ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
หากเราเห็นร่วมกันว่าชาวฝรั่งเศสล้วนเชิดชูบูชาความลิเบอรัล (อันหมายถึงสิทธิ-เสรีภาพ-อิสรภาพ-ความเสมอภาค ทั้งทางกายและทางความคิด)เป็นสมบัติล้ำค่าของมนุษยชาติและปัจเจกบุคคล
เช่นเดียวกับชื่อหนังสือของ วรากรณ์ สามโกเศศ : โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี
ความลิเบอรัลของชาวฝรั่งเศสก็ไม่ได้หล่นร่วงลงมาจากอากาศเช่นกัน
หากแต่มันเป็นผลพวงของการต่อสู้เพื่อให้ได้มา ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์
นับเป็นประวัติศาสตร์ฉบับเลือดท่วมฉบับหนึ่งของมนุษย์
ไม่ใช่แค่การปฎิวัติ 1789 ที่จบลงด้วยการตัดหัวกษัตริย์และราชินีด้วยกิโยติน
ที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก-ราดิคัลที่สุดของการปกครอง (นั่นคือ ปฎิเสธผู้ปกครอง-ฆ่าทิ้ง-และประกาศการปกครองตัวเอง)
พลเมืองฝรั่งเศสผ่านสรภูมิอันมีลิเบอรัลเป็นเดิมพันมานับครั้งไม่ถ้วน
ถ้าเราไม่นับการลุกฮือของบรรดาไพร่-ทาสติดที่ดินต่อผู้ปกครองในระบบฟิวดัลเป็นการรบเพื่อสิทธิเสรีภาพแล้ว (เพราะกรณีแบบนี้มันคาบเกี่ยวกับเรื่องอำนาจ-ทรัพยากร-การขูดรีดกดขี่ มากกว่าเป็นการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ)
ผมคิดว่ามีอยู่สองเรื่อง(แต่ละเรื่องรบหลายครั้ง) ที่นับเป็นตัวแทนของการสู้เพื่อความลิเบอรัลได้
นั่นคือ เรื่อง สิทธิในการเลือกนับถือศาสนา และสิทธิการปกครองตัวเอง
เช่นเดียวกับชื่อหนังสือของ วรากรณ์ สามโกเศศ : โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี
ความลิเบอรัลของชาวฝรั่งเศสก็ไม่ได้หล่นร่วงลงมาจากอากาศเช่นกัน
หากแต่มันเป็นผลพวงของการต่อสู้เพื่อให้ได้มา ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์
นับเป็นประวัติศาสตร์ฉบับเลือดท่วมฉบับหนึ่งของมนุษย์
ไม่ใช่แค่การปฎิวัติ 1789 ที่จบลงด้วยการตัดหัวกษัตริย์และราชินีด้วยกิโยติน
ที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก-ราดิคัลที่สุดของการปกครอง (นั่นคือ ปฎิเสธผู้ปกครอง-ฆ่าทิ้ง-และประกาศการปกครองตัวเอง)
พลเมืองฝรั่งเศสผ่านสรภูมิอันมีลิเบอรัลเป็นเดิมพันมานับครั้งไม่ถ้วน
ถ้าเราไม่นับการลุกฮือของบรรดาไพร่-ทาสติดที่ดินต่อผู้ปกครองในระบบฟิวดัลเป็นการรบเพื่อสิทธิเสรีภาพแล้ว (เพราะกรณีแบบนี้มันคาบเกี่ยวกับเรื่องอำนาจ-ทรัพยากร-การขูดรีดกดขี่ มากกว่าเป็นการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ)
ผมคิดว่ามีอยู่สองเรื่อง(แต่ละเรื่องรบหลายครั้ง) ที่นับเป็นตัวแทนของการสู้เพื่อความลิเบอรัลได้
นั่นคือ เรื่อง สิทธิในการเลือกนับถือศาสนา และสิทธิการปกครองตัวเอง
- ไฟล์แนบ
-
- แม้อาหารเที่ยงของผมไม่เคยเป็นมากกว่า ขนมปังบาแกตกับเนย..เป็นอย่างนี้ตลอดเกือบเดือน....แต่บรรยากาศต่างหากที่ทำให้มันรื่นรมณ์และจดจำห้วงเวลานั้นได้ไม่รู้ลืม
- Photo0036.jpg (102.86 KiB) เข้าดูแล้ว 435 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย tumtawan เมื่อ 28 ธ.ค. 2012, 13:16, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
- blue0416
- สมาชิก
- โพสต์: 3
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2012, 20:58
- Bike: TREK 4300, StriDa
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
ตามเครื่องวัดระยะทางแบบอนาล็อค มา
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
ใครก็ตามทีที่มีโอกาสศึกษาประวัติศาสตร์ของคริสตศาสนามาบ้าง
ย่อมรู้สึกได้ไม่ยากว่า แท้จริงแล้ว คริสต์-โดยเฉพาะโรมันแคทอลิค- เป็นมากกว่าศาสนา
ศาสนจักรโรมันแคทอลิคเป็นองค์กรขนาดใหญ่มหึมาที่มีอำนาจมหาศาลล้นพ้นและร่ำรวยที่สุดในช่วงสมัยกลางของยุโรป
อำนาจมากขนาดไหนน่ะหรือ? ขนาดที่ว่า เมื่อมีกรณีพิพาทกับกษัตริย์ แล้วสันตปะปางอนตุ๊บป่องหนีไปเก็บตัวบนยอดเขาหิมะ
กษัตริย์นั้นเองที่ตามมางอนง้อ...ขนาดที่ว่ายอมคุกเข่าท่ามกลางความหนาวเย็น..จนกว่าแกจะเลิกงอนและยกโทษให้
แม้ว่ายุโรปสมัยกลางจะมีกี่แคว้น-กี่เมือง มีกษัตริย์กี่พระองค์ แต่ทั้งหมดล้วนอยุ่ภายใต้ความครอบงำของศาสนจักรโรมันคาทอลิค
ที่มีเครื่องมือสำคัญคือศรัทธา และอาวุธเด็ดอันทำให้ใครก็ตามทีที่โดนเข้าไปต้องแดดิ้นลงโดยพลัน...มันไม่ใช่มีดดาบปืนผา....แต่คือการขับออกจากศาสนา (ลองมานึกจินตนาการว่า หากพระสังฆราช บอกกับผมว่า เจ้าไม่ใช่คนพุทธอีกต่อไป! ผมคงอึ้งๆ แบบงงๆ มากกว่าสลดเสียใจน่ะนะ...ค่าที่ว่า ไม่เข้าใจว่าจะมีใครมีสิทธิบอกเลิกสังกัดความเชื่อของคนอื่นได้)
แต่ในยุคกลาง-ยุคสมัยที่อาณาเขตแบบรัฐชาติสมัยใหม่ยังไม่ก่อตัวขึ้น-ผู้คนเชื่อมโยงความเป็นตัวตนเเข้ากับศาสนาเพียงอย่างเดียว...เพราะงั้น การถูกขับออกจากศาสนา ก็เปรียบเสมือนการกระชากเอาบุคคลนั้นออกจากสังคมกันเลยทีเดียว
ศาสนจักรโรมันคาธอลิคเถลิงถวัลย์ในฐานะอำนาจเดี่ยวของสังคม (เหมือนอเมกาสมัยสิบปีก่อนน่ะ ที่ไม่มีใครกล้างัดข้อ )เรื่อยมาจนถึงการเกิดขึ้นของลูเธอแรนท์-ก่อนยุคเรเนซองค์
ที่เริ่มมีการตั้งคำถามถึงความถูกต้องของคำสอน ความชอบธรรมของอำนาจ และความเหมาะสมของการใช้อำนาจของศาสนจักร
