สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
รูปประจำตัวสมาชิก
oyoland
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 173
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ค. 2009, 11:28
Bike: Mongoose
ตำแหน่ง: พรปิยะแมนชั่น ซ.ประชาราษฎร์32/1 ถ.ประชาราษฎร์ 1 บางซื่อ

สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย oyoland »

ผมว่าเป้าหมายวัน Car Free Day ไม่ใช่เพื่อการเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์มาเป็นใช้จักรยาน แต่เป้าหมายคือทำอย่างไรก็ได้เพื่อลดมลพิษบนถนน เมื่อ 4- 5ปีก่อนผมเคยเห็นผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่งเดินทางโดยใช้โรลเล่อร์สเก็ตจากประตูน้ำไปทางทองหล่อ ผมเห็นเธอหลายครั้ง จนวันหนึ่งผมเห็นเธอเปลี่ยนมาใช้จักรยานเสือภูเขา หรือเมื่อไม่กี่วันนี้ผมเห็นข่างต่างประเทศน่าจะที่อเมริกามีผู้ชายคนหนึ่งเป็น Messenger ส่งเอกสารโดยการวิ่งไปส่งเอกสารที่ต่างๆ ตกวันละ 30 กม. แต่เขามีเป้าหมายเพื่อเป็นนักกีฬาวิ่งโอลิมปิก ดังนั้นวัน Car Free Day ควรเป็นการสื่อสารให้ชาวโลกเข้าใจว่าจะเดินทางด้วยวิธีการใดก็ได้ให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงใช้เพียงจักรยานเท่านั้น ในเมืองนอกนั้นการขี่จักรยานปิดถนนเขาเรียกว่า Critical Mass เป็นการสร้างความเอือมระอาแก่ผู้ใช้รถยนต์อย่างมาก ตำรวจเขาก็ไม่อยากจัดการเพราะมาเป็นกลุ่มใหญ่มาก แต่บางทีก็จัดการเหมือนกัน ผมเคยเห็นใน Youtube วิ่งมาเป็นกลุ่มใหญ่มาก แต่ตำรวจคนหนึ่งผลักจักรยานคันหนึ่งจนล้มแล้วนำตัวขึ้นศาล ปรากฏว่าศาลสั่งลงโทษฐานขับขี่กีดขวางและแถมโดนโทษฐานทำให้ตำรวจที่ผลักนั้นได้รับบาดเจ็บ เพราะการผลักนั้นทำให้ตำรวจเกิดถลอกที่ข้อศอก

การขี่จักรยานเป็นกลุ่มใหญ่ในวัน CFD ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่านี่คือการลดมลพิษ แต่การขี่ปิดถนนทุกช่องทางจนรถติดยาวเป็นหางว่าว กลับกลายเป็นว่าจักรยานเป็นสาเหตุทำให้เกิดมลพิษโดยทางอ้อม แม้เป็นวันหยุดแต่บางคนที่ขับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์อาจมีธุระนัดหมายก็ได้ แทนที่จะเป็นการสื่อสารเพื่อกระตุ้นให้คนที่ไม่ใช้จักรยานเกิดความสนใจและอยากลองมาใช้จักรยาน แต่กลับกลายสร้างรู้สึกด้านลบให้กับบางคนหรืออาจหลายคน

การเรียกร้องทางจักรยานก็เหมือนกัน ถ้ามีทางจักรยานจริง ๆ แล้วจะมีสักกี่คนที่เปลี่ยนใช้จักรยานในการเดินทางไปทำงานหรือไปทำธุระอะไรก็ตาม ผมขี่จักรยานไปทำงานทุกวันๆละ 27 กม.ตั้งแต่กลางปี 2552 บอกได้เลยว่าที่ผ่านมาจนทุกวันนี้เห็นคนใช้จักรยานไปทำงานจริง ๆ แค่ 3 คนเพราะเห็น 3 คนนี้เป็นระยะๆเสมอ คนอื่นนอกจาก 3 คนนี้ก็มีหลายคนเหมือนกันแต่ทำได้ไม่นานก็หายไป คาดว่าคงปั่นเอามันหรือเอา...

อะไรก็แล้วแต่ แต่ที่สุดแล้วไม่นานก็เบื่อ ประเทศไทยต่างจากยุโรปหรือญี่ปุ่นเพราะที่นั่นอากาศเย็น บางคนใส่สูทขี่จักรยานด้วยซ้ำเขาจึงขี่กันมากมาย แต่ประเทศไทยอากาศร้อนเหงื่อแตกซิก หากมีทางจักรยานในกรุงเทพหรือที่จังหวัดอื่นๆแล้วถ้าเกิดกรณีปั่นๆไปแล้วเลิกแล้วมันจะคุ้มหรือไม่ที่รัฐต้องมาลงทุน หรือแบ่งช่องทางให้ถนนมันแคบลงแต่ไม่มีจักรยานวิ่งสักคันหรือนานๆทีก็วิ่งผ่านมาสักคันหรือสองคัน และอาจมีบางคนว่าฉันขี่จักรยานเข้ากลุ่มเป็นประจำจึงควรมีทางจักรยาน แต่ความจริงพวกปั่นเป็นกลุ่มนี้คงไม่วิ่งอยู่เฉพาะในช่องทางจักรยานอยู่แล้วเพราะมาเป็นกลุ่มใหญ่ และลองถามตัวเราเองว่าในหนึ่งปีหรือ 365 วัน ตัวเราจะออกมาใช้ทางจักรยานที่รัฐทำให้เราปีละกี่วัน

