กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- ดำรงค์ นีระเมฆ
- ขาประจำ
- โพสต์: 165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2012, 13:25
- Tel: 0812521522
- team: กลุ่มเสาร์ห้า ( 60 )
- Bike: cannondale miyata DAHON Mu P. 24
- ตำแหน่ง: บางกรวย นนทบุรี
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
-
choa02
- สมาชิก
- โพสต์: 83
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2012, 13:07
- Tel: 064-134-3833
- team: ไม่มี
- Bike: araya
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ขอบคุณหลายๆ จะพยายามฝึกครับ

- phirun
- สมาชิก
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2012, 12:58
- Tel: 086-8509136
- team: -
- Bike: peugeot , miyata
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตอนที่ 3 การหายใจและการใช้พลังงานในการปั่นแบบถูกวิธี
หลายคนอาจจะสงสัยนะครับว่าตัวเองหายใจเป็นตั้งแต่เกิดแล้วยังต้องมาฝึกอะไรกันอีกละ แล้วไอ้พลังงานที่ใช้ถีบนี่ก็ถีบๆมันไปเหอะหมดแรงก็เลิก ถ้าคุณจะทัวร์ริ่งแล้วคิดแบบนี้คุณกำลังฆ่าตัวตายแบบผ่อนส่งครับ ???? ตอนที่ 3 นี้ก่อนจะเข้าเรื่องเรามาเรียนรู้วิธีการทำงานของร่างกายแบบง่ายๆกันก่อนนะครับ เพื่อความเข้าใจมากขึ้นผมคงต้องเปรียบเทียบการทำงานของร่างกายเรากับรถยนต์ซักคัน เพราะส่วนใหญ่คนเราจะคุ้นและรู้จักการทำงานของเครื่องยนต์มากกว่ารู้จักตัวเองเสียอีก รถยนต์จะวิ่งได้ต้องอาศัยพลังจากเครื่องยนต์ เครื่องยนต์มีหลักการในการทำงานคือต้องอาศัยเชื้อเพลิง ( น้ำมัน ) และอากาศ ( อ๊อกซิเจน ) บวกกับประกายไฟจากหัวเทียนในเครื่องยนต์เบนซิน ส่วนดีเซลใช้ความร้อนจากการอัดอากาศผสมกับการฉีดม้ำมันเข้าไป เพื่อทำการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้แล้วได้กำลังงานผ่านระบบส่งกำลังไปทำให้ล้อหมุน ของเสียที่ถูกขับออกจากเครื่องยนต์ทางท่อไอเสียคือคาบอนด์โมน๊อกไซด์ และน้ำ ย้อนกลับมาที่ร่างกายของเราบ้าง ร่างกายคนเราประกอบขึ้นจากเซลล์หลายๆเซลล์ประกอบกันเป็นอวัยวะ และเป็นระบบต่างๆของร่างกาย ร่างกายจะยังคงสภาพและมีชีวิตอยู่ได้จะต้องได้รับพลังงานเช่นกัน พลังงานในร่างกายได้จากการกินอาหารแล้วผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนสารอาหารจาก Low energy ให้เป็น High energy หรือที่เราคุ้นเคยกันกับคำว่า ATP เชื้อเพลิงที่สำคัญคือโมเลกุลน้ำตาลที่ถูกลำเลียงส่งเข้าไปในไมโตคอนเดรีย ซึ่งจะมีอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ยกเว้นผิวหนัง ไมโตคอนเดรียเปรียบเสมือนกับห้องเผาไหม้ในเครื่องยนต์ และต้องมีโมเลกุลของออกซิเจนเป็นตัวปิดท้ายของขั้นตอนสุดท้ายทุกครั้งจึงจะได้เป็นพลังงาน ATP ออกมา และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์ต้องสูดหายใจเอาอากาศที่มีออกซิเจนเข้าร่างกาย