













ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
Tidnheng เขียน:เห็นด้วยกับท่าน demolisher ครับ อยากจะบอกแบบนี้เหมือนกันแต่กลัวโดนโจมตี
จากประสบการณ์ที่ผมเคยปั่นเส้นพระราม2 ปัญหาที่พบก็คือ แดดร้อนมากไม่มีเงาจากร่มไม้ให้เลย ลมแรงโดยเฉพาะช่วงนาเกลือ กว่าจะถึงแยกวังมะนาวจะเจอกับสะพานสูงและเนินยาวๆหลายจุด รถของเราที่เคยคิดว่าเบาๆปั่นง่ายๆกลับกลายเป็นหนักมากเหมือนกับแบกกระสอบข้าวสารมาด้วย เมื่อยคอ ปวดแขน ปวดตูดมากันครบ เกียร์3x9ถูกนำออกมาใช้จนเกือบครบในช่วงขึ้นสะพานสูงแถวๆแม่กลอง หากเป็นSingle Speed ในทางขึ้นเนินก็ต้องออกแรงมากกว่าคนอื่นหรืออาจต้องลงเข็น ในทางราบจะเกาะไปกับกลุ่มให้ได้รอบขาก็ต้องเยอะกว่า ถ้ามาปั่นรวมกับพวกมีเกียร์ผมว่าท่านอาจจะถอดใจก่อนถึงที่หมายครับ แต่ถ้ามีรถเซอร์วิสปิดท้ายจะลองดูก็ได้ไม่เสียหายครับ
พี่ป๊อกกี้..รอเฮียฮ้อจัดทริป waiting list ของพี่ดำรงไม่ไหว...จัดไปซะแล้ว...ถนนดีแล้วใช่ไม๊ครับพี่
ยินดีต้อนรับครับ หัวลากครูต๋อย,น้องโอ๋ ไม่ต้องกลัวว่าจะตามไม่ทันparitisan22 เขียน:ตอนนี้กำลังซ้อมอยู่ครับ..(สวนหลวง+บึงหนองบอน) และยังไม่เคยออกทริปที่ใหนเลย น่าสนใจครับผม (มือใหม่จริงๆครับ)..
ซ้อมทับเส้นทางผมเลย ผมก็มีสองที่นี่แหละ แต่บึงหนองบอนไม่ค่อยได้เข้า มันเปลี่ยวไม่ค่อยมีคน บางวันไม่เจอใครเลย บางวันโชคดีเจอ 1-2 คน ไม่เหมือนเมื่อ 2-3 ปีคนเยอะกว่านี้ครับparitisan22 เขียน:ตอนนี้กำลังซ้อมอยู่ครับ..(สวนหลวง+บึงหนองบอน) และยังไม่เคยออกทริปที่ใหนเลย น่าสนใจครับผม (มือใหม่จริงๆครับ)..
demolisher เขียน:wchutrakul เขียน:รบกวนสอบถามเรื่องจักรยานแบบมีเกียร์ เทียบกับ single speed เมื่อปั่นบนทางเรียบแล้วจะต่างกันมั้ยครับในเรื่องของการออกแรงในการขี่?
เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงทาง “ราบ” มากกว่าใช่ไหมครับ ?
ขออนุญาตเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวเฉยๆ นะครับ และขออภัยล่วงหน้าหากผมเผลอใช้ข้อความไม่เหมาะสม กับทั้งหมดต่อไปนี้ผมหมายถึงสำหรับนักปั่น single speed สมัครเล่น-หาใช่นักปั่น single speed ที่พัฒนาพอสมควรแล้วนะครับ คือผมก็ตั้งใจระมัดระวังเต็มที่นะครับ...แต่...เกรงว่าจะพลาดง่ะ คุยกันหนุกๆ นะขอรับ
ผมเองถูกฝึกให้เป็นนักปั่นที่เน้นพัฒนา "รอบขา" บวก "กำลังขา" อะครับ ทำให้มองไม่ออกว่าจะปั่นจักรยานให้ไกล+เร็วทั้งสองอย่างกับเส้นทางหลากหลายได้ยังไงหากไม่มีเกียร์มาช่วยบริหารแรงของเราครับ
* เราๆ ก็เจอรถ single speed กันทั่วไปนะครับ แต่มีครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นทำให้ผมเรียนรู้หลักๆ 2 อย่าง อย่างแรกคือควรหลีกเลี่ยงการออกทริปกับรถ single speed ที่ไม่มีเบรก (จะเป็น single speed หรือเป็น fixed ก็แล้วแต่) เนื่องจากมาปั่นนำหน้าเราก็เสียว ตามหลังเรายิ่งเสียว อาทิ เราหรือทั้งฝูงเบรกแล้วเขาเบรกไม่อยู่...ก็...หุหุ...แย่แระ หมวกกันน๊อคก็...ไม่ค่อยจะชอบใส่กันเนอะ (เขา strike ไปฝูงหนึ่งก็เรื่องหนึ่ง เขาดันหัวน่วมด้วย ...อิ๊บอ๋ายอีกเรื่องแระ) และอื่นๆ ส่วนอย่างที่สอง ผมรู้ว่าจะแอบแกล้งพวกเขาได้ยังไง 5 5 5 5 ก็ตอนขึ้นสะพานไง โดยเฉพาะสะพานสูงๆ อย่างแถวปทุมธานีที่สะพานต้องสูงพอให้พวกรถ trailer ที่บรรทุกตู้ container ลอดผ่านได้ ยิ่งเจอพวกบ้าพลังยิ่งชอบ เพราะเขามักจะต้องโหมปั่นปรู๊ดส่งขึ้นไปแล้วไปง็อกแง็กอยู่ตอนกลางๆ เรื่อยขึ้นไปถึงแถวยอดสะพาน ...ตอนแรกผมก็จะปล่อยให้เขาแซงไปก่อนแล้วค่อยไปตามเก็บเขาให้พวกเขาเจ็บใจเล่น อิอิ (ผมใช้เสือภูเขา Full Suspension ยางใหญ่นะครับ ไม่ได้ใช้พวกยางเล็กแต่อย่างใด) แล้วลองนึกดูจิ หากได้ปั่นประกบกันนานๆ จนผมสามารถแกล้งนำแล้วพาลากขึ้นสะพานสูงบ้างต่ำบ้างซัก 5 สะพาน ...ไม่ค่อยรอดหรอกฮะ
* จะเอา single speed ไปขึ้นเขา ? ทางเรียบๆ นี่แหละ ...เห็นจะเหนื่อยเกินเนอะครับ ไม่ต้องถึงพวกเขาใหญ่หรือภูเขาขนาดใหญ่อะไรหรอก แค่สันเขื่อนอย่างเขื่อนท่าด่านฯ นครนายก หรือพวกแก่งกระจาน เพชรบุรี ก็แย่แย้ว แล้วเราก็ไม่รู้จะแนะยังไงให้เขาปั่นถึงยอดได้โดยไม่ต้องเข็นต้องจูงด้วยนะ ก็ขนาดนักปั่นเสือภูเขาขาแข็งแรงปานกลางหลายท่านยังต้องลดเกียร์เป็นระวิงเลยง่ะ
* แล้วพวกทางราบและเรียบกริ๊บแต่ลมแรงๆ ล่ะ ? รุ่นน้องท่านหนึ่งเคยโวยวายมาว่ารถเขาเสียเพราะปั่นไม่ไปเลย ใครมาทำอะไรรถเขาหรือเปล่าทำไมมันหนืดจัง![]()
![]()
![]()
![]()
ก็...น้องครับ...ดูธงที่ชาวบ้านตั้งไว้หน้าบ้านตามทางดูสิครับ มันสะบัดตั้งเด่เหมือนมีใครเอามือมาดึงมันไว้ขนาดนั้นน่ะ
![]()
![]()
![]()
![]()
อย่างพวกถนนโล่งๆ ริมหาดหรือช่องเขา ลมเย็นๆ ปะทะหน้าชื่นนนนใจเนี่ยยิ่งหนุกหนานมั่กๆ ครับ แล้วนึกภาพว่าหากไม่มีเกียร์มาช่วยจะทนปั่นยังไงนะ ?
* แต่ว่าปั่นทางราบแบบแถวสุวรรณภูมิ อันนั้นก็คงเป็นตัวอย่างของทางเลือกไม่มากสำหรับนักปั่น single speed ที่อยากออกกำลังกายอะครับ เพราะทางมันก็ราบๆ วนไปวนมาไม่มีอะไรต้องห่วงว่าจะเจอสภาพทางไม่คาดฝันอะไรหรือเปล่าครับ
* พอจะเน้นเร็ว ก็ไม่ได้เร็วนัก จะเบาก็ไม่ค่อยจะเบา จะอาศัยให้ทนกับทางไม่สมประกอบแบบตามเมืองใหญ่ก็ไม่ค่อยจะดีเสียอีก ฯลฯ เว้นแต่ผมว่า single speed บางคันเนี่ยสวยดีเหมือนกันเนอะครับ
ปล.