ดังนั้น มีวัน CFD มันก็ดี แต่คงอีกนานกว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะจัดปีละหนึ่งวัน(มั้ง) และจัดแล้วทำให้บางคนรำคาญ คนปั่นบางคนก็ขี่ปาดไปมาหรือยกล้อโชว์ สร้างภาพประทับใจด้านลบ ผมว่าคงประชาสัมพันธ์กันอีกนานกว่าจะบรรลุเป้าหมายไปทีละขึ้นทีละตอน วันนี้ผมเห็นจักรยานคันนึงวิ่งเดี่ยวมา ผมบอกให้แฟนดูที่จานหน้าสิ ยังสะอาดอยู่เลย ผมบอกแฟนว่าก็คงแค่วันนี้เท่านั้นล่ะ จบวันนี้แล้วก็คงจะเข้าสู่การใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ

หลายคนถามผมว่าทำไมขี่จักรยานมาทำงานแทนการใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ที่เคยใช้ ผมตอบว่าเพื่อสิ่งแวดล้อม ตอบอย่างไม่กลัวเขาว่าผมเว่อร์เพราะผมคิดอย่างนั้นจริงๆ และผมบอกกับแฟนว่าที่ผมทำนี่ อีกเหตุผลนึงเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนได้เห็นว่า ถ้าคุณนึกอยู่ว่าอยากขี่จักรยานมาทำงาน ขอให้คุณลงมือทำเลย เพราะผมทำได้ คุณก็ทำได้ ปรากฏว่าผ่านมา 2 ปีนับจากผมเริ่มขี่มาทำงาน เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งจากไม่เห็นด้วยกับการขี่จักรยานบนถนน กลับเริ่มสนใจจนซื้อจักรยานและร่วมขี่เป็นกลุ่มใหญ่ในวันหยุด สาเหตุเพราะเห็นผมขี่ทุกวันและเพื่อนเขาก็เล่นไตรกีฬา และมีอีกคนก็ซื้อจักรยานและเริ่มขี่ออกกำลังกาย เฮ้อ!ผมขี่ให้ดูมาตั้งเกือบ 3 ปีได้เพิ่มมาแค่ 2 คน แต่ก็ทำให้มีพนักงานหญิงใน Office บางคนแซวว่าผู้ชายในบริษัทนี้จะหุ่นดีกันหมดหรือไงเนี่ย ผู้หญิงกลับอ้วนแทนผู้ชาย

วันนี้ผมขี่มอเตอร์ไซด์เพราะมีนัดและช่วงบ่ายมีงานต่างจังหวัด และก็เจอกลุ่มจักรยานเป็นหมื่นคันได้มั้ง กว่าจะค่อย ๆ แกะกลุ่มออกไปได้ ทำให้เลยเวลานัดไปพอสมควร ท่านจะตำหนิผมว่าขี่มอเตอร์ไซด์แทรกเข้ามาทำไม Ok ยอมรับผิดก็ได้ เพราะผมก็ขี่จักรยานเหมือนกัน แต่บังเอิญผมไม่ใช่แนว CFD นะครับ เพราะแนวผมคือ CFVD (Car Free Every Days)

อยากเล่าความฝันอันน้อยนิด
ส่วนตัวผมไม่อยากได้ทางจักรยานแบบแบ่งเลน เรามีรถไฟฟ้า BTS บนอากาศ และมี MRT ใต้ดิน มีทางเดินเท้าใต้ BTS (เรียกว่าอะไร จำไม่ได้ Street Walk หรืออะไรสักอย่าง) ดูแล้วชัดเลยว่าถ้าเมืองไทยคิดจะทำอะไรก็ทำได้หมด ผมเคยคุยกับคุณฮาร์ทนักอ่านข่าว(เจอในงานสัมมนาด้านพลังงาน) เขาเสนอว่าควรมีทางจักรยานเลียบคลอง แต่ผมเสนอว่าควรทำทางจักรยานยกระดับแบบ BTS ไปเลย ให้ทำเลียบข้างทางถนนและทำเป็นสองชั้นคือไปและกลับคนละชั้น และมีหลังคาด้วยเพราะคนไทยไม่ทนร้อนไม่ชอบเจอแดดและฝน ทำทางเลียบคลองก็ยังเจอแดดและฝนอยู่ดี ทำยกระดับบนถนนเกือบทุกเส้นที่ควรจะทำ คุณฮาร์ทว่าลงทุนเป็นร้อยล้านเลยนะ แต่ผมคิดว่าเกิน 2,000 ล้าน สร้างรถไฟฟ้าเป็นเกินหมื่นล้านเรายังสร้างได้ สร้างแล้วยังไม่จบเพราะต้องใช้ไฟฟ้า รถไฟฟ้าหนึ่งโครงการใช้ไฟฟ้ามากเท่ากับการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า 1 โรง โรงไฟฟ้าก็ปล่อยของออกสู่บรรยากาศเหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่ใช้รถแล้ว ฉันช่วยชาติแล้ว มันไม่ใช่

