จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ผมเชียร์ใ้ห้ผู้จัดงานเพิ่มกิจกรรมนี้ คือจัดขบวนจักรยานรวมตัวกันไปยื่นหนังสือพร้อมเข้าชื่อเรียกร้องต่อปธ สภาผู้แทนราษฏร ส.ว ส.ส ที่หน้ารัฐสภา รวมทั้งทำเนียบรัฐบาลให้เห็นแก่ความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยานบนถนน ควรทำทุกปี หรือเพิ่มเป็นวันพิเศษต่างหากจากคาร์ฟรีเดย์ จะเป็น accident-free day ไปเลยก็ดี (แบบถนนสีขาวแต่เน้นความปลอดภัยจักรยาน) มีการรณรงค์ให้ชาวจักรยานต้องป้องกันตนเองก่อนด้วยอันดับแรก
ส่วนเนื้อหาเดิมๆ ที่เราจัดกันทุกปี คือการรณรงค์ให้งดใช้รถในวันนั้น ดูจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในบ้านเรา ถึงเวลาเขาก็ขับรถ ออกรถใหม่ ขายรถเก่า ใช้น้ำมันกันเพลินอยู่เหมือนเดิม ขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าก็มีให้คนที่ยังไม่มีรถขับ
ส่วนการรณรงค์ให้คน(ที่ยังไม่มีรถขับและเบื่อใช้รถสาธารณะ) หันมาใช้จักรยาน อันนี้ผมว่าประสบความสำเร็จพอควร ใช้ได้ครับ มีคนใช้รถ กล้าปั่นบนถนนมากขึ้น
ทีนี้เมื่อปั่นกันมากขึ้น แต่หาความปลอดภัยไม่ได้เพราะการรณรงค์ให้คนจอดรถไว้ที่บ้านแล้วปั่นจักรยานมาทำงาน มันไม่สัมฤทธิ์ผล สิ่งที่ตามมาคือ คนปั่นจักรยานหาความปลอดภัยได้ยาก เมื่อประสบอุบัติเหตุก็เคว้งคว้าง ตัวคนเดียว เจ็บก็เจ็บ ตายก็ตาย สู้คดีเรียกร้องเงินเท่าขนหน้าแข้งก็นานหลายปี โดนเอารัดเอาเปรียบ จะไปปรึกษาใครก็ลำบาก
ผมว่าถึงเวลาแล้วนะที่เราจะทำอะไรสักอย่าง กลุ่ม ชมรม สมาคมที่จัดคาร์ฟรีเดย์ทุกปีต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่ หันมาเน้นรวมพลังกันกดดันภาครัฐให้ใส่ใจความปลอดภัย
เลิกแนวคิด ไบค์เลนหรือถนนในฝัน แล้วหันมามองความจริงว่า มันเป็นไปได้ยาก แม้จะสำเร็จ ถึงวันนั้นคนจะไม่ปั่นจักรยานกันแล้วเพราะ กลัวตาย!
สรุป ไบค์เลนในฝันสำเร็จแต่ จักรยานหายไปหมด....
ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรยาก อะไรง่ายกว่ากัน เพราะมันเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีมานาน กับจักรยานที่เพิ่มจะบูมขึ้นมา แต่ต้องมาโคจรบนเส้นทางเดียวกัน แต่แค่ว่า ให้เขารู้ว่า "ถ้าคุณชนจักรยานซักคัน มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่คดีที่คุณจะเป่าให้หายวับ แต่คุณจะต้องสู้กับแนวร่วมของคนที่ใช้จักรยานอีกเรือนแสน"
ให้เขารู้ว่า เมื่อเห็นจักรยานบนถนน ควรจะขับรถทิ้งระยะห่างแค่ไหน ผมรู้ว่าคนมีสมองเขาไม่อยากเฉี่ยวชนจักรยานหรอก เพราะรถใหญ่ยังไงก็ผิด แต่พวกไร้สมองและถูกเสี้ยมสอนแบบผิดๆ ยังมีมาก พวกนี้จะคิดแบบเดียวกับพวกขับรถอีกหลายราย คิดแบบเดียวกับคนขับรถบรรทุกที่เถ้าแก่เสี้ยมสอนคนขับให้ ถ้าเอ็งไปชนรถมอเตอร์ไซค์ ให้เอ็ง "ถอยรถมาทับให้ตายจะได้จ่ายน้อยกว่าพิการ"
Car Free Day ปีนี้ควรมุ่งเน้น ธีมหลักไปที่ ความปลอดภัย มากกว่า ลดการใช้พลังงาน ลดโลกร้อน หรือเชิญชวนคนมาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่ถนนสีเขียว แต่ต้องเป็นถนนสีขาวที่ไม่มีหมวกกันน้อคจักรยานแตกหัก รถบู้บี้บิดเบี้ยวกับภาพการสูญเสียของชาวจักรยานอีก
ส่วนเนื้อหาเดิมๆ ที่เราจัดกันทุกปี คือการรณรงค์ให้งดใช้รถในวันนั้น ดูจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในบ้านเรา ถึงเวลาเขาก็ขับรถ ออกรถใหม่ ขายรถเก่า ใช้น้ำมันกันเพลินอยู่เหมือนเดิม ขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าก็มีให้คนที่ยังไม่มีรถขับ
ส่วนการรณรงค์ให้คน(ที่ยังไม่มีรถขับและเบื่อใช้รถสาธารณะ) หันมาใช้จักรยาน อันนี้ผมว่าประสบความสำเร็จพอควร ใช้ได้ครับ มีคนใช้รถ กล้าปั่นบนถนนมากขึ้น
ทีนี้เมื่อปั่นกันมากขึ้น แต่หาความปลอดภัยไม่ได้เพราะการรณรงค์ให้คนจอดรถไว้ที่บ้านแล้วปั่นจักรยานมาทำงาน มันไม่สัมฤทธิ์ผล สิ่งที่ตามมาคือ คนปั่นจักรยานหาความปลอดภัยได้ยาก เมื่อประสบอุบัติเหตุก็เคว้งคว้าง ตัวคนเดียว เจ็บก็เจ็บ ตายก็ตาย สู้คดีเรียกร้องเงินเท่าขนหน้าแข้งก็นานหลายปี โดนเอารัดเอาเปรียบ จะไปปรึกษาใครก็ลำบาก
ผมว่าถึงเวลาแล้วนะที่เราจะทำอะไรสักอย่าง กลุ่ม ชมรม สมาคมที่จัดคาร์ฟรีเดย์ทุกปีต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่ หันมาเน้นรวมพลังกันกดดันภาครัฐให้ใส่ใจความปลอดภัย
เลิกแนวคิด ไบค์เลนหรือถนนในฝัน แล้วหันมามองความจริงว่า มันเป็นไปได้ยาก แม้จะสำเร็จ ถึงวันนั้นคนจะไม่ปั่นจักรยานกันแล้วเพราะ กลัวตาย!
สรุป ไบค์เลนในฝันสำเร็จแต่ จักรยานหายไปหมด....
ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรยาก อะไรง่ายกว่ากัน เพราะมันเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีมานาน กับจักรยานที่เพิ่มจะบูมขึ้นมา แต่ต้องมาโคจรบนเส้นทางเดียวกัน แต่แค่ว่า ให้เขารู้ว่า "ถ้าคุณชนจักรยานซักคัน มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่คดีที่คุณจะเป่าให้หายวับ แต่คุณจะต้องสู้กับแนวร่วมของคนที่ใช้จักรยานอีกเรือนแสน"
ให้เขารู้ว่า เมื่อเห็นจักรยานบนถนน ควรจะขับรถทิ้งระยะห่างแค่ไหน ผมรู้ว่าคนมีสมองเขาไม่อยากเฉี่ยวชนจักรยานหรอก เพราะรถใหญ่ยังไงก็ผิด แต่พวกไร้สมองและถูกเสี้ยมสอนแบบผิดๆ ยังมีมาก พวกนี้จะคิดแบบเดียวกับพวกขับรถอีกหลายราย คิดแบบเดียวกับคนขับรถบรรทุกที่เถ้าแก่เสี้ยมสอนคนขับให้ ถ้าเอ็งไปชนรถมอเตอร์ไซค์ ให้เอ็ง "ถอยรถมาทับให้ตายจะได้จ่ายน้อยกว่าพิการ"
