
BMX REDLINE INTENSE CUP 09
ณ สนามมีศักดิ์ Cycles สนามได้ปรับปรุงใหม่ ขี่ง่าย ปลอดภัย สนุกสนาน
กิจกรรมในวันงาน มีการสอนทักษะ มีการแข่งขัน มีการประกวดรถ BMX OS เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2552
วัตถุประสงค์
เพื่อพบปะสังสรร และได้ประสบการณ์ในการแข่งขัน แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนพ้องชาวจักรยานด้วยกัน อีกส่วนหนึ่งเป็นการอนุรักษ์จักรยาน BMX Old School ไม่ให้สูญหายไปจากวงการจักรยาน โดยการจัดการประกวดขึ้น และต้องการให้ผู้ใหญ่และเด็กๆ ให้ความสำคัญกับกีฬาจักรยาน BMX และต้องการให้ กีฬา BMX แพร่หลายมากขึ้น และส่งเสริมให้เด็กๆ หันมาเล่นกีฬาเพื่อห่างไกลยาเสพติด ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กิจกรรมที่จัดก็จะเป็นกิจกรรมเรียบๆ ง่ายๆ เป็นกันเอง จัดเล็กๆ แต่มีทุกเดือน
ประเภทการแข่งขัน
1. รุ่นเด็กอายุไม่เกิน 4 ขวบ ชาย/หญิง
2. รุ่นอายุไม่เกิน 6 ขวบ ชาย/หญิง
3. รุ่นอายุไม่เกิน 8 ขวบ ชาย/หญิง
4. รุ่นอายุไม่เกิน 10 ขวบ ชาย/หญิง
5. รุ่นอายุไม่เกิน 12 ขวบ ชาย/หญิง
6. รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชาย/หญิง
7. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย/หญิง
8. รุ่นทั่วไป - ชาย/หญิง
9. รุ่นทั่วไปมือใหม่ - ชาย/หญิง
10. รุ่นอายุ 30-35 ปี ชาย/หญิง
11. รุ่นอายุ 36-40 ปี ชาย/หญิง
12. รุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไป ชาย
13. รุ่น OS BMX 35 ปีขึ้นไป ชาย
14. ประกวดรถ BMX Old School
ความเป็นมา ของ BMX
การแข่งขันจักรนยาน BMX เริ่มขึ้นเมื่อประมาณปลายปี 1960 ที่แคลิฟอร์เนีย ในช่วงเวลานั้น การแข่งขันมอเตอร์ครอส ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา รูปแบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ และเสียง เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนเกิดความต้องการอยากแข่งขัน
พวกเด็กๆ และวัยรุ่น ก็เกิดอยากจะแข่งขัน แต่ไม่ได้หมายความว่า เข้าร่วมแข่งขันรถมอเตอร์ครอส เหมือนผู้ใหญ่ แต่พวกเขาได้แข่งจักรยานที่พวกเขาสร้างสนามในการแข่งขันขึ้นเอง โดยเริ่มจากรถ Sting – ray ตามมาด้วย รถโมโนโช้ค จนมาถึง รถ BMX และ BMX ก็ได้รับความนิยมสูงสุด และพวกเขาได้พัฒนาการแข่งขัน โดยการพยายามลอกเลียนแบบ อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการแต่งกาย ให้เหมือนการแข่งขันมอเตอร์ครอส ซึ่งพวกเขาเรียกกีฬานี้ของตนเองว่า “BMX” และมีการแข่งขันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
และการแข่งขัน BMX จะทำการแข่งขันในสนามที่มีระยะทาง ประมาณ 350 – 400 เมตร ประกอบไปด้วย เนินกระโดด แบงค์ และลูกระนาด ผู้เข้าแข่งขันจะทำการแข่งขันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จนถึง 8 คน โดยแบ่งการ แข่งขันทั้งหมด 4 รอบด้วยกัน คือ รอบคัดเลือก รอบรอง รอบก่อนชิงชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ โดยในแต่ละรอบจะคัดเลือก ผู้ที่เข้าเส้นชัยอันดับ ที่ 1-4 เพื่อทำการแข่งขันในรอบต่อไป
การแข่งขัน BMX เป็นการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น ได้สุขภาพ และค่าใช้จ่ายน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันมอเตอร์ครอส และเป็นกีฬาที่ได้ใกล้ชิดกับครอบครัว เป็นกีฬาที่ดูง่าย เพราะใช้เวลาในการแข่งขันไม่นาน และในประเทศแคลิฟอร์เนียกีฬาประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกว่าที่อื่นๆ ในระหว่างปี 1970 และได้มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งองค์กรของกีฬาในด้านนี้ขึ้นมา อย่างเป็นรูปเป็นร่างที่ประเทศอเมริกา ในปี ต่อมา
นอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันขึ้นอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาการแข่งขันมาเป็น 20 กว่าปี และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และแพร่กระจายไปยังยุโรป ในปี 1978 ในเดือน เมษายน ปี 1981 สมาคม BMX ระดับนานาชาติได้ถูกตั้งขึ้น ที่ประเทศในแถบยุโรป และออสเตรเลีย แม้กระทั่งประเทศในแถบอเมริกาใต้ ก็เริ่มมีการเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างแพร่หลาย
กีฬา BMX เป็นการรวมกลุ่มกันของสมาคมการขับขี่จักรยานนานาชาติ โดยมีสมาชิกที่รวมกลุ่มและทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันนั้น ทั้งหมด จำนวน 75 สมาคม ซึ่งได้รับการรับรองโดย UCI โดยมีสมาชิกมากกว่า 1.600 คน จาก 32 ประเทศ ซึ่งทางสมาคมได้เคยจัดการแข่งขันมาแล้วในปี 2003 ซึ่งเป็นการแข่งขัน UCI BMX World Championships ที่ เพิร์ท ในประเทศออสเตรเลีย
และในวันที่ 29 มิถุนายน ปี 2003 ทางสมาพันธ์กีฬาโอลิมปิค (IOC) ได้บรรจุกีฬา BMX เข้าในการแข่งขัน โอลิมปิค เกมส์ ในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2551 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่ผ่านมา และนักกีฬาชาย ที่ชนะเลิศอันดับ 1 คือ มาริส สตรอมเบิร์กส์ จากประเทศ ลัตเวีย อับดับ 2 คือ ไมค์ เดย์ จากประเทศ สหรัฐอเมริกา อันดับ 3 คือ ดอนนี โรบินสัน จากประเทศ สหรัฐอเมริกา ส่วนนักกีฬาหญิง อันดับ 1 คือ แอนนา-แคโลรีนฌูส์ซอง จากฝรั่งเศส อันดับ 2 คือ แลติเซีย เลอ กอร์กีเล จากฝรั่งเศส อันดับ 3 คือ จิลล์ คินท์เนอร์ จาก สหรัฐอเมริกา และนักกีฬาเอเชียที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน คือ นักกีฬาชายจากประเทศ ญี่ปุ่น 1 คน และนักกีฬาหญิงจากประเทศ จีน 1 คน (ข้อความจาก web bmxracingthailand.com)
ต่อไปก็เป็นบรรยากาศในงานนะครับ




