ส่วนของเสียที่ถูกขับออกมาคือคาบอนด์ไดอ๊อกไซด์ซึ่งออกทางจมูก และน้ำซึ่งถูกถ่ายเทเข้ามาในเส้นเลือดและไปกรองออกที่ไต กับน้ำบางส่วนที่ออกมาพร้อมกับความชื้นตอนเราหายใจออก นี่คือภาวะการทำงานแบบปกติของร่างกายทั่วๆไป กลับมาที่เครื่องยนต์อีกครั้งถ้าเราต้องการให้เครื่องแรงโดยไม่ต้องเพิ่ม cc. เราจะใช้วิธีอัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ให้ได้มากที่สุดโดยเราคุ้นหูกันมากกับคำว่าติดเทอร์โบ ร่างกายของเราก็เช่นเดียวกันถ้าต้องการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เราต้องหายใจเอาอากาศเข้าร่างกายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องเรียนรู้วิธีการหายใจ (ติดตามต่อตอนหน้าครับ)
หลายคนอาจจะสงสัยนะครับว่าตัวเองหายใจเป็นตั้งแต่เกิดแล้วยังต้องมาฝึกอะไรกันอีกละ แล้วไอ้พลังงานที่ใช้ถีบนี่ก็ถีบๆมันไปเหอะหมดแรงก็เลิก ถ้าคุณจะทัวร์ริ่งแล้วคิดแบบนี้คุณกำลังฆ่าตัวตายแบบผ่อนส่งครับ ???? ตอนที่ 3 นี้ก่อนจะเข้าเรื่องเรามาเรียนรู้วิธีการทำงานของร่างกายแบบง่ายๆกันก่อนนะครับ เพื่อความเข้าใจมากขึ้นผมคงต้องเปรียบเทียบการทำงานของร่างกายเรากับรถยนต์ซักคัน เพราะส่วนใหญ่คนเราจะคุ้นและรู้จักการทำงานของเครื่องยนต์มากกว่ารู้จักตัวเองเสียอีก รถยนต์จะวิ่งได้ต้องอาศัยพลังจากเครื่องยนต์ เครื่องยนต์มีหลักการในการทำงานคือต้องอาศัยเชื้อเพลิง ( น้ำมัน ) และอากาศ ( อ๊อกซิเจน ) บวกกับประกายไฟจากหัวเทียนในเครื่องยนต์เบนซิน ส่วนดีเซลใช้ความร้อนจากการอัดอากาศผสมกับการฉีดม้ำมันเข้าไป เพื่อทำการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้แล้วได้กำลังงานผ่านระบบส่งกำลังไปทำให้ล้อหมุน ของเสียที่ถูกขับออกจากเครื่องยนต์ทางท่อไอเสียคือคาบอนด์โมน๊อกไซด์ และน้ำ ย้อนกลับมาที่ร่างกายของเราบ้าง ร่างกายคนเราประกอบขึ้นจากเซลล์หลายๆเซลล์ประกอบกันเป็นอวัยวะ และเป็นระบบต่างๆของร่างกาย ร่างกายจะยังคงสภาพและมีชีวิตอยู่ได้จะต้องได้รับพลังงานเช่นกัน พลังงานในร่างกายได้จากการกินอาหารแล้วผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนสารอาหารจาก Low energy ให้เป็น High energy หรือที่เราคุ้นเคยกันกับคำว่า ATP เชื้อเพลิงที่สำคัญคือโมเลกุลน้ำตาลที่ถูกลำเลียงส่งเข้าไปในไมโตคอนเดรีย ซึ่งจะมีอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ยกเว้นผิวหนัง ไมโตคอนเดรียเปรียบเสมือนกับห้องเผาไหม้ในเครื่องยนต์ และต้องมีโมเลกุลของออกซิเจนเป็นตัวปิดท้ายของขั้นตอนสุดท้ายทุกครั้งจึงจะได้เป็นพลังงาน ATP ออกมา และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์ต้องสูดหายใจเอาอากาศที่มีออกซิเจนเข้าร่างกาย ส่วนของเสียที่ถูกขับออกมาคือคาบอนด์ไดอ๊อกไซด์ซึ่งออกทางจมูก และน้ำซึ่งถูกถ่ายเทเข้ามาในเส้นเลือดและไปกรองออกที่ไต กับน้ำบางส่วนที่ออกมาพร้อมกับความชื้นตอนเราหายใจออก นี่คือภาวะการทำงานแบบปกติของร่างกายทั่วๆไป