วันนี้มาส่งผลสอบให้พี่หน่อยครับ
หลังจากที่ซ้อมตั้งแต่เริ่มหนาว... และได้มีทริปทดสอบไปเที่ยว Mj bike ไป-กลับในวันเดียว
ตามด้วยไปลุยเข้าที่เจ็ดคต (อันนี้ดูเหมือนไม่เกี่ยว) และแล้วก็ได้เวลาสอบทริป 200 km/วัน
โดยทริปนี้เป็นทริปปั่นเดี่ยวเที่ยวสุพรรณ ไปทานข้าวเที่ยงที่ปั๊มปตท.ถาวร ก่อนเข้าตัวเมือง 6 km ครับ
เริ่มตื่นนอนตั้งแต่ 04:30 น. เตรียมอาบน้ำ แต่งตัวประมาณ ตี5 ฝนตกเม็ดใหญ่ ๆ เลยที่บ้าน... โดนกดดันกันยกใหญ่ ว่าไปไหวเหรอ
เลยรีบหยิบมือถือมาตรวจสภาพอากาศเห็นว่าตกเฉพาะตีห้า และบ่ายๆ ที่กทม. จึงเตรียมตัวต่อพอฝนหยุดก็เริ่มเดินทางครับโดยก่อนออกเดินทางได้เก็บสถิติเล็กน้อย

ตามด้วยภาพก่อนเดินทาง
หลังจากนั้นก็เริ่มหมุนล้อกันทันที เวลาโดยประมาณ 05:30 น. ช้ากว่าที่วางแผนเดิมไว้ 30 นาทีครับ
ตอนเริ่มเดินทางปั่นด้วยความเร็ว 13-17km/h เนื่องจากไม่ได้ติดบังโคลน และยังไม่ต้องการให้โทรมตั้งแต่เช้า (เสื้อผ้า)
ผ่านไป 30 นาทีก็หยุด จากที่บ้านยังไม่พ้นถ.ลาดพร้าวเลยครับ เฮ้อ ประมาณ 6 km พักที่ปั๊มตรวจสอบลมยางอีกรอบก่อนไปต่อ
พอกลับขึ้นบนอานอีกครั้งรู้สึกว่าพื้นถนนเริ่มแห้งลงบ้างแล้วเลยใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นได้ ปั่นไปตามถ.ลาดพร้าว จนถึงห้าแยก
ต่อด้วยวิภาวดี ปั่นไปจนเลี้ยวเข้า ถ.งามวงศ์วาน ยิงยาวไปต่อ ถ.รัตนาธิเบศน์ พอถึงสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ก็เลยเลี้ยวเข้าไปพัก และถ่ายรูประลึกความหลังจากทริปก่อนหน้านี้

อันนี้รูปเก่าครับ

รูปนี้บันทึกระยะทางและเวลาสำหรับจุดนี้ครับ
พักได้สักเดี๋ยวก็ปั่นต่อ โดยมองหาร้านข้าวเช้า และแล้วก็แวะทานข้าวเช้าที่ร้านข้าวขาหมูตันหยง...
ตั้งใจตั้งแต่ก่อนเริ่มทริปว่าอยากให้ความเร็วเฉลี่ย 25 km/h แต่ช่วงแรกไปได้ช้ามาก ช่วงนี้เลยเร่งขึ้นมาอีกนิดปั่นอยู่แถว ๆ 27-30 km/h
แผนรอบแรกคิดว่าจุดพักแรกจะพักหลังจากปั่น 30 นาทีพัก 5 นาที หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นปั่น 45 นาที พัก 8 นาที -->แต่ถ้าเจอปั๊มก็จะแวะตามแต่โอกาส
หลังจากที่ทานข้าวเช้าแล้วเลยปั่นต่อเป้าอยู่ที่ 45 นาที
ปั่น ๆ ไปเจอจุดพักเก่าทีแรกคิดว่าจะแวะ แต่ว่าไม่เหมาะเลยตัดใจปั่นต่อครับ เอารูปเดิมมาแปะ