ผมถามหลายคนแล้วไม่ว่าอายุน้อยหรือวัยกลางคน ทุกคนบอกว่าอยากขี่จักรยานมาทำงาน แต่กลัวรถบนถนน ไม่กล้า ไม่อยากเจอแดดและฝน แต่พอผมถามว่ามีทางยกระดับอย่างว่าและมีหลังคาให้ด้วย แล้วขี่ถึงที่หมายแล้วมีห้องอาบน้ำให้ด้วย เพราะออกกฎหมายควบคุมอาคารไปเลยให้ทุกอาคารสำนักงานจัดให้มีห้องอาบน้ำ รถจักรยานราคาถูกลงเพราะไม่เก็บภาษีหรือลดภาษี แบบนี้แล้วจะขี่มาทำงานมั้ย ทุกคนตอบเหมือนกันหมดว่า "เอา"

ลงทุนเยอะก็จริง แต่ได้ต้นทุนคืนกลับมาแน่นอนเพราะ
ข้อดี 1.ใช้น้ำมันน้อยลงลดการนำเข้า 2.นำเข้ายารักษาโรคน้อยลงเพราะคนแข็งแรงมากขึ้น 3.อาจติดตั้งโซล่าเซลบนหลังคาทางจักรยานลอยฟ้าและส่งไฟฟ้าเข้าระบบ ทำให้ลดการใช้เชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า 4.ขับขี่ไปทำงานเร็วขึ้นเพราะไม่มีรถตัดหน้าเข้าหรือออกจากซอย คือปลอดภัยกว่าบนถนนหลายเท่า 5. ไม่ต้องใช้รถ ประหยัดค่าน้ำมัน 6. ........นึกไม่ออก

ข้อเสีย 1. การลงทุนน้อยกว่าการสร้างรถไฟฟ้า เลยทำให้นักการเมืองป่วยเป็นไข้ไม่สบาย 2. ปี 2555 นี้ ปตท.ติดอันดับที่ 95 บริษัทใหญ่สุดของโลก อนาคตตั้งเป้าติดอันดับดาวโจนส์ ตัดเค้กฉลองที่โรงแรมแฟร์มองท์ เอ็ดมอนตัน แคนาดา แต่หากมีคนใช้จักรยานมากขึ้นก็จะขายเชื้อเพลิงได้น้อยลง หุ้นก็ตก อันดับก็ลดลง 3.ต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน เพราะทำแล้วไม่มีคนใช้หรือใช้น้อยก็ไม่คุ้ม 4. อาจมีอาชญากรรมเกิดขึ้นได้ง่าย เหมือนเกิดเหตุร้ายบนสะพาะลอย 5. มีแนวคิดที่เหนียวแน่นว่าต้องมีทางจักรยาน แต่ต้องลงทุนน้อยที่สุด 6. ...........นึกไม่ออก

จบแล้วครับ
ลดปริมาณขยะโดยกินขนมขบเคี้ยวให้น้อยลง
รูปประจำตัวสมาชิก
น้องหนึ่ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10662
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
Tel: 0891441866
ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
ติดต่อ:

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย น้องหนึ่ง »

เห็นด้วยกับกรณีขี่ปิดถนน ทำให้เกิดภาพลบกับเพื่อนร่วมทางครับ

เราน่าจะแบ่งกันไปได้ เหมือนที่จักรยานพยายามบอกรถยนต์ (ซึ่งมีจำนวนมากกว่า) ว่าให้แบ่งทางไปด้วยกัน แต่ครั้นพอจักรยานมีจำนวนมากกว่า ก็ทำแบบเดียวกับที่รถยนต์เคยทำ คือยึดพื้นที่ถนนไปทั้งหมด

ส่วนตัวผมไม่หวังถึงทางจักรยานครับ แค่อยากได้เส้นขอบทางกว้างซักหน่อย ครึ่งเมตรก็ได้ แล้วตรงขอบทางนี่เราใช้ด้วยกันได้หมด ตั้งแต่จักรยาน รถเข็น มอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์จอดด้วยก็ยังได้

