
วันคาร์ฟรีเดย์ เพื่อให้ผู้คนทั่วโลก ตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานด้วยการจอดรถและใช้พาหนะที่ไม่ต้องเติมน้ำมันคือจักรยาน
หรือใช้วิธีเดินแทนเช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมที่จังหวัดขอนแก่นบริเวณศาลหลักเมือง ประชาชนร่วมห้าร้อยกว่าคนร่วมปั่นจักรยาน
.................................................................
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย 55
นายชัชวาล พรอมรธรรม รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ,นายถาวร อารยะสัจพงษ์ ประธานเครือข่ายชมรม จักรยานจังหวัดขอนแก่น
พร้อมด้วย ประชาชน ชมรมจักรยาน และเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรม"Car free day 2012" วันปลอดรถ ลดโลกร้อน
ณ ศาลหลักเมืองขอนแก่น โดยมีผู้เข้าร่วมงานปั่นจักรยาน จำนวนกว่า 500 คัน ปั่นจักรยานจากจุดเริ่มต้น
ศาลหลักเมืองขอนแก่น เข้าถนนศรีจันทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหน้าเมือง เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาสโมสร ผ่านสวนรัชดาเลี้ยวขวาสู่ถนนกลางเมือง
ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านสถานีตำรวจขอนแก่น ถึงสี่แยกโรงเรียนสวนสนุก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าบึงแก่นนคร ตรงไปถึงโฮมมูนมังเมือง
ขอนแก่น สวนสาธารณะ 200 ปี วนขวารอบบึงแก่นนคร เจ้าแม่สองนาง ไปวัดหนองแวง เข้าทางประตูด้านหลัง แวะนมัสการพระธาตุวัดหนองแวงด
ประมาณ 10 นาที (ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน) แล้วปั่นออกจากวัดหนองแวงเลี้ยวขวาเข้าถนนกลางเมือง เลี้ยวซ้ายที่สี่แยก โรงเรียนสวนสนุก แล้วเลี้ยวขวาแยก
ร้านขอนแก่นปลาตู้ เข้าถนนหน้าเมือง ถึงสี่แยกถนนศรีจันทร์เลี้ยวซ้าย สิ้นสุดที่ ศาลหลักเมืองขอนแก่น พร้อมจับรางวัลผู้ร่วมกิจกรรม
ผู้เข้าร่วมปั่นจักรยานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ วัยรุ่น และครอบครัว ซึ่งทำให้การร่วมกิจกรรมนี้สามารถช่วยให้มีสุขภาพที่ดี
รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ที่ใช้เครื่องยนต์เป็นพาหนะ ได้หยุดการใช้ยานพาหนะประจำของตนเอง เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน
คือการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และบรรเทาภาวะโลกร้อนด้วยการขนส่งอย่างยั่งยืน
และโดยการจัดกิจกรรม Car Free Day หรือวันปลอดรถ ซึ่งเป็นวันปลอดรถสากล หรือ International Car Free Day
ถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 22 ก.ย. ของทุกปี
แต่เพื่อความสะดวกจึง ได้กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2555 พร้อมกันกับชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ทั่วประเทศ
..................................................................
วันปลอดรถ หรือ Car Free Day ตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี องค์กรในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จะรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้รถขนส่งมวลชน และรถจักรยานเพิ่มขึ้น เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน อันส่งผลถึงการลดปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ และยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น รวมทั้งลดปัญหาการจราจรติดขัด การเกิดอุบัติเหตุ ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง และจะส่งผลต่อการประหยัดพลังงานน้ำมัน รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การรณรงค์จะจัดขึ้นในวันที่ 22 กันยายน และทุกวันอาทิตย์ตลอดเดือนกันยายน
การรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล มีขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1958 ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1968 ในเนเธอร์แลนด์ และค.ศ. 1972 ในฝรั่งเศส
วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1998 มีการรณรงค์ใน 34 เมืองทั่วประเทศฝรั่งเศส ชื่อว่า "En ville, sans ma voiture?" (A day in the city without my car?)
วันพุธที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1999 มีการรณรงค์ "En ville, sans ma voiture?" ครั้งที่ 2 ใน 66 เมืองของประเทศฝรั่งเศส และ "In cittá senza la mia auto" ใน 92 เมืองของประเทศอิตาลี นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ในวันที่ 19 กันยายน 1999 ทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์ และวันที่ 26 กันยายน 1999 ทั่วประเทศเบลเยียม ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์
วันที่ 21-22 กันยายน ค.ศ. 2000 กำหนดให้เป็น วันปลอดรถสากล (World Car Free Day) มีการรณรงค์ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรณรงค์ด้วยการขี่รถจักรยานจากบ้านพิษณุโลกไปยังทำเนียบรัฐบาล
งาน Bangkok Car Free Day ในปี 2551 ในประเทศไทย ทาง กทม. ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนต่างๆ รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชน เช่น สสส. Greenpeace จัดให้มีกิจกรรมในช่วงวันสุดสัปดาห์ช่วงที่ใกล้กับวันที่ 22 กันยายน เรียกว่า วัน Bangkok Car Free Day โดยในปี พ.ศ. 2550, 2551 นั้นมีกิจกรรมรวมคนขี่จักรยานและจัดรูปขบวนเป็นแผนที่ประเทศไทย
ในปี ค.ศ. 2005 มีการจัดรณรงค์ชื่อ In town without my car! พร้อมกันใน 1500 เมืองทั่วโลก โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมมากกว่า 100 ล้านคน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหามลพิษในอากาศ มลพิษทางเสียง
2. เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการร่วมแรงร่วมใจประหยัดพลังงาน
3. เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยจักรยาน ซึ่งจะทำให้ได้สุขภาพที่แข็งแรง
4. เพื่อให้เกิดกระแสการลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งจะเป็นการลดมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ
ลดปริมาณการใช้พลังงานน้ำมันในการเดินทางและขนส่ง
5. ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน Moving Planet
เพื่อเมือง...และโลกที่น่าอยู่ของชาวโลกทุกคน