กลับมาที่เครื่องยนต์อีกครั้งถ้าเราต้องการให้เครื่องแรงโดยไม่ต้องเพิ่ม cc. เราจะใช้วิธีอัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ให้ได้มากที่สุดโดยเราคุ้นหูกันมากกับคำว่าติดเทอร์โบ ร่างกายของเราก็เช่นเดียวกันถ้าต้องการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เราต้องหายใจเอาอากาศเข้าร่างกายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องเรียนรู้วิธีการหายใจ (ติดตามต่อตอนหน้าครับ)
- northanfield
- ขาประจำ
- โพสต์: 184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มี.ค. 2011, 22:08
- team: เจดีย์แม่ครัว-แม่แฝกใหม่
- Bike: ฟูซัส Genova เก่าๆ & โครโม Mountain Cat แก่ๆ
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
สูดหายใจลึกๆ แล้วจำไว้ใช้ต่อไปครับ
- phirun
- สมาชิก
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2012, 12:58
- Tel: 086-8509136
- team: -
- Bike: peugeot , miyata
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตอนที่ 3.1 เรียนรู้วิธีการหายใจและการใช้พลังงานในการปั่นแบบถูกวิธี (ต่อจากตอนที่แล้ว)
โดยปกติถ้าเราไม่ออกกำลังกายจะใช้วิธีหายใจแบบไหนก็ได้ เพราะปริมาณออกซิเจนเพียงพอต่อการแลกเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน แต่ในการปั่นเดินทางไกลเราจะเจอกับ load ที่ต่อเนื่องและแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เช่นระยะทางใกล้หรือไกล , กระแสลมและเนินต่างๆ ทำให้การใช้พลังงานในการปั่นต้องแปรเปลี่ยนตามไปด้วย พลังงาน 1 ATP ให้กำลังอยู่ที่ 7.3 Kcal/mol และร่างกายจะใช้หมดภายในเวลา 2 นาที ร่างกายผลิตได้สูงสุด 38 ATP ได้กำลังงานอยู่ที่ 2900 KJ นั่นก็คือเราจะต้องบริหารการใช้กำลังงานไม่ให้เกินที่ร่างกายผลิตได้ ถึงแม้ร่างกายเราจะมีระบบผลิตพลังงานให้ทดแทนกันได้อย่างต่อเนื่องก็จริงอยู่ แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุให้กระบวนการผลิตกำลังงานต้องด้อยประสิทธิภาพ นั่นคือการขาดออกซิเจนและการขัดขวางการทำงานของกรดแลคติค เพื่อแก้ปัญหาทั้งสองอย่างนี้อย่างแรกนักปั่นต้องหายใจให้ถูกวิธีจึงจะมีโอกาสได้รับออกซิเจนป้อนร่างกายอย่างเพียงพอ การหายใจที่ถูกต้องสำหรับการปั่นจักรยานเรียกว่า Diaphragmatic Breathing เป็นการหายใจโดยการบังคับกล้ามเนื้อช่องท้อง หรือที่เราเรียกกันว่ากระบังลมให้เคลื่อนตัวลงไปด้านล่างในเวลาที่เราสูดลมหายใจเข้า เพื่อที่จะได้ไม่ไปขัดขวางการขยายตัวของถุงลมปอดซึ่งจะทำให้ท้องเราพองขึ้น และในจังหวะที่เราหายใจออกเราก็จะบังคับให้กล้ามเนื้อกระบังลมเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน เพื่อดันปอดให้ไล่คาบอนไดอ๊อกไซด์ให้ออกได้เต็มที่ไม่มีเหลือตกค้างอยูในถุงลมปอด สังเกตได้จากการที่ท้องเรายุบลง นั่นคือเราจะสูดเอาออกซิเจนได้เต็มปอดและไล่คาบอนไดอ๊อกไซด์ออกจากปอดได้หมด