การตีเส้นขอบทางแบบนี้ได้ผลดี พิสูจน์แล้วจากถนนบางนาตราด เมื่อก่อนเส้นขอบทางแคบ รถเล็กทั้งหมดใช้เลนซ้ายร่วมกับพี่ใหญ่อย่างสิบล้อ รถเมล์ แต่หลังจากตีเส้นแบ่งแล้ว รถเล็กรถใหญ่วิ่งแยกกัน เกิดอุบัติเหตุน้อยลงมากครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้

www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

ขอบคุณเจ้าของกระทู้สำหรับความเห็นและประสพการณ์อีกแง่มุมที่น่าสนใจครับ :D
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

ถ้าคุณนึกอยู่ว่าอยากขี่จักรยานมาทำงาน ขอให้คุณลงมือทำเลย เพราะผมทำได้ คุณก็ทำได้ ปรากฏว่าผ่านมา 2 ปีนับจากผมเริ่มขี่มาทำงาน เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งจากไม่เห็นด้วยกับการขี่จักรยานบนถนน กลับเริ่มสนใจจนซื้อจักรยานและร่วมขี่เป็นกลุ่มใหญ่ในวันหยุด สาเหตุเพราะเห็นผมขี่ทุกวันและเพื่อนเขาก็เล่นไตรกีฬา และมีอีกคนก็ซื้อจักรยานและเริ่มขี่ออกกำลังกาย
สนับสนุนแนวคิด "ทำเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็น" ครับ ถึงอย่างไรมันก็ยังพอเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่าการปั่นจักรยานในชีวิตประจำวัน มีความเป็นไปได้และไม่ได้น่ากลัว เลวร้ายไปทั้งหมดและมันก็เป็น Car Free Every Days มากกว่าที่จะมาทำ Car Free Day กันเพียงปีละครั้ง


ผมเสนอว่าควรทำทางจักรยานยกระดับแบบ BTS ไปเลย ให้ทำเลียบข้างทางถนนและทำเป็นสองชั้นคือไปและกลับคนละชั้น และมีหลังคาด้วยเพราะคนไทยไม่ทนร้อนไม่ชอบเจอแดดและฝน ทำทางเลียบคลองก็ยังเจอแดดและฝนอยู่ดี ทำยกระดับบนถนนเกือบทุกเส้นที่ควรจะทำ คุณฮาร์ทว่าลงทุนเป็นร้อยล้านเลยนะ แต่ผมคิดว่าเกิน 2,000 ล้าน สร้างรถไฟฟ้าเป็นเกินหมื่นล้านเรายังสร้างได้ สร้างแล้วยังไม่จบเพราะต้องใช้ไฟฟ้า

ผมมองว่าสิ่งแรกที่เราน่าจะพยายามรณรงค์กันคือจิตสำนึกของการใช้ถนนไม่ว่าจากทางฝั่งผู้ใช้จักรยานหรือผู้ใช้รถยนต์ครับ อย่างที่เราเริ่มกันบ้างเล็กน้อยด้วยการเรียกร้องให้ผู้ใช้จักรยานพยายามเคารพกฏจราจรก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ถ้าเผื่อทัศนคติเกี่ยวกับจักรยานดีขึ้นทั้งทางฝั่งผู้ใช้รถยนต์และผู้ใช้จักรยานเอง เหตุการณ์บนถนนอาจจะดีขึ้นจนผู้ใช้จักรยานมีความสะดวกขึ้นที่จะปั่นฯ บนถนนก็ได้ครับ

บางทีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจักรยานอาจจะยังไม่ใช่คำตอบเสมอไปตราบใดที่ผู้คนในสังคมของเรายังไม่ค่อยเคารพกฏ กติกา อย่างปัญหาของการขับรถย้อนศรที่แม้แต่ในบางแห่งเดี๋ยวนี้ "สิบล้อย้อนศร" ก็มีแล้วนะครับ ดังนั้นผมเกรงว่าทางจักรยานไม่ว่าในรูปแบบใด หากเรายังจัดการกับเรื่อง "จิตสำนึก" ยังไม่ได้ เราก็คงจะยังต้องยอมรับปัญหาที่พันกันยุ่งเป็นเกลียวตั้งแต่ มอเตอร์ไซด์ขโมยใช้ทางจักรยาน หน่วยงานของรัฐไม่เห็นความสำคัญเนื่องจาก "ไม่มีคนใช้ทางจักรยาน" (มอเตอร์ไซด์ใช้แทน) ซึ่งมันดูจะไม่รู้จบจริงๆ สำหรับคนใช้จักรยาน ไม่นับปัญหา "การรุกล้ำทางจักรยาน" - จอดรถบนทางจักรยาน /วางสินค้าจำหน่ายบนทางเท้าและทางจักรยาน ฯลฯ

ผมมองว่าปัญหาทางจักรยานลอยฟ้าน่าจะเข้าข่ายเดียวกับโครงการเชื่อมทาง Skywalk ของ กทม. ที่เคยมีคนวิจารณ์ว่าสุดท้ายก็จะกลายเป็นที่สำหรับ "หาบเร่ลอยฟ้า" แทน ตราบใดที่เรายังไม่มีวิธีจัดการปัญหาแบบเด็ดขาดและปรับจิตสำนึกให้คนทำและเสียสละเพื่อส่วนรวมมากกว่าตัวเองครับ

