แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
suravut_hsi
- ขาประจำ
- โพสต์: 434
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 23:45
- ติดต่อ:
แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
สงสัยเรื่องการเซ็ทเบาะกับท่านั่งปั่นที่ว่าด้วยเรื่องแนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได KOP
เจอบางสำนักบอกไม่จำเป็น สามารถถอยหลังแบบยัน หรือเดินหน้าแบบกดถอยหลังนิดหน่อย
ขึ้นอยู่กับสไตล์/ความถนัด เลยอยากทราบว่าแต่ละแบบมีผลต่อการปั่นและผลต่อร่างกายเราอย่างไรครับ
เจอบางสำนักบอกไม่จำเป็น สามารถถอยหลังแบบยัน หรือเดินหน้าแบบกดถอยหลังนิดหน่อย
ขึ้นอยู่กับสไตล์/ความถนัด เลยอยากทราบว่าแต่ละแบบมีผลต่อการปั่นและผลต่อร่างกายเราอย่างไรครับ
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวนิดๆ
ในการปั่นไกลๆ ไปยังหลายภูมิประเทศ ราบ ชัน ขึ้นเขา ลงเขา
เรามีตำแหน่งนั่งที่หลากหลาย ตามการใช้งานของกล้ามเนื้อและความเมื่อยล้า
เบื้องต้น เริ่มง่ายๆคือ เวลานั่งปั่น แล้ว ขาจานชี้ไปด้านหน้าขนานกับพื้นโลก ยุคนี้เรานิยม ไม่ให้แนวหัวเข่าด้านในลูกสะบ้า ล้ำเกินแนวดิ่งแกนลูกบันได
เพราะกลัวว่า หัวเข่าจะพังในอนาคต
แต่ถึงปรับท่านั่งปั่นดีแล้ว หากเรายังใช้งานมันอย่างหนักหน่วง ให้ปรับตั้งดีแค่ใหน ก็เดี้ยงหมดครับ
เพราะร่างกายของคนเรา เสื่อมลงทุกวันตาม วัฎสังขารา
หรือง่ายๆ ลองอ่านที่ อจ.ลู เขียนด้านล่างได้เลยครับ
ในการปั่นไกลๆ ไปยังหลายภูมิประเทศ ราบ ชัน ขึ้นเขา ลงเขา
เบื้องต้น เริ่มง่ายๆคือ เวลานั่งปั่น แล้ว ขาจานชี้ไปด้านหน้าขนานกับพื้นโลก ยุคนี้เรานิยม ไม่ให้แนวหัวเข่าด้านในลูกสะบ้า ล้ำเกินแนวดิ่งแกนลูกบันได
เพราะกลัวว่า หัวเข่าจะพังในอนาคต
แต่ถึงปรับท่านั่งปั่นดีแล้ว หากเรายังใช้งานมันอย่างหนักหน่วง ให้ปรับตั้งดีแค่ใหน ก็เดี้ยงหมดครับ
เพราะร่างกายของคนเรา เสื่อมลงทุกวันตาม วัฎสังขารา
หรือง่ายๆ ลองอ่านที่ อจ.ลู เขียนด้านล่างได้เลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 16 ธ.ค. 2012, 09:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
สาระเรื่องนี้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่พูดกันมาตั้ังแต่สมัยที่ผมเริ่มรู้จักกับจักรยานเสือภูเขาเลยแหละครับsuravut_hsi เขียน:สงสัยเรื่องการเซ็ทเบาะกับท่านั่งปั่นที่ว่าด้วยเรื่องแนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได KOP
เจอบางสำนักบอกไม่จำเป็น สามารถถอยหลังแบบยัน หรือเดินหน้าแบบกดถอยหลังนิดหน่อย
ขึ้นอยู่กับสไตล์/ความถนัด เลยอยากทราบว่าแต่ละแบบมีผลต่อการปั่นและผลต่อร่างกายเราอย่างไรครับ
มีคนพยายามจะอธิบายว่ามันไม่เกี่ยวกับ biomechanics ทั้งๆที่ีคนที่พยายามจะอธิบายไม่เคยเรียน anatomy ไม่เคยเรียนวิชา physiology ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์การกีฬา( ที่ต้องรู้ทั้งanatomyและphysiology )