Car Free Day ปีนี้ควรมุ่งเน้น ธีมหลักไปที่ ความปลอดภัย มากกว่า ลดการใช้พลังงาน ลดโลกร้อน หรือเชิญชวนคนมาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่ถนนสีเขียว แต่ต้องเป็นถนนสีขาวที่ไม่มีหมวกกันน้อคจักรยานแตกหัก รถบู้บี้บิดเบี้ยวกับภาพการสูญเสียของชาวจักรยานอีก
แก้ไขล่าสุดโดย Dhandranunda เมื่อ 20 ส.ค. 2012, 18:44, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ผมเชื่อว่า สมาคม ชมรม องค์กร กลุ่มจักรยานต่างๆ ทั่วประเทศคงจะได้มีการคุยกันบ้างแล้วถึงกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ใช่จักรยานปั่นเดี่ยวๆ กลางค่ำกลางคืน แต่เป็นกลางงานรณรงค์ กลางวันแสกๆ บนถนนที่กว้างๆ มันเป็นไปได้อย่างไร
เคยเห็นมีการรณรงค์ "ชนไม่หนี" อันนั้นก็ดีครับ อยากให้เพิ่ม ไม่ชนเลยจะดีกว่า หรือถ้ามันสุดวิสัย เป็นอุบัติเหตุ เมื่อชนแล้วคุณต้องรับผิดชอบต่อคนอื่นด้วย
เคยเห็นมีการรณรงค์ "ชนไม่หนี" อันนั้นก็ดีครับ อยากให้เพิ่ม ไม่ชนเลยจะดีกว่า หรือถ้ามันสุดวิสัย เป็นอุบัติเหตุ เมื่อชนแล้วคุณต้องรับผิดชอบต่อคนอื่นด้วย
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
-
thee1800
- ขาประจำ
- โพสต์: 491
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2012, 12:16
- ตำแหน่ง: ร้านหนังสือ Love Book หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง เขตสะพานสูง กทม 10250
- ติดต่อ:
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
เห็นด้วยเลยครับ ขี่จักรยานบนถนนต้องปลอดภัยครับ
รัฐบาลควรมองตรงนี้ก่อน สร้างเลนจักรยานด้วยซ้ำ
รัฐบาลควรมองตรงนี้ก่อน สร้างเลนจักรยานด้วยซ้ำ
...ปั่นเรื่อยเปื่อย เมื่อยขอพัก...
...ปั่นไปได้สักพัก ทั้งเมื่อยทั้งเปื่อย...
...ปั่นไปได้สักพัก ทั้งเมื่อยทั้งเปื่อย...
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ครับ....เลนจักรยาน ถ้ามีรถอื่นมาวิ่งขวักไขว่ มันก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน มีก็เหมือนไม่มี ดังนั้น ผมคิดว่า ทางจักรยานคือการชกไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ ต้องมองหา เครื่องมือชนิดอื่นมาช่วยทำให้การปั่นจักรยานปลอดภัยthee1800 เขียน:เห็นด้วยเลยครับ ขี่จักรยานบนถนนต้องปลอดภัยครับ
รัฐบาลควรมองตรงนี้ก่อน สร้างเลนจักรยานด้วยซ้ำ
อย่าบอกว่า ให้ไปปั่นในสวนล่ะ ฮา หรือปั่นบนทางเท้า ชนเข้ากับกะทะทอดไก่ ทอดปาท่องโก๋ หรือสะดุดแผ่นปูนทางเท้า เฉี่ยววินมอไซค์ มันก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน
รัฐในฐานะผู้ให้บริการสวัสดิการต่างๆ แต่พลเมือง จำเป็นต้องคิดอ่านวางระบบระเบียบใหม่
ทั้งในส่วนผู้มีหน้าที่ออกกฏหมาย บังคับใช้กฏหมาย หรือฝ่ายเมืองที่จัดหาสาธารณูปโภคต่างๆ
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- kobba
- สมาชิก
- โพสต์: 2
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2012, 17:23
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ไปยื่นสภาไม่ได้ผลอะไร รัฐบาลไม่สนหรอกคับ ยื่นกทม.น่าจะดีกว่า ทำจาก กทม.ก่อนแล้วค่อยขยับออกนอก