ผมคิดว่า จุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความลิเบอรัลของคนฝรั่งเศส ส่วนหนึ่งมีรากฐานจากสิ่งนี้.....นั่นคือการต่อสู้เพื่อสิทธิในการนับถือศาสนาของพวกอูเกอโนต์ (อูเกอโนต์คือคนที่นับถือคริสโปรเตสแตนท-ลูเธอเรียน...ง่ายๆว่าไม่ใช่แคธอลิค)
สมัยนั้น ถ้าคุณไม่ใช่โรมันแคทอลิค คุณก็ไม่นับเป็นคนคริสต์นะ (และคงไม่นับเป็นคนด้วย)
มากไปกว่านั้น คุณต้องโดนกำจัดให้สิ้นซาก
การกำจัดที่ว่า ไม่ใช่แค่การเนรเทศขับไล่นะครับ
แต่คือการฆ่า.....อย่างที่พวกคาธาร์เคยโดนบุกไปปราบในนามของสงครามครูเสด (ที่ปกติรบกับอิสลาม-แต่คราวนี้รบกับคริสต์ต่างนิกาย)
หรืออย่างการล้อมฆ่า-ปิดเมืองประหาร ในวันเซนท์บาธโธโลมิว (ผู้สนใจเสริชกูเกิ้ลได้-รับรองว่าเป็นประวัติศาสตรอ่านสนุก)
การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระในการนับถือศาสนาของคนในสังคมเดียวกันดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงยุคหนึ่งที่ศาสนจักรเริ่มเสื่อมอำนาจลง (จากการท้าทายของวิทยศาสตร) และเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้คนในสังคมเริ่มพัฒนาความอดทนอดกลั้นต่อความต่างของศาสนาได้มากขึ้น
ตอนนั้นเอง...ในช่วงปี 1598 คิงอองรีที่สี่ได้การออกโองการแห่งนังท์..ซึ่งถือเป็นการรับรองเสรีภาพที่จะนับถือความเชื่อที่แตกต่างของคนในสังคมเดียวกัน
ความสำเร็จในการต่อสู้เรียกร้องของพวกอูเกอโน-โปรเตสแตนท์ จึงนับได้ว่าสำเร็จไปก้าวหนึ่ง
และแม้ภายหลังโองการแห่งนังท์จะถูกยกเลิก และ การต่อสู้เกี่ยวกับสิทธิในการเลือกนับถือศาสนา จะยังคงดำเนินต่อไปอีกนับร้อยปี และคนมีเสรีทางความเชื่ออย่างแท้จริงก็หลังสมัย 1789
แต่ผมคิดว่า.....ในห้วงเวลานั้น.....สำนึกของสิทธิ-เสรีภาพและอิสรภาพของปัจเจกบุคล ได้เริ่มงอกเงยขึ้นแล้วในสังคมฝรั่งเศส..........
ย่อมรู้สึกได้ไม่ยากว่า แท้จริงแล้ว คริสต์-โดยเฉพาะโรมันแคทอลิค- เป็นมากกว่าศาสนา
ศาสนจักรโรมันแคทอลิคเป็นองค์กรขนาดใหญ่มหึมาที่มีอำนาจมหาศาลล้นพ้นและร่ำรวยที่สุดในช่วงสมัยกลางของยุโรป
อำนาจมากขนาดไหนน่ะหรือ? ขนาดที่ว่า เมื่อมีกรณีพิพาทกับกษัตริย์ แล้วสันตปะปางอนตุ๊บป่องหนีไปเก็บตัวบนยอดเขาหิมะ
กษัตริย์นั้นเองที่ตามมางอนง้อ...ขนาดที่ว่ายอมคุกเข่าท่ามกลางความหนาวเย็น..จนกว่าแกจะเลิกงอนและยกโทษให้
แม้ว่ายุโรปสมัยกลางจะมีกี่แคว้น-กี่เมือง มีกษัตริย์กี่พระองค์ แต่ทั้งหมดล้วนอยุ่ภายใต้ความครอบงำของศาสนจักรโรมันคาทอลิค
ที่มีเครื่องมือสำคัญคือศรัทธา และอาวุธเด็ดอันทำให้ใครก็ตามทีที่โดนเข้าไปต้องแดดิ้นลงโดยพลัน...มันไม่ใช่มีดดาบปืนผา....แต่คือการขับออกจากศาสนา (ลองมานึกจินตนาการว่า หากพระสังฆราช บอกกับผมว่า เจ้าไม่ใช่คนพุทธอีกต่อไป! ผมคงอึ้งๆ แบบงงๆ มากกว่าสลดเสียใจน่ะนะ...ค่าที่ว่า ไม่เข้าใจว่าจะมีใครมีสิทธิบอกเลิกสังกัดความเชื่อของคนอื่นได้)
แต่ในยุคกลาง-ยุคสมัยที่อาณาเขตแบบรัฐชาติสมัยใหม่ยังไม่ก่อตัวขึ้น-ผู้คนเชื่อมโยงความเป็นตัวตนเเข้ากับศาสนาเพียงอย่างเดียว...เพราะงั้น การถูกขับออกจากศาสนา ก็เปรียบเสมือนการกระชากเอาบุคคลนั้นออกจากสังคมกันเลยทีเดียว
ศาสนจักรโรมันคาธอลิคเถลิงถวัลย์ในฐานะอำนาจเดี่ยวของสังคม (เหมือนอเมกาสมัยสิบปีก่อนน่ะ ที่ไม่มีใครกล้างัดข้อ )เรื่อยมาจนถึงการเกิดขึ้นของลูเธอแรนท์-ก่อนยุคเรเนซองค์
ที่เริ่มมีการตั้งคำถามถึงความถูกต้องของคำสอน ความชอบธรรมของอำนาจ และความเหมาะสมของการใช้อำนาจของศาสนจักร
ผมคิดว่า จุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความลิเบอรัลของคนฝรั่งเศส ส่วนหนึ่งมีรากฐานจากสิ่งนี้.....นั่นคือการต่อสู้เพื่อสิทธิในการนับถือศาสนาของพวกอูเกอโนต์ (อูเกอโนต์คือคนที่นับถือคริสโปรเตสแตนท-ลูเธอเรียน...ง่ายๆว่าไม่ใช่แคธอลิค)
สมัยนั้น ถ้าคุณไม่ใช่โรมันแคทอลิค คุณก็ไม่นับเป็นคนคริสต์นะ (และคงไม่นับเป็นคนด้วย)
มากไปกว่านั้น คุณต้องโดนกำจัดให้สิ้นซาก
การกำจัดที่ว่า ไม่ใช่แค่การเนรเทศขับไล่นะครับ
แต่คือการฆ่า.....อย่างที่พวกคาธาร์เคยโดนบุกไปปราบในนามของสงครามครูเสด (ที่ปกติรบกับอิสลาม-แต่คราวนี้รบกับคริสต์ต่างนิกาย)
หรืออย่างการล้อมฆ่า-ปิดเมืองประหาร ในวันเซนท์บาธโธโลมิว (ผู้สนใจเสริชกูเกิ้ลได้-รับรองว่าเป็นประวัติศาสตรอ่านสนุก)
การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระในการนับถือศาสนาของคนในสังคมเดียวกันดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงยุคหนึ่งที่ศาสนจักรเริ่มเสื่อมอำนาจลง (จากการท้าทายของวิทยศาสตร) และเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้คนในสังคมเริ่มพัฒนาความอดทนอดกลั้นต่อความต่างของศาสนาได้มากขึ้น
ตอนนั้นเอง...ในช่วงปี 1598 คิงอองรีที่สี่ได้การออกโองการแห่งนังท์..ซึ่งถือเป็นการรับรองเสรีภาพที่จะนับถือความเชื่อที่แตกต่างของคนในสังคมเดียวกัน
ความสำเร็จในการต่อสู้เรียกร้องของพวกอูเกอโน-โปรเตสแตนท์ จึงนับได้ว่าสำเร็จไปก้าวหนึ่ง
และแม้ภายหลังโองการแห่งนังท์จะถูกยกเลิก และ การต่อสู้เกี่ยวกับสิทธิในการเลือกนับถือศาสนา จะยังคงดำเนินต่อไปอีกนับร้อยปี และคนมีเสรีทางความเชื่ออย่างแท้จริงก็หลังสมัย 1789
แต่ผมคิดว่า.....ในห้วงเวลานั้น.....สำนึกของสิทธิ-เสรีภาพและอิสรภาพของปัจเจกบุคล ได้เริ่มงอกเงยขึ้นแล้วในสังคมฝรั่งเศส..........
