เพลง Have I Told You Lately
[youtube]OYQ6tKEKva0&feature=related[/youtube]
เวอร์ชั่นในปัจจุบันเลือกรับชมรับฟังได้ครับ
[youtube]cY1PbweGeEo&feature=related[/youtube]
เนื่องจากเพลงต้นฉบับนั้นแต่งโดย Van Morrison นักแต่งเพลงชาวนอร์ทเทิร์นไอริชเป็นซิงเกิ้ลจากอัลบั้มชื่อ "Avalon Sunset" ในปี 1989 ขึ้นถึงอันดับ 12 ของ US Adult Comtemporary Charts
เป็นเพลง romantic ballad ซึ่งนิยมใช้ในงานแต่งงาน ซึ่งฟังแล้วก็เพราะไปอีกแบบหนึ่งค่ะ Rod Stewart นำมาร้องใหม่ในปี 1993 เป็นซิงเกิ้ลในอัลบั้ม "Unplugged...and seated" ขึ้นอันดับ 5 ทั้งของอังกฤษและอเมริกา และขึ้นถึงอันดับ 1 ของ US Adult Comtemporary Charts ข้อมูลออนไลน์
เวอร์ชั่นเก่าของ VAN MORRISON
เนื้อเพลง
Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one else above you
Fill my heart with gladness, take away all my sadness
Ease my troubles, that's what you do
For the morning sun and all its glory
Meets the day with hope and comfort too
You fill my life with laughter, somehow you make it better
Ease my troubles, that's what you do
There's a love that's defined
And it's yours and it's mine like the sun
And at the end of the day
We should give thanks and pray to the one, to the one
Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one else above you
Fill my heart with gladness, take away all my sadness
Ease my troubles, that's what you do
There's a love that's defined And it's yours and it's mine like the sun
And at the end of the day
We should give thanks and pray to the one, to the one
And have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one else above you
You fill my heart with gladness, take away all my sadness
Ease my troubles, that's what you do
Take away all my sadness, fill my life with gladness
Ease my troubles, that's what you do
Take away all my sadness, fill my life with gladness
Ease my troubles, that's what you do
ประวัติ Rod Stewart
ร็อดเดริก เดวิด สจ๊วต (อังกฤษ: Roderick David Stewart) เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1945 เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง เกิดและเติบโตในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันย้ายไปอยู่ใน Epping
เอกลักษณ์เสียงร้องของ ร็อด สจ๊วตคือเสียงแหบเสน่ห์ เขาเป็นที่รู้จักในช่วงปลายยุค 1960 และต้นยุคทศวรรษ 1970 กับการเป็นสมาชิกวง The Jeff Beck Group และต่อมากับวง Faces เขาออกผลงานเดี่ยวในปี 1969 กับผลงานอัลบั้มแรกชุด An Old Raincoat Won't Ever Let You Down ผลงานในระหว่างอยู่วง The Jeff Beck Group และ The Faces พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีอิทธิพลต่อแนวเพลงเฮฟวีเมทัล และพังก์ร็อก ตามลำดับ[1][2] ทั้งสองวงเป็นวงบุกเบิกให้กับแนวเพลงบลูส์-ร็อก
กับอาชีพการงานของเขากว่า 5 ทศวรรษ สจ๊วตประสบความสำเร็จมีซิงเกิ้ลฮิตในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยประสบความสำเร็จมากในสหราชอาณาจักร ที่ที่เขามีอัลบั้มอันดับ 1 ติดต่อกัน 6 ชุด และมีซิงเกิ้ลฮิต 62 ซิงเกิ้ล ที่มี 24 ซิงเกิ้ลติดท็อป 10 และ 6 ในนั้นติดอันดับ 1 ซิงเกิ้ลฮิตที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเช่น "Maggie May", "You Wear It Well", "Sailing", "Tonight's the Night (Gonna Be Alright)", "Hot Legs", "Da Ya Think I'm Sexy?", "Forever Young" และ "Rhythm of My Heart." และเขามียอดขายอัลบั้มและซิงเกิ้ลประมาณ 250 ล้านชุด[3] ทำให้เขาติดอันดับศิลปินดนตรีที่มียอดขายดีที่สุด
ประวัติ Van Morrison
แวน มอร์ริสัน, โอบีอี (อังกฤษ: Van Morrison, OBE) เกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ในเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง มีชื่อเสียงในพฤติกรรมดื้อรั้น[1][2] นิสัยแปลก[3] และสุดขีด[4] การแสดงสดของเขาเป็นแรงบันดาลที่ดีเยี่ยมและยอดเยี่ยม[5][6] ขณะที่ผลงานเพลงของเขาอย่างเช่นผลงานสตูดิโออัลบั้มชุด Astral Weeks และ Moondance และผลงานอัลบั้มแสดงสด It's Too Late to Stop Now ที่ได้รับเสียงตอบรับยอดเยี่ยมเขามีผลงานระดับอาชีพเมื่อตอนเขายังเป็นวัยรุ่น ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1950 เขาเล่นเครื่องดนตรีได้หลายประเภทอย่าง กีตาร์ ฮาร์โมนิกา คีย์บอร์ด แซกโซโฟน กับวงที่ทำเพลงเก่ามาทำใหม่ ก่อนที่จะมาโดดเด่นในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1960 ในฐานะนักร้องนำวงเด็ม ที่เป็นวงการาจมีเพลงฮิตอย่าง "Gloria" เขาออกผลงานเดี่ยวมีผลงานซิงเกิ้ลดังอย่าง "Brown Eyed Girl" ในปี 1967 ของเบิร์ต เบิร์นส หลังจากที่เบิร์นสเสียชีวิต วอร์เนอร์ บรอส. เรเคิดส์ได้ซื้อสัญญาของเขาและให้เขามีผลงานแสดงในชุด Astral Weeks ในปี 1968[7] ถึงแม้ว่าอัลบั้มนีได้รับคำชมเชยอย่างมาก แต่ในช่วงแรกกระแสตอบรับไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม อัลบั้มถัดมา Moondance ทำให้มอร์ริสันถือเป็นศิลปินใหญ่[8] และเมื่อผ่านยุคคริสต์ทศวรรษ 1970 เขามีผลงานที่ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีหลายอัลบั้มรวมถึงการแสดงสด มอร์ริสันก็ยังออกผลงานเพลงและออกทัวร์ และยังร่วมงานกับศิลปินอื่นอย่าง จอร์จี เฟม และเดอะชีฟเทนส์ และในปี 2008 เขาแสดงสด Astral Weeks ครั้งแรกหลังปี 1968 ดนตรีของเขามีรูปแบบเป็นดนตรีโซล อาร์แอนด์บี อย่างเช่นซิงกิ้ลเพลงดังอย่าง "Brown Eyed Girl", "Moondance", "Domino" และ "Wild Night" ทั้งดนตรีที่มีความยาว การเชื่อมโยงหลวม ๆ ดนตรีการเดินทาง ที่ได้รับอิทธิพลดนตรีเคลติกพื้นถิ่น แจ๊ซ กระแสสำนึกเรื่องบอกเล่า อย่างเช่นผลงาน Astral Weeks และผลงานที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าอย่าง Veedon Fleece และ Common One[9][10] ในบางครั้งสองอัลบั้มนี้เรียกว่า แนวเคลติกโซล[11]มอร์ริสันได้รับรางวัลแกรมมี่ 6 ครั้งและยังมีชื่ออยู่ทั้งใน ร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟมและซองไรเตอร์สฮอลออฟเฟม
อ้างอิง th.wikipedia.org