วันนี้กทม.ต้องการแตกต่าง ดัน ทิ่ม ผลัก จากกทม.น่าจะง่ายกว่าเพราะอำนาจมีครบ เอาแค่เลนจักรยาน 1เลน วางBarrier ในถนนหลักสักเส้นในเวลาเร่งด่วน สุขุมวิทเลยมีรถไฟฟ้าอยู่แล้ว รถติดไม่อยากขี่ ไปรถไฟฟ้ามีทางออก หรือแนวรถไฟฟ้าทั้งหมดก็น่าจะดี รัฐบาลทำให้คนแห่ซื้อรถ กทม.ทำเลนจักรยาน มันดีนะ ผู้ว่าดื้อดี

วันนี้กทม.ต้องการแตกต่าง ดัน ทิ่ม ผลัก จากกทม.น่าจะง่ายกว่าเพราะอำนาจมีครบ เอาแค่เลนจักรยาน 1เลน วางBarrier ในถนนหลักสักเส้นในเวลาเร่งด่วน สุขุมวิทเลยมีรถไฟฟ้าอยู่แล้ว รถติดไม่อยากขี่ ไปรถไฟฟ้ามีทางออก หรือแนวรถไฟฟ้าทั้งหมดก็น่าจะดี รัฐบาลทำให้คนแห่ซื้อรถ กทม.ทำเลนจักรยาน มันดีนะ ผู้ว่าดื้อดี
- arthome
- ขาประจำ
- โพสต์: 2296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ย. 2010, 21:49
- Tel: 081-3439905
- team: เสือนอกคอก
- Bike: GIANT
- ตำแหน่ง: 14/1ม.3ต.หนองบัวอ.บ้านค่ายจ.ระยอง21120
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ผมจะไปแจกสติ๊กเกอร์" โปรดระวังจักรยาน" สัก 100 ชุด..
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_3237.jpg (71.2 KiB) เข้าดูแล้ว 638 ครั้ง
"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้"
- Zi-am
- ขาประจำ
- โพสต์: 170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2012, 19:52
- Tel: 911 เรียก อัศวินเจได
- team: กองพัน ทหาร"โม้"ที่ 11 รักษาตัวเอง
- Bike: Specialized Roubaix Comp SL2 อะไหล่เดิมๆก็หล่อสุดๆแล้ว&ทัวร์ริ่งสับถังๆๆๆๆๆ
- ติดต่อ:
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
เป็นแนวคิดที่ดีครับ
อาจจะเห็นอะไรเป็นรูปธรรมมากขึ้นครับ
อาจจะเห็นอะไรเป็นรูปธรรมมากขึ้นครับ
ขอ พลัง จงสถิตอยู่กับท่าน เหล่าสาวก อัศวิน เจได
- kaiyang2029
- ขาประจำ
- โพสต์: 1274
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ธ.ค. 2010, 09:58
- team: Bike2Work
- Bike: Java neo , Strida ,Trek
- ตำแหน่ง: ประชาชื่น/บางกอก/ไทยแลนด์
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
Car Free Day ไม่ว่า ปีนี้หรือปีไหนๆเท่าที่จัดๆกันมา เมื่อจบ ก็คือ จบ ไม่มีการตามต่อเพราะผมคิดว่าเป็นเพียงงาน...อีเว้นท์...ประจำปี
จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี ? ถ้ารูปแบบเหมือนเดิมๆ คนที่จะไปร่วมกิจกรรมหรือเคยร่วมกิจกรรมนี้แล้วคงมองรูปแบบได้ว่า ก็คงไม่ต่างจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วมั้งครับ ที่วันว. เวลา น. รวมพล ฟังคำกล่าวเปิดงาน(ด้วยเนื้อหาที่เหมือนเดิม)ปล่อยขบวน ปั่นวนๆตามเส้นทางที่กำหนด ถึงเวลากลับไปที่จุดนัดหมาย รวมพล ฟังสรุป รับของที่ระลึก แยกย้ายกันกลับ...ปีหน้าพบกันใหม่
ผมว่าคำถามน่าจะเปลี่ยนเป็น...จะร่วมกันทำอะไรหลังวัน Car Free Day ในปีนี้ ? ให้เป็นกระแสทั่วทั้งประเทศโดยถือเอาเหตุการณ์อุบัติเหตุสดๆร้อนๆที่สุพรรณ(เมืองบรรหารที่เพิ่งจะฉลองวันเกิด80 ปีไปเมื่อวันวาน) มาร่วมกันตั้งประเด็นรณรงค์ในขอบเขตทั่วประเทศรายล้อมเนื้อหาหลักที่
...ถนนต้องเป็นที่ปลอดภัยสำหรับผู้สัญจรไปมาทุกคนไม่ว่าจะเดิน หรือใช้ยวดยานพาหนะแบบไหน ...
