ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Ton TWS
- ขาประจำ
- โพสต์: 5302
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2010, 13:38
- team: TWS/Korat Bike
- Bike: TREK
- ตำแหน่ง: NAKHONRATCHASIMA
- Team-CSC
- ขาประจำ
- โพสต์: 834
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:56
- team: จักรยานตราจรเข้
- Bike: จักรยานตราจรเข้
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
มีใครเคยลองเสี่ยงใช้ บันไดยี่ห้อ Aerolite หรือยังครับ อยากรู้จริงๆว่าใช้แล้วเป็นยังไง อ่านของ 'นอก' ส่วนมาก ด่า มากกว่า ชม เลยอยากรู้ว่า ชาว ThaiMTB มีใครได้ลองของจริงบ้าง คิดว่ายี่ห้อนี้น่าจะเบาที่สุดแล้วนะ 30g กับ 60 g แล้วแต่รุ่น วู้วววว


--Human Knowledge Belongs to the World--
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
นี่คือ บันไดในจินตนาการของผมเลยนะ ไม่คิดเลยว่าจะมีการสร้างขึ้นมาแบบนี้จริงๆ
เพียงแต่ cleat แบบที่ผมจินตนาการจะเป็นปลอก สวมเข้าทางด้านข้างของแกนบันได แต่เจ้านี่ ใช้กดลงมาจากข้างบน ว่าแต่มันจะยึดได้แน่นจริงๆหรือครับ กระชากแรงๆมันจะไม่หลุดหรือ ???
เพียงแต่ cleat แบบที่ผมจินตนาการจะเป็นปลอก สวมเข้าทางด้านข้างของแกนบันได แต่เจ้านี่ ใช้กดลงมาจากข้างบน ว่าแต่มันจะยึดได้แน่นจริงๆหรือครับ กระชากแรงๆมันจะไม่หลุดหรือ ???
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
สมควรโดนด่า..คลีทมันใหญ่หนาขนาดนั้น จะยืน หรือเดินได้ไง.. 
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
- โต้งหลังอนามัย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3542
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
- Tel: 0848507344
- team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
- Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
- ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
อ่านไว้เป็นความรู้ ใช่ว่าต้องซื้อใช้น่ะคับ... 
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
- hodeman
- สมาชิก
- โพสต์: 59
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2010, 02:13
- ติดต่อ:
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
- ไฟล์แนบ
-
- images.jpg (7.44 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- chubplun
- สมาชิก
- โพสต์: 70
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2011, 07:48
- Tel: 027581342
- team: -
- Bike: bianchi
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
กำลังนึกถึงกระทู้นี้อยู่พอดีเลย เพราะครั้งหนึ่งได้เสียเงินซื้อบันไดspeedplay มาทดลองใช้เอง พยายามทำใจให้ชอบมันอยู่เหมือนกัน หลังจากใช้งานได้ราวๆ200กม. ก็มีข้อสรุปโดยอิงกับต้นกระทู้ดังนี้
