออกมาซะเกือบหมด ปั่นไป 5 นาทีต้องพัก เพราะกลัวเดี๋ยวตะคริวจะขึ้นหน้าอก
รูปประจำตัวสมาชิก
nuter
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 164
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2008, 12:45
team: one man show
Bike: scott scale70 2009

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย nuter »

คนเชียงใหม่ยังไม่เคยไปเลย

อยากไปสักการะบ้าง
SCOTT SCALE70 2009
รูปประจำตัวสมาชิก
เสี่ยวภูธร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4212
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:46
Tel: 0847-9505-20
team: พังโคนทีม
Bike: CHALLENGER
ติดต่อ:

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย เสี่ยวภูธร »

..........แอบมาดู คนทดสอบรถใหม่ ซ้อมใหญ่.....
...รอผมด้วยเดอ...
เสือห้าภาค ปั่นทั่วทิศ มิตรทั่วไทย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... start=5730
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงก้อง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2355
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 16:14
Tel: 089-9538606
team: จักรยานวันอาทิตย์ เชียงใหม่
Bike: airborne merida xc mission la blueline

Re: รถถีบท่องเที่ยว กับ ทริปพระบาทสี่รอย (28 มิย. 2552)

โพสต์ โดย ลุงก้อง »

หมวกกันหัวแตก ช่วยได้ตอนหัวโหม่ง ธรณี เห็นหลายคนแล้วที่ไม่ใส่หมวก ถึงตาย และเจ็บ
ถึงแม้ไม่มีกฏหมายบังคับเหมือนขี่จักรยานยนต์ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บพอๆกัน ......
สมช้ย การช่าง 6 ซ.3 โชตนา ช้างเผือก เมือง เชียงใหม่ 50300
ทัวร์ดอย http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=409721
เวีดนาม http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=263763
นาแมวเซินลาซาปาhttp://www.thaimtb.com/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”