- ไฟล์แนบ
-
- ศาสนิกชนจะต้องใช้ศรัทธามากเพียงใดในการสร้าง เลอมง ซังมิเชล....ศาสนสถานบนยอดเขา บนเกาะกลางน้ำ...ลองคิดเอาเถิดถึงพลังความเชื่อของผู้คนในยุคกลาง
- Photo0222.jpg (78.29 KiB) เข้าดูแล้ว 421 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย tumtawan เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 22:50, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- kobfujar
- ขาประจำ
- โพสต์: 3483
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 11:41
- Bike: Bridgestone DiamondRock ชมพู-ดำ(เก่าๆ)
- ตำแหน่ง: ถ.ประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
มาติดตามไปยุโรปด้วยคนครับ..
ไม่เคยไปไกลว่าเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เลยครับ
มีคนไทยบางส่วนที่เคยไปประเทศเหล่านี้เสียอีก กลับไม่เคยเห็น .. มันก็แปลกดีครับ
อ่านเรื่องราวแล้ว เหมือนกับคุณ "tumtawan" จะเรียนทางประวัติศาสตร์มาเลยครับ หรือ ไม่ก็อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุโรปมาพอสมควรเลยทีเดียวนะครับ ... ดีครับ ผมได้ขอจดจำบรรยายสรุปย่อเป็นความรู้ไปด้วยเลย ขอบคุณครับ..

ไม่เคยไปไกลว่าเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เลยครับ
สังคมเมืองย่อมมีสิ่งเหล่านี้หละครับ..ผมไม่เคยไปสัมผัสประเทศที่ว่าพัฒนาแล้ว แต่เคยผ่านหู ผ่านตา ทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต ก็พบมุมที่เขาไม่อยากให้เราเห็นแบบนี้มากมายเหมือนกันครับtumtawan เขียน:....
เราจะนับองค์ประกอบเหล่านี้ ว่าเป็นสิ่งที่ควรมีไว้เพื่อประดับในเมืองโรแมนติคได้ไหม?
- ขี้หมาทุกสิบเมตร แบบเปียกและแห้ง
- ขอทานทุกร้อยเมตรในย่านท่องเที่ยว
- โฮมเลสกางเตนท์นอนเหนือตะแกรงระบายน้ำ (ตะแกรงที่นี่จะมีไอร้อนพวยพุ่งออกมา-ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่โฮมเลสจะสามารถใช้ต่อสู้กับความหนาวเย็นได้)
- ในตู้โทรศัพท์มีคนนอนขดอยู่เสมอ
- บรรยากาศในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ทึบทึม,อึดอัด และสกปรก
......
มีคนไทยบางส่วนที่เคยไปประเทศเหล่านี้เสียอีก กลับไม่เคยเห็น .. มันก็แปลกดีครับ
อ่านเรื่องราวแล้ว เหมือนกับคุณ "tumtawan" จะเรียนทางประวัติศาสตร์มาเลยครับ หรือ ไม่ก็อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุโรปมาพอสมควรเลยทีเดียวนะครับ ... ดีครับ ผมได้ขอจดจำบรรยายสรุปย่อเป็นความรู้ไปด้วยเลย ขอบคุณครับ..
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
สวัสดีครับ พี่kobfujar
ผมคิดว่าส่วนหนึ่งจริง ที่ความไม่น่าดูน่าชมเหล่านี้คือองค์ประกอบของสังคมเมืองใหญ่
แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่จริงเสมอไปครับ
ยกตัวอย่างเรื่องขี้หมา-เช่นที่ญี่ปุ่น....ที่ผู้คนเลี้ยงหมามากเหมือนกัน แต่แทบไม่เห็นขี้หมาแม้เพียงสักกอง (ไม่ใช่ว่าเป็นนักสำรวจขี้หมานานาชาติ-แต่เราชาวจักรยาน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้สายตาจ้องมองท้องถนน)
นั่นเป็นเพราะผู้คนเก็บกวาดมันทุกครั้งที่หมาของตนขี้ในที่สาธารณะ...ด้วยสำนึกแบบชุมชนที่เกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
แต่ชาวฝรั่งเศสไม่.....มันน่าแปลกที่ผู้คนที่นับว่ามีแนวคิดลิเบอรัลที่สุดชาติหนึ่งของโลก (ลิเบอรัลขนาด รัฐมนตรีหญิงคนหนึ่ง(กลาโหม...ถ้าจำไม่ผิด)-ท้องขณะดำรงตำแหน่งอยู่-และไม่เปิดเผยพ่อของเด็ก-และไม่มีใครคิดจะไปง้างปากให้เค้าบอกและสื่อก็ไม่เล่นเรื่องนี้-และออกเดินตรวจแถวสวนสนามในรูปร่างอุ้ยอ้าย.........ลองนึกบริบทแบบไทยไทยประกอบจะได้อรรถรสมาก) ไม่ยอมเก็บกวาดขี้หมาของตนในที่สาธารณะ
อะไรที่ทำให้ผู้คนที่มีสำนึกของความเป็นชาติสูง..ขาดสำนึกพื้นฐานของพลเมืองแบบนี้?
