หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย
Anuchit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 07:35
Tel: 0897001709
team: Friends & Family
Bike: Trek+WSD+Gary+ Mini Louis+P24

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย Anuchit »

ไปเจอมาครับ ลองอ่านดูนะครับ

วันละร้อยห้าสิบวินาทีเพื่อห่างไกลโรคปวดหลัง
ผู้เขียนมีโรคประจำตัวคือ โรคปวดหลัง ซึ่งมีสาเหตุจากหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับ
เส้นประสาท และเป็นต่อเนื่องมานานร่วมยี่สิบปี, ผ่าตัดมาแล้วสองครั้ง, นอนรอคิวผ่าตัดครั้งที่สาม
มาแล้วสามวันที่โรงพยาบาลเลิดสิน ก่อนคณะแพทย์มีความเห็นว่าไม่ควรผ่าตัดเพราะอาการไม่
รุนแรงถึงขั้นดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก ทนทุกข์ทรมานมานานหลายปีได้รับการรักษา และ
คำแนะนำจากแพทย์หลายท่านที่มากไปด้วยประสพการณ์ รวมทั้งที่ชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ
แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งอาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวได้ จนวันนี้มีอาการดีขึ้นจึงอยากสรุป
ความเห็นเผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้ร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ
อาการเริ่มต้นครั้งแรกเกิดจากก้มตัวลงยกของอย่างไม่ถูกท่าทาง มีอาการแปล๊บขึ้นที่กระดูก
สันหลังบริเวณบั้นเอว ขณะนั้นขยับขาทั้งสองข้างต่อไม่ได้ รอไม่ถึงห้านาทีเริ่มทุเลาจึงค่อยๆขึ้นรถ
ขับไปหาหมอด้วยตนเอง แต่ยังคงเดินแบบลากขาอย่างช้าๆ หมอที่คลินิคให้ความเห็นว่ากล้ามเนื้อ
คงอักเสบ จึงฉีดยาแก้ปวดและอักเสบให้ กลับไปบ้านต้องหยุดงานเพราะเดินไม่สะดวกไปสามวัน
หลังจากนั้นอาการแปล๊บๆข้างต้นก็จะเกิดกับตนเองปีละสองสามครั้งอยู่หลายปี ทุกครั้งต้อง
หยุดพักผ่อนอย่างน้อยสามถึงสี่วันเพราะลุกเดินไม่ไหว จนไปพบแพทย์ออร์โธปีดิคเฉพาะทางซึ่ง
นับเป็นกระบี่มือหนึ่งของจังหวัด รักษากันอยู่นานเป็นปี โดยเริ่มจากยากิน ยาฉีด และเอ็กซเรย์แบบ
คอมพิวเตอร์ติดตามดูอาการ จนสุดท้ายหมอสั่งให้ไปทำเอ็กซเรย์ MRI ที่รพ.บำรุงราษฎร์ กทม.
ซึ่งขณะนั้นมีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย ภาพจากฟิล์มฟ้องว่าหมอนรองกระดูกสันหลังมันปลิ้น
ออกมาขวางและดันไขสันหลังและเส้นประสาทจนเกิดอาการชาไปถึงหลังเท้า หมอตัดสินใจผ่าตัด
เพื่อขูดเอาหมอนรองกระดูกที่แตกออก โดยเปิดแผลคืบนึงที่หน้าท้อง พร้อมทั้งตัดกระดูกเชิงกราน
มาแว่นนึงขนาดเท่ากับหมอนรองกระดูกที่ขูดออก อัดเข้าไปรับช่องว่างข้อกระดูกสันหลังแทน ซึ่ง
แน่นอนมันจะส่งผลให้ข้อต่อส่วนนี้ไม่มีการยืดหยุ่นอีกต่อไป เวลาผ่านไประยะนึงมันก็จะเชื่อมข้อบน
และข้อล่างให้ต่อเป็นชิ้นเดียวกัน งานนี้ต้องหยุดพักรักษาแผลไปร่วมเดือน
หลังผ่าตัดก็ยังคงพบแพทย์เพื่อติดตามอาการเป็นระยะๆ จากสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี แต่
อาการดูเหมือนมันยังไม่หายขาด แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าเก่ามาก สุดท้ายหมอขอแก้ตัวอีกครั้งโดยการ
ผ่าตัดจากด้านหลัง เปิดแผลช่วงกระดูกสันหลังที่มีปัญหา พร้อมยึดโยงข้อกระดูกสันหลังบน และ
ล่างด้วยโลหะ เพื่อเสริมความแข็งแรงไม่ให้เกิดการเสียดสีหรือกดทับเส้นประสาทอีก งานนี้ต้องพัก
รักษาแผลไปเกือบสามอาทิตย์ แต่ก็พบว่าอาการที่ยังคงชาอยู่ที่หลังเท้าไม่ได้หายขาดไป เลยรู้สึก
ปลงๆและไม่สนใจอะไรมากมายอีก นานๆเป็นปีถึงจะเจ็บหนักๆสักครั้งนึง เลยถือโอกาสยอมรับว่า
มันคงเป็นอย่างนี้แหละจนเวลาล่วงเลยไปไปอีกหลายปี
ประมาณปี 2544 ก็เริ่มเกิดอาการปวดระดับต้องนอนพักถี่ขึ้น ไปพบแพทย์ที่รพ.กรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นแพทย์ประจำรพ.เลิดสิน เชี่ยวชาญเรื่องกระดูก เอ็กซเรย์ไปหลายครั้งทั้งธรรมดา และแบบ