พอปั่นสักเดี๋ยวรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเลยมองหาปั๊มแวะพัก น่าจะเป็นปั๊มที่ไทรน้อย ล็อครถแล้วไปเข้าห้องน้ำครับ

ตอนเข้าห้องน้ำเสร็จมีละอองฝนลงมาเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไรปั่นต่อช่วงนี้รู้สึกว่าพอปั่นไปได้เรื่อย ๆ ความเร็วไม่สามารถทำได้มากอย่างที่ตั้งใจ แต่ว่าพอพิจารณาดูโดยรวมแล้ว
ก็ตอบตัวเองว่าเอาเป็นปั่นตามสบายที่ซ้อมมา ให้รอบขาปั่นได้โดยไม่หนักมากดีกว่าเพราะระยะทางอีกยาวไกลความเร็วก็อยู่แถว ๆ 25 km/h
พอออกจากปั๊มก็ตั้งเวลาใหม่ 45 นาทีให้นาฬิกาเตือน ก็ปั่นไปเรื่อย ๆ โดยดูระยะทางคู่ไปด้วย ได้ระยะมากกว่าช่วงแรกพอสมควร แต่รู้สึกว่ากล้ามเนื้อขามีอาการล้า
พอครบเวลาก็หยุดพัก และเปลี่ยนเวลากลับมาพักทุก 30 นาทีดีกว่า และตั้งเป้าโดยประมาณว่าพักทุก 10 km หรือ 30 นาที ปั่นต่อไปอีกจนถึงเวลาพักเก็บภาพ แชะ...

เก็บเวลาและระยะทาง

แถวนี้น่าจะเป็นลาดบัวหลวงครับ เลยนนทบุรีมาแล้ว
หลังจากพอได้เวลาก็เดินทางต่อครับ เส้นทางโดยรวมที่ใช้มีไหล่ทางกว้างตลอดเส้นทางครับ มีบางจุดทำไหล่ทางเล็กน้อย เรื่องรถสวนเลนวิ่งบนไหล่ทางมีบ้างเป็นระยะ ๆ ครับ
มีรถหลายชนิดเลยที่สวนมามีทั้ง จักรยาน มอเตอร์ไซค์ กะบะ แม้กระทั่งรถพ่วงครับ ต้องมีสติตลอดครับ ปั๊ม/ที่เติมน้ำและอาหารมีให้เรื่อย ๆ แต่บางครั้งก็ไม่เหมาะครับ
จุดนี้แวะพักหลังจากที่ครบ 10 km แล้วและต้องการห้องน้ำแต่ว่าไม่พบ... ไม่ต้องบอกนะครับว่าทำอย่างไร หุหุ
นั่งพักได้สักประเดี๋ยวก็หมุนล้อออกเดินทางต่อ ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงอาการผิดปกติ คือเหมือนกับมีการ lock ความเร็ว พอปั่นไปได้ความเร็วสัก 23-24 km/h กล้ามเนื้อต้นขาจะรู้สึกล้าทันที ต้องผ่อนหรือฟรีขา ก็พยายามใช้รอบขาเข้าช่วยโดยปั่นที่เกียร์เบาเข้าว่า แรกๆ ปั่นที่ 3-5 หรือ 3-6 ตอนนี้ต้องปรับลดลงมาเหลือ 3-4 ความเร็วก็อยู่แถว ๆ 20-22 km/h ก็พยายามปั่นต่อ เพราะออกมาแล้วอย่างไรก็ต้องไปให้ถึงที่สุพรรณฯ ให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ปั่นไปเรื่อย ๆ ทั้งเมื่อยและร้อนเพราะแดดเพิ่งเริ่มทำงาน ตั้งแต่เช้ามีเมฆมาบังให้ตลอด เลยแวะเติมน้ำและความหวานด้วยแตงโมครับ จัดไป 1 ลูก 2.5kg ซัดจนหมดก่อนปั่นต่อ เหลือระยะทางอีก 25 km (ตอนปั่นเข้าใจว่าเหลืออีก 30 km)