+ เกียร์เยอะเกินกว่าจะใช้หมดก็ไม่จำเป็นนะครับ แต่ถ้ายังกำหนดไม่ได้ว่าจะมีโอกาสเจอเส้นทางแบบไหนบ้าง (ตลอดอายุรถ+อายุการปั่นของเรา) กับถ้าพอมีงบประมาณซักหน่อยก็คงจะหนีชุดเกียร์ที่มากซักหน่อยไม่พ้นกระมังครับ อาทิ 3x9 สำหรับภูเขา (หลายท่าน 3x8 ก็พอส่วนอีกหลายท่านก็ชื่นชอบ 3x10 หรือ 2x9 อะไรเงียะ) หรือ 2x10 สำหรับหมอบ เป็นต้น
+ ผมมีจักรยานเหล็กคันหนึ่ง เป็นตะเกียบ มีอยู่ 2x6 เกียร์ ในบางสถานการณ์บางทริปก็ใช้ไม่ครบนะครับ แต่ในหลายสถานการณ์ คันที่มี 3x9 ก็ทำท่าจะไม่พอใช้แหละ![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
***************************************
เหลืออีกตั้ง 2 สัปดาห์กว่าจะมีทริปนี้เนาะครับเฮียฮ้อ 36 (และคณะฯ) ...เดี๋ยวก็มีคนมาสมัครกันเพียบแหง็มๆ ครับ ทริปนี้ระยะทางปั่นไม่ไกลเลย กับมีหลายท่านช่วยกันน้ำหน้าและปิดท้าย มันต้องเป็นอีกทริปหนึ่งที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ ครับผม![]()
![]()
![]()
![]()
แล้วครูต๋อยจะรอ แต่ยังไม่รู้ว่า Kim จะเอาน้องส้ม Fixed gear หรือจะเอาฝ่าหวายไปกันแน่ บรรยายมาให้ซะเห็นภาพไปเลยkim008 เขียน:demolisher เขียน:wchutrakul เขียน:รบกวนสอบถามเรื่องจักรยานแบบมีเกียร์ เทียบกับ single speed เมื่อปั่นบนทางเรียบแล้วจะต่างกันมั้ยครับในเรื่องของการออกแรงในการขี่?
เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงทาง “ราบ” มากกว่าใช่ไหมครับ ?
ขออนุญาตเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวเฉยๆ นะครับ และขออภัยล่วงหน้าหากผมเผลอใช้ข้อความไม่เหมาะสม กับทั้งหมดต่อไปนี้ผมหมายถึงสำหรับนักปั่น single speed สมัครเล่น-หาใช่นักปั่น single speed ที่พัฒนาพอสมควรแล้วนะครับ คือผมก็ตั้งใจระมัดระวังเต็มที่นะครับ...แต่...เกรงว่าจะพลาดง่ะ คุยกันหนุกๆ นะขอรับ
ผมเองถูกฝึกให้เป็นนักปั่นที่เน้นพัฒนา "รอบขา" บวก "กำลังขา" อะครับ ทำให้มองไม่ออกว่าจะปั่นจักรยานให้ไกล+เร็วทั้งสองอย่างกับเส้นทางหลากหลายได้ยังไงหากไม่มีเกียร์มาช่วยบริหารแรงของเราครับ