สแกนคอมพิวเตอร์ แต่ก็เห็นไม่ชัดเลยต้องลองทำ MRI อีกครั้ง ปรากฏว่าภาพเกิดแสงสะท้อนมาก
จนดูไม่รู้เรื่องเพราะมีโลหะอยู่ข้างใน สุดท้ายคุณหมอขอฉีดสีเข้าไขสันหลังเพื่อให้ภาพเอ็กซเรย์
ธรรมดาชัดเจนมากขึ้น ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำ ครั้งนี้พบว่ามีหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
เพิ่มอีกสองตำแหน่ง คือ ข้อบน และข้อล่างของข้อที่เคยมีปัญหามาก่อน ซึ่งคุณหมอบอกว่าเกิด
จากข้อที่เสียไปไม่ยืดหยุ่น จึงไปเพิ่มภาระให้กับข้อบนและล่างมากกว่าปกติ...เฮ้อ..เวรกรรม ไม่รู้
เพราะตอนเด็กไปตีงูหลังหักไปหลายตัวจนตาย กรรมเลยตามสนองในชาตินี้เลยหรือปล่าว
สุดท้ายหมอนัดให้ไปนอนรอที่รพ.เลิดสินเพื่อผ่าตัด นอนรออยู่สามวันคณะแพทย์ของรพ.
เลิดสิน มาแจ้งผลว่ายกเลิกนัดที่จะผ่าตัด เพราะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะผ่าตัดจุดเดิมซ้ำซาก
หลายๆครั้ง เลยจำใจอดทนรับการเจ็บปวดปีละหลายครั้งต่อไป จนกระทั่งปี 46 ต้องโยกย้ายไป
ช่วยงานที่เมืองจีนสามปี ระหว่างอยู่ที่นั่นก็นับว่าโชคดีที่เกิดการปวดรุนแรงไม่บ่อยมาก ส่วนใหญ่
พอเริ่มมีอาการเพียงเล็กน้อยก็จะรีบกินยากันไว้ และระวังท่าทางการเคลื่อนไหวไม่ให้เสี่ยงเจ็บเป็น
กรณีพิเศษ ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ต้องแวะหาหมอเพื่อตรวจอาการ และขอยา
ไปสำรองไว้ครั้งละร่วมหมื่น มีอยู่หลายครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้านได้รับคำแนะนำให้ไปหาหมอคนนั้น
คนนี้ ซึ่งแต่ละท่านมีชื่อเสียงระดับประเทศ ก็ลองไปขอคำปรึกษามาแล้วทั้งนั้น เพื่อสร้างความ
มั่นใจว่าช่วงทำงานในจีนจะไม่เกิดปัญหาบาดเจ็บรุนแรงจนเสียการเสียงาน
มีคุณหมอท่านหนึ่งของโรงพยาบาลจุฬาฯสรุปอย่างตรงประเด็นให้ฟังว่า โรคนี้น่ะมันรักษา
ไม่หายขาดหรอก หากเจ็บบ่อยหรือชาลงขามากก็ผ่าตัดสถานเดียว และถ้าเจ็บจุดอื่นต่อไปก็ต้อง
ผ่าตัดไปเรื่อยๆ แต่มีทางช่วยป้องกันและลดโอกาสการเจ็บปวดได้โดยต้องบริหารกล้ามเนื้อหลังให้
แข็งแรงเพื่อยึดโยงกระดูกสันหลังให้มั่นคง ซึ่งฟังดูแล้วก็เห็นคล้อยตามที่หมอบอกเลยว่าจริง แต่
หมอสอนท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังมาให้หลายท่า ซึ่งใช้เวลาต่อครั้งเกินชั่วโมงและไม่เหมาะกับคนขี้
เกียจบริหารตัวเอง และคงไม่จำเป็นต้องรู้ว่าบริหารอย่างไร เพราะผมเองทำอยู่ได้ไม่กี่วันก็ยอมแพ้
เอาเป็นว่าตอนนี้เริ่มเก็ทแล้วว่าหัวใจของปัญหาอยู่ที่กล้ามเนื้อหลัง
หลังจากย้ายกลับจากจีนเพราะสุขภาพโดยรวมไม่เอื้ออำนวยให้ลุยงานที่ต้องสมบุกสมบันที่
นั่น เมื่อเกิดอาการปวดอีกก็เลยไปพบคุณหมอสมศักดิ์ที่มักจะหาอยู่เป็นประจำที่รพ.กรุงเทพฯ คุณ
หมอเองก็พยายามจะบอกว่า ฟังประวัติการรักษาที่ผ่านมา ถ้าท่านเป็นผู้ผ่าตัดตั้งแต่ครั้งแรกๆ ท่าน
จะต้องบังคับให้ทำกายภาพบำบัดด้วยตนเองหลังแผลหายดีแล้ว ซึ่งหากทำมาตั้งแต่แรกก็คงจะ
ช่วยทำให้ไม่ต้องมาพบหมออีกเหมือนในตอนนี้ เพราะกายภาพบำบัดโดยบริหารกล้ามเนื้อหลังจะ
ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอีกต่อไป เพียงแต่เราต้องไม่หลีกเลี่ยงบริหารเป็นประจำทุกวัน
ซึ่งหลังจากคุณหมอได้อธิบายให้ฟังวิธีการบริหารแล้วรู้สึกได้เลยว่าหมูมาก และใช้เวลาน้อยมากๆ
ต่อวัน จึงเริ่มทำต่อเนื่องมาได้สองสามเดือนแล้ว รู้สึกว่าแผ่นหลังแข็งแรงขึ้น พร้อมกับหน้าท้องก็
เฟิร์มขึ้น ที่สำคัญอาการเจ็บแปล๊บๆที่เป็นบ่อยแต่ไม่รุนแรงหลายเดือนก่อนหน้าหายขาดไปเลย ทั้ง
ที่ช่วงต้นปีเป็นต้นมาชักเริ่มมีปัญหาถี่มาก จนคุณหมอเองยังออกปากว่าถ้าลองบริหารแล้วไม่ดีขึ้นก็
คงต้องผ่าตัดแน่นอน ด้วยก่อนหน้านี้อัดไปทั้งยาฉีด, ยารักษา, ยาบำรุงเต็มพิกัดแล้ว เมื่อผลออกมา
ว่าอาการปวดหายเหมือนปลิดทิ้งอย่างนี้ เลยต้องยกเครดิตให้การบริหารกล้ามเนื้อหลังเป็นพระเอก
ตัวจริง อยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทำยังไง

เอ้าฟังนะ.....ตื่นเช้าทุกวันให้บริหารกล้ามเนื้อหลังดังนี้

• นอนหงายยืดเท้าตรงแนบชิดกัน
• ยกปลายเท้าลอยสูงขึ้นประมาณหนึ่งฟุต (ไม่ควรยกให้สูงกว่านี้)
• ฝืนค้างไว้พร้อมนับสิบวินาที
• ครบแล้วลดปลายเท้าวางลงพักห้าวินาที...ดังนี้คือหนึ่งเซ็ท
• ทำติดต่อกันรวมสิบเซ็ท นั่นหมายถึงใช้เวลาไปรวมร้อยห้าสิบวินาทีต่อวันเท่านั้น

เห็นแล้วยังครับ ว่ามันง่ายมากจริงๆ

• แต่ละสัปดาห์ให้เพิ่มน้ำหนักห้าร้อยกรัมถ่วงไว้ (อาจใช้ถุงทรายที่มีขายทั่วไป)
• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะค่อยๆสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อหลังเพื่อแก้ปัญหาที่เหตุ
• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะสิ้นสุดที่เท่าใดเหรอครับ คุณหมอบอกว่าจนกว่ายกไม่ไหว...แต่
• น้ำหนักขั้นต่ำที่แต่ละคนต้องยกให้ได้มีวิธีคำนวณดังนี้ครับ
น้ำหนักขั้นต่ำที่ต้องยกได้ = น้ำหนักตัว – น้ำหนักท่อนขาสองข้าง / 10

โดยปรกติน้ำหนักท่อนขาสองข้างประมาณสิบกิโลกรัม ถ้าอ้วนหรือผอมกว่าปกติก็
ปรับเพิ่มหรือลดเอาตามความเหมาะสม (อย่าบอกว่าขาสองข้างหนักห้าสิบโลนะ)

หวังว่าวิทยาทานในการบริหารด้วยตนเองวันละร้อยห้าสิบวินาทีจะช่วยให้ผู้เป็นโรค
ปวดหลังคลายทุกข์ได้ในเร็ววันนี้นะครับ และขอให้ผลบุญที่ช่วยให้ผู้อื่นคลายทุกข์
จงอย่าได้มีอาการปวดหลังมากล้ำกลายข้าพเจ้าอีกต่อไปเลย
ส่งต่อมากๆก็ได้บุญอีกมากๆนะครับ
วิวัฒน์ อัครวิเนค
07-08-2550
ที่ปรึกษาด้านประกันวินาศภัย ประกันรถยนต์ราคาถูก สวัสดิการพนง. อัคคีภัยโรงงาน ที่ปรึกษาด้านสวัสดิการ สุขภาพ และ อุบัติเหตุ AIA และ รับสั่งพิมพ์ออกแบบ ฟอร์มบิลกระดาษต่อเนื่อง 089-7001709