ผมคิดเล่นๆของผมคนเดียวนะครับที่จะเสนอต่อทุกกลุ่ม ชมรม สโมสร ฯลฯ เช่นเดียวกับที่เคยเสนอไว้ผ่านเว็บนี้เมื่อประมาณ 10 ปีล่วงแล้วว่า...หยุดกิจกรรมจักรยานเชิงแข่งขันสัก 1 ปี ดีไหม... แล้วเปลี่ยนมาเป็นพลังร่วมกันทั้งหมดในการเรียกร้อง เคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมซึ่งได้จากการกำหนดมาตรการร่วมกัน ด้วยหลักการCritical Mass (ที่ปัจจุบัน ผมเพิ่งได้ยินคำถอดความจากท่านสว.รสนา ว่า...มวลวิกฤติ...) มีจังหวัดเหย้า จังหวัดเยือน ไม่ต่างอะไรกับการที่ทุกท่านสละเวลาเดินทางไปร่วมกิจกรรมการแข่งขัน/สันทนาการแบบที่จัดๆกันอยู่ทั่วไปทั่วประเทศ แต่ครั้งนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิงในเนื้อหาที่...การเดินทางของพวกเราๆท่านๆครั้งนี้..เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม..
ผมเชื่อว่าหากผ่านการบริหารจัดการที่ดี การวางแผนจังหวะก้าวที่ดี ด้วยความสามัคคีของหมู่เหล่า ต้องบังเกิดผลแน่นอนครับ
ไม่มีทางที่...การเคลื่อนไหวเช่นที่ว่านี้จะมาจาก..ผู้ที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการดำเนินชีวิตซึ่งยังไม่เข้าใจวิถีที่แตกต่างของการใช้ถนนร่วมกันกับคนอื่นอย่างยั่งยืน
ไม่มีทางที่...จะมาจากคนเดินถนนตามบาทวิถีที่จะร่วมกันลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิอันพึงมีนั้นเพราะ..กระจัดกระจายกันจนยากแก่การจัดตั้ง เคลื่อนไหว
ไม่มีทางที่...จะมาจากนักการเมืองฟากใดๆ และระดับใดๆในบ้านเมืองของเรา เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาพึงมีพึงได้ มิหนำซ้ำการเคลื่อนไหวแบบนี้อาจกระเทือนต่อผลประโยชน์ของพวกเขาเหล่านั้นในอีกทางหนึ่ง
แล้วคนกลุ่มไหนล่ะครับที่เข้าข่ายเช่นว่านั้นที่จะมีพลังมากพอที่หมุนกงล้อนี้เคลื่อนไปข้างหน้าได้...
ผมขอนำประโยคสุดท้ายที่ผมเขียนไว้ในกระทู้..เหตุเกิดที่สุพรรณ..มาลงไว้อีกครั้งหนึ่ง
ถึงเวลาที่จะร่วมกัน นับหนึ่ง แล้วหรือยัง !!!
จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี ? ถ้ารูปแบบเหมือนเดิมๆ คนที่จะไปร่วมกิจกรรมหรือเคยร่วมกิจกรรมนี้แล้วคงมองรูปแบบได้ว่า ก็คงไม่ต่างจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วมั้งครับ ที่วันว. เวลา น. รวมพล ฟังคำกล่าวเปิดงาน(ด้วยเนื้อหาที่เหมือนเดิม)ปล่อยขบวน ปั่นวนๆตามเส้นทางที่กำหนด ถึงเวลากลับไปที่จุดนัดหมาย รวมพล ฟังสรุป รับของที่ระลึก แยกย้ายกันกลับ...ปีหน้าพบกันใหม่
ผมว่าคำถามน่าจะเปลี่ยนเป็น...จะร่วมกันทำอะไรหลังวัน Car Free Day ในปีนี้ ? ให้เป็นกระแสทั่วทั้งประเทศโดยถือเอาเหตุการณ์อุบัติเหตุสดๆร้อนๆที่สุพรรณ(เมืองบรรหารที่เพิ่งจะฉลองวันเกิด80 ปีไปเมื่อวันวาน) มาร่วมกันตั้งประเด็นรณรงค์ในขอบเขตทั่วประเทศรายล้อมเนื้อหาหลักที่
...ถนนต้องเป็นที่ปลอดภัยสำหรับผู้สัญจรไปมาทุกคนไม่ว่าจะเดิน หรือใช้ยวดยานพาหนะแบบไหน ...