แนวคิดของคุณฮาร์ทมีเหตุผลสนับสนุบและความเป็นไปได้อยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจาก

1. จริงๆ แล้วที่ริมคลองเกือบทุกแห่งทั่วประเทศมักทีแนวทางสงวนที่เผื่อไว้สำหรับเป็นแนวกันชนเพื่อป้องกันการรุกล้ำคลองอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติเราไม่สามารถดูแลป้องกันได้ทั่วถึงสองฝั่งคลองเลยดูเหมือนมีบ้านคนและสิ่งปลุกสร้างจนทำให้ก่อสร้างทางจักรยานไม่ได้ไป

2. ถ้าจะทำก็ใช้งบประมาณไม่มากเนื่องจากบางจุดมีแนวที่ทำเอาไว้บ้างแล้ว

3. ตอบสนองจุดประสงค์ได้ 2 รูปแบบทั้งเป็นทางจักรยานเพื่อการสัญจรเดินทางและเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ในขณะที่การทำทางจักรยานในลักษณะ "ทางด่วนจักรยานลอยฟ้า" น่าจะตอบโจทย์ไปในเชิงกีฬาและนันทนาการมากกว่าเพื่อเป็นทางสัญจร (การทำทางขึ้นลงถี่และบ่อยจะยากต่อการป้องกัน ปัญหาอาชญากรรม การรุกล้ำพื้นที่ของพาหนะอื่นเช่นมอเตอร์ไซด์และหาบเร่ แผงลอยครับ)

แต่ไม่ว่าจะเป็นทางจักรยานรูปแบบใดสิ่งที่เราต้องยอมรับว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาแน่นอนหากไม่มีการวางแผนที่ละเอียด รอบคอบก็คือปัญหา การถูกแย่งใช้และรุกล้ำทางจักรยานเหมือนที่เป็นปัญหา "แก้ไม่ตก" อยู่ในปัจจุบันนี้ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
Anomonny
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 239
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 11:15

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย Anomonny »

ไม่รู้จะพูดยังไงกับงานCar Free Dayนี้ ปกติผมปั่นไปเรียนอยู่ทุกวัน พญาไท-จุฬา สองเดือนกว่าๆแล้ว (มอยู่หาดใหญ่ขี่มอเตอร์ไซต์มาตลอด จักรยานขี่บ้าง หาดใหญ๋ขี่ยากกว่ากรุงเทพอีก XD)

จะบอกว่าดีใจนะ ที่มีงานแบบนี้ มาเตือนให้คนรู้ว่ายังมีพวกเรานะ แต่ก็เสียใจที่การประชาสัมพันธ์แย่ มีกี่คนที่รู้ว่ามีงาน คนที่มีธุระหงุดหงิดกันไปหมด แล้วยังมีพวกไร้ระเบียบเยอะแยะมากมายมาปั่นแบบขอไปที เขาให้จัดรูปขบวน ไม่ต้องตรงก็ได้ ขอแค่เป็นระเบียบเรียบร้อย ยังทำไม่ได้ แซง ปาด ใช้กฏหมู่แซงกันมาเป็นกลุ่ม สุดท้ายหลังสนามหลวง รูปธงชาติก็ไม่เหลือ สะท้อนมากๆว่าคนไทยขาดระเบียบวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งๆที่ตอนออกจากลานพระรูป แถวตรง เป้นธงชาติ สวยมากๆ เราทำได้ แต่เราไม่ทำเท่านั้นเอง นี่แหละคนไทย

ปล.เห็นรถแพงๆสวยๆใหม่ๆเยอะนะ ก็สังสัยว่าบางคนเขาขี่กันจริงหรือเปล่า มีไว้ทำไม จักรยานต่อให้ดีแค่ไหน ถ้าไม่ได้ใช้ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็ก เห็นล้อยังใหม่ เฟือง โซ่อะไรนี่ มันดูออก ถ้ารถที่ผ่านการใช้งาน ไปทำงาน ไปเรียนทุกวันแบบผม ต่อให้ล้างขนาดไหน มันก็ยังมีรอยคราบๆอยู่บ้าง:P ก็คงจะเป็นแค่แฟชัน มาวันนี้ พรุ่งนี้ก็กลับไปขับรถเหมือนเดิม มันน่าเศร้า(ผมไปซ์้อของรถราคาที่บูธในงาน ได้ยินเด็กคุยกับพ่อ "ไม่เอาๆ ติดแล้วMeridaกลายเป็นรถบ้านๆ") ผมรู้สึกว่าสังคมสมัยนี้ติดแบรนด์กันเกินไปแล้ว ผมขี่รถยี่ห้อไม่ดัง แต่ผมก็ไปได้เหมือนรถเป็นแสนน่ะแหละ สองเดือนมานี้ไมล์500กว่ากิโลแล้วถ้าผมขี่อีกสองสามปีคงหลายพันอยู่ XD

