Day_4 ----> 8/4/2012 หยุดทำธุระสำคัญและปั่นเที่ยวในเมืองคุนหมิง(Kunming)
@ เนื่องจากกะเวลาในการเดินทางผิด เพราะจากข้อมูลที่สืบหามา รถที่เดินทางจากเวียงจันทน์ไปคุนหมิงจะใช้เวลาประมาณ 24 ชม. แต่เอาเข้าจริงๆ กลับใช้เวลาไปถึง 31 ชม. ประกอบกับผมยังไม่ได้ทำธุระสำคัญอีกหลายอย่าง ผมจึงต้องหยุดพักที่คุนหมิงอีก 1 วัน เพื่อหาซื้อแผนที่สำรองของมณฑลยูนนาน แบบละเอียดหน่อย, และกดเงินออกจากตู้ ATM ในประเทศจีน, รวมทั้งเช็ครถไฟขากลับจาก ลี่เจียงมาคุนหมิง ตามที่ผมได้วางแผนเอาไว้
@ คุนหมิงเมืองหลวงแห่งมนฑลยูนาน เมืองที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาทั้ง 3 ด้าน ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,890 เมตร จึงทำให้มีอากาศที่เมืองแห่งนี้นั้นเย็นสบายตลอดทั้งปี จนได้รับสมญานามว่า“นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ”
@ วันนี้ผมตื่นสายนิดหน่อย เนื่องจากสภาพอากาศอำนวนต่อการการต่อเหลือเกิน ผิดปกติวิสัยเมื่อได้มีโอกาศได้ออกไปเที่ยวไกลๆ จากบ้าน ผมมักจะตื่นแต่เช้าออกไปดูความเคลื่อนไหวของผู้คนแถวตลาด เพื่อพบปะผู้คนและอาหารที่ไม่แต่งเติมซึ่งมักจะมีให้พบเห็นรวมตัวกันอยู่แถวๆ นั้น แต่เช้านี้ฝนยังตกปรอยๆ ไม่เลิก อากาศในยามเช้าจึงค่อนข้างจะเย็นผิดปกติไปจากเดือนเมษายนเมื่อสองวันก่อน คิดถึงอากาศแบบนี้จัง..ผมคิด เลยขอมกตัวอยู่บนที่นอนต่อละกัน 555 เกือบเที่ยงแล้วฝนก็ยังไม่หยุดอีก แต่เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น ผมจึงต้องฉุดตัวเองขึ้นจากที่นอน ออกไปทั้งที่ฝนยังไม่หยุดนั้นหละ ตามแผนที่ผมได้วางเอาไว้ วันนี้ผมจะต้องเริ่มปั่นจักรยานในประเทศจีนเป็นวันแรก แต่เพราะยังมีเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ยังไม่ได้ทำ ผมเลยต้องเลื่อนกำหนดเดินทางออกไปอีกหนึ่งวัน ซึ่งพอดีไปตรงกับแผนของนักปั่นชาวจีนที่ผมเจอเมื่อคืน และเรื่องที่สำคัญอันดับแรกที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนจะเดินทางก็คือ กดเงินสดออกจากตู้ ATM ในประเทศจีนให้ได้ 555 ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริงๆ กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้เหมือนกัน
การกดเงินแลกเงินในจีน
@ บัตร B1st ของ ธ.กรุงเทพ สามารถเอาไปกดเงินสดต่างสกุลที่ตู้ ATM ของธนาคารใหญ่ๆ ทั่งโลกเลยครับ ที่จีนก็เช่น ICBC, Bank of China ขอให้มีสัญญาลักษณ์ VISA, ATP POOL, PLUS ที่ตู้ก็แล้วกัน ปกติธนาคารที่จีนจะยอมให้กดเงินได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 -3,000 หยวน หรืออาจถอนได้ไม่เกินวันละ 20,000 หยวน(แล้วแต่ Bank ด้วย)โดยตู้ ATM ที่จีนต้องใส่รหัส 5 ตัว แต่ถ้าเอาบัตร ATM ของธนาคารไทยไปใช้ เมื่อใส่รหัส 4 ตัวเสร็จแล้วก็ต้องรีบกด ENTER เลยก็ได้ ค่าธรรมเนียมการกดเงินข้ามต่างประเทศก็เสียครั้งละ 100 บาท บวกกับเสียค่าธรรมเนียมการใช้ตู้ ATM อีก 100 บาท ส่วนอัตรแลกเปลี่ยนก็ใช้เลดของวันที่กดจริง ซึ่งถือว่าดีกว่าการแลกเงินสดตามเค้าเตอร์ไปเก็บไว้กับตัวที่อีก และยังไม่ต้องถือเงินสดติดตัวไว้คราวละมากๆ ด้วย good