ผมคิดว่า คำตอบอาจเป็นเพราะว่า.....เรื่องเบๆ บ้านๆ แบบนี้ เค้าเป็นหน้าที่ของรัฐต่างหาก......
สำหรับเรา-มันอาจเป็นการเรียกร้องต่อรัฐที่มากเกินไป...แต่เมื่อไหร่ก้ตามทีที่เราต้องเสียภาษีให้รัฐร่วม 30-40% ของรายได้ ..ก็ไม่แน่ว่าเราอาจคิดแบบเดียวกันก็เป็นได้
ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจแบบทุนนิยม-สังคมนิยม...รัฐฝรั่งเศสเป็นมากกว่ารัฐ ที่มีอำนาจ-มีความเกี่ยวพัน-มีบทบาทในชีวิตพลเมืองมาก (แต่ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของการไม่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพ)
และคนฝรั่งเศสเองก้อมีความคาดหวังต่อรัฐในเรื่องต่างๆมากเช่นเดียวกัน
นับตั้งแต่เรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน (เก็บขี้หมา-ลบตัวหนังสือคนมือบอน-จัดการโฮมเลส) ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ (สำรวจจักรวาล-บูรณะปราสาททั่วประเทศ-ควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำ)
...............................
ผมไม่ได้เรียน ปวศ.มาครับ
แต่ผมเห้นความจำเป็นที่ต้องรู้ ปวศ....ถ้าอยากเข้าใจเรื่องอะไรก้ตามที
นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมต้องเตรียมตัวอย่างหนัก อย่างที่ได้บอกทีแรก
เพราะปวศ.ฝรั่งเศส มันไม่สามารถแยกออกจาก ปวศ ยุโรปได้
ถึงที่สุดแล้ว ยุโรปก้คือประเทศใหญ่ๆประเทศเดียว ที่แชร์ปวศ.-วัฒนธรรมร่วมกัน และแบ่งพื้นที่ปกครองเป็นเขตๆไป
ทีนี้-มันก็อ่านกันมึนไปเลยน่ะสิครับ
ผมคิดว่าส่วนหนึ่งจริง ที่ความไม่น่าดูน่าชมเหล่านี้คือองค์ประกอบของสังคมเมืองใหญ่
แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่จริงเสมอไปครับ
ยกตัวอย่างเรื่องขี้หมา-เช่นที่ญี่ปุ่น....ที่ผู้คนเลี้ยงหมามากเหมือนกัน แต่แทบไม่เห็นขี้หมาแม้เพียงสักกอง (ไม่ใช่ว่าเป็นนักสำรวจขี้หมานานาชาติ-แต่เราชาวจักรยาน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้สายตาจ้องมองท้องถนน)
นั่นเป็นเพราะผู้คนเก็บกวาดมันทุกครั้งที่หมาของตนขี้ในที่สาธารณะ...ด้วยสำนึกแบบชุมชนที่เกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
แต่ชาวฝรั่งเศสไม่.....มันน่าแปลกที่ผู้คนที่นับว่ามีแนวคิดลิเบอรัลที่สุดชาติหนึ่งของโลก (ลิเบอรัลขนาด รัฐมนตรีหญิงคนหนึ่ง(กลาโหม...ถ้าจำไม่ผิด)-ท้องขณะดำรงตำแหน่งอยู่-และไม่เปิดเผยพ่อของเด็ก-และไม่มีใครคิดจะไปง้างปากให้เค้าบอกและสื่อก็ไม่เล่นเรื่องนี้-และออกเดินตรวจแถวสวนสนามในรูปร่างอุ้ยอ้าย.........ลองนึกบริบทแบบไทยไทยประกอบจะได้อรรถรสมาก) ไม่ยอมเก็บกวาดขี้หมาของตนในที่สาธารณะ
อะไรที่ทำให้ผู้คนที่มีสำนึกของความเป็นชาติสูง..ขาดสำนึกพื้นฐานของพลเมืองแบบนี้?
ผมคิดว่า คำตอบอาจเป็นเพราะว่า.....เรื่องเบๆ บ้านๆ แบบนี้ เค้าเป็นหน้าที่ของรัฐต่างหาก......
สำหรับเรา-มันอาจเป็นการเรียกร้องต่อรัฐที่มากเกินไป...แต่เมื่อไหร่ก้ตามทีที่เราต้องเสียภาษีให้รัฐร่วม 30-40% ของรายได้ ..ก็ไม่แน่ว่าเราอาจคิดแบบเดียวกันก็เป็นได้
ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจแบบทุนนิยม-สังคมนิยม...รัฐฝรั่งเศสเป็นมากกว่ารัฐ ที่มีอำนาจ-มีความเกี่ยวพัน-มีบทบาทในชีวิตพลเมืองมาก (แต่ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของการไม่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพ)
และคนฝรั่งเศสเองก้อมีความคาดหวังต่อรัฐในเรื่องต่างๆมากเช่นเดียวกัน
นับตั้งแต่เรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน (เก็บขี้หมา-ลบตัวหนังสือคนมือบอน-จัดการโฮมเลส) ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ (สำรวจจักรวาล-บูรณะปราสาททั่วประเทศ-ควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำ)
...............................
ผมไม่ได้เรียน ปวศ.มาครับ
แต่ผมเห้นความจำเป็นที่ต้องรู้ ปวศ....ถ้าอยากเข้าใจเรื่องอะไรก้ตามที
นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมต้องเตรียมตัวอย่างหนัก อย่างที่ได้บอกทีแรก
เพราะปวศ.ฝรั่งเศส มันไม่สามารถแยกออกจาก ปวศ ยุโรปได้
ถึงที่สุดแล้ว ยุโรปก้คือประเทศใหญ่ๆประเทศเดียว ที่แชร์ปวศ.-วัฒนธรรมร่วมกัน และแบ่งพื้นที่ปกครองเป็นเขตๆไป
ทีนี้-มันก็อ่านกันมึนไปเลยน่ะสิครับ
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- ซาเล้งสีแดง
- ขาประจำ
- โพสต์: 22904
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2009, 15:13
- Tel: 0893200104
- team: อกาลิโก
- Bike: สับถังเขียวแก่ Fuji Olimpic finest 1970-เขียวอ่อน Bianchi VIRATA 1990 - Dahn Helios p8 - วีนัส Thorn Sherpa 2011 -วีนัส Thorn Raven Nomad MK2 s&s
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
ระหว่างรออ่านต่อ ขอปาด...