1. ใส่ง่าย ปลดง่าย : สำหรับผมนะ ถูกแค่ข้อหลังคือ ปลดง่าย ง่ายจริงๆ ง่ายกว่า Dura Ace อีก ถ้ารู้จักตั้งสกรูดีๆ คุมมุม Float ให้เหมาะสมตามความถนัด ก็จะปลดได้ง่ายๆ แต่เรื่องใส่ง่ายนั้น เห็นด้วยในกรณีที่เป็นcleatรุ่นแรกทีใช้สปริงในลักษณะเส้นลวด แต่สำหรับ Cleat รุ่นใหม่ที่ใช้สปริงเป็นรูปตัว C แล้ว อืมมมมม ผมเองอาจจะยังไม่ชินกับมันนะครับ ขนาดถอดออกมาดูว่าอะไรทำให้มันเข้ายาก เอากระดาษทรายละเอียดมาขัดผิวตัว C โดยเฉพาะตรงสันขอบที่เป็นตัวการให้ฝืดหรือสะดุด หยอดน้ำมัน หยอดแวกซ์ ทำตามคู่มือ จนแล้วจนรอดก็ยังจับจังหวะไม่ได้สักทีว่าทำยังไงมันถึงจะเข้าง่ายๆ เพราะทุกครั้งจะต้องขยี้มันเข้าไป กว่าจะเข้านี่บางทีก็มีเซ็งๆอยู่ไม่น้อย แล้วก็ไม่เห็นมันจะเข้าง่ายๆแบบในคลิปที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเลย
สงสัยมันยังใหม่เกินไป จึงยังไม่ลื่น
2. ใส่ได้ทั้งสองด้าน : อันนี้แหละที่ข้อดี เพราะว่ามันใส่ยังไงก็ไม่ยอมเข้าสักที ก็เลยต้องใช้มันแทนบันไดให้สามารถถีบรถออกไปจากที่ีหยุดนิ่งได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถีบมันผิดด้าน เพราะมันถีบได้ทั้ง 2 ด้าน ( เคยเจอตอนออกไฟแดง กว่าจะใส่ลง รถยนต์เกือบจะเฉี่ยวเอา 5555 )
3. การปรับคลีทให้ขยับ ซ้าย/ขวา ต้องเป็นอิสระจากการปรับมุมเอียง ตรงนี้มันก็เป็นข้อได้เปรียบของระบบการยึดcleat เข้ากับรองเท้า โดยเจ้าสกรูทั้ง 4 ตัว ซึ่งตัวแผ่นคลีตสามารถขยับ ปรับเข้าออกได้โดยไม่ต้องปรับแต่งมุมของคลีท เพราะโครงสร้างของการยึดcleat เข้ากับรองเท้า จะประกอบด้วยแผ่นพลาสติก ที่ทำหน้าที่เป็น adapterแปลงความโค้งของอุ้งพื้นรองเท้าให้เป็นแผ่นราบแบน สำหรับการยึดติดกับแผ่นcleatสี่เหลี่ยนแบนๆอีกที เจ้าแผ่นพลาสติกนี้จะสามารถปรับตำแหน่งยึดหน้าหลังได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องมุมในการบิดเอียง และเมื่อประกอบแผ่นคลีทสี่เหลี่ยนแบนๆเข้าไป แผ่นคลีทนี้จะยึดกับแผ่นพลาสติกด้วยสกรูหัวสี่แฉก 4 ตัว ทำให้สามารถขยับแผ่นคลีท เข้าออก นอกใน ได้อย่างอิสระ ดูเหมือนจะง่ายดีนะ ส่วนมุมเอียงนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก ไปปรับที่สกรูที่ที่คุมสปริงเกือกม้า ( ตัว C ) ทีหลัง , ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยจะได้ประโยชน์จากการออกแบบนี้เลย เพราะการปรับcleatนั้น หากเราให้คนที่เขาชำนาญช่วยปรับให้เราในขณะที่ทำ prefitting นั้น ไม่ว่าระบบการยึดcleat จะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลกันมาก เพราะเราไม่ได้ปรับcleat กันทุกๆวัน พอลงตัวแล้วก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรกับมันอีก ยกเว้นคนที่หาตัวตนของตัวเองไม่พบ ต้องขยับcleat กันทุกๆวัน แบบนี้speedplayตอบโจทย์ได้ครับ
4. แกนบันไดมีหลายความยาวให้เลือก : จริงๆก็ไม่ได้มีมากขนาดนักหรอกครับ แล้วก็ใช่ว่าตัวแทนจำหน่ายจะสั่งมามากมายหลากหลายขนาดให้เลือก การมีแกนบันได้ให้เลือกหลายขนาดนั้นอาจจะมีข้อดีตรงที่ีช่วยปรับระยะห่างของเท้าทั้ง 2 ข้างให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำหรับทุกๆคน เพราะcleatทุกๆระบบ สามารถติดตั้งโดยขยับตำแหน่งของcleat ให้เข้าออก นอกใน ได้อยู่แล้ว ทำให้สามารถเซทระยะห่างระหว่างเท้าทั้งสองได้เช่นกัน