ผมคิดเล่นๆของผมคนเดียวนะครับที่จะเสนอต่อทุกกลุ่ม ชมรม สโมสร ฯลฯ เช่นเดียวกับที่เคยเสนอไว้ผ่านเว็บนี้เมื่อประมาณ 10 ปีล่วงแล้วว่า...หยุดกิจกรรมจักรยานเชิงแข่งขันสัก 1 ปี ดีไหม... แล้วเปลี่ยนมาเป็นพลังร่วมกันทั้งหมดในการเรียกร้อง เคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมซึ่งได้จากการกำหนดมาตรการร่วมกัน ด้วยหลักการCritical Mass (ที่ปัจจุบัน ผมเพิ่งได้ยินคำถอดความจากท่านสว.รสนา ว่า...มวลวิกฤติ...) มีจังหวัดเหย้า จังหวัดเยือน ไม่ต่างอะไรกับการที่ทุกท่านสละเวลาเดินทางไปร่วมกิจกรรมการแข่งขัน/สันทนาการแบบที่จัดๆกันอยู่ทั่วไปทั่วประเทศ แต่ครั้งนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิงในเนื้อหาที่...การเดินทางของพวกเราๆท่านๆครั้งนี้..เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม..
ผมเชื่อว่าหากผ่านการบริหารจัดการที่ดี การวางแผนจังหวะก้าวที่ดี ด้วยความสามัคคีของหมู่เหล่า ต้องบังเกิดผลแน่นอนครับ
ไม่มีทางที่...การเคลื่อนไหวเช่นที่ว่านี้จะมาจาก..ผู้ที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการดำเนินชีวิตซึ่งยังไม่เข้าใจวิถีที่แตกต่างของการใช้ถนนร่วมกันกับคนอื่นอย่างยั่งยืน
ไม่มีทางที่...จะมาจากคนเดินถนนตามบาทวิถีที่จะร่วมกันลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิอันพึงมีนั้นเพราะ..กระจัดกระจายกันจนยากแก่การจัดตั้ง เคลื่อนไหว
ไม่มีทางที่...จะมาจากนักการเมืองฟากใดๆ และระดับใดๆในบ้านเมืองของเรา เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาพึงมีพึงได้ มิหนำซ้ำการเคลื่อนไหวแบบนี้อาจกระเทือนต่อผลประโยชน์ของพวกเขาเหล่านั้นในอีกทางหนึ่ง
แล้วคนกลุ่มไหนล่ะครับที่เข้าข่ายเช่นว่านั้นที่จะมีพลังมากพอที่หมุนกงล้อนี้เคลื่อนไปข้างหน้าได้...
ผมขอนำประโยคสุดท้ายที่ผมเขียนไว้ในกระทู้..เหตุเกิดที่สุพรรณ..มาลงไว้อีกครั้งหนึ่ง
ถึงเวลาที่จะร่วมกัน นับหนึ่ง แล้วหรือยัง !!!
