เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 55 เวลาประมาณ 8.00 น.
ฉันนำจักรยานคู่ใจมาปั่นออกกำลังกายใน หมู่บ้านเมืองเอก ย่านรังสิต
แต่ออกมาแบบไม่พร้อม เนื่องจากเป็นไข้หวัดเจ็บคอ ฤทธิ์ของยาจึงทำให้มึนๆ
เตรียมอุปกรณ์เพื่อออกเดินทาง น้ำ 1 ขวด กระเป๋าตังค์(แขวนไว้หน้าแฮนด์) ปั่นออกมาได้สักพักเจอลูกระนาดรถกระดอนขวดน้ำหล่น(อดกิน)
วันนี้รถกระเด้งกระดอนมาก(คงเป็นเพราะสูบลมยางมากไป) ปั่นเล่นต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง
ปั่นผ่านโรงเรียนเซนต์โยเชฟเมืองเอก-มุ่งหน้าไปแยกร้านอาหารหัวหิน บริเวณนี้เจอลูกระนาดอีก รู้สึกว่ากระเด้งแรงมาก
ได้ยินเสียงอะไรดังแกร๊ก ก้มมองดูที่ล้อ ที่แฮนด์ ไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ปั่นต่อไป ตาเหลือบมองกระจกหลังเห็นมีจักรยานปั่นตามมา
ในใจก็นึกดีใจที่เห็นชาวจักรยานด้วยกัน แต่ชายคนนั้นรีบปั่นแซงและเร่งความเร็วหายไป
จากนั้นประมาณ 1 นาที ฉันก็เริ่มหิวน้ำ จึงคิดจะไปซื้อเกลือแร่ดื่ม และแล้ววววววววว........!!!
ฉันก็คิดขึ้นได้ว่าไอ้เสียงแกร๊กเมื่อกี้ คือเสียงกระเป๋าตังหล่น เพราะตอนนี้มันได้หายไปจากหน้าแฮนด์แล้ว
ฉันตกใจมาก รีบปั่นย้อนเส้นทางเดิม แต่ไม่เจอ สงสัยจังทำไมถึงหายไปเร็วจัง เพราะช่วงเวลาที่ฉันนึกได้และปั่นกลับไปนั้นไม่นาน
และเป็นเช้าวันอาทิตย์ ยังไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน
ตกใจและเครียดมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี คิดจะโทรปรึกษาเพื่อน ปั่นตามหาตู้โทรศัพท์สาธารณะ(หายากจัง) ส่วนที่มีก็โดนน้ำท่วมยังไม่ได้ซ่อม
เย้ๆ.... เจอตู้โทรศัพท์แล้ว(ใช้ได้ด้วย) แต่ตัง.... อยู่ในกระเป๋านี่นา
ตัดสินใจรีบกลับที่พัก เพราะถ้าฝืนปั่นต่อไปอาจเป็นตะคริวเนื่องจากร่างกายขาดน้ำ
กลับมาถึงคอนโด ก็ขอให้นิติบุคคลช่วยเปิดประตูให้หน่อย ก็แจ้งกับเค้าว่าเปิดประตูไม่ได้เพราะคีย์การ์ดและกระเป๋าตังหาย
เวลาต่อมา
นิติบุคคลเดินมาบอกว่า วินมอเตอร์ไซค์โทรมาถามว่า ที่คอนโดนี้ มีคนชื่อ........รึเปล่า
มีคนที่ปั่นจักรยาน เขาเก็บกระเป๋าตังได้ แล้วเอามาฝากไว้ที่วินมอไซด์
ถ้าเจ้าของ อยากได้คืน ขอค่าสินน้ำใจ 300 แต่ถ้าไม่ยอมจ่าย (คนปั่นจักรยานบอกว่า ก็จะไม่ให้คืน)
ฉันทั้งโกรธและเสียใจ ทำไมคนปั่นจักรยานถึงทำกับฉันแบบนี้
เพราะเขาปั่นตามหลังฉัน กระเป๋าตังฉันหล่นเขาก็ต้องรู้ เห็นอยู่ตรงหน้า ว่าเป็นของฉัน
เขาไม่คืนให้ฉัน แต่เก็บแล้วรีบปั่นหนีไป คงจะรีบไปตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินมีค่าอะไรบ้าง
แต่ทั้งเนื้อทั้งตัว ฉันมีอยู่ในกระเป๋าแค่ 20 บาท กะว่าจะเอาไว้ซื้อเกลือแร่ดื่มระหว่างทาง
ในช่วงเวลา 1 ปี ที่ฉันหันมาปั่นจักรยานอย่างจริงจัง ฉันได้พบเจอพี่ๆ อาๆ ที่ใจดีมีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสังคมจักรยานที่น่ารัก
ฉันจึงคิดว่าทุกคนที่ปั่นจักรยานเป็นคนดี แต่จากวันนี้ฉันคงเป็นเปลี่ยนความคิด....
ทำไมเขาถึงเป็นคนโลภเช่นนี้ ทั้งที่การแต่งกาย และจักรยาน(เสือภูเขา)ก็ดูดี
ใจจริงฉันไม่อยากให้เงินมัน คิดในใจ "แกอยากได้ก็เอาไปสิ เงินแค่ 20 บาท"
แต่เพื่อนทักท้วงว่า ให้มันไปเถอะ ซื้อค่าเสียเวลา ไม่ต้องไปทำบัตรประชาชนใหม่
เพื่อนฉันจึงเป็นธุระให้ ไปต่อลองเหลือ 200 จ่ายให้มันไป
สรุปตอนนี้ฉันเป็นหนี้เพื่อน 200 บาท เพื่อทำบุญทำทานให้สัมภเวสี
ฉันขออุทิศบุญกุศลครั้งนี้ ให้สัมภเวสี ตนนี้ ขอให้เขาได้คิดและสำนึก กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ด้วยเทอด สาธุ
อุทาหรณ์ สอนใจ ทุกครั้งที่จะออกปั่นจักรยานควรมีสติ กระเป๋าตังค์และทรัพย์สินมีค่าต้องเก็บให้มิดชิด