แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

suravut_hsi
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 434
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 23:45
ติดต่อ:

แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย suravut_hsi »

สงสัยเรื่องการเซ็ทเบาะกับท่านั่งปั่นที่ว่าด้วยเรื่องแนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได KOP
เจอบางสำนักบอกไม่จำเป็น สามารถถอยหลังแบบยัน หรือเดินหน้าแบบกดถอยหลังนิดหน่อย
ขึ้นอยู่กับสไตล์/ความถนัด เลยอยากทราบว่าแต่ละแบบมีผลต่อการปั่นและผลต่อร่างกายเราอย่างไรครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย แมวทอง »

ไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวนิดๆ

ในการปั่นไกลๆ ไปยังหลายภูมิประเทศ ราบ ชัน ขึ้นเขา ลงเขา
:P เรามีตำแหน่งนั่งที่หลากหลาย ตามการใช้งานของกล้ามเนื้อและความเมื่อยล้า :P

เบื้องต้น เริ่มง่ายๆคือ เวลานั่งปั่น แล้ว ขาจานชี้ไปด้านหน้าขนานกับพื้นโลก ยุคนี้เรานิยม ไม่ให้แนวหัวเข่าด้านในลูกสะบ้า ล้ำเกินแนวดิ่งแกนลูกบันได

เพราะกลัวว่า หัวเข่าจะพังในอนาคต

แต่ถึงปรับท่านั่งปั่นดีแล้ว หากเรายังใช้งานมันอย่างหนักหน่วง ให้ปรับตั้งดีแค่ใหน ก็เดี้ยงหมดครับ

เพราะร่างกายของคนเรา เสื่อมลงทุกวันตาม วัฎสังขารา


หรือง่ายๆ ลองอ่านที่ อจ.ลู เขียนด้านล่างได้เลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 16 ธ.ค. 2012, 09:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย lucifer »

suravut_hsi เขียน:สงสัยเรื่องการเซ็ทเบาะกับท่านั่งปั่นที่ว่าด้วยเรื่องแนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได KOP
เจอบางสำนักบอกไม่จำเป็น สามารถถอยหลังแบบยัน หรือเดินหน้าแบบกดถอยหลังนิดหน่อย
ขึ้นอยู่กับสไตล์/ความถนัด เลยอยากทราบว่าแต่ละแบบมีผลต่อการปั่นและผลต่อร่างกายเราอย่างไรครับ
สาระเรื่องนี้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่พูดกันมาตั้ังแต่สมัยที่ผมเริ่มรู้จักกับจักรยานเสือภูเขาเลยแหละครับ :lol: แล้วก็ยังพูดกันมาตลอด
มีคนพยายามจะอธิบายว่ามันไม่เกี่ยวกับ biomechanics ทั้งๆที่ีคนที่พยายามจะอธิบายไม่เคยเรียน anatomy ไม่เคยเรียนวิชา physiology ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์การกีฬา( ที่ต้องรู้ทั้งanatomyและphysiology )

อธิบายยากมากทีเดียว เพราะคงจะต้องใช้กระดาษวาดรูปอธิบายกันยาวเหยียด

ที่บางคนพยายามจะบอกว่าไม่จำเป็น จะถอยหลังแบบยันหรือเดินหน้าแบบกดถอยหลัง ก็ถูกของเขา เพราะลองดูจักรยานแบบนอนถีบ หรือ recumbent bike คงจะหาตำแหน่ง KOP ได้ลำบากอยู่มิใช่น้อย :mrgreen:


คราวนี้ สิ่งต่อไปนี้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากหน่อย โปรดหลับตาและจินตนาการตามให้ดี เพราะสิ่งต่อไปนี้มันเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตใบจาน ROTOR เข้าใจดี จึงทำให้ใบจานของเขามีรูให้เลือกใช้ถึง 5 ตำแหน่ง :shock:


ถ้าเราอิงตำแหน่ง KOP นั่นก็คือเส้นดิ่งจากกึ่งกลางสะบ้าจะวิ่งมาตัดแกนบันไดในตำแหน่งที่ขาจานขนานกับโลก จุดเริ่มต้นของการออกแรงถีบ และจุดpeakของแรงถีบ จะอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง

คราวนี้เมื่อเราถอยหลักอานไปด้านหลัง หรือ ที่เรียกว่า KOP + ( อาจจะบวกสัก 10 mm ) คือ เส้นดิ่งจากกึ่งกลางสะบ้าจะวิ่งมาตัดแกนของขาจานที่ขนานกับโลกในตำแหน่งที่อยู่ห่างจากแกนบันไดไปทางด้านหลัง 10 mm แล้วมันจะต่างกันตรงไหน
ลองจินตนาการว่า KOP + คือการปั่นท่า KOP ในลักษณะยกล้อหน้า ขาจานที่เคยขนานกับโลก ณ ตำแหน่งที่สายดิ่งเคยวิ่งมาตัดแกนบันได บัดนี้ถูกยกขึ้นตามการยกล้อหน้าไม่ได้ขนานกับโลกแล้ว เส้นที่เคยลากผ่านลงมาก็ไม่ใช่เส้นแนวดิ่งแล้วเช่นกัน จุดเริ่มต้นของการออกแรงถีบ และจุดpeakของการออกแรงถีบก็เปลี่ยนไป ( นี่แหละที่เหตุผลว่าทำไม Rotor จึงผลิตตำแหน่งรูบนใบจานให้เลือก เพราะท่านั่งที่แตกต่างกัน จุดเริ่มต้นของแรงกระทำ และจุดpeakของแรงกระทำ จะเกิดที่รอบการหมุนที่แตกต่างกันไป )

แต่เพราะใบจานทั่วไปมีลักษณะกลม การเริ่มต้นก่อน ถึงpeakก่อน ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมันก็ยังคงออกแรงกระทำในลักษณะรอกกับเพลาในลักษณะเดิม ( แต่จานเบี้้ยวไม่ใช่ แต่ยกมาประกอบเพื่อเป็นของกำนัลให้ )

แต่สิ่งที่จะส่งผลต่อเรื่องแรงที่กระทำในท่านั่ง KOP หรือ KOP+ หรือ จะเป็น KOP- ก็คือ มุมก้มของหลัง มุมของเอว มุมของสะโพก มุมของขาท่อนบนกับสะโพก มุมเหล่านี้มีผลต่อความยาวตั้งต้นของกล้ามเนื้อแต่ละมัดที่กอร์ปขึ้นมาเป็นชุดสำหรับปั่นจักรยาน ส่งผลโดยรวมต่อแรงในจังหวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะถีบ จังหวะดึง เพราะความยาวตั้งต้นที่พอเหมาะของกล้ามเนื้อ จะส่งผลต่อการออกแรง

คราวนี้เราจะไม่เอา recumbent bike มาพูดกันหละ แต่เราจะเอาจักรยานนั่งปั่นที่มุมท่อนั่งโดยเฉลี่ยจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆเลข 72 - 75 องศา ตามแต่ขนาดsizeใหญ่ลงมาหาเล็กของจักรยานแต่ละขนาด

สมัยก่อนนั้น ลุง Ned Overend อดีตแชมป์ เสือภูเขา XC เคยบอกไว้ว่าหากถอยอานไปด้านหลัง จะช่วยให้สามารถปั่นขึ้นทางชันได้ดีขึ้น ตอนแรกอ่านแล้วก็ยังงง ถอยอานมาด้านหลัง น้ำหนักตัวก็ยิ่งถอยหลัง มันจะมีแรงกดล้อหน้าไม่ให้ยกได้อย่างไร พอนั่งคิดต่อไป มันไม่ได้เกี่ยวกับน้ำหนักที่จะตกล้อหลัง แต่มันเกี่ยวกับมุมนั่งที่ทำให้กล้ามเนื้อก้นย้อย ( gluteous muscle ) ออกแรงได้ดีมากขึ้น เท่ากับเป็นการส่งผลให้เพิ่มแรงในการถีบลูกบันได โดยเฉพาะการปั่นขึ้นเขาแบบเสือภูเขาที่มักจะใช้รอบขาที่ต่ำกว่าการปั่นเสือหมอบบนถนนเรียบ

ส่วนจักรยานจำพวกไตรกีฬา ที่จะเห็นว่าอานนั้นถูกขยับไปด้านหน้ามากกว่าที่เราคุ้นเคยกัน จนบางทีแล้วจะเหมือนกับท่าปั่นนั้นจะเป็นท่าวิ่งบนลูกบันได ( run over pedal ) แต่เราก็อาจจะเห็นว่ามุมหลังเขาก็ก้มไม่ได้แตกต่างกันกับการก้มบนจักรยานแบบปกติที่ีนักปั่นบางท่านปั่นกันนี่ แต่ความแตกต่างของการปั่นในท่าแบบไตรกีฬานี้มันมีผลต่อการออกแรงของกล้ามเนื้ออีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนักจักรยานส่วนใหญ่พัฒนากล้ามเนื้อชุดนี้ได้น้อยกว่านักวิ่ง

กล้ามเนื้อชุดนี้คือกล้ามเนื้อด้านหลังขา หรือ กลุ่ม Quardriceps ครับ เหล่านักวิ่งทั้งหลายมีกล้ามเนื้อชุุดนี้แข็งแรงกว่านักจักรยาน เพราะมันเป็นกลุ่มหลักในการออกแรงในลักษณะก้าวขาเพื่อออกแรงดึงให้เราวิ่งไปข้างหน้า การปั่นในท่า KOP ติดลบบนจักรยานนั่งปั่นที่มีมุมท่อนั่งป้วนเปี้ยนอยู่บนตัวเลข 70องศานิดๆหน่อยๆนั้น จะทำให้ชุดกล้ามเนื้อ Quadriceps ออกแรงได้มากขึ้น และที่เหนืออื่นใดทั้งสิ้นสำหรับนักไตรกีฬาก็คือ หากมีการใช้กล้ามเนื้อในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการวิ่ง เมื่อต้องเปลีี่ยนจากการปั่นไปสู่การวิ่ง ( Transition ) ร่างกายจะเสียเวลาน้อยลงในการปรับpatternการทำงานของกลุ่มกล้ามเนื้อ ลองคิดดูนะครับ จากที่เดิมเราใช้งานกล้ามเนื้อในลักษณะเป็น pattern ซ้ำซาก ติดต่อกันมาเป็นชม.ๆ จนสมองจดจำpatternเหล่านี้ไว้จนวนกลายเป็นloopแบบไม่ต้องสั่งอีก , จู่ๆก็มาเปลี่ยนpatternการทำงานของกล้ามเนื้อไปแบบชนิดที่แตกต่างกันเลย ใครที่เคยปั่นจักรยานในลักษณะที่ถอยเบาะไปด้านหลังมากๆติดต่อกันมาเป็นชม. แล้วลองไปวิ่งดูสิครับ รับรองว่า 5 นาทีแรกนี่ อาจจะมีลักษณะเหมือนกับวิ่งไม่เป็นเอาเลย ผมเองก็เคยลองมาแล้วเหมือนกัน ผมเคยปั่นจักรยานคันเก่าแก่ของผมในสมัยที่ผมไม่รู้จักกับบันไดclipless ปั่นออกกำลังกายอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจปั่นเข้าไปในสนามบอลของจังหวัดเพื่อที่จะไปวิ่งต่อ(ปกติวันไหนปั่นผมก็ปั่น วันไหนผมวิ่งผมก็วิ่ง ไม่เคยคิดจะผสมกันเป็นคอกเทลล์ ) วันนี้ก็เลยยูเรก้า พอลงจากบันไดก็วิ่งเข้าลู่วิ่งรอบสนามบอลเลยแหละ ถือดีว่าเคยเป็นนักกรีฑามาก่อน ท่าวิ่งมันอยู่ในหัวอยู่แล้ว จะวิ่งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นครับ มันวิ่งไม่เป็นจริงๆ วิ่งไม่ออก วิ่งไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องหยุดวิ่ง แล้วมานั่งคิดหาสาเหตุว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น แบบนี้

คราวนี้ก็ต้องมาสรุปกันหละว่า จะเซทระยะ Fore-Aft ของเบาะไว้ที่ไหนดี KOP - , KOP หรือ KOP+ ---> ไม่มีคำตอบในลักษณะสูตรสำเร็จครับ เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน กล้ามเนื้อแต่ละกลุ่มของแต่ละคนแข็งแรง อดทน ไม่เท่ากัน การปรับตำแหน่งfore-aft ของแต่ละคนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน มีจุดที่ถนัดไม่เท่ากัน คนที่ถนัดแบบไหนก็มักจะแนะนำการปรับเบาะในลักษณะนั้น โดยลืมไปว่าคนอื่นไม่ได้ถนัดแบบตนเอง ดังนั้นหากคุณลองเรียนผิดเรียนถูกด้วยตัวเองจนถึงจุดๆหนึ่ง คุณก็จะหาตำแหน่งfore-aft ได้เองว่าลงตัวที่ตรงไหน แต่สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่จริงๆ ตำแหน่งเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือตำแหน่ง KOP เพราะมันอยู่ตรงกลาง สามารถปรับแต่งให้ถอยหลังไปได้อีกเท่าที่ต้องการ

แต่ถ้าใช้Rotor แล้วเลือกที่ตำแหน่งรู 3 หรือใช้Rotor ชนิด OCP#3 ที่ปรับอะไรไม่ได้ คุณไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีไปกว่าการปรับเบาะในตำแหน่ง KOP มากนัก เพราะองศาความเบี้ยวของใบจานRotor อิงกับกำลังของกล้ามเนื้อในแต่ละตำแหน่งองศาของรอบการหมุนของขาจาน ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น Peak และจุดสิ้นสุดของการส่งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อ


หมายเหตุ
1. ความสูงของอาน กับ กำลังในการออกแรงต่อลูกบันได มีความสัมพันธ์กันมาก รวมไปถึงความสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บด้วย ความสูงของอานที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ
2. ขออภัยที่ไม่สามารถเอารูปมาประกอบคำอธิบาย ทั้งๆที่รูปภาพ 1 ใบ แทนคำได้ 1,000 คำ แต่ถ้าหากไม่มีพื้นฐานเรื่อง anotomy และ physiology รูปภาพก็อาจจะกลายเป็น อนาโตมั่ว ไปง่ายๆเช่นกัน
3. สิ่งที่ผมสรุปให้ข้างต้น มิจำเป็นต้องคล้อยตามผม ผู้อ่านสามารถคิดคัดค้านได้อย่างสุดลิ่ม เพราะพื้นฐานในเรื่องanatomyและPhysiologyของผมนั้นมันอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ เพราะมนุษย์อาจจะกลายพันธุ์ไปแล้ว ทำให้ตำแหน่งกล้ามเนื้อและการทำงานของกล้ามเนื้อเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 50ปีที่แล้ว :lol: :lol: :lol:
4. เหนือสิ่งอื่นใด การทดลองเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เรื่องหลายๆเรื่องเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ปัจจัตตัง" คือ ต้องกระทำด้วยตนเองจึงจะเข้าใจได้ด้วยตนเอง แลไม่สามารถจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ด้วยการเล่าให้ฟังเพียงอย่างเดียว
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
suravut_hsi
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 434
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 23:45
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย suravut_hsi »

ขอบคุณมาก ๆ ทั้ง 2 ท่าน ที่ทำให้เห็นภาพมากมากขึ้นครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
drv
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2010, 21:54
Tel: 0819032324
Bike: Pinarello F8 + Dura Ace 9070 Di2 + Lightweight Meilenstien Schwarz + Rotor 3D Plus + Power2Max Type S + Fulcrum Racing Zero Nite

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย drv »

ป๋าลูครับ ผมลองหลับตานึกภาพตามแล้ว ทำให้ผมอ่านต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นระหว่างที่อ่านคอมเม้นต์ของป๋าลู ผมขออนุญาติลืมตาเพื่อนึกภาพตามนะครับ :mrgreen:
hs1meu
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 64
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2011, 11:37
Tel: 089-3003541
team: เรื่อยเปื่อย
Bike: TREK ,Araya,Bianchi
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย hs1meu »

:o ขอบคุณมากๆครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
aloha75
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 238
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ต.ค. 2012, 01:39
Bike: nirone 7
ตำแหน่ง: เชียงราย
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย aloha75 »

ขอบคุณมากครับ ทั้ง จขกท. ป๋าลูฯ และคุณแมวทองครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Cycling-Order
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1731
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2011, 23:01
Tel: 0994294292
team: LINE : ekalak-tui

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย Cycling-Order »

ถามป๋าลูเพิ่มครับ เพราะฉนั้นอย่างงี้ ถ้ากรณีปั่นขึ้นเขาด้วยการยืน
ก็ใช้้กล้ามเนื้อคนละส่วนกับการนั่งปั่น ต้องฝึกเพิ่ม ด้วยการยืนบ่อยๆใช่หรือเปล่าครับ
stem pro vibe 7s OD2 สำหรับ giant + canyon
ติดต่อ Line : ekalak-tui , โทร 099-4294292 ตุ้ย
รูปประจำตัวสมาชิก
navy32
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1753
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 10:40
Tel: 091-0659823
team: "เทพสำราญ" ร้อยเอ็ด
Bike: TREK 8500 TANGE slim road SL3 THORN RAVEN
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย navy32 »

ได้ความรู้ดีจัง :D แทงกิ้ว
เดินทางมาไกล 1,500 ไมล์ทะเล กว่าจะได้พบรักแท้
"JOIN "เทพสำราญ" TEAM TO SEE THE WORLD"
รูปประจำตัวสมาชิก
Frogman_twin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5678
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
team: KCC, DEEP TEAM
Bike: Klein

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย Frogman_twin »

:D
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย lucifer »

Cycling-Order เขียน:ถามป๋าลูเพิ่มครับ เพราะฉนั้นอย่างงี้ ถ้ากรณีปั่นขึ้นเขาด้วยการยืน
ก็ใช้้กล้ามเนื้อคนละส่วนกับการนั่งปั่น ต้องฝึกเพิ่ม ด้วยการยืนบ่อยๆใช่หรือเปล่าครับ
ก็ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมาครับ อยากให้กล้ามเนื้อชุดไหนแข็งแรงขึ้น ก็ต้องฝึกด้วยการใช้กล้ามเนื้อชุดนั้นครับ
การยืนปั่นยังจะต้องใช้กล้ามเนื้อในส่วนบนของร่างกายมาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ การเล่นเวทเทรนนิ่งเสริมช่วงบนก็จะช่วยให้ทุกๆอย่างดีขึ้นตามไปด้วยครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
B@dboy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:24
team: Smartbikes
Bike: Road - Allez Race , Lynskey , MTB - wahoo 29er , CX - กาแฟดำ

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย B@dboy »

lucifer เขียน: แต่ถ้าใช้Rotor แล้วเลือกที่ตำแหน่งรู 3 หรือใช้Rotor ชนิด OCP#3 ที่ปรับอะไรไม่ได้ คุณไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีไปกว่าการปรับเบาะในตำแหน่ง KOP มากนัก เพราะองศาความเบี้ยวของใบจานRotor อิงกับกำลังของกล้ามเนื้อในแต่ละตำแหน่งองศาของรอบการหมุนของขาจาน ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น Peak และจุดสิ้นสุดของการส่งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อ
อ.ลูครับ...ถ้ากรณีที่KOP + เราต้องเลือกตำแหน่งรูที่เท่าไหรครับ....???
รู 2 หรือว่า 4 ครับ...กำลังงงครับ... :roll: :roll: :roll:
หาร้านประกอบหรือโมดิฟาย...แก้ปัญหาใส่จานเบี้ยวไม่จบ...
แนะนำร้าน ยอร์ชไบร์ เลยครับ...^^
https://www.facebook.com/pages/Yacht-Bi ... 6293913669
http://www.facebook.com/surakit.padungtaksin
Mourinhooo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 169
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2012, 09:25
Tel: 080-9331461
Bike: S-Work New Tarmac
ตำแหน่ง: ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย Mourinhooo »

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ อ.ลู และคุณกุ๊ก
ID Line : Mourinhooo
รูปประจำตัวสมาชิก
krissada
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 379
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ธ.ค. 2011, 10:01
team: ฅนชานเมือง
Bike: CAAD12
ติดต่อ:

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย krissada »

สงสัยแค่ แมวท้อง รู้ได้ไงว่า ป๋าลู จะมาตอบในคำถามถัดไป
A mind forever voyaging through strange seas of thought, alone
รูปประจำตัวสมาชิก
TheBoy112
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 400
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2009, 13:33
Tel: 0895011234
team: powerbike_naratiwas۞...เต็มสูบ ▄︻┳-一
Bike: LaPierre AuDaCio400
ตำแหน่ง: 27 ถ.จำรูญนรา ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส

Re: แนวดิ่งหัวเข่ากับแกนบันได

โพสต์ โดย TheBoy112 »

krissada เขียน:สงสัยแค่ แมวท้อง รู้ได้ไงว่า ป๋าลู จะมาตอบในคำถามถัดไป
ถ้าให้ตอบตาม ทฤษฎีหลักๆ..แล้วจะมีอยู่2 ทฤษฏี
1. พี่แมวทอง .. อาจเกี่ยวพันกับการกลับชาติมาเกิดของ นอทตาดามุต .. หรือ ..
2. พี่แมวทองเค้าแก้ไขข้อความในกระทู้ หลังจาก อ.ลูซิเฟอร์ โพสผ่านไป เกือบครึ่งชั่วโมง ...
:mrgreen:
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”