- เฮียฮ้อ36
- ขาประจำ
- โพสต์: 7837
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2012, 12:18
- Tel: 0818054483
- team: ผ่าหวาย
- Bike: ผ่าหวาย
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
สวัสดีครับ
ผมว่าเจ้าเมือง กทม. ก็ริเริ่มเลนส์จักรยานแล้ว ทำได้แค่ช่องเล็ก
ส่วนจะชวนไปยืนหนังสือที่สภา. ผมเห็นด้วยจริงๆ แต่นายทุนจัดงานนี้ไม่ใช่รัฐ หรือ
ในเมืองทำได้ยาก. 1.ทีดินแพง. 2.ภาษีจักรยานน้อยกว่ารถยนต์รัฐไม่สนใจหรอก
3.เมืองไทยไม่มีอุตสาหกรรมผลิตจักรยานเลย นำเข้าถูกกว่า 4.เรื่องเยอะ
ผมว่าคิดว่าถ้าจักรยานดีๆ มีราคาถูกลง ถ้าเริ่มหมื่นกว่าคนไปซื้อมอเตอร์ไซด์กันหมด
จุดเริ่มขี่จักรยานยังไม่มีการคุมครองเรืองความปลอดภัย ผมว่ามีแต่บุคคลที่ไม่มีทางเลือก
ใช้จักรยานสำหรับเดินทาง. ผมว่างานคาร์ฟรีรวมแล้วได้5000คน จากคนกทม.10กว่าล้าน
แถมคนใช้จักรยานเดินทางประจำวันทุกวัน ถึงสัก2000คนไหมในกทม. แต่ด้วยเหตุประการใดก็ตาม
ช่วยออกกฏหมายเพื่อคุมครองผู้ใช้จักรยาน
https://www.facebook.com/Audaxtraining
ชีวิตยืนยาว ต้องปั่นทางไกล
ทริปชวนปั่น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=505078
ชีวิตยืนยาว ต้องปั่นทางไกล
ทริปชวนปั่น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=505078
-
สุวณัฐ เอี่ยมหิรัญ
- ขาประจำ
- โพสต์: 374
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 พ.ค. 2011, 14:49
- Tel: 081-5668810
- team: ทีม โค้ชเงาะราชบุรี
- Bike: เสือภูเขา รถพับ เสือหมอบ
- ติดต่อ:
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
คราวนี้ต้องให้มีน้ำหนักของการไปเรียกร้อง ไม่ใช้เหมือนทุกครั่ง รวมตัวกันจุดนั่นจุดนี้ แล้วปั่นไปปั่นมาแล้วแยกย้ายกัน เบื่อเเล้วกับการออกสื่อว่ามีจักรยานมาเยอะ มีภาพผู้ว่ามาเปิดพิธีพูด บราๆๆๆ ว่าจะทำโน้นนี้นั่น แล้ววันต่อมาก็เงียบ ผมอยากเห็นเลนจักรยานที่ไม่มีรถมาจอดถับ ผู้ว่ายังให้เจ้าหน้าที่มาเก็บเงินค่าจอดรถบนเลนจักรยานถนนพระอาทิตย์เลยคันละยี่สิบ จอทับเลนจักรยาน ได้ตั่งแต่ 9.00-16.00 น แล้วจะทำทางจักรยานทำไมเนี่ย
-
สุวณัฐ เอี่ยมหิรัญ
- ขาประจำ
- โพสต์: 374
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 พ.ค. 2011, 14:49
- Tel: 081-5668810
- team: ทีม โค้ชเงาะราชบุรี
- Bike: เสือภูเขา รถพับ เสือหมอบ
- ติดต่อ:
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ปั่นไปบ้านนายกดีกว่าแล้วชวนลูกเค้ามาปั่นจักรยานกัน ได้ผลแน่ 55 (โหมดประชด) ขอโทษครับ mod
-
CHAMELEON
- ขาประจำ
- โพสต์: 264
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ส.ค. 2010, 11:09
- Tel: 0860936646
- team: PRY Friend 2011
- Bike: MIYATA Seven10
- ติดต่อ:
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ผมเชียร์ใ้ห้ผู้จัดงานเพิ่มกิจกรรมนี้ คือจัดขบวนจักรยานรวมตัวกันไปยื่นหนังสือพร้อมเข้าชื่อเรียกร้องต่อปธ สภาผู้แทนราษฏร ส.ว ส.ส ที่หน้ารัฐสภา รวมทั้งทำเนียบรัฐบาลให้เห็นแก่ความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยานบนถนน ควรทำทุกปี หรือเพิ่มเป็นวันพิเศษต่างหากจากคาร์ฟรีเดย์ จะเป็น accident-free day ไปเลยก็ดี (แบบถนนสีขาวแต่เน้นความปลอดภัยจักรยาน) มีการรณรงค์ให้ชาวจักรยานต้องป้องกันตนเองก่อนด้วยอันดับแรก
ส่วนการรณรงค์ให้คน(ที่ยังไม่มีรถขับและเบื่อใช้รถสาธารณะ) หันมาใช้จักรยาน อันนี้ผมว่าประสบความสำเร็จพอควร ใช้ได้ครับ มีคนใช้รถ กล้าปั่นบนถนนมากขึ้น
ทีนี้เมื่อปั่นกันมากขึ้น แต่หาความปลอดภัยไม่ได้เพราะการรณรงค์ให้คนจอดรถไว้ที่บ้านแล้วปั่นจักรยานมาทำงาน มันไม่สัมฤทธิ์ผล สิ่งที่ตามมาคือ คนปั่นจักรยานหาความปลอดภัยได้ยาก เมื่อประสบอุบัติเหตุก็เคว้งคว้าง ตัวคนเดียว เจ็บก็เจ็บ ตายก็ตาย สู้คดีเรียกร้องเงินเท่าขนหน้าแข้งก็นานหลายปี โดนเอารัดเอาเปรียบ จะไปปรึกษาใครก็ลำบาก
ผมว่าถึงเวลาแล้วนะที่เราจะทำอะไรสักอย่าง กลุ่ม ชมรม สมาคมที่จัดคาร์ฟรีเดย์ทุกปีต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่ หันมาเน้นรวมพลังกันกดดันภาครัฐให้ใส่ใจความปลอดภัย
เลิกแนวคิด ไบค์เลนหรือถนนในฝัน แล้วหันมามองความจริงว่า มันเป็นไปได้ยาก แม้จะสำเร็จ ถึงวันนั้นคนจะไม่ปั่นจักรยานกันแล้วเพราะ กลัวตาย!