มาไม่มีอะไร แล้วไปจะเอาอะไรไป เหลืออะไรๆดีๆไว้ดีกว่า
รูปประจำตัวสมาชิก
artjar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 155
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 มี.ค. 2009, 15:24
Tel: 089-178-9937
team: PSYOP - Lonely
Bike: mongoose น้องมังคุด... & Razesa สับถัง... & Bianchi 928 C2C... (^.^)
ตำแหน่ง: กทม. - ลพบุรี

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย artjar »

ขอบคุณ คุณ Anuchit มากครับสำหรับข้อมูลและวิธีการกายภาพ

ตอนที่ผมไปดึงหลัง หมอกายภาพก็แนะนำท่าทางการบริหารผมมา 5-7 ท่า

ซึ่ง 1 ในนั้นก็มีท่านี้ด้วย ช่วงแรกก็ยังทำอยู่หรอกครับ แต่หลังๆ ขี้เกียจ+ลืม :mrgreen:

แต่เห็นข้อมูลจากประสบการณ์จริงที่เอามาฝากแล้ว ต่อไปจะต้องพยายามทำให้จริงจังมากขึ้นครับ... :D :D :D
ทัพบกปกป้องคุ้มครองสุรา บ้างขุดคูบ้างก็เลี้ยงปลา บ้างก็ลักเสื้อผ้าหลวงไปขาย...

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ... จิ้มเบาๆ เลยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ws019876
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 743
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ค. 2010, 10:55
Tel: ๐๘๗๓๓๓๒๘๙๐
team: ---
Bike: MTB รุ่นถูกสุด
ตำแหน่ง: 333 ถ.สีลม บางรัก กทม 10500

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย ws019876 »

ขอบคุณมากครับ สำหรับกระทู้นี้ ได้วิธีปฏิบัติเพิ่มเิติม
ผมสูง 172 หนัก 75 เป็นที่คอครับ อาการก็ทรงๆ ทรุดๆ
ยังไม่ได้ผ่า ทำกายภาพอยู่ครับ (เป็นมา 4-5 ปีได้แล้วมั้ง)
เดี๋ยวลองบริหารตามที่ท่านผู้รู้หลายๆ ท่านแนะนำดูครับ
ขอบคุณมากๆ เลยครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
thiti_noom
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 16
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2012, 15:53
team: อยู่ระหว่างดำเนินการ...หาที่ลง
Bike: matt40D 2012
ตำแหน่ง: เมืองสงขลา

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย thiti_noom »

ขอบคุณครับ ผมก็เป็นอีกคนที่พยายามเลี่ยงการผ่าตัด (ตำแหน่ง L4 L5)
Anuchit เขียน:ไปเจอมาครับ ลองอ่านดูนะครับ

