โพสต์
โดย satupadu »
ความจงรักภักดี ต่อองค์ราชินี ผู้ทรงไว้ทศพิธราชธรรม
ตามหลักศาสนาอิสลาม ถือว่าการเคารพภักดีและนับถือ เป็นคุณธรรมที่ดีของมนุษย์ทุกคน อันพึงมีต่อผู้มีพระคุณ เช่น ต่อพระมหากษัตริย์ ในฐานะเป็นประมุขของประเทศ ต่อพ่อแม่ ในฐานะผู้ให้กำเนิด ต่อคุณครู ในฐานะผู้ให้ความรู้ และอื่นๆ มิใช่ในฐานะพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในอิสลามถือว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากเอกองค์อัลลอฮฺ (อัลกุรอาน 2 : 255)
หลักการเคารพนับถือต่อพระเจ้านั้น จะต้องผนวกไปกับการกราบนมัสการต่อพระองค์ด้วย ซึ่งการแสดงความเคารพของมุสลิมต่อสิ่งอื่น หรือบุคคล ด้วยการกราบ ไม่ได้อย่างเด็ดความแตกต่างทางศาสนาไม่ได้กร่อนทำลายความรู้สึกดังกล่าวแม้แต่น้อย ชนชาติไทยประกอบด้วยเชื้อชาติดั้งเดิมหลายเชื้อชาติ ซึ่งความแตกต่างทางประวัติศาสตร์ แห่งชนชาติดั้งเดิมนั้น ไม่ได้บ่อนเซาะความรู้สึกจงรักภักดีต่อพระองค์เลยขาด
ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ จุดเริ่มต้นคือ การเริ่มด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ และแสดงเป็นภาคผลของการกระทำ ที่ตรงกับจิตใจ การแสดงความจงรักภักดีทางพิธีกรรม ที่มีทั่วประเทศ การปฏิญาณตนของคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ จะไม่มีค่าใดๆ เลย หากการแสดงออกของบุคคลเหล่านั้น ไม่ตรงกับใจ
จากตัวอย่างข้างต้น ทำให้เราได้ทราบว่า ในจิตใจของมุสลิม ถึงแม้ว่าการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์แบบกราบไม่ได้ แต่ความจงรักภักดีในพระองค์ท่าน ก็มีอย่างครบสมบูรณ์ ไม่ได้แตกต่างไปจากคนศาสนาอื่น วัฒนธรรมอื่น ที่แสดงความจงรักภักดี ด้วยการกราบ ดังนั้น หน่วยราชการต่างๆ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เชิญข้าราชการมุสลิม บรรดาโต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม และประชาชนมุสลิม ในพระราชพิธีต่างๆ ควรคำนึงถึงข้อนี้ เพื่อขจัดปัญหาความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะแก่นแท้สาระของการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์ มิได้อยู่ที่การกราบ แต่อยู่ที่การประพฤติดีต่างหาก
รวมพลคนรักปั่นนราธิวาส ขอขอบคุณ คุณลุง และนักปั่นทุกท่านที่เสียสละกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ ในการร่วมในกิจกรรมครั้งนี้
-
ไฟล์แนบ
-

- DSC02806.jpg (77.5 KiB) เข้าดูแล้ว 87 ครั้ง