5. ปรับองศาการเอียงได้ : อันนี้เป็นข้อดีของเขาจริงๆ เพราะสามารถปรับ rotational float ได้อย่างอิสระ บางทีผมก็พบว่ามันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า เพราะมันมากจนสามารถบิดเท้าจนรองเท้าเข้าไปทะเลาะกับขาจานได้เลยนะเนี่ย ทำให้คิดถึงcleat หัวเกียะของLookในยุคอดีตจริงๆ ที่มี rotation float แบบมากมาย มากขึ้นบิดเท้าเล่นไปมา แล้วจำไม่ได้ว่าcenterเดิมอยู่ตรงไหนเหมือนกัน 5555 (ตอนนั้นยังอ่อนมากครับ) แล้วความเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับมุมfloat นี้ cleatสีเหลืองของshimanoเองก็มีค่าrotation floatที่เหมาะสมอยู่แล้ว ขอแค่ตอนแรกติดตั้งcleatให้ได้ดีที่สุดเท่านั้น ที่เหลือไม่ใช่ปัญหาจริงๆ
ถามจริงๆ ใครรู้บ้างว่า Cleat ของShimanoเอง มี lateral float นิดหน่อยนะครับ หากเราบิดเท้าเข้าๆออกๆ พร้อมๆกับขยับเท้าเข้ากลาง หรือ ออกนอกรถ เราก็สามารถขยับตำแหน่งเท้าได้เช่นกัน เขาเรียกว่ามันมี lateral float
แต่cleat ของ Speedplay ไม่มี lateral float ครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีนะเกี่ยวกับข้อดีของการมี lateral float แต่มันเป็นการช่วยกระจายความเครียดของข้อเท้า และข้อเข่าลงได้บ้าง ( สมัยก่อนที่ปั่นMTBนั้น Time ATAC โฆษณาทับถมSPDเรื่อง lateral float นี่แหละ ผมเองก็ใช้Time ATAC มาจนทุกวันนี้ โดยรวมแล้วผมว่ามันสบายข้อเท้ากว่าสมัยที่ใช้SPDมากเลย เพราะ SPDรุ่นแรกๆนั้น แทบจะไม่มีlateral float เลยครับ )
6. ปรับคลีทให้เดินหน้า/ถอยหลังได้ตามความต้องการ : ตรงนี้ต้องปรับกันที่ตอนวางแผ่นadapterเข้ากับพื้นรองเท้า ยี่ห้อไหนก็คงจะไม่แตกต่าง
7. ความสูงของ คลีท ไม่สูงเกินไป : ข้อนี้จริงครับ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าเทียบกับ Shimanoแล้ว มันก็ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหรอกครับ ตัวเลขมันอาจจะดูน้อย แต่เมื่อเทียบส่วนต่างกับค่าstack กับ ค่าstackรวมๆแล้ว มันไม่ค่อยจะมีผลอะไรกันมากมายจนรู้สึกได้ แต่ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ครับ มันต่ำกว่าจริง
8. อันนี้มาจากโฆษณาของเขาเอง เขาบอกว่า เพราะพื้นที่ผิวของแผ่นคลีทของเขามากกว่าใคร ทำให้การถ่ายทอดแรงมีประสิทธิภาพมากกว่า ตรงนี้พาลจะมีคนเชื่อจริงๆด้วย ผมเองก็เคยเชื่อ แต่พอมานั่งวิเคราะห์ แยกแยะแล้ว อันที่จริงแล้ว แรงส่งไปมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วแกนบันไดอันเล็กๆนั่นแหละครับ เป็นตัวรับแรงทั้งหมดถ่ายทอดไปยังขาจานอีกที แล้วพื้นรองเท้าเสือหมอบนั้นมันก็แข็งมาก แทบจะไม่ให้ตัวเลย ถึงพื้นที่cleatจะมากกว่าใคร ( จริงๆก็ไม่ได้มากกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเมื่อเทียบกับ Shimano เขา ตัดส่วนที่เป็นร่องของcleatของshimano ออกไปซะงั้นแหละ แต่ตัวแผ่นadapter หรือแผ่นรองชิม ที่ปรับพื้นรองเท้านั่นเสียอีก ก็มีส่วนที่เป็นร่องสำหรับslideขึ้นบนลงล่างเช่นกัน 555 ไม่ยอมเอามาคิดด้วย ) แต่เท้าทั้งเท้าที่กดลงบนพื้นรองเท้าที่ไม่มีการให้ตัวนั้น ก็ย่อมถ่ายแรงทั้งหมด(เกือบทั้งหมด)ลงไปยังแผ่นคลีท ลงไปยังบันได และส่งผ่านขาจานไปอยู่ดีแหละ ไม่ได้มีผลอะไรมากไปกว่ากันหรอก
แล้วจริงๆแล้วใครดีกว่ากัน เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมว่าไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย สิ่งที่ทำให้"รู้สึก"ว่าแตกต่าง ก็คือ "ความคุ้นเคย" เพราะผมมั่นใจในระบบ SPD-SL มากกว่า ออกไฟแดงก็ไม่ต้องก้มไปมอง เอาเท้าเกี่ยวเข้าไปแล้วก็กด มันก็ลอคทันที ไม่ต้องเหยียบแล้วบิดไปมา ( ก็ผมยังไม่ชินหนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าจะให้ชินจนเหยียบแล้วเข้าเลยนั้น จะต้องรอให้อะไรต่อมิอะไรมันสึกหรอกไปอีกจนลื่นเลยไหม )
อ้อ ผมหยอดแวกซ์ตามที่เขาแนะนำทุกอย่าง แล้วก็ไม่ค่อยชอบนักเนื่องจากมันยุ่งยาก และกึ่งๆจะต้องระวังการเลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย รวมๆแล้ว มันคงจะไม่ต้องจริตผมเท่าไหร่ สุดท้ายก็ยอมแพ้ครับ มีคนรับอุปการะไปเรียบร้อยแล้ว
ครับ เล่าสู่กันฟังครับ แลกเปลี่ยนมุมมองกัน
1. ใส่ง่าย ปลดง่าย : สำหรับผมนะ ถูกแค่ข้อหลังคือ ปลดง่าย ง่ายจริงๆ ง่ายกว่า Dura Ace อีก ถ้ารู้จักตั้งสกรูดีๆ คุมมุม Float ให้เหมาะสมตามความถนัด ก็จะปลดได้ง่ายๆ แต่เรื่องใส่ง่ายนั้น เห็นด้วยในกรณีที่เป็นcleatรุ่นแรกทีใช้สปริงในลักษณะเส้นลวด แต่สำหรับ Cleat รุ่นใหม่ที่ใช้สปริงเป็นรูปตัว C แล้ว อืมมมมม ผมเองอาจจะยังไม่ชินกับมันนะครับ ขนาดถอดออกมาดูว่าอะไรทำให้มันเข้ายาก เอากระดาษทรายละเอียดมาขัดผิวตัว C โดยเฉพาะตรงสันขอบที่เป็นตัวการให้ฝืดหรือสะดุด หยอดน้ำมัน หยอดแวกซ์ ทำตามคู่มือ จนแล้วจนรอดก็ยังจับจังหวะไม่ได้สักทีว่าทำยังไงมันถึงจะเข้าง่ายๆ เพราะทุกครั้งจะต้องขยี้มันเข้าไป กว่าจะเข้านี่บางทีก็มีเซ็งๆอยู่ไม่น้อย แล้วก็ไม่เห็นมันจะเข้าง่ายๆแบบในคลิปที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเลย
2. ใส่ได้ทั้งสองด้าน : อันนี้แหละที่ข้อดี เพราะว่ามันใส่ยังไงก็ไม่ยอมเข้าสักที ก็เลยต้องใช้มันแทนบันไดให้สามารถถีบรถออกไปจากที่ีหยุดนิ่งได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถีบมันผิดด้าน เพราะมันถีบได้ทั้ง 2 ด้าน ( เคยเจอตอนออกไฟแดง กว่าจะใส่ลง รถยนต์เกือบจะเฉี่ยวเอา 5555 )
3. การปรับคลีทให้ขยับ ซ้าย/ขวา ต้องเป็นอิสระจากการปรับมุมเอียง ตรงนี้มันก็เป็นข้อได้เปรียบของระบบการยึดcleat เข้ากับรองเท้า โดยเจ้าสกรูทั้ง 4 ตัว ซึ่งตัวแผ่นคลีตสามารถขยับ ปรับเข้าออกได้โดยไม่ต้องปรับแต่งมุมของคลีท เพราะโครงสร้างของการยึดcleat เข้ากับรองเท้า จะประกอบด้วยแผ่นพลาสติก ที่ทำหน้าที่เป็น adapterแปลงความโค้งของอุ้งพื้นรองเท้าให้เป็นแผ่นราบแบน สำหรับการยึดติดกับแผ่นcleatสี่เหลี่ยนแบนๆอีกที เจ้าแผ่นพลาสติกนี้จะสามารถปรับตำแหน่งยึดหน้าหลังได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องมุมในการบิดเอียง และเมื่อประกอบแผ่นคลีทสี่เหลี่ยนแบนๆเข้าไป แผ่นคลีทนี้จะยึดกับแผ่นพลาสติกด้วยสกรูหัวสี่แฉก 4 ตัว ทำให้สามารถขยับแผ่นคลีท เข้าออก นอกใน ได้อย่างอิสระ ดูเหมือนจะง่ายดีนะ ส่วนมุมเอียงนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก ไปปรับที่สกรูที่ที่คุมสปริงเกือกม้า ( ตัว C ) ทีหลัง , ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยจะได้ประโยชน์จากการออกแบบนี้เลย เพราะการปรับcleatนั้น หากเราให้คนที่เขาชำนาญช่วยปรับให้เราในขณะที่ทำ prefitting นั้น ไม่ว่าระบบการยึดcleat จะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลกันมาก เพราะเราไม่ได้ปรับcleat กันทุกๆวัน พอลงตัวแล้วก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรกับมันอีก ยกเว้นคนที่หาตัวตนของตัวเองไม่พบ ต้องขยับcleat กันทุกๆวัน แบบนี้speedplayตอบโจทย์ได้ครับ
4. แกนบันไดมีหลายความยาวให้เลือก : จริงๆก็ไม่ได้มีมากขนาดนักหรอกครับ แล้วก็ใช่ว่าตัวแทนจำหน่ายจะสั่งมามากมายหลากหลายขนาดให้เลือก การมีแกนบันได้ให้เลือกหลายขนาดนั้นอาจจะมีข้อดีตรงที่ีช่วยปรับระยะห่างของเท้าทั้ง 2 ข้างให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ประเด็นสำหรับทุกๆคน เพราะcleatทุกๆระบบ สามารถติดตั้งโดยขยับตำแหน่งของcleat ให้เข้าออก นอกใน ได้อยู่แล้ว ทำให้สามารถเซทระยะห่างระหว่างเท้าทั้งสองได้เช่นกัน
5. ปรับองศาการเอียงได้ : อันนี้เป็นข้อดีของเขาจริงๆ เพราะสามารถปรับ rotational float ได้อย่างอิสระ บางทีผมก็พบว่ามันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า เพราะมันมากจนสามารถบิดเท้าจนรองเท้าเข้าไปทะเลาะกับขาจานได้เลยนะเนี่ย ทำให้คิดถึงcleat หัวเกียะของLookในยุคอดีตจริงๆ ที่มี rotation float แบบมากมาย มากขึ้นบิดเท้าเล่นไปมา แล้วจำไม่ได้ว่าcenterเดิมอยู่ตรงไหนเหมือนกัน 5555 (ตอนนั้นยังอ่อนมากครับ) แล้วความเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับมุมfloat นี้ cleatสีเหลืองของshimanoเองก็มีค่าrotation floatที่เหมาะสมอยู่แล้ว ขอแค่ตอนแรกติดตั้งcleatให้ได้ดีที่สุดเท่านั้น ที่เหลือไม่ใช่ปัญหาจริงๆ
ถามจริงๆ ใครรู้บ้างว่า Cleat ของShimanoเอง มี lateral float นิดหน่อยนะครับ หากเราบิดเท้าเข้าๆออกๆ พร้อมๆกับขยับเท้าเข้ากลาง หรือ ออกนอกรถ เราก็สามารถขยับตำแหน่งเท้าได้เช่นกัน เขาเรียกว่ามันมี lateral float
แต่cleat ของ Speedplay ไม่มี lateral float ครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีนะเกี่ยวกับข้อดีของการมี lateral float แต่มันเป็นการช่วยกระจายความเครียดของข้อเท้า และข้อเข่าลงได้บ้าง ( สมัยก่อนที่ปั่นMTBนั้น Time ATAC โฆษณาทับถมSPDเรื่อง lateral float นี่แหละ ผมเองก็ใช้Time ATAC มาจนทุกวันนี้ โดยรวมแล้วผมว่ามันสบายข้อเท้ากว่าสมัยที่ใช้SPDมากเลย เพราะ SPDรุ่นแรกๆนั้น แทบจะไม่มีlateral float เลยครับ )
6. ปรับคลีทให้เดินหน้า/ถอยหลังได้ตามความต้องการ : ตรงนี้ต้องปรับกันที่ตอนวางแผ่นadapterเข้ากับพื้นรองเท้า ยี่ห้อไหนก็คงจะไม่แตกต่าง
7. ความสูงของ คลีท ไม่สูงเกินไป : ข้อนี้จริงครับ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าเทียบกับ Shimanoแล้ว มันก็ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหรอกครับ ตัวเลขมันอาจจะดูน้อย แต่เมื่อเทียบส่วนต่างกับค่าstack กับ ค่าstackรวมๆแล้ว มันไม่ค่อยจะมีผลอะไรกันมากมายจนรู้สึกได้ แต่ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ครับ มันต่ำกว่าจริง