วันละร้อยห้าสิบวินาทีเพื่อห่างไกลโรคปวดหลัง
ผู้เขียนมีโรคประจำตัวคือ โรคปวดหลัง ซึ่งมีสาเหตุจากหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับ
เส้นประสาท และเป็นต่อเนื่องมานานร่วมยี่สิบปี, ผ่าตัดมาแล้วสองครั้ง, นอนรอคิวผ่าตัดครั้งที่สาม
มาแล้วสามวันที่โรงพยาบาลเลิดสิน ก่อนคณะแพทย์มีความเห็นว่าไม่ควรผ่าตัดเพราะอาการไม่
รุนแรงถึงขั้นดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก ทนทุกข์ทรมานมานานหลายปีได้รับการรักษา และ
คำแนะนำจากแพทย์หลายท่านที่มากไปด้วยประสพการณ์ รวมทั้งที่ชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ
แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งอาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวได้ จนวันนี้มีอาการดีขึ้นจึงอยากสรุป
ความเห็นเผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้ร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ
อาการเริ่มต้นครั้งแรกเกิดจากก้มตัวลงยกของอย่างไม่ถูกท่าทาง มีอาการแปล๊บขึ้นที่กระดูก
สันหลังบริเวณบั้นเอว ขณะนั้นขยับขาทั้งสองข้างต่อไม่ได้ รอไม่ถึงห้านาทีเริ่มทุเลาจึงค่อยๆขึ้นรถ
ขับไปหาหมอด้วยตนเอง แต่ยังคงเดินแบบลากขาอย่างช้าๆ หมอที่คลินิคให้ความเห็นว่ากล้ามเนื้อ
คงอักเสบ จึงฉีดยาแก้ปวดและอักเสบให้ กลับไปบ้านต้องหยุดงานเพราะเดินไม่สะดวกไปสามวัน
หลังจากนั้นอาการแปล๊บๆข้างต้นก็จะเกิดกับตนเองปีละสองสามครั้งอยู่หลายปี ทุกครั้งต้อง
หยุดพักผ่อนอย่างน้อยสามถึงสี่วันเพราะลุกเดินไม่ไหว จนไปพบแพทย์ออร์โธปีดิคเฉพาะทางซึ่ง
นับเป็นกระบี่มือหนึ่งของจังหวัด รักษากันอยู่นานเป็นปี โดยเริ่มจากยากิน ยาฉีด และเอ็กซเรย์แบบ
คอมพิวเตอร์ติดตามดูอาการ จนสุดท้ายหมอสั่งให้ไปทำเอ็กซเรย์ MRI ที่รพ.บำรุงราษฎร์ กทม.
ซึ่งขณะนั้นมีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย ภาพจากฟิล์มฟ้องว่าหมอนรองกระดูกสันหลังมันปลิ้น
ออกมาขวางและดันไขสันหลังและเส้นประสาทจนเกิดอาการชาไปถึงหลังเท้า หมอตัดสินใจผ่าตัด
เพื่อขูดเอาหมอนรองกระดูกที่แตกออก โดยเปิดแผลคืบนึงที่หน้าท้อง พร้อมทั้งตัดกระดูกเชิงกราน
มาแว่นนึงขนาดเท่ากับหมอนรองกระดูกที่ขูดออก อัดเข้าไปรับช่องว่างข้อกระดูกสันหลังแทน ซึ่ง
แน่นอนมันจะส่งผลให้ข้อต่อส่วนนี้ไม่มีการยืดหยุ่นอีกต่อไป เวลาผ่านไประยะนึงมันก็จะเชื่อมข้อบน
และข้อล่างให้ต่อเป็นชิ้นเดียวกัน งานนี้ต้องหยุดพักรักษาแผลไปร่วมเดือน
หลังผ่าตัดก็ยังคงพบแพทย์เพื่อติดตามอาการเป็นระยะๆ จากสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี แต่
อาการดูเหมือนมันยังไม่หายขาด แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าเก่ามาก สุดท้ายหมอขอแก้ตัวอีกครั้งโดยการ
ผ่าตัดจากด้านหลัง เปิดแผลช่วงกระดูกสันหลังที่มีปัญหา พร้อมยึดโยงข้อกระดูกสันหลังบน และ
ล่างด้วยโลหะ เพื่อเสริมความแข็งแรงไม่ให้เกิดการเสียดสีหรือกดทับเส้นประสาทอีก งานนี้ต้องพัก
รักษาแผลไปเกือบสามอาทิตย์ แต่ก็พบว่าอาการที่ยังคงชาอยู่ที่หลังเท้าไม่ได้หายขาดไป เลยรู้สึก
ปลงๆและไม่สนใจอะไรมากมายอีก นานๆเป็นปีถึงจะเจ็บหนักๆสักครั้งนึง เลยถือโอกาสยอมรับว่า
มันคงเป็นอย่างนี้แหละจนเวลาล่วงเลยไปไปอีกหลายปี
ประมาณปี 2544 ก็เริ่มเกิดอาการปวดระดับต้องนอนพักถี่ขึ้น ไปพบแพทย์ที่รพ.กรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นแพทย์ประจำรพ.เลิดสิน เชี่ยวชาญเรื่องกระดูก เอ็กซเรย์ไปหลายครั้งทั้งธรรมดา และแบบ
สแกนคอมพิวเตอร์ แต่ก็เห็นไม่ชัดเลยต้องลองทำ MRI อีกครั้ง ปรากฏว่าภาพเกิดแสงสะท้อนมาก
จนดูไม่รู้เรื่องเพราะมีโลหะอยู่ข้างใน สุดท้ายคุณหมอขอฉีดสีเข้าไขสันหลังเพื่อให้ภาพเอ็กซเรย์