* เราๆ ก็เจอรถ single speed กันทั่วไปนะครับ แต่มีครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นทำให้ผมเรียนรู้หลักๆ 2 อย่าง อย่างแรกคือควรหลีกเลี่ยงการออกทริปกับรถ single speed ที่ไม่มีเบรก (จะเป็น single speed หรือเป็น fixed ก็แล้วแต่) เนื่องจากมาปั่นนำหน้าเราก็เสียว ตามหลังเรายิ่งเสียว อาทิ เราหรือทั้งฝูงเบรกแล้วเขาเบรกไม่อยู่...ก็...หุหุ...แย่แระ หมวกกันน๊อคก็...ไม่ค่อยจะชอบใส่กันเนอะ (เขา strike ไปฝูงหนึ่งก็เรื่องหนึ่ง เขาดันหัวน่วมด้วย ...อิ๊บอ๋ายอีกเรื่องแระ) และอื่นๆ ส่วนอย่างที่สอง ผมรู้ว่าจะแอบแกล้งพวกเขาได้ยังไง 5 5 5 5 ก็ตอนขึ้นสะพานไง โดยเฉพาะสะพานสูงๆ อย่างแถวปทุมธานีที่สะพานต้องสูงพอให้พวกรถ trailer ที่บรรทุกตู้ container ลอดผ่านได้ ยิ่งเจอพวกบ้าพลังยิ่งชอบ เพราะเขามักจะต้องโหมปั่นปรู๊ดส่งขึ้นไปแล้วไปง็อกแง็กอยู่ตอนกลางๆ เรื่อยขึ้นไปถึงแถวยอดสะพาน ...ตอนแรกผมก็จะปล่อยให้เขาแซงไปก่อนแล้วค่อยไปตามเก็บเขาให้พวกเขาเจ็บใจเล่น อิอิ (ผมใช้เสือภูเขา Full Suspension ยางใหญ่นะครับ ไม่ได้ใช้พวกยางเล็กแต่อย่างใด) แล้วลองนึกดูจิ หากได้ปั่นประกบกันนานๆ จนผมสามารถแกล้งนำแล้วพาลากขึ้นสะพานสูงบ้างต่ำบ้างซัก 5 สะพาน ...ไม่ค่อยรอดหรอกฮะ
* จะเอา single speed ไปขึ้นเขา ? ทางเรียบๆ นี่แหละ ...เห็นจะเหนื่อยเกินเนอะครับ ไม่ต้องถึงพวกเขาใหญ่หรือภูเขาขนาดใหญ่อะไรหรอก แค่สันเขื่อนอย่างเขื่อนท่าด่านฯ นครนายก หรือพวกแก่งกระจาน เพชรบุรี ก็แย่แย้ว แล้วเราก็ไม่รู้จะแนะยังไงให้เขาปั่นถึงยอดได้โดยไม่ต้องเข็นต้องจูงด้วยนะ ก็ขนาดนักปั่นเสือภูเขาขาแข็งแรงปานกลางหลายท่านยังต้องลดเกียร์เป็นระวิงเลยง่ะ
* แล้วพวกทางราบและเรียบกริ๊บแต่ลมแรงๆ ล่ะ ? รุ่นน้องท่านหนึ่งเคยโวยวายมาว่ารถเขาเสียเพราะปั่นไม่ไปเลย ใครมาทำอะไรรถเขาหรือเปล่าทำไมมันหนืดจัง![]()
![]()
![]()
![]()
ก็...น้องครับ...ดูธงที่ชาวบ้านตั้งไว้หน้าบ้านตามทางดูสิครับ มันสะบัดตั้งเด่เหมือนมีใครเอามือมาดึงมันไว้ขนาดนั้นน่ะ
![]()
![]()
![]()
![]()
อย่างพวกถนนโล่งๆ ริมหาดหรือช่องเขา ลมเย็นๆ ปะทะหน้าชื่นนนนใจเนี่ยยิ่งหนุกหนานมั่กๆ ครับ แล้วนึกภาพว่าหากไม่มีเกียร์มาช่วยจะทนปั่นยังไงนะ ?
* แต่ว่าปั่นทางราบแบบแถวสุวรรณภูมิ อันนั้นก็คงเป็นตัวอย่างของทางเลือกไม่มากสำหรับนักปั่น single speed ที่อยากออกกำลังกายอะครับ เพราะทางมันก็ราบๆ วนไปวนมาไม่มีอะไรต้องห่วงว่าจะเจอสภาพทางไม่คาดฝันอะไรหรือเปล่าครับ
* พอจะเน้นเร็ว ก็ไม่ได้เร็วนัก จะเบาก็ไม่ค่อยจะเบา จะอาศัยให้ทนกับทางไม่สมประกอบแบบตามเมืองใหญ่ก็ไม่ค่อยจะดีเสียอีก ฯลฯ เว้นแต่ผมว่า single speed บางคันเนี่ยสวยดีเหมือนกันเนอะครับ
ปล.