อวยพรปีใหม่ 2556
ข้าฯ ขอแรงอำนาจฟ้า ให้ หนุ่มจิตทัวริ่งล้อเล็กใจใหญ่ นาม tumtawan
กายแกร่ง
ใจแข็ง กล้า
ร่ำรวยเงินทอง
มากมายมิตรดี
ผู้คนรักใคร่
ผู้ใหญ่เอ็นดู
เทวดาคุ้มครอง ผ่านพ้นอุปสรรคในทุกทาง
สาธุ
อวยพรปีใหม่ 2556
ข้าฯ ขอแรงอำนาจฟ้า ให้ หนุ่มจิตทัวริ่งล้อเล็กใจใหญ่ นาม tumtawan
กายแกร่ง
ใจแข็ง กล้า
ร่ำรวยเงินทอง
มากมายมิตรดี
ผู้คนรักใคร่
ผู้ใหญ่เอ็นดู
เทวดาคุ้มครอง ผ่านพ้นอุปสรรคในทุกทาง
สาธุ
- ไฟล์แนบ
-
- card to tum.jpg (75.17 KiB) เข้าดูแล้ว 388 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ซาเล้งสีแดง เมื่อ 27 ธ.ค. 2012, 19:08, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
ปั่นใกล้ๆ ไปช้า ๆ รอบขาไม่เกินสิบ จิบไม่เกินกระป๋อง
ทั้งหมด สารบัญทริปขึ้นเขา เข้าป่า กีตาร์ กางเต็นท์ ของ โจ๋ซาฯ
น่าน 2012 version ซาฯ 9 วัน จาก date 13-21 oct 2012
ทั้งหมด สารบัญทริปขึ้นเขา เข้าป่า กีตาร์ กางเต็นท์ ของ โจ๋ซาฯ
น่าน 2012 version ซาฯ 9 วัน จาก date 13-21 oct 2012
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
โอ้ย..ขอขอบคุณอ้ายซาหลายหลาย
แต่งกลอนดีคัก
แม่นไม่เคยพ่อกัน
แต่คิดว่าบ่นานคงมีโอกาสร่วมทริป
เพราะ อีหลีแล้ว-ผมเองก้อมักไต่ภูเขาคือกันเด้
...แต่แถวบ้านมีแต่ทุ่งแต่เดิ่นซั่นแหล่ว....

แต่งกลอนดีคัก
แม่นไม่เคยพ่อกัน
แต่คิดว่าบ่นานคงมีโอกาสร่วมทริป
เพราะ อีหลีแล้ว-ผมเองก้อมักไต่ภูเขาคือกันเด้
...แต่แถวบ้านมีแต่ทุ่งแต่เดิ่นซั่นแหล่ว....
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- วันชัย คำแพง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1616
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 07:13
- Tel: 0626825062
- team: ชมรมวิ่ง พิทักษืหัวหิน
- Bike: เหล็กตราหมากลุ๊ก หนักโคตรแต่ทน
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
โอ้ย อยากมีเส้นทางชีวิตอย่างนี้บ้างจัง ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ....
อีแม่ ข่อยอยากไปฟรั่งเสต........
อีแม่ ข่อยอยากไปฟรั่งเสต........
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
เอ้า..ขอต่อจากเรื่องเสรีภาพในการนับถือศาสนา
..............
ผมเคยนั่งคิดว่า อะไรที่ทำให้การปฎิวัติ 1789 นัั้นเป็นที่ระลึกถึงเป็นหมุดหมายสำคัญในปวศ.การเมืองโลก ถ้าเราอ้างว่ามาจากการฆ่ากษัตริย์แล้วล่ะก้
อังกฤษนั้นเด็ดหัวกษัตริย์มาก่อนเสียอีก
ส่วนรัสเซียนั้นฆ่าทิ้งกันไม่เหลือหน่อเลยทีเดียว
หรือหากจะอ้างความเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดลิเบอรัล-เป็นดินแดนแรกที่สถาปนาการปกครองแบบสาธารณะรัฐ
ผมต้องบอกว่า แท้จริงแล้ว คณะปฎิวัติของฝรั่งเศส ได้รับแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจมาจากสงครามเรียกร้องอิสรภาพและสิทธิในการปกครองตัวเองของอเมริกาเป็นสำคัญ
ผมคิดคำตอบที่เข้าท่าและมีเหตุผลอ้างอิงเชิงวิชาการไม่ออกจริงๆ
แต่ขอตอบจากการอนุมานเอง ว่าอาจเป็นเพราะเรื่องราวของการปฎิวัติ1789 นั้น
ส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่นในโลกของการเมืองแบบ ราชาธิปไตย
เป็นแรงบันดาลใจของการปฎิวัติเปลี่ยนระบบครั้งต่อๆมาในหลายประเทศ (ใหญ่ๆก้อรัสเซีย-จีน เล็กๆก้อประเทศแถบเซาทอิสท์เอเชียและแอฟริกาทั้งหลาย...2475เองก็มีการกล้าวอ้างถึง 1789 อยู่บ่อยครั้งจากข้อมูลปวศ)
และที่สำคัญ..เป็นต้นธารสู่แนวคิดการปกครองแบบคอมิวนิสต์ ที่ภายหลังกลายเป็นสงครามเย็นครอบงำโลก (ตอนนั้นน่ากัวจิงๆนะจ๊ะ--ลองนึกว่าชะตากรรมของโลกทั้งใบ ขึ้นอยู่กับสองนิ้วโป้งของปธน.อเมกากะรัสเซียที่วางอยู่บนปุ่มปล่อยระเบิดนิวเคลียร)เมื่อช่วงปี คศ 70-90
สาเหตุสำคัญที่การปฎิวัติทั่วโลกมักใช้เป็นเคสสตัดดี้ ก้อเพราะมันมีปรัชญารองรับอย่างแน่นหนา
การทำหรือไม่ทำอะไร เปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนอะไร...มีคำอธิบายอันอยู่บนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพแห่งมนุษย์เสมอ
ยกตัวอย่างที่ฮาร์ดคอร์ที่สุด
การตัดหัวหลุยส์ที่สิบหกนั้น-เราๆอาจคิดว่า แบบนี้มันลิเบอรัลยังไงวะ...โคดละเมิดเลย
มีการถกเถียงมากมายท่ามกลางผู้ก่อการเช่นเดียวกันว่า...เล่นดีหรือไม่เล่น (ด้วยข้อแย้งเรื่องละเมิดนี่ล่ะ)
แต่โรเบสปิแยร์..มันสมองคนหนึ่งของคณะ....ประกาศกร้าวว่า การเป็นกษัตริย์นั้นแหละที่เป็นทรราชย์ในตัวเอง
หลุยส์อาจเป็นคนดี แต่หลุยส์อยู่ในบทบาทที่เป็นทรราชย์สูบเลือดเนื้อชาวนา-ประชาชนฐานนันดรที่สามอย่างมิได้อนาทรอะไร
เพราะงั้น-เรามิได้ประหารหลุยส์-แต่เราประหารระบบ...อันมีหลุยส์เป็นผู้ใช้มาก่อน
เท่านั้นล่ะ.....
.......ฉับ!......
(ขอเสริมเป็นเกร็ดครับ ว่าถ้าใครมีโอกาสอ่านประกาศของคณะราษฎรฉบับแรก....จะรู้สึกว่ามีลีลลาบางอย่างที่คล้ายคลึงกันในแนวคิด...ถ้าเอามาเปรียบกันน่ะนะครับ)
(เทียบกับตอนที่พวกบอลเชวิค-คอมมิวนิสต์รัสเซียเก็บซาร์นี่....เล่นกันเงียบๆนะครับ-ไม่ได้ถกกันเป็นปรัชญายืดยาวและเผยแพร่นะครับ)
..............