ธรรมดาชัดเจนมากขึ้น ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำ ครั้งนี้พบว่ามีหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
เพิ่มอีกสองตำแหน่ง คือ ข้อบน และข้อล่างของข้อที่เคยมีปัญหามาก่อน ซึ่งคุณหมอบอกว่าเกิด
จากข้อที่เสียไปไม่ยืดหยุ่น จึงไปเพิ่มภาระให้กับข้อบนและล่างมากกว่าปกติ...เฮ้อ..เวรกรรม ไม่รู้
เพราะตอนเด็กไปตีงูหลังหักไปหลายตัวจนตาย กรรมเลยตามสนองในชาตินี้เลยหรือปล่าว
สุดท้ายหมอนัดให้ไปนอนรอที่รพ.เลิดสินเพื่อผ่าตัด นอนรออยู่สามวันคณะแพทย์ของรพ.
เลิดสิน มาแจ้งผลว่ายกเลิกนัดที่จะผ่าตัด เพราะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะผ่าตัดจุดเดิมซ้ำซาก
หลายๆครั้ง เลยจำใจอดทนรับการเจ็บปวดปีละหลายครั้งต่อไป จนกระทั่งปี 46 ต้องโยกย้ายไป
ช่วยงานที่เมืองจีนสามปี ระหว่างอยู่ที่นั่นก็นับว่าโชคดีที่เกิดการปวดรุนแรงไม่บ่อยมาก ส่วนใหญ่
พอเริ่มมีอาการเพียงเล็กน้อยก็จะรีบกินยากันไว้ และระวังท่าทางการเคลื่อนไหวไม่ให้เสี่ยงเจ็บเป็น
กรณีพิเศษ ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ต้องแวะหาหมอเพื่อตรวจอาการ และขอยา
ไปสำรองไว้ครั้งละร่วมหมื่น มีอยู่หลายครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้านได้รับคำแนะนำให้ไปหาหมอคนนั้น
คนนี้ ซึ่งแต่ละท่านมีชื่อเสียงระดับประเทศ ก็ลองไปขอคำปรึกษามาแล้วทั้งนั้น เพื่อสร้างความ
มั่นใจว่าช่วงทำงานในจีนจะไม่เกิดปัญหาบาดเจ็บรุนแรงจนเสียการเสียงาน
มีคุณหมอท่านหนึ่งของโรงพยาบาลจุฬาฯสรุปอย่างตรงประเด็นให้ฟังว่า โรคนี้น่ะมันรักษา
ไม่หายขาดหรอก หากเจ็บบ่อยหรือชาลงขามากก็ผ่าตัดสถานเดียว และถ้าเจ็บจุดอื่นต่อไปก็ต้อง
ผ่าตัดไปเรื่อยๆ แต่มีทางช่วยป้องกันและลดโอกาสการเจ็บปวดได้โดยต้องบริหารกล้ามเนื้อหลังให้
แข็งแรงเพื่อยึดโยงกระดูกสันหลังให้มั่นคง ซึ่งฟังดูแล้วก็เห็นคล้อยตามที่หมอบอกเลยว่าจริง แต่
หมอสอนท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังมาให้หลายท่า ซึ่งใช้เวลาต่อครั้งเกินชั่วโมงและไม่เหมาะกับคนขี้
เกียจบริหารตัวเอง และคงไม่จำเป็นต้องรู้ว่าบริหารอย่างไร เพราะผมเองทำอยู่ได้ไม่กี่วันก็ยอมแพ้
เอาเป็นว่าตอนนี้เริ่มเก็ทแล้วว่าหัวใจของปัญหาอยู่ที่กล้ามเนื้อหลัง
หลังจากย้ายกลับจากจีนเพราะสุขภาพโดยรวมไม่เอื้ออำนวยให้ลุยงานที่ต้องสมบุกสมบันที่
นั่น เมื่อเกิดอาการปวดอีกก็เลยไปพบคุณหมอสมศักดิ์ที่มักจะหาอยู่เป็นประจำที่รพ.กรุงเทพฯ คุณ
หมอเองก็พยายามจะบอกว่า ฟังประวัติการรักษาที่ผ่านมา ถ้าท่านเป็นผู้ผ่าตัดตั้งแต่ครั้งแรกๆ ท่าน
จะต้องบังคับให้ทำกายภาพบำบัดด้วยตนเองหลังแผลหายดีแล้ว ซึ่งหากทำมาตั้งแต่แรกก็คงจะ
ช่วยทำให้ไม่ต้องมาพบหมออีกเหมือนในตอนนี้ เพราะกายภาพบำบัดโดยบริหารกล้ามเนื้อหลังจะ
ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอีกต่อไป เพียงแต่เราต้องไม่หลีกเลี่ยงบริหารเป็นประจำทุกวัน
ซึ่งหลังจากคุณหมอได้อธิบายให้ฟังวิธีการบริหารแล้วรู้สึกได้เลยว่าหมูมาก และใช้เวลาน้อยมากๆ
ต่อวัน จึงเริ่มทำต่อเนื่องมาได้สองสามเดือนแล้ว รู้สึกว่าแผ่นหลังแข็งแรงขึ้น พร้อมกับหน้าท้องก็
เฟิร์มขึ้น ที่สำคัญอาการเจ็บแปล๊บๆที่เป็นบ่อยแต่ไม่รุนแรงหลายเดือนก่อนหน้าหายขาดไปเลย ทั้ง
ที่ช่วงต้นปีเป็นต้นมาชักเริ่มมีปัญหาถี่มาก จนคุณหมอเองยังออกปากว่าถ้าลองบริหารแล้วไม่ดีขึ้นก็
คงต้องผ่าตัดแน่นอน ด้วยก่อนหน้านี้อัดไปทั้งยาฉีด, ยารักษา, ยาบำรุงเต็มพิกัดแล้ว เมื่อผลออกมา
ว่าอาการปวดหายเหมือนปลิดทิ้งอย่างนี้ เลยต้องยกเครดิตให้การบริหารกล้ามเนื้อหลังเป็นพระเอก
ตัวจริง อยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทำยังไง

เอ้าฟังนะ.....ตื่นเช้าทุกวันให้บริหารกล้ามเนื้อหลังดังนี้

• นอนหงายยืดเท้าตรงแนบชิดกัน
• ยกปลายเท้าลอยสูงขึ้นประมาณหนึ่งฟุต (ไม่ควรยกให้สูงกว่านี้)
• ฝืนค้างไว้พร้อมนับสิบวินาที
• ครบแล้วลดปลายเท้าวางลงพักห้าวินาที...ดังนี้คือหนึ่งเซ็ท
• ทำติดต่อกันรวมสิบเซ็ท นั่นหมายถึงใช้เวลาไปรวมร้อยห้าสิบวินาทีต่อวันเท่านั้น

เห็นแล้วยังครับ ว่ามันง่ายมากจริงๆ

• แต่ละสัปดาห์ให้เพิ่มน้ำหนักห้าร้อยกรัมถ่วงไว้ (อาจใช้ถุงทรายที่มีขายทั่วไป)
• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะค่อยๆสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อหลังเพื่อแก้ปัญหาที่เหตุ
• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะสิ้นสุดที่เท่าใดเหรอครับ คุณหมอบอกว่าจนกว่ายกไม่ไหว...แต่
• น้ำหนักขั้นต่ำที่แต่ละคนต้องยกให้ได้มีวิธีคำนวณดังนี้ครับ
น้ำหนักขั้นต่ำที่ต้องยกได้ = น้ำหนักตัว – น้ำหนักท่อนขาสองข้าง / 10

โดยปรกติน้ำหนักท่อนขาสองข้างประมาณสิบกิโลกรัม ถ้าอ้วนหรือผอมกว่าปกติก็
ปรับเพิ่มหรือลดเอาตามความเหมาะสม (อย่าบอกว่าขาสองข้างหนักห้าสิบโลนะ)

หวังว่าวิทยาทานในการบริหารด้วยตนเองวันละร้อยห้าสิบวินาทีจะช่วยให้ผู้เป็นโรค
ปวดหลังคลายทุกข์ได้ในเร็ววันนี้นะครับ และขอให้ผลบุญที่ช่วยให้ผู้อื่นคลายทุกข์
จงอย่าได้มีอาการปวดหลังมากล้ำกลายข้าพเจ้าอีกต่อไปเลย
ส่งต่อมากๆก็ได้บุญอีกมากๆนะครับ
วิวัฒน์ อัครวิเนค
07-08-2550
รูปประจำตัวสมาชิก
zerpier1001
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 111
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 11:42
Bike: specialized allez c2

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย zerpier1001 »

ผมเป้นโรคหมอนรองกระดูกเคลือน L4-L5 ครับ
เริ่มแรกผมนั้งนานยกของหนักกล้ามเนื้อท้องไม่แข็งแรงรวมทั้งหลังด้วย แต่ช่วงเรียนผมเป้นรักกีฬารร.เลยนะครับเล่นบาส
ตอนที่ผมเป้นมันยังไม่มากเท่าไรเลยคิดว่าคงไม่เป้นอะไรมาก มาช่วงต้นปีนี้ผมเจ้บจนร้องไห้เลยครับเดินไม่ได้นอนก้อปวดฉีดยาแก้ปวดยังไม่หายปวดเลยครับขนาดนอนผมยังปวดเลยไปหาหมอ โอโธปิดิค ที่ขอนแก่นหมอคนนี้ดีครับแนะนำดีผมไปหาหมอหลายที่เหมือนกันให้แต่ยามากินแค่นั้นจบ หมอบอกคุณต้องนอนนิ่งๆ 1 อาทิตย์เต็มแล้วจะดีขึ้น
ผ่านไป 1 อาทิตย์ ผมนอนตลอดเลยครับเหมือนคนพิการไปเลยขยับไปไหนไม่ได้เลยครับเดินได้ 5-6 ก้าวแค่นั้นแหละครับฟุบเลยเซ็งมากตอนนั้นคิดในใจผ่าตัดอย่างเดียวแต่สุดท้ายวันที่ 8 ของการนอนพักผมคิดว่าตัวเราต้องชนะมันไม่ผ่าแม่งหรอกผมลุกจากเตียงแล้วค่อยๆเดิน ค่อยๆขยับตัว ตอนนั้นใช้ไม้เท้าช่วยเดินเลยนะครับเดินไปปากซอยบ้างไปตลาดบ้างลืมไปผมอายุ 31 ครับคนในตลาดบ่นกะผมใหญ่เลยว่ายังเด็กแท้ๆเป้นโรคนี้ได้ไงแต่ผมไม่สนครับใครไม่ปวดไม่รู้หรอกผมทำแบบนี้ 5 วันดีขึ้นเยอะแล้วหาหนังสือมาอ่านเจอหนังสือ คุณเล็ก ฉัตรริษา
เธอเป้นโรคนี้เหมือนกันและเธอก้อหายจากโรคนี้ด้วย โดยการเล่นโยคะ ตอนนั้นผมไ่ใช้ใส่ใจจักรยานเท่าไรเพราะร่างกายผมยังไม่ถึงขั่นที่จะต้องปั่นจักรยานผมเริ่มเล่นโยคะได้ 1 อาทิตย์ เชื่อไหมครับอาการตึง อาการเจ็บทุเลา ลงไปถึง 60 เปอเซ็นเลยที่เดียว ส่วนเรื่องเหน็บชา อาการชาลงขาแนะนำไปหาหมอนวดนะครับ ผมแนะนำหมอจากเมืองจีนเลยครับ ชื่อหมอเฉิ่น หรือ หมอพิพัตน์ อยู่สมุทรปราการ ผมจำเบอร์โทรแกไม่ได้แล้ว หาที่google เอานะครับ ค่ารักษา 3005 บ.คิวหมอยาวถึงเดือนๆเลยครับแต่คุ้มมากลองดูนะครับ
ส่วนตัวผมเป้นหมอนรองกระดูกบวมมา 3 ครั้ง เดินไม่ได้มา 3 ครั้งครับ แต่ผมสู้ๆตอนนี้บทเรียนผมจากโรคนี้เยอะมากถ้าเริ่มเจ็บนอนเลยครับผมไม่ฝืนอีกกลัวจะเดินไม่ได้อีกตอนนี้ผมยังมีอาการเจ็บอยู่สงสัยผมต้องเจ็บแปล็บๆแบบนี้ไปทั้งชีวิตแต่สู้มันได้ครับอยูครับมัน
สาเหตุโดยร่วมของโรคนี้มาจากผมเล่นบาสที่ใช้ท่วงท่าผิด 1.การกระโดดบ่อยๆ 2.กระโดดแล้วลงผิดท่าบ่อยครั้งจนทำให้กระดูกและหมอนนั้นทำงานหนักมากสุดท้ายผมเล่นมาเป้นตอนนี้ครับแต่เราสู้กันมันได้เพียงแต่ท่านต้องหกายภาพทุกวันนะครับอย่าขี้เกียจ
ปล.ตอนนี้ผม ออกกำลังกายแบบไม้พลองป้าบุญมีอยู่ครับทำเช้าเย็นหลังไม่ตึงและอาการปวดผมแทบจะไม่มีเลยครับ ลองนำไปใช้ดูนะครับนี้มันแค่เสี่ยวชีวิตผมเองต้องเจอคนที่สู้โรคมากกว่าผมครับจะได้รู้ว่าโรคเราที่เป้นอยู่นี้มันช่างจิ๊บๆหนัก โชคดีครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
immjung
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 58
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 พ.ย. 2008, 09:10
Tel: 0817845528
team: เวียงแก่นเมาเท่นไบค์
Bike: trek 8500