รูปภาพ
ขึ้นรถไฟฟ้าฟรีมาด้วย! :D
รูปประจำตัวสมาชิก
chinsenz
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2009, 16:32
team: อิสระ ปั่นแถววงเวียนใหญ่ กิโล9 สุขสวัสดิ์ พระสมุทรเจดีย์ ป้อมพระจุล
Bike: Panasonic Cr-Mo

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย chinsenz »

^
^
^
^
คุณนี่เองที่อยู่ข้างผมตอนยืนรออยู่ตรงลานพระรูป ผมว่าจะถามอยู่ว่าเว็บไซต์นั่นคืออะไร

ส่วนเรื่องขบวนตอนแรกก็โอเคนะครับ ผมอยู่ติดกับหัวแถว ปั่นเป็นขบวนปกติจนน็อครอบไปซักพักนึงมีเด็กน้อยขี่ฟิกซ์พยายามจะแซงก็โดนผมดุหงอไปพักนึง

หลังจากนั้นพักเดียว คุณลุงจากไหนไม่รู้ปั่นแซงไปหน้าตาเฉย บ่นก็แล้ว ว่าก็แล้ว แกก็ไม่ฟัง หลังจากนั้นก็ตามแกไปเป็นพรวน

เบื่อพวกพูดไม่รู้ภาษาจังเลยครับ
รักจักรยาน... มากกว่าแฟนซะอีก
รูปประจำตัวสมาชิก
hisoft
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 593
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 23:05
team: MixVR
Bike: STRiDA, Trek 1.2 2012

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย hisoft »

แต่ญี่ปุ่น, ยุโรปเค้าก็ไม่ใช่อากาศเย็นทั้งปีนะครับ ช่วงร้อนเขาร้อนกว่าเราเสียอีกแต่เค้าก็ใช้จักรยานกันทั้งปี
รูปประจำตัวสมาชิก
อมยิ้ม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1330
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:34
Tel: 089-5096117
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพมหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(SCC)
Bike: YT capra AL1 2015
ตำแหน่ง: โพธิ์สามต้น ฝั่งธนบุรี

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย อมยิ้ม »

จิตสำนึกของผู้ขับขี่รถยนต์มันสร้างยากเพราะใบขับขี่มันทำง่าย อาจจะง่ายที่สุดในโลกด้วยซ้ำ เมื่อก่อน ใช้เวลา 1 วัน เดี๋ยวนี้ 2 วัน ต่างประเทศอย่างประเทศญี่ปุ่นนี่เขาเข้มงวดกับการทำใบขับขี่มากต้องมีเวลาอบรมและหัดขับกับเครื่องซิมูเลเตอร์ก่อนเป็นร้อยๆชั่วโมงก่อนจะหัดขับรถจริงเป็นท้องถนน ในแถบยุโรปเขาพยายามเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้เจ้าของรถให้มากเช่น เส้นทางบางเส้นทางถ้าจะขับรถผ่านทางต้องจ่ายเงิน อัตราภาษีประจำที่แพงมากจนคนไม่อยากมีรถส่วนตัวไว้ใช้ นอกจากนี้การใช้ความเร็วในการขับขี่ก็ไม่สูงมาก อย่างในประเทศอังกฤษความเร็วสำหรับทางวิ่งรถยนต์ระหว่างเมืองอยู่ที่ 70 km/h เท่านั้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของเขาก็เข้มงวดกับกฏระเบียบอย่างตรงไปตรงมา การที่เขาได้อะไรมาอยากๆมันจึงมีคุณค่า เขาจึงระมัดระวังในการขับขี่เพราะถ้าทำผิดกฏหมายเขาจะถูกลงโทษค่อนข้างแรงหรือเสียค่าปรับในอัตราสูง บ้านเราผ่อนปรนกันมากเกินไป สำหรับผมตอนนี้ทางจักรยานไม่ต้องมีก็ได้ ขอแค่ไม่บีบแตรไล่หลังเวลาเราอยู่บนท้องถนนก็พอแล้วครับ
ปั่นตามใจ ไม่ไหวก็จูง
รูปประจำตัวสมาชิก
มาดมะขาม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3305
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2010, 10:32
Tel: 081-836-6885
team: PN MAP
Bike: Thorn Raven Tour,Schwinn,Gios Spazio, Rit(Coming soon)

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย มาดมะขาม »

ขี่ทุกวัน(ยกเว้นช่วงสามเดือนนี้ เพราะเอ็นเข่าอักเสบ) ตั้งแต่เริ่มขี่หลายปีมานี้ก็เห็นชาวบ้าน-นักเรียนขี่จักรยานไปมามากขึ้น(แต่ไม่ดีตรงขี่ย้อนศรกันบ้างนี่ล่ะ ทว่าจะให้คนที่ไม่ได้ขี่ประจำไปกลับรถบนถนนที่พลุกพล่านก็คงน่ากลัวไปสำหรับพวกเขา) ก็ถือว่าโอเค ช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
paak
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1159
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 00:51
Tel: 087 985 5724
team: สัมมากร MTB / 93BIKER.
Bike: PACIFIC DHr,REIGN X0,KHS F20T23,3_60