ผมเคยนั่งคิดว่า อะไรที่ทำให้การปฎิวัติ 1789 นัั้นเป็นที่ระลึกถึงเป็นหมุดหมายสำคัญในปวศ.การเมืองโลก ถ้าเราอ้างว่ามาจากการฆ่ากษัตริย์แล้วล่ะก้
อังกฤษนั้นเด็ดหัวกษัตริย์มาก่อนเสียอีก
ส่วนรัสเซียนั้นฆ่าทิ้งกันไม่เหลือหน่อเลยทีเดียว
หรือหากจะอ้างความเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดลิเบอรัล-เป็นดินแดนแรกที่สถาปนาการปกครองแบบสาธารณะรัฐ
ผมต้องบอกว่า แท้จริงแล้ว คณะปฎิวัติของฝรั่งเศส ได้รับแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจมาจากสงครามเรียกร้องอิสรภาพและสิทธิในการปกครองตัวเองของอเมริกาเป็นสำคัญ
ผมคิดคำตอบที่เข้าท่าและมีเหตุผลอ้างอิงเชิงวิชาการไม่ออกจริงๆ
แต่ขอตอบจากการอนุมานเอง ว่าอาจเป็นเพราะเรื่องราวของการปฎิวัติ1789 นั้น
ส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่นในโลกของการเมืองแบบ ราชาธิปไตย
เป็นแรงบันดาลใจของการปฎิวัติเปลี่ยนระบบครั้งต่อๆมาในหลายประเทศ (ใหญ่ๆก้อรัสเซีย-จีน เล็กๆก้อประเทศแถบเซาทอิสท์เอเชียและแอฟริกาทั้งหลาย...2475เองก็มีการกล้าวอ้างถึง 1789 อยู่บ่อยครั้งจากข้อมูลปวศ)
และที่สำคัญ..เป็นต้นธารสู่แนวคิดการปกครองแบบคอมิวนิสต์ ที่ภายหลังกลายเป็นสงครามเย็นครอบงำโลก (ตอนนั้นน่ากัวจิงๆนะจ๊ะ--ลองนึกว่าชะตากรรมของโลกทั้งใบ ขึ้นอยู่กับสองนิ้วโป้งของปธน.อเมกากะรัสเซียที่วางอยู่บนปุ่มปล่อยระเบิดนิวเคลียร)เมื่อช่วงปี คศ 70-90
สาเหตุสำคัญที่การปฎิวัติทั่วโลกมักใช้เป็นเคสสตัดดี้ ก้อเพราะมันมีปรัชญารองรับอย่างแน่นหนา
การทำหรือไม่ทำอะไร เปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนอะไร...มีคำอธิบายอันอยู่บนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพแห่งมนุษย์เสมอ
ยกตัวอย่างที่ฮาร์ดคอร์ที่สุด
การตัดหัวหลุยส์ที่สิบหกนั้น-เราๆอาจคิดว่า แบบนี้มันลิเบอรัลยังไงวะ...โคดละเมิดเลย
มีการถกเถียงมากมายท่ามกลางผู้ก่อการเช่นเดียวกันว่า...เล่นดีหรือไม่เล่น (ด้วยข้อแย้งเรื่องละเมิดนี่ล่ะ)
แต่โรเบสปิแยร์..มันสมองคนหนึ่งของคณะ....ประกาศกร้าวว่า การเป็นกษัตริย์นั้นแหละที่เป็นทรราชย์ในตัวเอง
หลุยส์อาจเป็นคนดี แต่หลุยส์อยู่ในบทบาทที่เป็นทรราชย์สูบเลือดเนื้อชาวนา-ประชาชนฐานนันดรที่สามอย่างมิได้อนาทรอะไร
เพราะงั้น-เรามิได้ประหารหลุยส์-แต่เราประหารระบบ...อันมีหลุยส์เป็นผู้ใช้มาก่อน
เท่านั้นล่ะ.....
.......ฉับ!......
(ขอเสริมเป็นเกร็ดครับ ว่าถ้าใครมีโอกาสอ่านประกาศของคณะราษฎรฉบับแรก....จะรู้สึกว่ามีลีลลาบางอย่างที่คล้ายคลึงกันในแนวคิด...ถ้าเอามาเปรียบกันน่ะนะครับ)
(เทียบกับตอนที่พวกบอลเชวิค-คอมมิวนิสต์รัสเซียเก็บซาร์นี่....เล่นกันเงียบๆนะครับ-ไม่ได้ถกกันเป็นปรัชญายืดยาวและเผยแพร่นะครับ)
- ไฟล์แนบ
-
- การเดินทางอย่างช้าๆเปิดโอกาสให้เราได้เห็นบางอย่างที่แม้ไม่โด่งดังแต่สำคัญ...เช่นปราสาทหลังนี้..เป็นต้นแบบของปราสาทหลายหลังในแคว้นบริตตานีครับ (เหมือนกับแม้เขาพระวิหารไม่ดังเท่าบันทายสรี แต่มันคือต้นแบบของอันหลังครับ)
- Photo0164.jpg (95.52 KiB) เข้าดูแล้ว 380 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
ฮ่วย...ไปแหมะอ้ายวันชัย
ชวนแกงค์สามทหารเสือของอ้าย ปั่นไปทางตะเข็บชายแดนพม่า-ออกอินเดีย
แล้วค่อยค่อยปั่นสลับนั่งรถไฟไป
ถนนมันไปถึงเชื่อมกันได้...เชื่อผม
ชวนแกงค์สามทหารเสือของอ้าย ปั่นไปทางตะเข็บชายแดนพม่า-ออกอินเดีย
แล้วค่อยค่อยปั่นสลับนั่งรถไฟไป
ถนนมันไปถึงเชื่อมกันได้...เชื่อผม
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
(หนักหนักอีกซักนิด..เด๋วเบาแล้ว)
................
1789 ไม่ได้ม้วนเดียวจบ...อาจเป็นเพราะพวกเขาวางแผนไม่เก่งเท่าสนธิลิ้ม..จึงล้มและลุกหลายรอบ
พ่อโรเบสปิแอร..เจ้าของสปีชเด็ดหัวหลุยส์เอง...ต่อมาก็โดนฉับไม่ต่างกัน
ขำไม่ออกไปเลย
ยึดอำนาจ-ปฎิวัติ-นโปเลียนสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิ-รุกรานประเทศอื่น-แพ้สงครามรัสเซียถูกเนรเทศ
ระบบกษัตริย์อีกครัง-ยึดอำนาจ-สาธารณะรัฐอีกครัั้ง-ปารีสคอมมูน(อันนี้น่าสนใจ ...เล่าสั้นๆคือคนปารีสไม่ยอมแพ้ปรัสเซียในขณะที่รัฐบาลยอมแล้ว จึงจัดดั้งรัฐบาลปกครองกันเอง-ผมว่าบรรยากาศคงมันส์ค่อดๆ ประมาณว่า เอ้า อองรี-แกไปเป็นนายก ส่วนโจอาคิม ไปคุมกระทรวงมหาดไทย...เอ้อ แล้วไปเรียกแม่ยายแกมานั่งเก้าอี้กระทรวงเกษตรด้วยนะ...แหม่ คนมันขาดว่ะ
)
มันมีบทเรียนมากมาย-การต่อสู้มากหลายของพลเมืองฝรั่งเศส โดยมีเดิมพันเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ สิทธิเสรีภาพของมนุษย์
จนท้ายที่สุด มันได้กลายมาเป็นคำขวัญของประเทศ นั่นคือ
เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ : Liberté, Égalité, Fraternité
........เขียนมาถึงตรงนี้...ผมหวนนึกถึงตนเอง
ประเทศไทยมีคำขวัญบ้างไหมนะ?