ธนาคารที่ผมกดเงินสดออกจากตู้ออกมาได้
@ พอดีผมใช้บัตร ATM ซึ่งเป็นบัตร Be 1th ของธนาคารกรุงเทพฯอยู่แล้ว(ไม่ได้โฆษณา) ซึ่งเป็นบัตรเดบิตธรรดาๆเนี้ยแหละครับ ก่อนอื่นผมจะต้องออกปั่นตระเวนหาธนาคารที่ดูใหญ่โตสักหน่อย ซึ่งธนาคารในเมืองคุนหมิงนั้น ก็มีอยู่มากมายหลายแห่งเหมือนกัน แต่ก็ล้วนให้บริการแค่เฉพาะบัตรภายในในประเทศจีนเท่านั้น ถึงแม้บางตู้จะมีสัญลักษณ์ที่เป็นสากลแสดงอยู่อย่างเช่นสัญาลักษณ์ของ Pool, VISA หรืออื่นๆ ก็ตาม แต่พอเราใส่บัตรเข้าไปในตู้ มันก็ดีดออกมาหมด แล้วก็ขึ้นข้อความประมาณว่า ใช้ได้เฉพาะบัตรของธนาคารนี้เท่านั้นนะจ๊ะนาย... ภาษาที่เลือกตอนกด แน่นอนว่าไม่มีภาษาไทย ผมเลยต้องเลือกกดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเมนูมันก็ไม่คุ้นเอาสะเลยจริงๆ ลองกดผิดกดถูกอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ โดยแต่ละตู้ผมจะพยายามไม่ให้กดผิดเกินสามครั้ง เพราะกลัวว่ามันจะยึดบัตรผมเข้าไป และถ้าไม่มีบัตรผมก็จะไม่มีเงิน คงต้องกลับบ้านก่อนกำหนด ผมจึงระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ หลังจากตระเวนกดผิดกดถูกอยู่หลายธนาคาร เหงื่อเริ่มตกแล้วสิ...ทั้งๆ ที่อากาศในเมืองนี้นั้นแสนจะเย็นสบาย ชักไม่หมูแล้วเว้ยเห้ย...งานนี้ เลยลองเปลี่ยนให้คนจีนแถวนั้นช่วยกดให้ เพราะตู้มันอาจจะให้บริการแต่คนจีน...อิอิ แต่ก็ยังไม่สำเร็จเหมือนเดิม ช่วงนั้นเล่นใบ้คำกันซะจนเมื่อยมือเลย ผมเลยตัดสินใจเดินเข้าไปในธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง หวังจะหาตัวช่วย คือให้เจ้าหน้าธนาคารช่วยกดให้สะเลย น่าจะเวอร์กนะวิธีนี้ แต่ก็ยังกดไม่สำเร็จเช่นเคย แถมเจ้าหน้าที่ธนาคารยังบอกให้ผมใจแป้วอีกว่า บัตรผมอะ...น่าจะใช้กดเงินสดต่างประเทศไม่ได้ งง เลยสิคราวนี้ เอาอย่างไงต่อดีหว้า...เพราะตอนวางแผนไม่ได้คิดวิธีสำรองเตรียมไว้ และผมก็มีเงินสดที่เป็นสกุลหยวนเหลืออยู่อีกไม่มากแค่ 1,200 หยวน ซึ่งเป็นเงินที่แลกติดตัวมาจากไทย และถ้ากดเงินมาเพิ่มไม่ได้ ผมคงไปไหนต่อไม่ได้แน่ๆ หลังจากที่ขอบคุณเจ้าหน้าสาวหมวยแล้ว ผมก็ออกจากธนาคาร แล้วลองเปลี่ยนตู้กดดูอีกหลายครั้ง กดมั่วไปมั่วมาเงินดันไหลออกมาเฉยเลย 555 ทุกวันนี้ผมยังงงอยู่เลยว่ากดเมนูไหนจึงสำเร็จ.. ผมเลยมีเงินมาเพื่มอีก 1,000 หยวนก็ตกราว 5,000 บาท แทบจะกระโดดตัวลอยดีใจ ตอนที่เงินมันไหลออกมา(คนจีนแถวนั้นคงงง มึงจะดีใจทำไมเนี้ย เงินก็เงินของมึงเอง อิอิ)
ซุ้มประตูม้าทอง และ ซุ้มประตูไก่มรกต ที่เมืองคุนหมิง มีเรื่องเล่าขานกันถึงสิ่งอัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 60 ปี เมื่อถึงตอนเย็นของวันดวงอาทติย์ที่กำลังจะลาโลกทางทิศตะวันตก จะมาบรรจบกับพระจันทร์ที่กำลังโผล่ขึ้นทางตะวันออก ผ่านซุ้มม้าทอง และซุ้มไก่มรกต กันแบบพอดิบพอดี ทำให้เย็นวันนั้นจะเกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าอัศจรรย์“รัศมีของม้าทองมาบรรจบกับไก่มรกต ณ.เมืองคุนหมิง”
ซุ้มประตูไก่มรกต ตั้งอยู่ไกล้ๆ ถนนคนเดิน ”จินปี้ลู่” ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่เก่าแก่ที่สุดในนครคุนหมิง