
@ เมือง Lufeng ที่เรามาหยุดแวะพักกันเมื่อวาน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทางด้านทางธรณีวิทยา เพราะเป็นเมืองแรกๆ มีการขุดค้นพบซากไดโนเสาร์ของจีน เมื่อในอดีตย้อนหลังกลับไป ก่อนที่จะมีการศึกษาในเรื่องนี้ การขุดพบว่าซากกระดูกของสัตวที่สูญพันธ์ไปแล้วจากธรรมชาตินั้น ส่วนใหญ่ในตอนนั้นชาวจีนยังชื่อว่า พวกมันเป็นซากกระดูกของมังกร ชาวบ้านจึงเอากระดูกเหล่านั้นมาป่นเพื่อทำเป็นยารักษาโลก กว่าจะมีการความรู้และเริ่มบันทึกกันเป็นเรื่องเป็นราว ก็เมื่อช่วง ค.ศ. 1938 นี้เอง เมื่องแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนาม Lufengosaurus วงเวียนใหญ่ตรงปากทางเข้าออกของเมือง จึงมีการจัดสร้างรูปปั่นพวกสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์เอาไว้ เหมือนเป็นอนุสาวรีย์หรือเพื่อเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยว ให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะเวียนเยี่ยมชมกัน เพราะมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ใหญ่ตั้งอยู่ เพื่อให้การศึกษาสายพันธ์ของไดโนเสาร์ เฉพาะที่ขุดพบที่มณฑลแห่งนี้อีกด้วย



@ แต่เช้านี้พวกเราก็ไม่ได้มีแพลน ที่จะแวะเที่ยวชมอะไรกันเป็นพิเศษ หลังจากที่ต้องตื่นขึ้นมาเตรียมตัวกันแต่เช้ามืด เพราะไม่อยากต้องแย่งชิงกันเข้าไปใช้ห้องน้ำ ที่มีอยู่เพียงจำกัด(หนึ่งชั้นมีห้องเดียว) เมื่อถึงเวลานัดหมายเราจึงลงมาจากชั้นสามของห้องพัก จัดกระเป๋าฯเพื่อเดินทางกันต่อไป มื้อเช้าของวันเราแวะหาอะไรกินกันแบบง่ายๆ เป็นบะหมี่เนื้อแต่ที่พิเศษไม่เหมือนกับร้านทั่วๆ ไป ก็ตรงเส้นก๋วยเตียวที่ใช้นั้นทำขึ้นสดๆ นวดให้เห็นในร้านกันเลยทีเดียว ผมซึ่งไม่เคยทานอะไรแบบนี้จึงรู้สึกดีกับมื้อนี้เป็นพิเศษ เส้นที่ทำสดๆใหม่ๆ นั้น..มันเหนียวหนึบอร่อย อย่างบอกไม่ถูก เอื้ออี้ ที่กลัวไม่อิ่มเลยสั่งไข่ต้มมาเพิ่มทานอีกสองลูก กินขั้นเวลาระหว่างรอบะหมี่ที่ยังนวดเส้นไม่ได้ที่ ผมเหลือบไปมองในหม้อต้มไข่ เห็นไข่นั้นต้มด้วยน้ำอะไรก็ไม่รู้ สีนั้นเหลืองคล่ำออกจะดำ ดูแล้วทำให้นึกถึงคลิปของไข่ต้มกับฉิ่งฉ่องเด็กขึ้นมาทันที่ เพราะพึงจะดูมาไม่กี่วัน ก่อนออกเดินทางมันจึงยังติดตาและคอยเตือนสติในการซื้อหาของกินที่เราไม่รู้จักความเป็นมา 5555 แต่เมื่อดูเอื้ออี้ที่ปลอกไข่กินอย่างอเร็ดอร่อยแล้ว ผมเลยทำให้ผมชักสงสัย เพราะเริ่มได้กลิ่นอะไรหอมๆ ลอยเข้ามาทางจมูก อดใจไม่ไหวเลยขอยิบไข่ต้มลูกที่ยังไม่ได้ปลอกเปลือกมาดมดูแบบห่างๆ โดยที่ยังไม่ได้พูดหรือถามอะไร โอ้ย....หอมครับ กลิ่นของดอกเก็กฮวยหอมติดจมูกผมเลย ผมเลยลองสั่งมาลองกินดูบ้าง รสชาติก็ไข่ต้มธรรมดาเนี้ยแหละ แต่กลิ่นของดอกเก็กฮวยนั้นหอมกลบกลิ่นคาวของไข่ไปเลย ผมเลยสั่งมาเพิ่มอีกสี่ลูก ตุนไว้เป็นสะเบียงกลางทาง บะหมี่ชามละ 8 หยวน ไข่อีก 2 ใบ 5 หยวนรวม 13 หยวน มื้อนี้ก็ตกราว 65 บาท






















































































