โพสต์
โดย ผู้พันPOK »
แจ้งข่าวการปรับราคาค่าเข้าอุทยาน
ดำรงค์′เซ็นปรับราคาค่าเข้า 33 อุทยานฯทั่วประเทศ คนไทยจาก 40 บาท เป็น 100 บาท ต่างชาติ 500 บาท
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามในประกาศกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานฯจำนวน 33 แห่ง โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า ด้วยกรมอุทยานแห่งชาติฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานหลายแห่ง มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก จนอาจนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งยากแก่การฟื้นฟูและบริหารจัดการให้คงสภาพ ประกอบกับได้ดำเนินการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการให้ความรู้ กิจกรรมการท่องเที่ยว การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสะอาดและสุขภาพอนามัย อีกทั้งมีอุทยานฯประกาศจัดตั้งใหม่ 4 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานแห่งชาติขุนขาน และอุทยานแห่งชาติดอยภูนาง จึงได้กำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยาน ดังนี้ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท
นายดำรงค์กล่าวต่อว่า การปรับค่าเข้าอุทยานฯจาก 40 บาท เป็น 100 บาท ดำเนินการเฉพาะอุทยานขนาดใหญ่ และอุทยานฯทางทะเลเท่านั้น จำนวน 33 อุทยานฯทั่วประเทศ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติสิมิลัน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม หากมีเสียงคัดค้านกันมากว่าราคาสูงเกินไป อาจจะมีการทบทวนอีกครั้ง ทั้งนี้ ราคานี้ได้ศึกษาความเหมาะสมไว้แล้ว ตามหลักการเสียสละเงินส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติโดยส่วนรวม ถือเป็นการทำนุบำรุงทรัพยากรวิธีการหนึ่ง
ด้านนายวิทยา หงษ์เวียงจียงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า สาเหตุที่ปรับราคาใหม่ เพราะไม่มีการปรับราคาเข้าชมอุทยานฯมาหลายสิบปี ขณะนี้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีมากขึ้น จึงต้องหางบประมาณสำหรับบำรุงรักษา ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ก็มีราคาสูงกว่าของประเทศไทย โดยเฉพาะที่กัมพูชา ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติคนละ 30 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900 บาท ขณะที่สหรัฐอเมริกา และยุโรป มีอัตราค่าเข้าสูงกว่าในประเทศไทยมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้อัตรานักท่องเที่ยวลดลงหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า ในสถิติที่เก็บมาทั้งปี พบว่าทุกอุทยานฯในประเทศไทยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี แต่จะขึ้นราคาเฉพาะอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่เท่านั้น
"ปกติกรมอุทยานแห่งชาติฯมีงบประมาณให้อุทยานฯแต่ละแห่ง 10 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าว ต้องแบ่งไปใช้สำหรับดูแลเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า ดูแลทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดูแลอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียที่มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปบริหารจัดการเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่ารายได้เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท" นายวิทยากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอุทยานฯทั้ง 33 แห่ง ที่มีการปรับอัตราค่าบริการใหม่ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 8 แห่ง ได้แก่ 1.อุทยานฯแจ้ซ้อน จ.ลำปาง 2.อุทยานฯผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ 3.อุทยานฯสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ 4.อุทยานฯอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 5.อุทยานฯทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก 6.อุทยานฯน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ 7.อุทยานฯภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก เลย 8.อุทยานฯห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ 9.อุทยานฯเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 10.อุทยานฯผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 11.อุทยานฯภูกระดึง จ.เลย 12.อุทยานฯภูเรือ จ.เลย
ภาคตะวันออก ได้แก่ 13.อุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด 14.อุทยานฯน้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี 15.อุทยานฯหมู่เกาะช้าง จ.ตราด ภาคตะวันตก 16.อุทยานฯแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 17.อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี 18.อุทยานฯไทรโยค จ.กาญจนบุรี 19.อุทยานฯเอราวัณ จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ ได้แก่ 20.อุทยานฯเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 21.อุทยานฯตะรุเตา จ.สตูล 22.อุทยานฯธารโบกขรณี จ.กระบี่ 23.อุทยานฯหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ 24.อุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา 25.อุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา 26.อุทยานฯหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี 27.อุทยานฯหาดเจ้าไหม จ.ตรัง 28.อุทยานฯหาดนพรัตน์ จ.กระบี่ 29.อุทยานฯอ่าวพังงา จ.พังงา
ทั้งนี้ ในส่วนอุทยาน 4 แห่ง ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ 30.อุทยานฯขุนขาน จ.เชียงใหม่ 31.อุทยานฯเข้าค้อ จ.เพชรบูรณ์ 32.อุทยานฯดอยภูนาง จ.พะเยา และ 33 อุทยานฯเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี เดิมไม่เก็บค่าบริการ แต่จะเริ่มคิดอัตราค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปเช่นกัน