วันที่ 17 มิ.ย.55 ทางทีมเสือลลั้ลานครไทยได้จัดทริปเยี่ยมชม
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วขึ้นมา
เนื่องจากบางท่านยังอารมณ์ค้างจากทริปมีทติ้ง
พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ เมื่อ ก.ย.ปี่ที่แล้วยังไม่หาย
หลายท่านไปไม่ถึงดวงดาวซะก่อน
จึงเกิดเป็นทริปแก้มือทริปนี้ขึ้น
……
……
พวกเรานัดรวมตัวกันที่เดิมคือหน้าตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย
เริ่มล้อหมุน 6.00 น.
ในทริปนี้คนบางตาเล็กน้อย 6 คน
เนื่องจากมีหลายคนติดภารกิจเมียไม่สบาย
ลุงติ่งขาแรงที่เป็นตัวตั้งตัวตีทริปนนี้นะแหละครับ
ภรรยาพี่แกเล่นป่วยกะทันหันซะก่อนออกไม่ถึง 1 ชม.
เลยอดไปเลย
งานนี้เรายังได้รถพยาบาลสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี
ของรพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทยเช่นเคย
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ

ตามกำหนดการณ์ที่ตั้งไว้
ออกล้อหมุน 6.00 น.
พักทานข้าวที่บ้านแยง 7.30 น.
พักช่วงที่ 2 ที่หน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 9.00
พักกช่วงที่ 3 Route12 10.00น.
และถึงจุดหมาย วัพดผาซ่อนแก้ว 12.00 น.
ขอเล่าประวัติความเป็นมาของวัดสักนิดนะครับ
ที่มาของรูปและข้อมูล http://www.phasornkaew.org
วัดพระธาตุเขาซ่อนแก้ว

ประวัติความเป็นมา
วัดพระธาตุผาแก้ว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในนาม"พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว" ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเป็นวัดในมงคลนามว่า"วัดพระธาตุผาแก้ว"เมืีอวันที่ 1 ก.ค. 2553 จากคณะกรรมการมหาเถรสมาคม โดยมีพระครูสังฆรักษ์ ปารมี สุรยุทโธ เป็นเจ้าอาวาส

พระครูสังฆรักษ์ ปารมี สุรยุทโธ

พระครูใบฎีกาอำนาจ โอภาโส
วัดพระธาตุผาแก้ว ตั้งอยู่ในชัยภูมิธรรม ณ. บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดย คุณภาวิณี และ คุณอุไร โชติกูล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเริ่มแรกจำนวน 25 ไร่ เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมีผู้ร่วมถวายปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มรวมทั้งสิ้นมีที่ดินรวม 91 ไร่



พระครูสังฆรักษ์ปารมี สุรยุทโธ และ พระครูใบฎีกาอำนาจ โอภาโส สองครูบาอาจารย์คู่บุญคู่บารมี ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์และเหล่าผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมกันจัดสร้างเสนาสนะ กุฏิที่พักสงฆ์ อาคารปฎิบัติและบรรยายธรรม รวมถึงอาคารที่พักของผู้มาภาวนาเพื่อรองรับคณะผู้มีจิตศรัทธาจากทุกแห่งหนทีหลั่งไหลกันเข้ามาอบรมภาวนาในแนวสติปัฎฐานสี่ แห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ากันอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ปิติยินดียิ่งของครูบาอาจารย์กับเหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ..สละทั้งแรงกายและแรงทรัพย์ในการจัดสร้าง และสมกับคุณค่าแห่งความเสียสละ ความอุตสาหะ วิริยะ และมุ่งมั่นตั้งใจที่ได้ตั้งไว้โดยชอบแล้ว...




สถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า "ผาซ่อนแก้ว" และพุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า "พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว" เพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป


วัตถุประสงค์การสร้าง
เพื่อเป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ว่าเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ของกายและใจ ความดับทุกข์ การเข้าถึงมรรคและพระนิพพาน


วัดพระธาตุผาแก้ว เป็นที่วิเวกสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งความเบิกบานของธรรมชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสมาธิ เรียกว่าความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ สมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ซึ่งศาสนาพุทธล้วนเป็นกระบวนการของเหตุปัจจัย ดังนั้น สถานที่แห่งนี้จึงสร้างให้เหมาะกับเหตุปัจจัย ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่จะช่วยน้อมนำมาสู่ธรรมชาติภายในของตัวเอง
หลักคำสอนของการปฏิบัติธรรม
สติปัฏฐาน ๔ เป็นหัวใจและวัตถุประสงค์หลัก ของการสอนปฏิบัติธรรม ที่วัดพระธาตุผาแก้ว โดยเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก เพื่อรู้จักฐานที่ตั้งของสติ ตั้งแต่กาย ซึ่งเรียกว่ารูปธรรม และ นามธรรม ตั้งแต่ อารมณ์ จิตใจ ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลา ดังนั้น คำสอนหลักของการปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานฯ เน้นเพื่อให้รู้จักหลักของการเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข


เอาพอหอมปากหอมคอนะครับ
เราวางแผนออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกกลุ่มขาแรงสับแหลก
ประกอบไปด้วย ผู้เขียน ป.โด่ง อ.ตั้ม พี่ภูเบศ น้องร็อค
กลุ่มที่ 2 กลุ่มขาอ่อน ประกอบไปด้วย
พี่น้อย พี่หน่อย เก๋ และติดตามด้วย Support car

ป.โด่ง ฉลองทริปแรกกับรถใหม่ครับ Bianchi Impulso Shimano105

ชองผู้เขียนก็รถใหม่ลองทริปแรกเหมือนกันครับ Trek Madone 4.5 Shimano Ultegra
รูปบรรยากาศออกเดินทางช่วงแรกครับ



คนนี้ซุ่มซ้อมมาเพื่องานนนี้โดยเฉพาะ

รอคนที่ 2 ซะจนต้องจอดหันมามองว่ามันไปไหนกันหมดฟะ

สาวๆยังยิ้มได้อยู่

ตอนนี้เริ่มขำไม่ออกแล้ว


ถูกตัวตะคริวกัดคร่า



รถใหม่มันขี่ดีจริงๆ


คาร์บอนนี่มันดีจริงๆ กดปรึ๊ดกดปรึ๊ดเลย

ถึงจุดพักจุดแรกที่บ้านแยงแล้วครับ พักกินข้าวกันก่อนเน้อ



ตามมาติดๆด้วยสาวๆ



มากันครบแล้วสาวๆ

บรรยากาศครึ้มเป็นใจครับ



ชักอยากได้หมอบแล้วละสิ
เริ่มช่วงที่ 2 กันต่อนะครับ จากบ้านแยงไปอุทยานทุ่งแสลงหลวง


ตามกลุ่มนำกันหูตูบละครับงานนี้

จะรีบไปไหนเนี่ย....












เป็นสาวแกร่งคนเดียวที่ขี่จากนครไทยมาถึงวัดผาซ่อนแก้วได้นะครับเนี่ย

นี่ก็แรงไม่บันยะบันยัง



งานประจำของผู้เขียน ปะยางมันซะทุกทริป





เตรียมเดินทางกันต่อ
.
.
บ้านสีเจ็บจริงๆ

ช่วงทางเข้าก่อนถึงตัววัดผาซ่อนแก้วครับ


ขี่เบื่อแล้วขอจูงดีกว่า






ถึงกันสักที







ครอบครัวสุขสันต์

ของเล่นใหม่ อ.ตั้ม เครื่องกระตุกกล้ามเนื้อ ช่วยแก้อาการเมื่อยล้าได้อย่างดี




ห้ามสั้น
































มาก็จูง กลับก็จูงครับ

แวะทานข้าวขากลับกัน

เป็นช่วงที่ผู้เขียนชอบที่สุดในการออกทริปแล้ว



หมูสะเต๊ะกับหมูย่างสูตรยายน้อย

คนนี้แหละแม่ครัว







คนน้ากลับภรรยาแย่งขับรถ ผู้โดยสารเต็ม เลยต้องลงมาขี่โดยปริยาย
สรุปทริปนี้
ระยะทางรวม 130 กม.
ความเร็วเฉลี่ย 20 ก.ม.
ใช้เวลา 6 .30 ชม.
เส้นทางเป็นทางหลวงข้ามจังหวัด
รถมีพอสมควรและใช้ความเร็วสสูง
ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขี่ครับ
เส้นทางจากบ้านแยงไปจนถึงแคมป์สน
เป็นทางขึ้นเนินซะส่วนใหญ่ ไม่ชันมากแต่ยาวเอาเรื่องเลยครับ
ส่วนจากแคมป์สนไปจนถึงวัด เป็นทางขึ้นตลอด ชันพอสมควาทีเดียว
น่าจะต้องงมีพื้นทางกีฬาหรือซ้อมมาก่อนบ้าง แต่ก็ไม่ชันจนขีไม่ไหว
ทริปนี้ขาดตัวแรงไปหลายคนครับ
แต่ก็เป็นไปได้ด้วยดี
สาวๆก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือขี่ให้ถึงที่หมาย
นับว่าประสบความสำเร็จครับ
แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าครับผม