+ เกียร์เยอะเกินกว่าจะใช้หมดก็ไม่จำเป็นนะครับ แต่ถ้ายังกำหนดไม่ได้ว่าจะมีโอกาสเจอเส้นทางแบบไหนบ้าง (ตลอดอายุรถ+อายุการปั่นของเรา) กับถ้าพอมีงบประมาณซักหน่อยก็คงจะหนีชุดเกียร์ที่มากซักหน่อยไม่พ้นกระมังครับ อาทิ 3x9 สำหรับภูเขา (หลายท่าน 3x8 ก็พอส่วนอีกหลายท่านก็ชื่นชอบ 3x10 หรือ 2x9 อะไรเงียะ) หรือ 2x10 สำหรับหมอบ เป็นต้น
+ ผมมีจักรยานเหล็กคันหนึ่ง เป็นตะเกียบ มีอยู่ 2x6 เกียร์ ในบางสถานการณ์บางทริปก็ใช้ไม่ครบนะครับ แต่ในหลายสถานการณ์ คันที่มี 3x9 ก็ทำท่าจะไม่พอใช้แหละ![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
***************************************
เหลืออีกตั้ง 2 สัปดาห์กว่าจะมีทริปนี้เนาะครับเฮียฮ้อ 36 (และคณะฯ) ...เดี๋ยวก็มีคนมาสมัครกันเพียบแหง็มๆ ครับ ทริปนี้ระยะทางปั่นไม่ไกลเลย กับมีหลายท่านช่วยกันน้ำหน้าและปิดท้าย มันต้องเป็นอีกทริปหนึ่งที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ ครับผม![]()
![]()
![]()
![]()
เฮียฮ้อบอกผม "เอา fixed ไปฝึกปั่น จะได้กำลังขา"
เฮียฮ้อส่ง น้องส้ม fixed สีสัม มาให้ลอง (ของเฮียให้มามีเบรค หน้า-หลังมาด้วย)
ตอนมายางหลังรั่ว เฮียฮ้อเลยแถมที่สูบลม กะชุดปะมาด้วย
แน่นอนก่อนจะปั่นเก่ง ต้องเริ่มจากการปะยางให้เป็นก่อน 555
ปะยังเสร็จ เอาที่สูบมาสูบ สูบให้ตายมันก็ไม่เขา ยางมันก็ไม่แข็ง (ล้อ 700) นึกว่าสูบพัง
แต่สูบก็ไม่ัพัง โทรหาเฮียฮ้อดีกว่า ถึงได้รู้จักวิธีเติมลมยาง 555
ดีใจมากกระโดดขึ้นขี่ แต่...."ชิบหา.ย รถเฮียแมร่งพังนี่หว่า บันไดแมร่งติด แล้วตรูจะขี่ยังไงว่ะ" (อันนี้ร้องออกมาจนแฟนผมหันมามอง)
กระโดดลงจากรถจนโดน คานนอน กระแทก ไข่![]()
![]()
![]()
น้องๆ ที่อยู่ข้างๆ นั่งดูอยู่ ตระโกนกลับมาว่า "รถมันเป็นแบบนี้แหละพี่ บันไดมันไม่ฟรี และถ้าแจ๋วต้องไม่มีเบรค"
สรุป รถไม่ได้พัง แต่ผมแมร่งตกยุคซะเอง (ขนาดยังไม่ 40 นะนี่) ไม่รู้จักรถ fixed gear![]()
![]()
![]()
ลองปั่นวันละ 10-20 เมตร ในลานจอดรถของที่ทำงาน เพราะไม่กล้าออกถนน
ปั่นได้ 3-4 วัน ระหว่างรอ เครื่องแต่งกาย ชุดฝึกปั่น
พอได้มาครบ ลุยเลยครับ วันแรก 10 กม. ใช้เวลา 40 นาที เหนื่อยเป็นหมาหอบเลยผม
ก็คนไม่เคยออกกำลังกายเลยครับ ปกติก็ดำน้ำแบบ Scuba อย่างเดียว ไม่เคยเล่นกีฬาอย่างอื่นเลยครับ
อย่างที่พี่เขาบอก จริงครับ ผมเจอมาตั้งแต่วันแรกเลย
เนื่องจากพื้นที่ อ.ศรีราชาเป็นภูเขา เส้นทางรอบตัวเป็นเนินทั้งนั้น หันไปทางไหนก็เจอ ถึงเหนื่อยเป้นหมาหอบเลย