ผลก็คือเซลล์จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่สูงสุดซึ่งเหมาะกับการปั่น ในขณะที่คนทั่วๆไปจะหายใจอีกแบบคือการหายใจด้วยกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นการหายใจแค่ปอดส่วนบนเท่านั้นไม่ได้ขยายรับออกซิเจนได้เต็มที่ ทำให้ปริมาณออกซิเจนและสารอาหารเข้าเซลล์ได้น้อยกว่า ลองมา Test ตัวเองกันดูครับว่าตัวเราหายใจแบบไหนอยู่ ให้ท่านอยู่ในท่านั่งมือข้างหนึ่งแตะที่หน้าอกส่วนอีกข้างแตะไว้ที่ท้อง ถ้ามือที่แตะไว้ที่หน้าอกมีการขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ แสดงว่าคุณกำลังหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก แต่ถ้ามือที่แตะไว้ที่ท้องขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ (ท้องพองขึ้นสลับกับท้องยุบ) แสดงว่าท่านหายใจได้ถูกวิธีซึ่งเหมาะสมกับนักปั่นมือโปรอย่างท่านเป็นที่สุด ( จบอย่างแรกไปแล้ว ติดตามอย่างที่สองในตอนหน้าครับ)
โดยปกติถ้าเราไม่ออกกำลังกายจะใช้วิธีหายใจแบบไหนก็ได้ เพราะปริมาณออกซิเจนเพียงพอต่อการแลกเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน แต่ในการปั่นเดินทางไกลเราจะเจอกับ load ที่ต่อเนื่องและแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เช่นระยะทางใกล้หรือไกล , กระแสลมและเนินต่างๆ ทำให้การใช้พลังงานในการปั่นต้องแปรเปลี่ยนตามไปด้วย พลังงาน 1 ATP ให้กำลังอยู่ที่ 7.3 Kcal/mol และร่างกายจะใช้หมดภายในเวลา 2 นาที ร่างกายผลิตได้สูงสุด 38 ATP ได้กำลังงานอยู่ที่ 2900 KJ นั่นก็คือเราจะต้องบริหารการใช้กำลังงานไม่ให้เกินที่ร่างกายผลิตได้ ถึงแม้ร่างกายเราจะมีระบบผลิตพลังงานให้ทดแทนกันได้อย่างต่อเนื่องก็จริงอยู่ แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุให้กระบวนการผลิตกำลังงานต้องด้อยประสิทธิภาพ นั่นคือการขาดออกซิเจนและการขัดขวางการทำงานของกรดแลคติค เพื่อแก้ปัญหาทั้งสองอย่างนี้อย่างแรกนักปั่นต้องหายใจให้ถูกวิธีจึงจะมีโอกาสได้รับออกซิเจนป้อนร่างกายอย่างเพียงพอ การหายใจที่ถูกต้องสำหรับการปั่นจักรยานเรียกว่า Diaphragmatic Breathing เป็นการหายใจโดยการบังคับกล้ามเนื้อช่องท้อง หรือที่เราเรียกกันว่ากระบังลมให้เคลื่อนตัวลงไปด้านล่างในเวลาที่เราสูดลมหายใจเข้า เพื่อที่จะได้ไม่ไปขัดขวางการขยายตัวของถุงลมปอดซึ่งจะทำให้ท้องเราพองขึ้น และในจังหวะที่เราหายใจออกเราก็จะบังคับให้กล้ามเนื้อกระบังลมเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน เพื่อดันปอดให้ไล่คาบอนไดอ๊อกไซด์ให้ออกได้เต็มที่ไม่มีเหลือตกค้างอยูในถุงลมปอด สังเกตได้จากการที่ท้องเรายุบลง นั่นคือเราจะสูดเอาออกซิเจนได้เต็มปอดและไล่คาบอนไดอ๊อกไซด์ออกจากปอดได้หมด ผลก็คือเซลล์จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่สูงสุดซึ่งเหมาะกับการปั่น ในขณะที่คนทั่วๆไปจะหายใจอีกแบบคือการหายใจด้วยกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นการหายใจแค่ปอดส่วนบนเท่านั้นไม่ได้ขยายรับออกซิเจนได้เต็มที่ ทำให้ปริมาณออกซิเจนและสารอาหารเข้าเซลล์ได้น้อยกว่า ลองมา Test ตัวเองกันดูครับว่าตัวเราหายใจแบบไหนอยู่ ให้ท่านอยู่ในท่านั่งมือข้างหนึ่งแตะที่หน้าอกส่วนอีกข้างแตะไว้ที่ท้อง ถ้ามือที่แตะไว้ที่หน้าอกมีการขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ แสดงว่าคุณกำลังหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก แต่ถ้ามือที่แตะไว้ที่ท้องขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ (ท้องพองขึ้นสลับกับท้องยุบ) แสดงว่าท่านหายใจได้ถูกวิธีซึ่งเหมาะสมกับนักปั่นมือโปรอย่างท่านเป็นที่สุด ( จบอย่างแรกไปแล้ว ติดตามอย่างที่สองในตอนหน้าครับ)
แก้ไขล่าสุดโดย phirun เมื่อ 16 ธ.ค. 2013, 15:15, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
-
choa02
- สมาชิก
- โพสต์: 83
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2012, 13:07
- Tel: 064-134-3833
- team: ไม่มี
- Bike: araya
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
หมายถึง ถ้าหายใจเข้าต้องให้ท้องขยายใหญ่ขึ้น
หายใจออกให้ท้องแฟบลง ใช่มั้ยครับท่าน
- phirun
- สมาชิก
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2012, 12:58
- Tel: 086-8509136
- team: -
- Bike: peugeot , miyata
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เข้าใจถูกต้องแล้วครับchoa02 เขียน:หมายถึง ถ้าหายใจเข้าต้องให้ท้องขยายใหญ่ขึ้น
![]()
หายใจออกให้ท้องแฟบลง ใช่มั้ยครับท่าน
- lonerider
- สมาชิก
- โพสต์: 19
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2012, 18:07
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
พึ่งกลับมาจากฝึกยุบหนอพองหนอ ช่วงแรกๆ ก็พอทำได้ ขี่ไปเพลินๆ ชักจะลืมแหะ 
- ใต้ฟ้าเดียวกัน
- ขาประจำ
- โพสต์: 1904
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ค. 2009, 08:11
- Tel: 0817070618
- Bike: Rit
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีดีครับผม
- เหนียวครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1193
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2012, 07:54
- Tel: 0892363974
- team: SON OF THE KING
- Bike: ท่านเขียว กับ เสือเผ่น
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ขออนุญาต พี่ จขกท. แชร์ประสพการณ์ของผมครับphirun เขียน:ตอนที่ 3.1 เรียนรู้วิธีการหายใจและการใช้พลังงานในการปั่นแบบถูกวิธี (ต่อจากตอนที่แล้ว)
