ปั่นซ้อมอยู่เส้นนั้นเหมือนกันครับ

( 06:00-07:20 น. )
2 ปีที่แล้วเป็นเส้นซ้อมในฝันเลยครับ แต่ทุกวันนี้น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ
- ทั้งอุบัติเหตุ (ส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากการย้อนศร และขับเร็วโดยประมาท
....บางทีไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์ที่ย้อนศร ผมเคยเจอรถตู้คันเบ้อเริ่ม ดูดตูดซ่อนตามกันมาด้วยรถกระบะอีกคันครับ
ถ้าวันนั้น พอพ้นรถตู้แล้วผมรีบเข้าซ้าย คงได้ไปนอนอยู่ท้ายกระบะเป็นแน่ ....)
- เศษแก้วที่บางวัน/บางช่วงถนนก็มากเหลือเกิน (มีครั้งนึงทนไม่ไหว จอด แล้วลงมาช่วยกันกับแฟน เอาเท้าเขี่ยๆให้ไปกองชิดขอบฟุทบาต

)
- กลุ่มน้องหมาเจ้าถนนขี้หงุดหงิด (ช่วงที่อยู่ห่างจากแยกตัดนวมินทร์ประมาณ 3-400 ม.) บางวันเจ้าของใส่ตระกร้อครอบปากให้
แต่บางวันก็ไม่ใส่ ให้ได้ลุ้นเสียวน่องเล่นกันไป)
- ช่วงก่อนหน้าโน้นที่ปั่นเช้ามากๆ (ตี5) เจอวงร่ำสุรา ที่ดูอารมณ์แล้วน่าจะเลยจุดกึ่มๆตึงๆ ไปนานมาก เพราะสีหน้ากร้าวแข็ง-น่ากลัว
- ช่วงก่อนหน้าโน้นที่ปั่นเช้ามากๆ (ตี5 -อีกแล้ว) เคยเจอเรื่องลึกลับ

บริเวณสุดทางก่อนจุดกลับรถตรงถนนที่เชื่อมต่อกับวงแหวน
..... วันนั้นมืดมากๆๆๆ แต่พอสังเกตุเห็นลางๆ ว่ามีจักรยานแม่บ้านเก่ามากๆคันหนึ่งขี่อยู่ข้างหน้าค่อนข้างเร็วมาก(น่าจะประมาณ 20km./h -up)
ไฟก็ไม่มีติดรถ ขี่เร็วขนาดนั้นได้ยังไง? (จะว่าชินทางก็ไม่น่าใช่ เพราะช่วงนั้นผมปั่นตี 5 แทบทุกวัน ไม่ยักจะเคยเจอ)
ขนาดผมปั่น(หมอบ) ติดไฟหน้า เจอที่มืดมากๆแบบนั้นยังลงเหลือไม่เกิน 20
...... บรรยากาศตอนนั้นก็วังเวงสิ้นดี จนขนแขนต้องลุกซู่ชูชัน
รู้ตัวอีกที เห็นว่าไฟหน้าที่เปิดกระพริบอยู่ของผมดันส่องไปแถวพื้นถนนบริเวณที่เค้าปั่นอยู่
ซึ่งตามปกติแล้วเค้าน่าจะต้องหันมามองหรือเปล่า? ว่ามีไฟอะไรตามมากระพริบๆข้างหลัง ...แต่เขากลับปั่นต่อไปนิ่งๆเหมือนกับไม่รับรู้อะไรรอบตัว
ซึ่งทำให้ผมยิ่งหวั่นใจ คิดจะแซงก็ไม่กล้า เพราะกลัวโดนปั่นตาม
เลยได้แต่ปั่นตามหลังห่างๆ เพราะปั่นใกล้ก็กลัวเค้าจะหันมาทักทาย ....แบบที่หันแต่หัว ทว่าตัวไม่บิด
พอสุดถึงทางแยกซ้าย(เข้าวงแหวน) ขวา(กลับรถ) ก็แยกย้ายกันไป แต่ผมไม่กล้าหันหลังไปดู ได้แต่ขึ้นโยกอย่างเมามันส์จนมาถึงที่มีแสงไฟ
.....อูยยย หลอนจริงๆ
อืม .... ขอโทษที่ออกนอกเรื่องไปซะยาวนะครับ
เรื่องอุบัติเหตุผมยอมทำใจแล้วครับ หลังจากโทร.ไปร้องเรียนกับทางกทม. และติดตามดูอยู่พักหนึ่ง ทั้งเรื่องย้อนศร
และวงเหล้าที่สมาชิกแต่ละคนมีโหวงเฮ้งและแนวโน้มในการก่ออาชญากรรม

.... ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น
แต่ 2 วันถัดมาหลังจากนั้น ออกปั่นซ้อมตามปกติ จึงได้พบกับเจ้าหน้าที่ในชุดสีกากีถึง 3 นาย
.... เปล่าครับ ผมไม่ได้เจอทั้ง 3 ในขณะปฎิบัติหน้าที่ ที่ผมได้แจ้งไป ....เราแค่สวนกันครับ
.... เพราะ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายล้วนขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนศรทั้งสิ้น!!!! ฮ่วย!!!!
( ทั้ง 3 ไม่ได้มาพร้อมกันนะครับ คนละรอบ/คนละคัน และคันสุดท้ายสูบบุหรี่ไปด้วยอีกตะหาก ไม่ใช่การปฎิบัติงานในสถานะการณ์ฉุกเฉินแน่ๆครับ!! )
ในขณะที่ผมกำลังวิเคราะห์สิ่งที่ได้เจอ ---ฟู่วววววว์ เศษแก้วตำยางรั่วซะงั้น ..... แต่ยังไม่ยอมแพ้
เช้าถัดมาอีกวันออกไปปั่นอีกอย่างสนุกสนานและคึกคัก ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น .... จนรอบสุดท้าย ณ ทางโค้งกลับรถ(ติด ถ.นวมินทร์)
ผมเข้าโค้งมาด้วยความลำพองใจที่ 29km./h เพราะรอบที่แล้วๆมาก็ไม่มีอะไร .... ทว่ารอบนี้มี!! น้ำมัน ...มัน...มัน... มันมาจากไหน?
เลยได้เข้าโค้งเทเอียงแบบมอเตอร์สปอต เข่าเลียดพื้น (อันนั้นเค้าเทแล้วขึ้นมาใหม่ได้ นี่เทแล้วนอนไปยาวๆไม่ต้องลุก

)
ปลิวกลิ้งโค่โล่ ให้เป็นที่ฮือฮาต่อกลุ่มวินมอร์เตอร์ตรงนั้นได้พอประมาณ
....
.... ok. ลาก่อน เส้นซ้อมในฝันของฉัน
ทุกวันนี้เลยขึ้นเทรนเนอร์ซะ 7-80% ครับ ทั้งๆที่บ้านอยู่ติดแยกตรงนั้นเลย
อารมณ์เทรนเนอร์เทียบไม่ได้กับการออกรอบบนถนนก็จริง แต่ก็ดีตรงที่ไม่ต้องเสี่ยงตาย
ในความเห็นของผมนะครับ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นถนน โดยเฉพาะในบ้านเมืองเรา สุดท้ายรถยนต์ก็จะเอาไปครองอยู่ดี
ช่วงแรกๆเพิ่งสร้างและยังเปิดใช้ไม่เต็มที่ ก็เป็นสวรรค์สำหรับขาปั่นบ้านใกล้เรือนเคียง
.... แต่มาถึงวันนี้แล้ว ในสายตาผม เธอ(.... ถนน

)ก็คงไม่ต่างอะไรกับถนนเส้นอื่นๆในกรุงเทพฯอีกต่อไป
ตอนนี้การขี่ออกถนนในกรุงเทพของผม จึงเหลือแค่การไปทำธุระ หรือการใช้เป็นทางผ่านออกทริปนานๆครั้ง ถ้าจะซ้อมก็ขึ้นเทรนเนอร์แทนไปครับ
.... เศร้า

....