........
........
.............
ผมถอยตั้งหลักคิดออยู่นาน....จู่ๆก็มีท่วงทำนองเพลง(อาจมาจากสวรรค์)ดังแว่วขึ้นมาในโสตประสาท
..คนไหนคนไทย จะรู้ได้ไง?
ถ้ามีน้ำใจ ล่ะคนไทยแน่น้อนนนน
ตึมตึม ตึม ตึม
...คนไทยหรือปล่าวววววว?
......
...หรือนี่จะเป็นม้อทโต้ของชาวไทยจริงๆ.....
........
ขำไม่ออกไปเลย
(เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญไม่แพ้กัน
คือรัฐฝรั่งเศส ได้ประกาศให้แยกรัฐออกจากศาสนาโดยสิ้นเชิง
ต่างจากเมืองไทย ที่มี่แคมเปญผสมเชื้อชาติม้ง-ลาวอิสาน-มลายูมุสลิม ให้กลายเป็นไทย
แต่ดันชูนโยบายยกพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไปพร้อมๆกัน
แล้วพวกไม่พุทธ.......จะเห็นงามกับการผสมกลมกลืนอันนี้หรือไม่?
...เพราะถึงที่สุดแล้ว....ศาสนาคือสิทธิในการเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อนะครับ
และพูดให้ถึงที่สุดอีกอย่าง ในนามของความเชื่อ ไม่ควรมีใครจะต้องตายด้วยความขัดแย้งเรื่องนี้ แต่ศาสนาเป็นต้นตำหรับสงคราความเชื่อที่โหดร้ายที่สุด)
................
1789 ไม่ได้ม้วนเดียวจบ...อาจเป็นเพราะพวกเขาวางแผนไม่เก่งเท่าสนธิลิ้ม..จึงล้มและลุกหลายรอบ
พ่อโรเบสปิแอร..เจ้าของสปีชเด็ดหัวหลุยส์เอง...ต่อมาก็โดนฉับไม่ต่างกัน
ขำไม่ออกไปเลย
ยึดอำนาจ-ปฎิวัติ-นโปเลียนสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิ-รุกรานประเทศอื่น-แพ้สงครามรัสเซียถูกเนรเทศ
ระบบกษัตริย์อีกครัง-ยึดอำนาจ-สาธารณะรัฐอีกครัั้ง-ปารีสคอมมูน(อันนี้น่าสนใจ ...เล่าสั้นๆคือคนปารีสไม่ยอมแพ้ปรัสเซียในขณะที่รัฐบาลยอมแล้ว จึงจัดดั้งรัฐบาลปกครองกันเอง-ผมว่าบรรยากาศคงมันส์ค่อดๆ ประมาณว่า เอ้า อองรี-แกไปเป็นนายก ส่วนโจอาคิม ไปคุมกระทรวงมหาดไทย...เอ้อ แล้วไปเรียกแม่ยายแกมานั่งเก้าอี้กระทรวงเกษตรด้วยนะ...แหม่ คนมันขาดว่ะ
มันมีบทเรียนมากมาย-การต่อสู้มากหลายของพลเมืองฝรั่งเศส โดยมีเดิมพันเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ สิทธิเสรีภาพของมนุษย์
จนท้ายที่สุด มันได้กลายมาเป็นคำขวัญของประเทศ นั่นคือ
เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ : Liberté, Égalité, Fraternité
........เขียนมาถึงตรงนี้...ผมหวนนึกถึงตนเอง
ประเทศไทยมีคำขวัญบ้างไหมนะ?
........
........
.............
ผมถอยตั้งหลักคิดออยู่นาน....จู่ๆก็มีท่วงทำนองเพลง(อาจมาจากสวรรค์)ดังแว่วขึ้นมาในโสตประสาท
..คนไหนคนไทย จะรู้ได้ไง?
ถ้ามีน้ำใจ ล่ะคนไทยแน่น้อนนนน
ตึมตึม ตึม ตึม
...คนไทยหรือปล่าวววววว?
......
...หรือนี่จะเป็นม้อทโต้ของชาวไทยจริงๆ.....
........
ขำไม่ออกไปเลย
(เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญไม่แพ้กัน
คือรัฐฝรั่งเศส ได้ประกาศให้แยกรัฐออกจากศาสนาโดยสิ้นเชิง
ต่างจากเมืองไทย ที่มี่แคมเปญผสมเชื้อชาติม้ง-ลาวอิสาน-มลายูมุสลิม ให้กลายเป็นไทย
แต่ดันชูนโยบายยกพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไปพร้อมๆกัน
แล้วพวกไม่พุทธ.......จะเห็นงามกับการผสมกลมกลืนอันนี้หรือไม่?
...เพราะถึงที่สุดแล้ว....ศาสนาคือสิทธิในการเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อนะครับ
และพูดให้ถึงที่สุดอีกอย่าง ในนามของความเชื่อ ไม่ควรมีใครจะต้องตายด้วยความขัดแย้งเรื่องนี้ แต่ศาสนาเป็นต้นตำหรับสงคราความเชื่อที่โหดร้ายที่สุด)
- ไฟล์แนบ
-
- ไอ้คำขวัญนี้ มันสำคัญขนาดที่คุณต้องจารึกมันลงบนสถานที่ราชการทุกแห่งน่ะครับ รร. รพ. ศาล และอย่างในภาพคือศาลาว่าการกรุงปารีส..ลองสังเกตสามช่องด้านบนนั่นนะครับ
- Photo0003.jpg (107.13 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- Maipare.101
- ขาประจำ
- โพสต์: 1504
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ต.ค. 2008, 22:19
- Tel: 095 6700584
- team: รักษ์ผาน้ำทิพย์/สาเกตุนคร
- Bike: สำปะปิ..Cycle
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
อ่านแล้ว ได้อรรถรสดี น่าศึกษาน่าติดตาม
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
ขอบคุณครับ
อาไม้แป่
...ผมเองเมื่อก่อนขี่ประจำกะอ.นิคมครับ
เคยร่วมขบวนกะชาวร้อยเอ็ดคราวมาเยือนยโส
จำได้บ่คับ?
อาไม้แป่
...ผมเองเมื่อก่อนขี่ประจำกะอ.นิคมครับ
เคยร่วมขบวนกะชาวร้อยเอ็ดคราวมาเยือนยโส
จำได้บ่คับ?