8. อันนี้มาจากโฆษณาของเขาเอง เขาบอกว่า เพราะพื้นที่ผิวของแผ่นคลีทของเขามากกว่าใคร ทำให้การถ่ายทอดแรงมีประสิทธิภาพมากกว่า ตรงนี้พาลจะมีคนเชื่อจริงๆด้วย ผมเองก็เคยเชื่อ แต่พอมานั่งวิเคราะห์ แยกแยะแล้ว อันที่จริงแล้ว แรงส่งไปมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วแกนบันไดอันเล็กๆนั่นแหละครับ เป็นตัวรับแรงทั้งหมดถ่ายทอดไปยังขาจานอีกที แล้วพื้นรองเท้าเสือหมอบนั้นมันก็แข็งมาก แทบจะไม่ให้ตัวเลย ถึงพื้นที่cleatจะมากกว่าใคร ( จริงๆก็ไม่ได้มากกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเมื่อเทียบกับ Shimano เขา ตัดส่วนที่เป็นร่องของcleatของshimano ออกไปซะงั้นแหละ แต่ตัวแผ่นadapter หรือแผ่นรองชิม ที่ปรับพื้นรองเท้านั่นเสียอีก ก็มีส่วนที่เป็นร่องสำหรับslideขึ้นบนลงล่างเช่นกัน 555 ไม่ยอมเอามาคิดด้วย ) แต่เท้าทั้งเท้าที่กดลงบนพื้นรองเท้าที่ไม่มีการให้ตัวนั้น ก็ย่อมถ่ายแรงทั้งหมด(เกือบทั้งหมด)ลงไปยังแผ่นคลีท ลงไปยังบันได และส่งผ่านขาจานไปอยู่ดีแหละ ไม่ได้มีผลอะไรมากไปกว่ากันหรอก
แล้วจริงๆแล้วใครดีกว่ากัน เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมว่าไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย สิ่งที่ทำให้"รู้สึก"ว่าแตกต่าง ก็คือ "ความคุ้นเคย" เพราะผมมั่นใจในระบบ SPD-SL มากกว่า ออกไฟแดงก็ไม่ต้องก้มไปมอง เอาเท้าเกี่ยวเข้าไปแล้วก็กด มันก็ลอคทันที ไม่ต้องเหยียบแล้วบิดไปมา ( ก็ผมยังไม่ชินหนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าจะให้ชินจนเหยียบแล้วเข้าเลยนั้น จะต้องรอให้อะไรต่อมิอะไรมันสึกหรอกไปอีกจนลื่นเลยไหม )
อ้อ ผมหยอดแวกซ์ตามที่เขาแนะนำทุกอย่าง แล้วก็ไม่ค่อยชอบนักเนื่องจากมันยุ่งยาก และกึ่งๆจะต้องระวังการเลอะเทอะเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย รวมๆแล้ว มันคงจะไม่ต้องจริตผมเท่าไหร่ สุดท้ายก็ยอมแพ้ครับ มีคนรับอุปการะไปเรียบร้อยแล้ว
ครับ เล่าสู่กันฟังครับ แลกเปลี่ยนมุมมองกัน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- บอยด์ Melodic-power
- สมาชิก
- โพสต์: 94
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 20:15
- team: rama v , bike crazy
- Bike: CKT 399 prototype
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
สำหรับผม speedplay ไม่อยู่ในตัวเลือกเลยเพราะเวลาใส่อีแตะขี่ มันไม่สบายเท่า shimano กับ look
ตอนนี้ ใช้look รุ่น contador มีลายเซ็นอยุ่ที่บันไดด้วย ขี่ดีมั้ยไม่รุ้ แต่ขนาดcontador ยังต้องมาสยบแทบเท้า 555
ตอนนี้ ใช้look รุ่น contador มีลายเซ็นอยุ่ที่บันไดด้วย ขี่ดีมั้ยไม่รุ้ แต่ขนาดcontador ยังต้องมาสยบแทบเท้า 555
ที่บอกๆกันว่ารถไม่เกี่ยว มันอยู่ที่แรงหนะ
แน่ใจแล้วหรือ
แน่ใจแล้วหรือ
- Team-CSC
- ขาประจำ
- โพสต์: 834
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:56
- team: จักรยานตราจรเข้
- Bike: จักรยานตราจรเข้
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