อธิบายยากมากทีเดียว เพราะคงจะต้องใช้กระดาษวาดรูปอธิบายกันยาวเหยียด
ที่บางคนพยายามจะบอกว่าไม่จำเป็น จะถอยหลังแบบยันหรือเดินหน้าแบบกดถอยหลัง ก็ถูกของเขา เพราะลองดูจักรยานแบบนอนถีบ หรือ recumbent bike คงจะหาตำแหน่ง KOP ได้ลำบากอยู่มิใช่น้อย
คราวนี้ สิ่งต่อไปนี้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากหน่อย โปรดหลับตาและจินตนาการตามให้ดี เพราะสิ่งต่อไปนี้มันเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตใบจาน ROTOR เข้าใจดี จึงทำให้ใบจานของเขามีรูให้เลือกใช้ถึง 5 ตำแหน่ง
ถ้าเราอิงตำแหน่ง KOP นั่นก็คือเส้นดิ่งจากกึ่งกลางสะบ้าจะวิ่งมาตัดแกนบันไดในตำแหน่งที่ขาจานขนานกับโลก จุดเริ่มต้นของการออกแรงถีบ และจุดpeakของแรงถีบ จะอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง
คราวนี้เมื่อเราถอยหลักอานไปด้านหลัง หรือ ที่เรียกว่า KOP + ( อาจจะบวกสัก 10 mm ) คือ เส้นดิ่งจากกึ่งกลางสะบ้าจะวิ่งมาตัดแกนของขาจานที่ขนานกับโลกในตำแหน่งที่อยู่ห่างจากแกนบันไดไปทางด้านหลัง 10 mm แล้วมันจะต่างกันตรงไหน
ลองจินตนาการว่า KOP + คือการปั่นท่า KOP ในลักษณะยกล้อหน้า ขาจานที่เคยขนานกับโลก ณ ตำแหน่งที่สายดิ่งเคยวิ่งมาตัดแกนบันได บัดนี้ถูกยกขึ้นตามการยกล้อหน้าไม่ได้ขนานกับโลกแล้ว เส้นที่เคยลากผ่านลงมาก็ไม่ใช่เส้นแนวดิ่งแล้วเช่นกัน จุดเริ่มต้นของการออกแรงถีบ และจุดpeakของการออกแรงถีบก็เปลี่ยนไป ( นี่แหละที่เหตุผลว่าทำไม Rotor จึงผลิตตำแหน่งรูบนใบจานให้เลือก เพราะท่านั่งที่แตกต่างกัน จุดเริ่มต้นของแรงกระทำ และจุดpeakของแรงกระทำ จะเกิดที่รอบการหมุนที่แตกต่างกันไป )
แต่เพราะใบจานทั่วไปมีลักษณะกลม การเริ่มต้นก่อน ถึงpeakก่อน ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมันก็ยังคงออกแรงกระทำในลักษณะรอกกับเพลาในลักษณะเดิม ( แต่จานเบี้้ยวไม่ใช่ แต่ยกมาประกอบเพื่อเป็นของกำนัลให้ )
แต่สิ่งที่จะส่งผลต่อเรื่องแรงที่กระทำในท่านั่ง KOP หรือ KOP+ หรือ จะเป็น KOP- ก็คือ มุมก้มของหลัง มุมของเอว มุมของสะโพก มุมของขาท่อนบนกับสะโพก มุมเหล่านี้มีผลต่อความยาวตั้งต้นของกล้ามเนื้อแต่ละมัดที่กอร์ปขึ้นมาเป็นชุดสำหรับปั่นจักรยาน ส่งผลโดยรวมต่อแรงในจังหวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะถีบ จังหวะดึง เพราะความยาวตั้งต้นที่พอเหมาะของกล้ามเนื้อ จะส่งผลต่อการออกแรง
คราวนี้เราจะไม่เอา recumbent bike มาพูดกันหละ แต่เราจะเอาจักรยานนั่งปั่นที่มุมท่อนั่งโดยเฉลี่ยจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆเลข 72 - 75 องศา ตามแต่ขนาดsizeใหญ่ลงมาหาเล็กของจักรยานแต่ละขนาด