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
- tumtawan
- ขาประจำ
- โพสต์: 251
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
- Tel: 0891618003
- team: อิสระ
- Bike: tcr highroad
Re: ฝรั่งเศสศึกษา : strida@France
มาเรื่องจักรยานกันมั่งครับ
.........
ในปารีส
จิงอยู่ที่ชาวฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าของการแข่งตูรเดอฟรองช์ที่เราชาวจกย.คลั่งไคล้
แต่เอาเข้าจริง ในปารีสมีคนขี่น้อยกว่าที่ผมคาดไว้มากทีเดียว
รถที่ผมเห็นเยอะๆนั้นมีสองประเภท คือ หนึ่ง เวหลิป (โครงการเช่าจกย.ของรัฐ ที่จะสามารถคืนสถานีไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานีเดิมกับที่ตัวเองเช่ามา)
และสอง รถซิตี้ไบค์เบๆทั่วไป
เสือหมอบนั้นไม่ค่อยเห็น (อันนี้เข้าใจได้ครับ เพราะปารีสหาที่โล่งๆยิงยาวๆตามธรรมชาติหมอบไม่ได้)
เสือภูเขามีประปราย
คนในชุดจิ้งเหลนสีสดใสเต็มสูบมีน้อยมาก
เดาว่า ในเขตเมืองของปารีส น่าจะไม่มีที่ที่เหมาะสมในการปั่นแบบหนักหน่วง ไล่ดูดไล่ตูดเอาเปนเอาตาย
สถานที่ที่ผมเห็นผู้คนออกกำลังกายด้วยจักรยาน มักจะเป็นสวนสาธารณะที่มีมากมาย เล็กบ้างใหญ่บ้าง
อารมประมาณสวนรถไฟน่ะครับ...ที่มีคนทั้งวิ่ง ทั้งขี่ จกย ทั้งสเก็ท
แต่ไม่ยักเห็นกลุ่มสตรีแอโรบิคพร้อมกับเพลงโบรคเก้นฮาร์ทวูเมนเทคโนบีทเร่งโวลูมสุด..
สงสัยแม่บ้านฝรั่งเศสขี้เกียจออกกำลังกายแฮะ
ส่วนรถพับนั้น น้อยมากทีเดียว
สไตรด้าด้วยกันเห็นสองคันตลอดเวลาที่อยู่โน่นทั้งหมด
บรอมตันเยอะหน่อย นับสิบ
พับอื่นๆก็ประปราย ...
ผมคิดว่า เราจะเข้าใจพฤติกรรมการใช้จกย.ของชาวปารีสได้ ก้อต้องลองนั่งรถไฟใต้ดินในปารีสดูนะครับ
เพราะมันสะดวกมากทีเดียว...คือจุดจอดครอบคลุมทุกที่สำคัญ และสถานีก็มีถี่มาก
ทีนี้ มันอาจลำบากด้วยซ้ำถ้าเราใช้จกย.พับ เพราะนอกจากคนแน่นแล้ว การต่อสถานียังมีขึ้นมีลงบันได เดินเชื่อมไขว้ไปมายาวพอควร
นอกจากมันเล็กจิงและเข็นสะดวกจิง (แบบสไตรด้านี่อนุโลมได้ฮะ หะหะ)
ทางเลือกการเดินทางของปาริเซียง จึงเห็นชัดๆแบบนี้แหละ คือ ขี่จกย.ไปให้ถึงเลย
กะนั่งรถใต้ดินไปให้ถึงเลย
...................
.........
ในปารีส
จิงอยู่ที่ชาวฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าของการแข่งตูรเดอฟรองช์ที่เราชาวจกย.คลั่งไคล้
แต่เอาเข้าจริง ในปารีสมีคนขี่น้อยกว่าที่ผมคาดไว้มากทีเดียว
รถที่ผมเห็นเยอะๆนั้นมีสองประเภท คือ หนึ่ง เวหลิป (โครงการเช่าจกย.ของรัฐ ที่จะสามารถคืนสถานีไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานีเดิมกับที่ตัวเองเช่ามา)
และสอง รถซิตี้ไบค์เบๆทั่วไป
เสือหมอบนั้นไม่ค่อยเห็น (อันนี้เข้าใจได้ครับ เพราะปารีสหาที่โล่งๆยิงยาวๆตามธรรมชาติหมอบไม่ได้)
เสือภูเขามีประปราย
คนในชุดจิ้งเหลนสีสดใสเต็มสูบมีน้อยมาก
เดาว่า ในเขตเมืองของปารีส น่าจะไม่มีที่ที่เหมาะสมในการปั่นแบบหนักหน่วง ไล่ดูดไล่ตูดเอาเปนเอาตาย
สถานที่ที่ผมเห็นผู้คนออกกำลังกายด้วยจักรยาน มักจะเป็นสวนสาธารณะที่มีมากมาย เล็กบ้างใหญ่บ้าง
อารมประมาณสวนรถไฟน่ะครับ...ที่มีคนทั้งวิ่ง ทั้งขี่ จกย ทั้งสเก็ท
แต่ไม่ยักเห็นกลุ่มสตรีแอโรบิคพร้อมกับเพลงโบรคเก้นฮาร์ทวูเมนเทคโนบีทเร่งโวลูมสุด..
สงสัยแม่บ้านฝรั่งเศสขี้เกียจออกกำลังกายแฮะ
ส่วนรถพับนั้น น้อยมากทีเดียว
สไตรด้าด้วยกันเห็นสองคันตลอดเวลาที่อยู่โน่นทั้งหมด
บรอมตันเยอะหน่อย นับสิบ
พับอื่นๆก็ประปราย ...
ผมคิดว่า เราจะเข้าใจพฤติกรรมการใช้จกย.ของชาวปารีสได้ ก้อต้องลองนั่งรถไฟใต้ดินในปารีสดูนะครับ
เพราะมันสะดวกมากทีเดียว...คือจุดจอดครอบคลุมทุกที่สำคัญ และสถานีก็มีถี่มาก
ทีนี้ มันอาจลำบากด้วยซ้ำถ้าเราใช้จกย.พับ เพราะนอกจากคนแน่นแล้ว การต่อสถานียังมีขึ้นมีลงบันได เดินเชื่อมไขว้ไปมายาวพอควร
นอกจากมันเล็กจิงและเข็นสะดวกจิง (แบบสไตรด้านี่อนุโลมได้ฮะ หะหะ)
ทางเลือกการเดินทางของปาริเซียง จึงเห็นชัดๆแบบนี้แหละ คือ ขี่จกย.ไปให้ถึงเลย
กะนั่งรถใต้ดินไปให้ถึงเลย
...................
- ไฟล์แนบ
-
- สวนสาธารณะที่นี่ดีอย่าง คือไม่ว่าเล็กใหญ่ เค้าจะเหลือพื้นทีี่ที่เป็นดินอัดแน่นเอาไว้เสมอ...ผมเดาว่าน่าจะเอาไว้ตอบสนองอาการโหยหาสัมผัสธรรมชาติของเหล่ามนุษย์ป่าคอนกรีต
- Photo0174.jpg (113.47 KiB) เข้าดูแล้ว 364 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย tumtawan เมื่อ 28 ธ.ค. 2012, 13:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711
ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409