หลังจากเติมน้ำและน้ำตาลแล้วก็ขึ้นหลักอานต่อ ปั่นไปเรื่อย ๆ ขวา ซ้าย ขวา....ซ้าย....
จนมาถึงจุดหยุดถัดไป ไม่มีปั๊มและจุดแวะเลยเลือกจอดกับหลักกิโลฯซะเลย

ระยะทางและเวลา

สุดท้ายก็มาถึงจุดหมายปลายทาง แต่ว่าจุดหมายนี้เป็นแค่ครึ่งทางสำหรับวันนี้ครับ ได้ระยะมา 105 km เวลาถึงที่หมาย 11:45 น.

ร้านนี้อยู่ในปั๊ม ปตท. ตรงโค้งก่อนเข้าตัวเมืองสุพรรณบุรีนะครับ ถ้าใครได้ผ่านไปแวะที่ปั๊มนี้อย่าลืมอุดหนุนนะครับ ทั้งก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ และข้าวคลุกกะปิ อร่อยทีเดียว
พอถึงที่จัดไป ข้าวคลุกกะปิ 1 จาน ตามด้วยบะหมี่ต้มยำ 1 จาน น้ำดื่ม 1 ขวดที่ร้าน เติมอีก 1 ขวด
ที่ปั๊มรู้สึกต้องทำธุระส่วนตัว เลยเดินไปที่ห้องน้ำพร้อมกระดาษ แต่ว่าทุกห้องเป็นส้วมซึมครับ ยืนทำใจอยู่นาน เพราะว่าลองนั่งยอง ๆ แล้วต้นขาไม่ยอมครับมันย่อไม่ลง
สุดท้ายก็ฝืนมันจนสามารถย่อลงไปจนได้ครับ เฮ้อ ลำบากยิ่งนัก
หลังจากนั่งพักนั่งคุย แถมเตรียมของฝาก รวมถึงสิ่งสำคัญที่คุณแม่สั่งมาคือ หัวน้ำพะโล้ พอได้เวลา 13:00 ก็ออกเดินทางกลับ
จุดอันตรายลำดับ 2 คือตอนนี้หล่ะครับ ข้ามถนนใหญ่ 3+3 เลน เพื่อกลับไปอยู่ฝั่งตรงข้าม รอจนรถว่างค่อย ๆ ไปทีละช่วง
พอได้ปั่นอีกรอบรู้สึกมากเลยว่าขาล้าเป็นอย่างยิ่งไม่สามารถทำความเร็วได้เลย ก็ใช้รอบขาปั่นไป คิดแต่ว่าชม.นี้อย่างไรก็ต้องปั่นไปก่อน
ถ้าไม่ไหวจริง ๆเมื่อไหร่แล้วค่อยคิด และจากทริปที่ผ่าน ๆ มาไปช้า ๆ ก็ถึงเหมือนกัน มีแวะเป็น ระยะ ๆ
จนประมาณ 30 km จากปั๊มปตท. รู้สึกว่าเมื่อยมาก ปกติตอนกลางวันเวลาพักผมจะใช้น้ำราดตั้งแต่หัวลงมาจนถึงบริเวณลำตัวเพื่อลดความร้อนในร่างกาย
เลยลองเอาขวดน้ำรดบริเวณต้นขาด้วย แล้วปั่นต่อ พอปั่นไปได้สักพักรู้สึกว่า lock ความเร็วที่เคยเป็นตอน 22-23 km/h เริ่มดีขึ้นใช้ความเร็วได้ดีขึ้น
ทีนี้ก็ปั่นไปอยู่แถว ๆ 24-25 km/h พร้อมกับคำนวณเวลากลับบ้าน น่าจะถึงบ้านในเวลาประมาณ 19:xx น.
ปั่นมาถึงที่พักรถของตำรวจทางหลวง ก็จัดของว่างที่เตรียมไว้ให้หมด และนั่งพัก มองเห็นว่าตำรวจบริการประชาชนจริง ๆ ครับ เก็บหลักฐานมา
