ผมเห็นว่าโลกที่เรากำลังอาศัยอยู่ทุกวันนี้กำลังป่วยหนัก ซึ่งเกิดจากมนุษย์ร่วมกันทำร้าย มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อความสุขสบายของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นและโลกของเรา จึงทำให้เกิดวิกฤติมากมายกับโลกและส่งผลมาถึงมนุษย์เอง มนุษย์ส่วนใหญ่คิดว่าความสุขของชีวิตคือการได้มีบ้านใหญ่โตและมีเงินในธนาคารมากๆ มันจึงเป็นที่มาแห่งการดิ้นรนแสวงหาให้ได้มาให้มากที่สุด มันจึงเป็นที่มาของการเบียดเบียนตนเองเบียดเบียนผู้อื่นและเบียดเบียนโลก ผมอยากให้มนุษย์ได้ทบทวนเสียใหม่ ว่าเส้นทางที่มนุษย์เลือกนั้นมันถูกต้องแล้วหรือ ผมเองมองว่าความสุขที่แท้จริงนั้นคือการได้ลดละเลิกความโลภโกรธหลงในใจตนและให้ผู้อื่นและโลกด้วยความรักและความเมตตา ณวันนี้ผมไม่มีบ้าน ผมหยุดในการดิ้นรนหาเงิน ไปในที่ไหนๆด้วยกำลังขาของตนเอง ไปได้อย่างอิสระเสรีและมีความสุข ไม่ต้องใช้น้ำมันเลย ยิ่งไปได้ไกลมากเท่าไรก็ยิ่งแข็งแรงมากเท่านั้น ผมเห็นว่าโลกใบนี้คือบ้านของผม มนุษย์ทุกคนคือพี่น้องของผม ผมอยากจะเป็นกำลังใจและแรงบรรดานใจ ให้มนุษย์ได้เกิดการตระหนักรู้ และหันกลับมาเยียวยาโลกด้วยกัน เพื่อโลกใบนี้จะได้น่าอยู่ และส่งผลให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่แท้ ขอเชิญทุกท่านมาดำเนินวิถีอนาคาริกร่วมกันครับ
ผมดำเนินวิถีชีวิตแบบอนาคาริกมาร่วมปีกว่าแล้ว เริ่มต้นปั่นตั้งแต่โครงการสองล้อเพื่อโลกจากกรุงเทพฯไปจนถึงเวียงจันทร์ และก็จากกรุงเทพฯไปถึงสิงคโป ขณะนี้เป็นช่วงขากลับ มาถึงอำเภอหลังสวน พักอยู่ที่สวนญาติธรรมอ้อย มังคุดกำลังออกลูกพอดี เป็นครั้งแรกที่ได้ช่วยสอยลูกมังคุด และก็เป็นครั้งแรกที่ได้กินสดๆจากต้น และที่สำคัญมันเป็นมังคุดที่ไร้สารและไม่ใส่ปุ๋ย เป็นการเติบโตแบบธรรมชาติจริงๆ ลดชาติจึงดีมาก จากการที่ได้มีโอกาสไปมาหลายที่หลายแห่ง ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นในวิถีอนาคาริกที่ผมกำลังดำเนินอยู่ ผมหยุดในการดิ้นรนหาเงิน มีชีวิตอยู่ได้เนื่องด้วยผู้อื่น ผมพยายามมีชีวิตอย่างเป็นผู้ให้ และไม่เบียดเบียนให้ได้ในทุกสรรพสิ่ง กินอยู่อย่างเรียบง่าย มักน้อยสันโดดให้มากที่สุด ในแต่และที่ที่เราผ่านไปได้พบผู้มีน้ำใจให้อาหารและที่พัก มันเป็นความประทับใจ ในการให้กันได้อย่างไม่หวังผลตอบแทน ต่างคนต่างเป็นผู้ให้นี่แหละ ที่จะทำให้เพื่อนมนุษย์ อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่แตกแยกและเบียดเบียนกัน




