สมัยก่อนนั้น ลุง Ned Overend อดีตแชมป์ เสือภูเขา XC เคยบอกไว้ว่าหากถอยอานไปด้านหลัง จะช่วยให้สามารถปั่นขึ้นทางชันได้ดีขึ้น ตอนแรกอ่านแล้วก็ยังงง ถอยอานมาด้านหลัง น้ำหนักตัวก็ยิ่งถอยหลัง มันจะมีแรงกดล้อหน้าไม่ให้ยกได้อย่างไร พอนั่งคิดต่อไป มันไม่ได้เกี่ยวกับน้ำหนักที่จะตกล้อหลัง แต่มันเกี่ยวกับมุมนั่งที่ทำให้กล้ามเนื้อก้นย้อย ( gluteous muscle ) ออกแรงได้ดีมากขึ้น เท่ากับเป็นการส่งผลให้เพิ่มแรงในการถีบลูกบันได โดยเฉพาะการปั่นขึ้นเขาแบบเสือภูเขาที่มักจะใช้รอบขาที่ต่ำกว่าการปั่นเสือหมอบบนถนนเรียบ
ส่วนจักรยานจำพวกไตรกีฬา ที่จะเห็นว่าอานนั้นถูกขยับไปด้านหน้ามากกว่าที่เราคุ้นเคยกัน จนบางทีแล้วจะเหมือนกับท่าปั่นนั้นจะเป็นท่าวิ่งบนลูกบันได ( run over pedal ) แต่เราก็อาจจะเห็นว่ามุมหลังเขาก็ก้มไม่ได้แตกต่างกันกับการก้มบนจักรยานแบบปกติที่ีนักปั่นบางท่านปั่นกันนี่ แต่ความแตกต่างของการปั่นในท่าแบบไตรกีฬานี้มันมีผลต่อการออกแรงของกล้ามเนื้ออีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนักจักรยานส่วนใหญ่พัฒนากล้ามเนื้อชุดนี้ได้น้อยกว่านักวิ่ง
กล้ามเนื้อชุดนี้คือกล้ามเนื้อด้านหลังขา หรือ กลุ่ม Quardriceps ครับ เหล่านักวิ่งทั้งหลายมีกล้ามเนื้อชุุดนี้แข็งแรงกว่านักจักรยาน เพราะมันเป็นกลุ่มหลักในการออกแรงในลักษณะก้าวขาเพื่อออกแรงดึงให้เราวิ่งไปข้างหน้า การปั่นในท่า KOP ติดลบบนจักรยานนั่งปั่นที่มีมุมท่อนั่งป้วนเปี้ยนอยู่บนตัวเลข 70องศานิดๆหน่อยๆนั้น จะทำให้ชุดกล้ามเนื้อ Quadriceps ออกแรงได้มากขึ้น และที่เหนืออื่นใดทั้งสิ้นสำหรับนักไตรกีฬาก็คือ หากมีการใช้กล้ามเนื้อในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการวิ่ง เมื่อต้องเปลีี่ยนจากการปั่นไปสู่การวิ่ง ( Transition ) ร่างกายจะเสียเวลาน้อยลงในการปรับpatternการทำงานของกลุ่มกล้ามเนื้อ ลองคิดดูนะครับ จากที่เดิมเราใช้งานกล้ามเนื้อในลักษณะเป็น pattern ซ้ำซาก ติดต่อกันมาเป็นชม.ๆ จนสมองจดจำpatternเหล่านี้ไว้จนวนกลายเป็นloopแบบไม่ต้องสั่งอีก , จู่ๆก็มาเปลี่ยนpatternการทำงานของกล้ามเนื้อไปแบบชนิดที่แตกต่างกันเลย ใครที่เคยปั่นจักรยานในลักษณะที่ถอยเบาะไปด้านหลังมากๆติดต่อกันมาเป็นชม. แล้วลองไปวิ่งดูสิครับ รับรองว่า 5 นาทีแรกนี่ อาจจะมีลักษณะเหมือนกับวิ่งไม่เป็นเอาเลย ผมเองก็เคยลองมาแล้วเหมือนกัน ผมเคยปั่นจักรยานคันเก่าแก่ของผมในสมัยที่ผมไม่รู้จักกับบันไดclipless ปั่นออกกำลังกายอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจปั่นเข้าไปในสนามบอลของจังหวัดเพื่อที่จะไปวิ่งต่อ(ปกติวันไหนปั่นผมก็ปั่น วันไหนผมวิ่งผมก็วิ่ง ไม่เคยคิดจะผสมกันเป็นคอกเทลล์ ) วันนี้ก็เลยยูเรก้า พอลงจากบันไดก็วิ่งเข้าลู่วิ่งรอบสนามบอลเลยแหละ ถือดีว่าเคยเป็นนักกรีฑามาก่อน ท่าวิ่งมันอยู่ในหัวอยู่แล้ว จะวิ่งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นครับ มันวิ่งไม่เป็นจริงๆ วิ่งไม่ออก วิ่งไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องหยุดวิ่ง แล้วมานั่งคิดหาสาเหตุว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น แบบนี้