หลังจากนั้นก็ปั่นต่อ ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เริ่มรู้สึกว่าอาจจะโดนฝนได้ แต่มาถึงตอนนี้แล้วคิดไปก็เท่านั้นปั่นต่อครับ ในที่สุดฝนก็ลงมาจริง ๆ พอเจอฝนปรอย ๆ ก็รีบเลี้ยวหาร่มครับ ทำการเก็บกล้องและมือถือให้ไม่เปียกน้ำ กล้องโยนเข้ากระเป๋ากันน้ำ มือถือใส่ไว้ในถุงพลาสติกแล้วไว้กระเป๋าหลังเสื้อจักรยาน... แล้วไปต่อเพราะถ้ารอกลัวมืดก่อนถึงในเมืองครับ จะลำบากมาก....
และแล้วก็เจอฝนเม็ดใหญ่ขึ้นและสาดเข้ามาในแว่นทำให้มองทางแทบไม่เห็น ปั่น ๆ ไปเจอเต็นท์รถ taxi จอดพักกันอยู่ตรงเข้าไปขออาศัยเลยครับ นั่งคุยกันสักพัก จนฝนเริ่มซาก็ปั่นไปต่อ (เกือบ ครึ่งชม.) ตอนนี้เริ่มกังวลเรื่องเวลาเข้าไปใหญ่ แต่ยังดีที่ถนนสายนี้นับว่าเหมาะกับการปั่นมาก ไหล่ทางกว้างและเรียบ ทำให้ถึงแม้จะลุยฝนแต่ไม่มีความเสี่ยงมากนัก ปั่นไปด้วยความเร็วประมาณ 25km/h เร็วกว่าตอนแห้งๆ อีก คิดว่าที่ฝนตกลงมาข้อเสียคือ ทางลื่น และมองทางลำบาก แต่ข้อดีคืออุณหภูมิร่างกายไม่สูงปั่นได้เต็มที่ หลังจากนี้ก็ไม่ได้เก็บภาพอีกเลยครับ ปั่นแข่งกับเวลาอย่างเดียวพอถึงจุด ที่คิดว่าต้องพักก็หยุด ห้านาที แล้วก็ไปต่อ สุดท้ายท้องฟ้าเริ่มมืดจริง ๆ ตอนมาถึงบางบัวทางด้านก่อนบางใหญ่ ก็เปิดไฟท้ายและไฟหน้าปั่นไปต่อ แล้วก็พักทานข้าวเย็น แถว ๆ รัตนาธิเบศน์ และปั่นต่อมาข้ามถ.วิภาวดีด้วยสะพานข้ามแยก ตรงเข้าเกษตร-นวมินทร์ และถึงบ้านครับ ที่บ้านเป็นห่วงกันน่าดู สภาพค่อนข้างโทรมครับ(สภาพภายนอกนะครับ) เสื้อที่เปียกปอนด์แห้งครับ กางเกงหมาด ๆ รองเท้าเต็มไปด้วยน้ำครับ เลยรีบเข้าไปอาบน้ำสระผม แล้วค่อยเก็บสถิติสุดท้ายครับ

หลังจากอาบน้ำแล้วก็สบายๆ ครับ มีเจ็บก้นเนื่องจากเสียดสี(ทาเจลหล่อลื่นแล้วก็เอาไม่อยู่ครับ) กับชาที่ปลายนิ้วเท้า หายวันนี้ กล้ามเนื้อต้นขาวันนี้ออกอาการนิดหน่อยตอนเดินขึ้นบันไดครับ ที่เหลือไม่มีปัญหา
ว่าแล้วจะหาเวลาไปรับเสื้อทีมจักรยานทางไกล นะครับพี่หน่อย.....