ปั่นๆ หยุดๆ กะน้องสัมรถ fixed gear จนไปกลัาไปปั่นกะเฮียฮ้อในทริป เซ็นทรัล-อมตะ-เกาะลอย
เอาแค่ อมตะ-เกาะลอย-อมตะ พอครับ ไม่เอาเยอะ กลัววว
และในทริปนี้ เล่าเรื่องในการหัดปั่นให้เฮียฮ้อฟัง เฮียเลยจัด รถแบบมีเกียร์มาให้อีกคัน
เนื่องจากภูมิประเทศแถวนี้เนินมันเยอะ ควรจะเอาแบบมีเกียร์มาปั่น
ปั่นแบบมีเกียร์ยังไม่ทันครบอาทิตย์เฮียฮ้อโทรมา ชวนไปทริป "กรุงเทพ-หัวหิน"
ไอ้ผมเคยกลัวที่ไหน รีบตอบไปทันที 2 คำ "ไม่ไป"![]()
![]()
![]()
เฮียบอกว่ามีรถเชอร์ ไม่ไหวก็ขึ้นรถเอา ผมได้ยินคำว่า "ไม่ไหวก็ขึ้นรถเอา"
มันเจ็บลึก ไปถึงง่ามก้น (พอดีวันก่อนปั่นนานไปหน่อยก้นเลยระบม) เลยตอบไปอีก 2 คำว่า "ไปด้วย"
สรุปผมเลยได้ไปทริป "กรุงเทพ-หัวหิน"![]()
![]()
![]()
บอกแล้วไม่เคยกลัว ยังมีเวลาเหลืออีกหลายวัน ผมเตรียมตัวทันแน่นอน![]()
![]()
![]()
ว่าแล้วหลังเลิกงานวันรุ่งขึ้น ปั่น fixed ไปกินข้าวที่พัทยาใต้มา
อีกวันเอาแบบมีเกียร์ไปนาเกลือ(บางละมุง) เส้นนี้เนินไม่เยอะ
สลับไปมา สรุป ผมว่า fixed ปั่นมันกว่า แม้เวลาขึ้นเนินแทบแย่(ที่เล่ามาตั้งเยอะ อยากจะบอกแค่บรรทัดนี้
ส่วนเรื่องไปทริป "กรุงเทพ-หัวหิน" ก็อย่างที่บอกไม่เคยกลัวอยู่แล้ว
เมื่อวานก็เพิ่งได้ "เปลญวน" มากะจะเอามาผูกนอนรอบนรถเชอร์ ระหว่างที่รถจักรยานยางรั่ว แล้วต้องมาขึ้นมาปะบนรถเชอร์
บอกแล้ว "กลัวที่ไหน"
แล้วเจอกันครับ ทริป "กรุงเทพ-หัวหิน"
สมัครปั่นไปทำบุญด้วยครับ แล้วจะรอหมายกำหนดการที่แน่นอน ส่วนวันอาทิตย์ที่ 17กุมภาพันธ์ 2556เฮียฮ้อ36 เขียน:![]()
ช่วยปั่นทำบุญใหญ่ ประจำปี 56 เดือนมีนาคม 56 แน่นนอนแล้วครับ
ยังมีเวลาอีกตั้ง2อาทิตย์ ถ้าคุณ exorxizt(ขอทราบชื่อเล่นด้วยครับจะได้เรียกได้เป็นกันเอง)ซ้อมปั่นอย่างที่เล่าให้ฟังexorxizt เขียน:อยากไปร่วมด้วยครับ ตอนนี้ยังรับมือใหม่อีกหรือเปล่า
ผมขี่ Trek 1.2 2012 ซ้อมอาทิตย์ละ 4 -5 วัน (ปั่นไปทำงานวันละ 28 โล สามวัน ซ้อมเสาร์อาทิตย์ 40 โล) (เพิ่งซ้อมได้ไม่นานนะคับ ซักเดือนนึงเอง - - " )
เคยออกทริปไกลสุด 60 กิโลคับ อยากลองหลักร้อยบ้าง จะพอไหวไม๊ครับ
art2.1 เขียน:มือใหม่ ปั่นมาได้เดือนกว่าครับ ปั่น 30 โล เกือบทุกวัน
ขอแอบเล็งไว้ ถ้าวันนั้นพร้อม จะไปครับ
ร่างกายน่าจะไหวอยู่ เพราะเท่าที่ดูโปรแกรม ปั่นสิบกว่าโล แล้วหยุดพัก น่าจะไหวครับ
ที่เหลือคือจะหาเวลาไปได้หรือเปล่าเท่านั้นครับ