คราวนี้ก็ต้องมาสรุปกันหละว่า จะเซทระยะ Fore-Aft ของเบาะไว้ที่ไหนดี KOP - , KOP หรือ KOP+ ---> ไม่มีคำตอบในลักษณะสูตรสำเร็จครับ เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน กล้ามเนื้อแต่ละกลุ่มของแต่ละคนแข็งแรง อดทน ไม่เท่ากัน การปรับตำแหน่งfore-aft ของแต่ละคนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน มีจุดที่ถนัดไม่เท่ากัน คนที่ถนัดแบบไหนก็มักจะแนะนำการปรับเบาะในลักษณะนั้น โดยลืมไปว่าคนอื่นไม่ได้ถนัดแบบตนเอง ดังนั้นหากคุณลองเรียนผิดเรียนถูกด้วยตัวเองจนถึงจุดๆหนึ่ง คุณก็จะหาตำแหน่งfore-aft ได้เองว่าลงตัวที่ตรงไหน แต่สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่จริงๆ ตำแหน่งเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือตำแหน่ง KOP เพราะมันอยู่ตรงกลาง สามารถปรับแต่งให้ถอยหลังไปได้อีกเท่าที่ต้องการ
แต่ถ้าใช้Rotor แล้วเลือกที่ตำแหน่งรู 3 หรือใช้Rotor ชนิด OCP#3 ที่ปรับอะไรไม่ได้ คุณไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีไปกว่าการปรับเบาะในตำแหน่ง KOP มากนัก เพราะองศาความเบี้ยวของใบจานRotor อิงกับกำลังของกล้ามเนื้อในแต่ละตำแหน่งองศาของรอบการหมุนของขาจาน ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น Peak และจุดสิ้นสุดของการส่งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อ
หมายเหตุ
1. ความสูงของอาน กับ กำลังในการออกแรงต่อลูกบันได มีความสัมพันธ์กันมาก รวมไปถึงความสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บด้วย ความสูงของอานที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ
2. ขออภัยที่ไม่สามารถเอารูปมาประกอบคำอธิบาย ทั้งๆที่รูปภาพ 1 ใบ แทนคำได้ 1,000 คำ แต่ถ้าหากไม่มีพื้นฐานเรื่อง anotomy และ physiology รูปภาพก็อาจจะกลายเป็น อนาโตมั่ว ไปง่ายๆเช่นกัน
3. สิ่งที่ผมสรุปให้ข้างต้น มิจำเป็นต้องคล้อยตามผม ผู้อ่านสามารถคิดคัดค้านได้อย่างสุดลิ่ม เพราะพื้นฐานในเรื่องanatomyและPhysiologyของผมนั้นมันอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ เพราะมนุษย์อาจจะกลายพันธุ์ไปแล้ว ทำให้ตำแหน่งกล้ามเนื้อและการทำงานของกล้ามเนื้อเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 50ปีที่แล้ว
4. เหนือสิ่งอื่นใด การทดลองเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เรื่องหลายๆเรื่องเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ปัจจัตตัง" คือ ต้องกระทำด้วยตนเองจึงจะเข้าใจได้ด้วยตนเอง แลไม่สามารถจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ด้วยการเล่าให้ฟังเพียงอย่างเดียว
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
suravut_hsi
- ขาประจำ
- โพสต์: 434
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 23:45
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ขอบคุณมาก ๆ ทั้ง 2 ท่าน ที่ทำให้เห็นภาพมากมากขึ้นครับ