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย paak »

้ส่วนตัวจริงๆ ไม่เคยเห็นความสำคัญกับการรวมตัวเพื่อถ่านรูป การนัดหมายที่ต้องไปให้ถึงจึงต้องแข่งกับเวลา การแบ่งขี่ตามสีเสื้อ ไปด้วยกันเป็นกลุ่มกลับต้องแย่งกันขี่ใครมันจะไปทำ แต่อยากให้จัดเป็นกลุ่มในการปล่อยตัวมากกว่า เอาแบบว่าวันนี้เป็นวันพิเศษมีไกด์นำขี่เที่ยวตามถนน ในเมืองนอกเมือง ที่ๆวันธรรมดาไม่ค่อยได้ไปกัน โดยมีตำรวจหรือ อส.ประจำจุดคอยโบกให้ตามแยกใหญ่บ้างเล็กบ้าง แบบนี่ผมว่าจะควบคุมได้ง่ายกว่า การปิดไฟ กันถนนน่าจะใช้เวลาต่อช่วงไมานาน รถก็สามารถไปได้

เรื่องเสื้อ okครับให้มาดีถูกใจ และขอขอบคุณทีมงาน/สปอนเซอร์ทั้งหลายในงานนี้ด้วย

และขออีกครั้ง กับพวกจักรยานไม่มีเบรค ถ้าคิดว่านั่นเป็นแนว ผิดจากนี้มันไม่ได้มันจะตาย กรุณาขี่ช้าๆและไกลๆคนอื่นเค้าหน่อย เห็นภาพแล้วมันทุเรศ ขี่เร็วแซงแถวไป พอเจอรถดักอยู่ข้างหน้า ถ้าไม่เบรคโดยเอาเท้าลากพื้น ก็แทรกตัดหน้ายัดตัวเองเข้ามาในแถวเลย การขี่แบบไม่มีจิตสำนึกแบบนี้ มันจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นได้ผมขอ เบรคมือเคเบิ้ลโง่ๆอันเดียวที่ล้อหลังราคาไม่กี่ตังค์ มันไม่ทำให้รถคุณดูตลกหรือไม่แนวหรอครับ ไม่ต้องติดตลอด แค่ติดเวลาไปร่วมกิจกรรมแค่นั้นก็ okแล้ว
_______________________________________________________
กินแล้วนอนพักผ่อน กายา กินแล้วนั่งเมื่อยหลัง ตายห่า

http://track.thailandpost.co.th/trackin ... fault.aspx
yosza2011
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2011, 02:03
Tel: PM มาได้ครับ
team: Free Zone
Bike: Gogobike Custom & Javafit Custom & KHS T20
ตำแหน่ง: กทม.
ติดต่อ:

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย yosza2011 »

จากกิจกรรมวันนั้น ผมไม่ชอบวิธีการขี่ของ Fixed ที่อายุน้อยๆซักเท่าไหร่
ยังไม่ค่อยประทับใจครับ ผมว่าซ้อมเยอะๆแล้วไปแข่งดีกว่ามั๊ย??เพราะการปั่นในวันนั้นเป็นการปั่นเพื่อการรณรงค์นะครับ
เพราะหากว่าปัจจุบันยังวางตัวตนในสังคมไม่ได้อนาคตจะเข้าสังคมลำบากนะครับคุณน้องๆทั้งหลาย
เอาเป็นว่าปั่นแบบปลอดภัยหากยังทำไม่ได้ ก็เอารถ จกย. ประเภทอื่นมาเข้างานนะครับ ปีหน้าจะรอดูการเปลี่ยนแปลง
ต้องขอโทษ Fixed มารยาทดีท่านอื่นๆด้วยนะครับ (ที่กล่าวถึงเป็นส่วนน้อย) ฝากเรื่องหมวกด้วยอย่าห่วงหล่ออย่างเดียว
หมวกหล่อๆมีมากมาย หามาใส่กันด่วนนะครับน้องๆ Fixed เกรียนทั้งหลาย :mrgreen: :mrgreen: จะได้อยู่ปั่นกันไปนานๆครับ
พบรอยยิ้มพร้อมพยักหน้าทักทายและตบท้ายด้วยคำว่าสวัสดี
ยังคงมีอยู่ในทุกๆสถานที่ ที่เราปั่นไปเจอกัน
ztandalone
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 165
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2012, 10:22
team: ปั่นเพื่อเปลี่ยน
Bike: fixed gear
ติดต่อ:

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย ztandalone »