ตอนนี้ Contador เปลี่ยน sponsor ไปใช้ speedplay ละ แต่ยังไม่เคยเห็น speedplay แบบมีลายเซ็นสักที คงเป็นเพราะไม่รู้จะเซ็นตรงไหน ไม่ค่อยมีที่บอยด์ Melodic-power เขียน:สำหรับผม speedplay ไม่อยู่ในตัวเลือกเลยเพราะเวลาใส่อีแตะขี่ มันไม่สบายเท่า shimano กับ look
ตอนนี้ ใช้look รุ่น contador มีลายเซ็นอยุ่ที่บันไดด้วย ขี่ดีมั้ยไม่รุ้ แต่ขนาดcontador ยังต้องมาสยบแทบเท้า 555
--Human Knowledge Belongs to the World--
-
neungkung
- ขาประจำ
- โพสต์: 440
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2012, 20:31
- team: 74 bike
- Bike: Giant TCR Advance 2014
- ติดต่อ:
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
ปักๆ
https://www.facebook.com/74bikeFC
Our Memories trip
https://www.youtube.com/playlist?list=P ... djUmHfEACQ
56' - ปั่นทะลุเมฆ #5 ภูทับเบิก, ปั่นเสือสู้ฟ้า ท้าภูทับเบิก #1
57' - ปั่นจักรยานพิชิตอินทนนท์#7
58' - ท้าพิชิตอินทนนท์ คนพันธุ์อึด#8
Our Memories trip
https://www.youtube.com/playlist?list=P ... djUmHfEACQ
56' - ปั่นทะลุเมฆ #5 ภูทับเบิก, ปั่นเสือสู้ฟ้า ท้าภูทับเบิก #1
57' - ปั่นจักรยานพิชิตอินทนนท์#7
58' - ท้าพิชิตอินทนนท์ คนพันธุ์อึด#8
- DerfBike
- สมาชิก
- โพสต์: 15
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 16:04
- team: ไม่มี
- Bike: Surly Ogre&Troll
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
กำลังหาวิธีเลือกพอดี ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกแล้ว ขอบคุณทุกข้อมูลครับ
จอดพัก แต่ไม่จูง
- yuhu88
- ขาประจำ
- โพสต์: 300
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 15:01
- Tel: 0909637897
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
สอบถามอิกสองข้อครับ
-ระยะการเซอร์วิสตัวลูกบันไดนี่มันประมาณกี่กิโลถึงจะทำการเซอร์วิสมันครับ
-เห็นในyoutubeวิธีการเซอร์วิสเค้าใช้จารบียี่ห้อไหนแบบไหนในการยิงมันเข้าไปครับ
หมายเหตุ บันไดspeed play นะครับ
-ระยะการเซอร์วิสตัวลูกบันไดนี่มันประมาณกี่กิโลถึงจะทำการเซอร์วิสมันครับ
-เห็นในyoutubeวิธีการเซอร์วิสเค้าใช้จารบียี่ห้อไหนแบบไหนในการยิงมันเข้าไปครับ
หมายเหตุ บันไดspeed play นะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย yuhu88 เมื่อ 20 ก.ย. 2013, 19:41, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
LINE: mafiayuhu
-
Number8
- ขาประจำ
- โพสต์: 402
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
- Tel: 0898554137
- team: Dr.bike club/ Fang nopburi
- Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
- ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: ลองมาถกกันเรื่องการเลือกบันได/ลูกถีบ (Pedal) แบบ Clipless กันดีกว่าครับ
พอดีมือใหม่ครับ. กำลังตัดสินใจ เห็นบันได time espresso รุ่นต่างๆสวยดี ไม่ทราบว่ามีท่านใดใช้อยู่ ช่วยแชร์ประสพการณ์ จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ 
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์