- drv
- ขาประจำ
- โพสต์: 384
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2010, 21:54
- Tel: 0819032324
- Bike: Pinarello F8 + Dura Ace 9070 Di2 + Lightweight Meilenstien Schwarz + Rotor 3D Plus + Power2Max Type S + Fulcrum Racing Zero Nite
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ป๋าลูครับ ผมลองหลับตานึกภาพตามแล้ว ทำให้ผมอ่านต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นระหว่างที่อ่านคอมเม้นต์ของป๋าลู ผมขออนุญาติลืมตาเพื่อนึกภาพตามนะครับ 
-
hs1meu
- สมาชิก
- โพสต์: 64
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2011, 11:37
- Tel: 089-3003541
- team: เรื่อยเปื่อย
- Bike: TREK ,Araya,Bianchi
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
- aloha75
- ขาประจำ
- โพสต์: 238
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ต.ค. 2012, 01:39
- Bike: nirone 7
- ตำแหน่ง: เชียงราย
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ขอบคุณมากครับ ทั้ง จขกท. ป๋าลูฯ และคุณแมวทองครับ
- Cycling-Order
- ขาประจำ
- โพสต์: 1731
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2011, 23:01
- Tel: 0994294292
- team: LINE : ekalak-tui
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ถามป๋าลูเพิ่มครับ เพราะฉนั้นอย่างงี้ ถ้ากรณีปั่นขึ้นเขาด้วยการยืน
ก็ใช้้กล้ามเนื้อคนละส่วนกับการนั่งปั่น ต้องฝึกเพิ่ม ด้วยการยืนบ่อยๆใช่หรือเปล่าครับ
ก็ใช้้กล้ามเนื้อคนละส่วนกับการนั่งปั่น ต้องฝึกเพิ่ม ด้วยการยืนบ่อยๆใช่หรือเปล่าครับ
stem pro vibe 7s OD2 สำหรับ giant + canyon
ติดต่อ Line : ekalak-tui , โทร 099-4294292 ตุ้ย
ติดต่อ Line : ekalak-tui , โทร 099-4294292 ตุ้ย
- navy32
- ขาประจำ
- โพสต์: 1753
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 10:40
- Tel: 091-0659823
- team: "เทพสำราญ" ร้อยเอ็ด
- Bike: TREK 8500 TANGE slim road SL3 THORN RAVEN
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ได้ความรู้ดีจัง
แทงกิ้ว
เดินทางมาไกล 1,500 ไมล์ทะเล กว่าจะได้พบรักแท้
"JOIN "เทพสำราญ" TEAM TO SEE THE WORLD"
"JOIN "เทพสำราญ" TEAM TO SEE THE WORLD"
- Frogman_twin
- ขาประจำ
- โพสต์: 5678
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
- team: KCC, DEEP TEAM
- Bike: Klein
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ก็ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมาครับ อยากให้กล้ามเนื้อชุดไหนแข็งแรงขึ้น ก็ต้องฝึกด้วยการใช้กล้ามเนื้อชุดนั้นครับCycling-Order เขียน:ถามป๋าลูเพิ่มครับ เพราะฉนั้นอย่างงี้ ถ้ากรณีปั่นขึ้นเขาด้วยการยืน
ก็ใช้้กล้ามเนื้อคนละส่วนกับการนั่งปั่น ต้องฝึกเพิ่ม ด้วยการยืนบ่อยๆใช่หรือเปล่าครับ
การยืนปั่นยังจะต้องใช้กล้ามเนื้อในส่วนบนของร่างกายมาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ การเล่นเวทเทรนนิ่งเสริมช่วงบนก็จะช่วยให้ทุกๆอย่างดีขึ้นตามไปด้วยครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- B@dboy
- ขาประจำ
- โพสต์: 184
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:24
- team: Smartbikes
- Bike: Road - Allez Race , Lynskey , MTB - wahoo 29er , CX - กาแฟดำ
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
อ.ลูครับ...ถ้ากรณีที่KOP + เราต้องเลือกตำแหน่งรูที่เท่าไหรครับ....???lucifer เขียน: แต่ถ้าใช้Rotor แล้วเลือกที่ตำแหน่งรู 3 หรือใช้Rotor ชนิด OCP#3 ที่ปรับอะไรไม่ได้ คุณไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีไปกว่าการปรับเบาะในตำแหน่ง KOP มากนัก เพราะองศาความเบี้ยวของใบจานRotor อิงกับกำลังของกล้ามเนื้อในแต่ละตำแหน่งองศาของรอบการหมุนของขาจาน ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น Peak และจุดสิ้นสุดของการส่งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อ
รู 2 หรือว่า 4 ครับ...กำลังงงครับ...
หาร้านประกอบหรือโมดิฟาย...แก้ปัญหาใส่จานเบี้ยวไม่จบ...
แนะนำร้าน ยอร์ชไบร์ เลยครับ...^^
https://www.facebook.com/pages/Yacht-Bi ... 6293913669
http://www.facebook.com/surakit.padungtaksin
แนะนำร้าน ยอร์ชไบร์ เลยครับ...^^
https://www.facebook.com/pages/Yacht-Bi ... 6293913669
http://www.facebook.com/surakit.padungtaksin
-
Mourinhooo
- ขาประจำ
- โพสต์: 169
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2012, 09:25
- Tel: 080-9331461
- Bike: S-Work New Tarmac
- ตำแหน่ง: ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
- krissada
- ขาประจำ
- โพสต์: 379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ธ.ค. 2011, 10:01
- team: ฅนชานเมือง
- Bike: CAAD12
- ติดต่อ:
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
สงสัยแค่ แมวท้อง รู้ได้ไงว่า ป๋าลู จะมาตอบในคำถามถัดไป
A mind forever voyaging through strange seas of thought, alone
- TheBoy112
- ขาประจำ
- โพสต์: 400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2009, 13:33
- Tel: 0895011234
- team: powerbike_naratiwas۞...เต็มสูบ ▄︻┳-一
- Bike: LaPierre AuDaCio400
- ตำแหน่ง: 27 ถ.จำรูญนรา ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส
Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได
ถ้าให้ตอบตาม ทฤษฎีหลักๆ..แล้วจะมีอยู่2 ทฤษฏีkrissada เขียน:สงสัยแค่ แมวท้อง รู้ได้ไงว่า ป๋าลู จะมาตอบในคำถามถัดไป
1. พี่แมวทอง .. อาจเกี่ยวพันกับการกลับชาติมาเกิดของ นอทตาดามุต .. หรือ ..
2. พี่แมวทองเค้าแก้ไขข้อความในกระทู้ หลังจาก อ.ลูซิเฟอร์ โพสผ่านไป เกือบครึ่งชั่วโมง ...