โดยปกติถ้าเราไม่ออกกำลังกายจะใช้วิธีหายใจแบบไหนก็ได้ เพราะปริมาณออกซิเจนเพียงพอต่อการแลกเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน แต่ในการปั่นเดินทางไกลเราจะเจอกับ load ที่ต่อเนื่องและแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เช่นระยะทางใกล้หรือไกล , กระแสลมและเนินต่างๆ ทำให้การใช้พลังงานในการปั่นต้องแปรเปลี่ยนตามไปด้วย พลังงาน 1 ATP ให้กำลังอยู่ที่ 7.3 Kcal/mol และร่างการจะใช้หมดภายในเวลา 2 นาที ร่างกายผลิตได้สูงสุด 38 ATP ได้กำลังงานอยู่ที่ 2900 KJ นั่นก็คือเราจะต้องบริหารการใช้กำลังงานไม่ให้เกินที่ร่างกายผลิตได้ ถึงแม้ร่างกายเราจะมีระบบผลิตพลังงานให้ทดแทนกันได้อย่างต่อเนื่องก็จริงอยู่ แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุให้กระบวนการผลิตกำลังงานต้องด้อยประสิทธิภาพ นั่นคือการขาดออกซิเจนและการขัดขวางการทำงานของกรดแลคติค เพื่อแก้ปัญหาทั้งสองอย่างนี้อย่างแรกนักปั่นต้องหายใจให้ถูกวิธีจึงจะมีโอกาสได้รับออกซิเจนป้อนร่างกายอย่างเพียงพอ การหายใจที่ถูกต้องสำหรับการปั่นจักรยานเรียกว่า Diaphragmatic Breathing เป็นการหายใจโดยการบังคับกล้ามเนื้อช่องท้อง หรือที่เราเรียกกันว่ากระบังลมให้เคลื่อนตัวลงไปด้านล่างในเวลาที่เราสูดลมหายใจเข้า เพื่อที่จะได้ไม่ไปขัดขวางการขยายตัวของถุงลมปอดซึ่งจะทำให้ท้องเราพองขึ้น และในจังหวะที่เราหายใจออกเราก็จะบังคับให้กล้ามเนื้อกระบังลมเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน เพื่อดันปอดให้ไล่คาบอนไดอ๊อกไซด์ให้ออกได้เต็มที่ไม่มีเหลือตกค้างอยูในถุงลมปอด สังเกตได้จากการที่ท้องเรายุบลง นั่นคือเราจะสูดเอาออกซิเจนได้เต็มปอดและไล่คาบอนไดอ๊อกไซด์ออกจากปอดได้หมด ผลก็คือเซลล์จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่สูงสุดซึ่งเหมาะกับการปั่น ในขณะที่คนทั่วๆไปจะหายใจอีกแบบคือการหายใจด้วยกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นการหายใจแค่ปอดส่วนบนเท่านั้นไม่ได้ขยายรับออกซิเจนได้เต็มที่ ทำให้ปริมาณออกซิเจนและสารอาหารเข้าเซลล์ได้น้อยกว่า ลองมา Test ตัวเองกันดูครับว่าตัวเราหายใจแบบไหนอยู่ ให้ท่านอยู่ในท่านั่งมือข้างหนึ่งแตะที่หน้าอกส่วนอีกข้างแตะไว้ที่ท้อง ถ้ามือที่แตะไว้ที่หน้าอกมีการขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ แสดงว่าคุณกำลังหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก แต่ถ้ามือที่แตะไว้ที่ท้องขยับขึ้นลงตามจังหวะกานหายใจ (ท้องพองขึ้นสลับกับท้องยุบ) แสดงว่าท่านหายใจได้ถูกวิธีซึ่งเหมาะสมกับนักปั่นมือโปรอย่างท่านเป็นที่สุด ( จบอย่างแรกไปแล้ว ติดตามอย่างที่สองในตอนหน้าครับ)
ยืนยันทฤษฎีนี้ครับ มีประโยชน์อย่างมาก
ผลก็คือเซลล์จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่สูงสุดซึ่งเหมาะกับการปั่น
ไม่ใช่แค่นี้นะครับถ้าทำให้ลมเข้าออกละเอียดยิ่งขึ้น โดยการฝึกทำบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย
ยังสามารถ ลด อัตรา ชีพจร ได้อีก 2-3 ตุ๊บครับ
รวมทั้งสมาธิที่เพิ่มขึ้น และลดความเครียด ความดันได้อีกด้วย
สามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
หนังสือไร้สาระ "ตีนถีบ" เรื่องราวของสองคู่หูขวางนรก นักปั่นจอมกาก
