เมื่อวันก่อนเอาคันสีเขียวไปให้ช่างดู เวลาขาปั่นลงมาตำแหน่งเดิมๆจะดัง แก๊กๆ เรารึก็ก้มไม่ค่อยจะลง ขี่ไปให้ช่างดูดีกว่า ช่างถอดลูกปืนบันไดซ้ายมาดูแล้วใส่เข้าไปแล้วบอกให้ลองขี่ดู มันก็ดังเหมือนเดิม ผมหลอกให้ช่างถอดกะโหลกดู ก็ไม่หาย ช่างลองเปลี่ยนชุดเกียร์ล้อหลัง ก็ยังดังทั้งๆที่ในใจนึกว่าไม่ใช่ เพราะมันดังตามรอบของจานปั่น ช่างบอกอีกว่าถ้าเปลี่ยนโซ่อาจจะหาย ผมก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะมันดังจากรอบของจานปั่น(เหมือนหินติดยาง) ไม่ใช่ดังไม่เป็นจังหวะ ช่างบอกว่ารอให้มันดังกว่านี้ค่อยมาดูใหม่ เสียเวลาทำมาหากินของช่างไปเป็นชั่วโมง
เมื่อเช้าก็อยากรู้ ถอดบันไดข้างขวามาดูก็ปกติ เหลีออีกอย่างเดียวจานปั่นนี่แหละว่ะ เอาหกเหลี่ยมมาขันน็อตยึดดู จริงดังคาด มันหลวม...เฮ้อเราก็เก่งนี่หว่า..
จริงๆถ้าเราทำได้เอง มันสนุก จะมีอะไรยากนักหนา ทำไม่ได้ก็ถามเอาได้ ไม่ใช่เครื่องยนต์กลไก มีระบบไฟ ระบบเชื้อเพลิง ร้านซ่อมจักรยานบางส่านก็มาจากนักปั่นนี่แหละ อีกไม่นานอาจมีร้าน NAT BICYCLE ก็เป็นได้
พูดถึงช่าง อยากจะเล่าช่างซ่อมรถยนต์ที่ชอบฟันให้ฟังสักหน่อย
รถลูกชายควันดำมาก น้ำมันเครื่องหยดเวลาจอด ห้องเครื่องเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ไปหาช่างแถวบ้านชานกรุง ช่างบอกว่า สามหมื่นจะทำให้หาย ลูกชายก็ไม่ทำเพราะเพิ่งโดนมาสามหมื่นจากการเปลี่ยนฝาสูบ ลูกเอารถมาทำที่บ้านนอก ช่างคนนี้หลายคนเรียกปรามาจารย์ ช่างบอกว่าให้ติดเครื่องดู แล้วถอดใส้กรองอากาศมาดูบอกว่าใส้กรองตัน เทอร์โบมันเลยดูดเอาน้ำมันเครื่องขึ้นมา หมดค่าใส้กรองไปสองร้อยกว่า
เมื่อต้นเดือน รถเก๋งหลานเข้าเกียร์ไม่ค่อยได้ ไปปรึกษาศูนย์ริการ ศูนย์บอกว่าประมาณหมื่นบาท หลายชายเลยมาปรึกษา แล้วเอาไปให้ช่างคนเดิมดู ช่างจัดการเสร็จ บอกว่าไม่เอาตังค์ แค่ตั้งเกลียวคันคลัทซ์แค่นั้น แถมบอกอีกว่ารถยังใหม่คลัทซ์จะหมดได้ยังไง..
ที่เล่ามานี้เทียบเคียงกับการซ่อมจักรยานก็พอได้เนอะ...