ผม ขี่ ฟิก

แต่ไม่ใส่หมวก

และไม่เด็กแล้วเพราะอายุ 30 แล้ว

แต่ที่ ไม่ใส่หมวก เพราะ มีจักรยานของคนหาเช้ากินค่ำจำนวนมากที่เค้าไม่มีหมวกใส่

เค้าไม่สามารถเข้าถึงความปลอดภัยอย่างพวกเราได้...และผมเกลียดมากวิธีคิดเรื่อง หัวใครหัวมัน

และที่สำคัญ คือ ผมไม่เข้าใจ ตรรกะ ของคนที่ใส่หมวกแต่ปั่นฝ่าไฟแดง

ตกลง อยาก ปลอดภัย หรือ อยากเสี่ยงอันตราย

งง

:roll:
Facebook "ปั่นเพื่อเปลี่ยน"
รูปประจำตัวสมาชิก
onezero
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 87
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2011, 22:50

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย onezero »

แต่ผมเสนอว่าควรทำทางจักรยานยกระดับแบบ BTS ไปเลย

คิดเหมือนกันเลยครับ ทำแบบ Sky Walk ใต้รถไฟฟ้าไปเลย แล้วเก็บเงินคันละนิดหน่อยก็ยังดีกว่าให้เอารถจักรยานขึ้นไปโดนสายตาต่างๆบนรถไฟฟ้าครับ แต่ทำทางขึ้น-ลงสลับสถาน๊ก็น่าจะโอ
รูปประจำตัวสมาชิก
tommgirl
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2009, 17:11
Tel: 0818668774
team: i love CYCLING ka.
Bike: MTB and RB and BMX and Hello Kitty
ตำแหน่ง: 50 Thasai Mueng Nonthaburi 11000

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย tommgirl »

hisoft เขียน:แต่ญี่ปุ่น, ยุโรปเค้าก็ไม่ใช่อากาศเย็นทั้งปีนะครับ ช่วงร้อนเขาร้อนกว่าเราเสียอีกแต่เค้าก็ใช้จักรยานกันทั้งปี

เห็นด้วยค่ะ ที่ออสเตรเลีย ในหน้าร้อนปั่นกันเยอะ หน้าหนาว ยิ่งเยอะกว่า :D
nuitsm
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1083
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2011, 00:11

Re: สนนทนา Car Free Day กับเขาด้วยคน

โพสต์ โดย nuitsm »

ขออนุญาติเสนอแนวความคิดในกระทู้นี้ด้วยเลยครับ

ในเมือเราใช้คำว่า Car Free Day ในขณะที่เมืองจักรยานต่างประเทศ เค้าใช้ Mass Critical ก็เลยอยากจะฝากข้อเสนอแนะไว้หน่อยครับ
ในปีหน้า สมาคจักรยาน น่าจะติดต่อ องค์กรอื่นๆ เช่น ชมรมเดินและวิ่ง ให้มาร่วมงานด้วยเนื่องจากใช้ทางเท้าและทางถนนร่วมกัน เพราะ
จุดหมายของงาน Car Free Day ในประกาศก็ชัดเจนว่าเป็นการจัดการรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ ไม่ใช่งาน จักรยาน เพียงแต่ จักรยาน
เป็นพาหนะเดียวที่ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่ร่วมทางกับรถยนต์

แต่เมื่อวานผมเห็นท่านนึงใส่หมวกรถลู่ สวม inline skate เกาะท้ายจักรยานเพื่อนตลอดเส้นทาง เสียดายผมเห็นแป๊ปเดียว
ไม่ทราบมีใครเก็บภาพไว้ด้วยหรือเปล่า นี่แหละ บรรยากาศ Car Free Day จริงๆ คุณจะออกมาปั่น คุณจะออกมาเดิน คุณจะออกมาวิ่ง
ก็ในเส้นทางเดียวกัน แต่แบ่งช่องการสัญจร ไม่ต้องให้วิ่งไกล แค่ทางตรงระยะไม่เกิน 5 กม.ก็พอแล้ว

ไม่ต้องตั้งขบวนเป็นรูปอะไรก็ได้ ใครจะเร็วก็เร็วไป ใครจะชิลก็ชิลไป แต่ต้องระวังซึ่งกันและกัน กำหนดเวลาเลยครับ ปิดถนนตั้งแต่กี่โมงถึง
กี่โมง ไม่ต้องมี staff ไม่ต้องทำเสื้อ เอาเงินเหล่านั้นมาจ้างเจ้าหน้าที่จราจรมาดูแลกำกับ ขอเช่าราวเหล็กมากั้นตามทางแยก ป้ายประชาสัมพันธ์
มีอาหารการกินขายกันเป็นจุดตามจุดที่กำหนด

ทำงาน car free day ให้เป็นกิจกรรมผสมเทศกาลกันครับ รู้ๆอยู่ว่า คนไทย ชอบอะไรที่เป็นความบันเทิง แล้วถ้าทำได้
sponsor จะมาเอง ไม่ต้องไปวิ่งหา ผู้ใหญ่จะหันมามองเอง จะขอปิดถนนสีลมครึ่งถนน ก็ทำได้เหมือนกับเทศกาลต่างๆที่ปิดถนน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”