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย immjung »

มันกำลังฮิต เลยโรคนี้ ผมสัดส่วน สูง 165 นน. 61 ก็เป็น แรกๆ นั่งท่าปกติ จะชาลงแขนและมือข้างซ้าย มีอาการยุบยิบๆ เหมือเอาเข็มทิ่ม ที่มือและนิ้ว หลังๆมา เริ่มปวดที่หัวไหล่ข้างซ้าย และชา เวลาปั่นจักรยาน จะปวดมาก นั่งหน้าคอมฯ ก็ปวด ต้องเอน หรือนอนลง ทรมาน จัง หมอบอกว่า กระดูกเริ่มเสื่อมแล้วไปทับเส้นประสาท วิธีรักษา คือผ่าตัด ใครมีวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยด้วยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
artjar
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 155
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 มี.ค. 2009, 15:24
Tel: 089-178-9937
team: PSYOP - Lonely
Bike: mongoose น้องมังคุด... & Razesa สับถัง... & Bianchi 928 C2C... (^.^)
ตำแหน่ง: กทม. - ลพบุรี

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย artjar »

หลังจากที่ได้ลองทำกายภาพบำบัดด้วยตัวเองอย่างที่หลายๆ ท่านแนะนำ

รู้สึกได้ว่าอาการดีขึ้น ห้วงที่ผ่านมาสามารถนอนได้สนิทโดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดก่อนนอนมาเกือบปี

เพียงแต่ว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนไปช่วยเค้าขนของย้ายบ้านไปยกเตียง อาการที่เคยเป็น กลับมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

เลยต้องกลับมาดูแลตัวเอง และไม่ประมาทเวลาขยับตัวหรือต้องยกของหนักครับ...
ทัพบกปกป้องคุ้มครองสุรา บ้างขุดคูบ้างก็เลี้ยงปลา บ้างก็ลักเสื้อผ้าหลวงไปขาย...

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ... จิ้มเบาๆ เลยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Frogman_twin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5678
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2011, 19:32
team: KCC, DEEP TEAM
Bike: Klein

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย Frogman_twin »

:P
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก
รูปประจำตัวสมาชิก
zerpier1001
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 111
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 11:42
Bike: specialized allez c2

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย zerpier1001 »

จำใว้เลยนะครับว่าเป้นแล้วต้องเลิกยกของหนักไปเลยนอกจากหายแล้วเริ่มเล่นกล้ามท้องได้แล้วต้องเล่นไปเรื่อยๆนะครับส่วนยกของถ้าดีขึ้นแล้ว + เล่นกล้ามแบบเบาๆ ก้อสามารถยกของได้นะครับแต่ห้ามหนักมากจนเกินไป ;)
รูปประจำตัวสมาชิก
takriang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 118
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2012, 21:12
Bike: specialized

Re: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแต่อยากปั่นครับ...

โพสต์ โดย takriang »

ผม/ม่กล้ายกของหนักไปเลยครับ กลัวกลับมาปวดอีกทรมานมาก
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร”