โพสต์
โดย เสือเฮฮา »
28.(ไม่พอที่แล้ว) บุคคลไม่ควรออกหน้าหมู่,เมื่อการสำเร็จก็ได้รับผลเสมอกันทุกคน,เมื่อการนั้นพลันพิบัติ ผู้ที่ขันเป็นหัวหน้า จะต้องประลัยลงในที่นั้น
29.ความรั้งอินทรีย์ไว้ไม่อยู่ ท่านกล่าวว่าเป็นทางแห่งความวิบัติ, การปราบอินทรีย์ชนะ เป็นทางแห่งสมบัติ จะปรารถนาเดินทางไหนสุดแล้วแต่ใจเถิด
....จิตรครีวะ ได้ยินบริวารบริภาษนกพิราบตัวนำ จึงพูดแก้ว่า "การเรื่องนี้ หาใช่ความผิดของเขาไม่ เพราะ:-
30.แม้มิตรก็ยังเป็นต้นเหตุของอันตรายที่มีมา, ขาแม่โคยังเป็นเสาหลักผูกลูกโคไว้ได้
31.ผู้ใดสามารถปลดเปลื้องคามวิบัติ ของผู้เคราะห์ร้ายให้พ้นได้ ผู้นั้นนับว่ามิตร, ผู้ที่สามารถแต่ปากคอยติเตียนหยิบข้อผิดในเชิงที่จะช่วยให้พ้นภัยหาใช่มิตรไม่
และความวิบัติความสิ้นสมฤดีนั้นเอง เป็นลักษณะของคนขลาด,เพราะแะนั้น ณ บัดนี้จงข่มใจไว้ และตริตรองหาอุบายไป เพราะ:-
32.ในยามทุกข์ ใจหนักแน่น, ในยามสุข สงบเสงี่ยม, ในที่ประชุมพูดอาจอง,ในรณรงค์ ใจแกล้วกล้า, ในยศ ความนิยมยินดี,ในการศึกษาความเพียร, ข้อเหล่านี้เป็นสมบัติประจำอยู่ครบแก่ผู้มหาตมะ(ใจใหญ่)
33.ไม่เหิมฮึกในสมัยสุข ไม่ซบเซาในสมัยทุกข์ หนักแน่นในสงคราม, มารดาจะคลอดบุตรให้พร้อมคุณดิลกของโลกทั้ง3นี้ได้น้อยนัก
34.ในโลกนี้ บุรุษผู้หวังความเจริญ พึงหลีกห่างโทษ6ประการ คือ ง่วงเหงาหาวนอน,เงื่องซึม ไม่ว่องไว,ขลาดกลัว,โทสะ,เกียรจคร้าน, และผัดเพี้ยนเวลา
....บัดนี้ ควรเราจะกระทำอย่างนี้ คือ ให้พร้อมใจกันทั้งหมด พาข่ายบินไป เพราะ:-
35.ความสามัคคีรงมกำลัง แม้เป็นสิ่งเล็กน้อยก็ยังการงานที่จะกระทำให้สำเร็จผล เส้นหญ้าควั่นให้เป็นเชือกเกลียว อาจผูกช้างสารอันเมามันได้