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285
อ่านกันให้สนุกนะครับ
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285
อ่านกันให้สนุกนะครับ
-
choa02
- สมาชิก
- โพสต์: 83
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2012, 13:07
- Tel: 064-134-3833
- team: ไม่มี
- Bike: araya
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ผมก็เป็นเหมือนท่านเลยครับlonerider เขียน:พึ่งกลับมาจากฝึกยุบหนอพองหนอ ช่วงแรกๆ ก็พอทำได้ ขี่ไปเพลินๆ ชักจะลืมแหะ
เตือนตัวเองครับ ใจเย็นๆ ค่อยๆฝึกไป
- tz4227
- สมาชิก
- โพสต์: 7
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2013, 21:29
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เข้ามาโกยความรู้ครับ แต่นึกภาพจังหวะการปั่นไม่ออกครับ (ที่ต้องเริ่มจาก 11 น. แล้ว "เตะ" ไปที่ 1 น.) ถ้าไม่รบกวนขอเป็นคลิปหรือภาพประกอบได้หรือเปล่าครับ
ส่วนจังหวะหายใจ ชัดเจนแจ่มแจ้ง สุดยอดครับผม
ส่วนจังหวะหายใจ ชัดเจนแจ่มแจ้ง สุดยอดครับผม
จะปัึ่นไป เท่าที่ใจอยากจะปั่น
- phirun
- สมาชิก
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2012, 12:58
- Tel: 086-8509136
- team: -
- Bike: peugeot , miyata
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ตามนี้เลยครับtz4227 เขียน:เข้ามาโกยความรู้ครับ แต่นึกภาพจังหวะการปั่นไม่ออกครับ (ที่ต้องเริ่มจาก 11 น. แล้ว "เตะ" ไปที่ 1 น.) ถ้าไม่รบกวนขอเป็นคลิปหรือภาพประกอบได้หรือเปล่าครับ
ส่วนจังหวะหายใจ ชัดเจนแจ่มแจ้ง สุดยอดครับผม
http://www.youtube.com/watch?v=k5DIwAveY7w
-
PKT_Golf
- ขาประจำ
- โพสต์: 255
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2010, 09:43
- Tel: 081-7071417
- team: กระต่ายบิน (อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร)
- ติดต่อ:
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ติดตามด้วยคน ตอนนี้ยังบ้าความเร้วอยู่ อีกซักพัก หมดใจจะไปทัวร์ริ่งแน่ๆ

" สุดท้ายสิ่งที่ได้มาอาจเป็นความเหนื่อยล้าเพียงชั่วข้ามคืน ....
แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือ ความภาคภูมิใจกับความสำเร็จ ที่จะอยู่กับเราตลอดไป..."
แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือ ความภาคภูมิใจกับความสำเร็จ ที่จะอยู่กับเราตลอดไป..."
- tz4227
- สมาชิก
- โพสต์: 7
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2013, 21:29
Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ขอบคุณมากครับ พี่ phirunphirun เขียน:ตามนี้เลยครับtz4227 เขียน:เข้ามาโกยความรู้ครับ แต่นึกภาพจังหวะการปั่นไม่ออกครับ (ที่ต้องเริ่มจาก 11 น. แล้ว "เตะ" ไปที่ 1 น.) ถ้าไม่รบกวนขอเป็นคลิปหรือภาพประกอบได้หรือเปล่าครับ
ส่วนจังหวะหายใจ ชัดเจนแจ่มแจ้ง สุดยอดครับผม
http://www.youtube.com/watch?v=k5DIwAveY7w
จะปัึ่นไป เท่าที่ใจอยากจะปั่น