สรุป ไบค์เลนในฝันสำเร็จแต่ จักรยานหายไปหมด....
ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรยาก อะไรง่ายกว่ากัน เพราะมันเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีมานาน กับจักรยานที่เพิ่มจะบูมขึ้นมา แต่ต้องมาโคจรบนเส้นทางเดียวกัน แต่แค่ว่า ให้เขารู้ว่า "ถ้าคุณชนจักรยานซักคัน มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่คดีที่คุณจะเป่าให้หายวับ แต่คุณจะต้องสู้กับแนวร่วมของคนที่ใช้จักรยานอีกเรือนแสน"
ให้เขารู้ว่า เมื่อเห็นจักรยานบนถนน ควรจะขับรถทิ้งระยะห่างแค่ไหน ผมรู้ว่าคนมีสมองเขาไม่อยากเฉี่ยวชนจักรยานหรอก เพราะรถใหญ่ยังไงก็ผิด แต่พวกไร้สมองและถูกเสี้ยมสอนแบบผิดๆ ยังมีมาก พวกนี้จะคิดแบบเดียวกับพวกขับรถอีกหลายราย คิดแบบเดียวกับคนขับรถบรรทุกที่เถ้าแก่เสี้ยมสอนคนขับให้ ถ้าเอ็งไปชนรถมอเตอร์ไซค์ ให้เอ็ง "ถอยรถมาทับให้ตายจะได้จ่ายน้อยกว่าพิการ"
....ผมเห็นด้วยกับคุณ Dhandranunda ครับ....
ถ้าจะให้คนมาใช้จักรยานเดินทางบนถนนแต่ได้รับอุบัติเหตุ ต้องเจ็บ,ตายฟรี ใครจะอยากมาปั่นกันละครับ

(จากคำบอกเล่าของ พี่กวิน ชุติมา)ตอนที่ไปยื่นหนังสือพรรคที่เป็นรัฐบาล อาจารย์ธงชัยฟังแล้วเดินหนีออกมาเลย
อาจารย์บอกว่านอกจากเขาจะไม่รับแล้ว เขาบอกว่าต้องรอไปสิบห้าปีโน่น.... ก็ไม่แปลกเขามีนโยบายส่งเสริมการขายการใช้รถยนต์อยู่แล้ว
ส่วนการรณรงค์ให้คน(ที่ยังไม่มีรถขับและเบื่อใช้รถสาธารณะ) หันมาใช้จักรยาน อันนี้ผมว่าประสบความสำเร็จพอควร ใช้ได้ครับ มีคนใช้รถ กล้าปั่นบนถนนมากขึ้น
ทีนี้เมื่อปั่นกันมากขึ้น แต่หาความปลอดภัยไม่ได้เพราะการรณรงค์ให้คนจอดรถไว้ที่บ้านแล้วปั่นจักรยานมาทำงาน มันไม่สัมฤทธิ์ผล สิ่งที่ตามมาคือ คนปั่นจักรยานหาความปลอดภัยได้ยาก เมื่อประสบอุบัติเหตุก็เคว้งคว้าง ตัวคนเดียว เจ็บก็เจ็บ ตายก็ตาย สู้คดีเรียกร้องเงินเท่าขนหน้าแข้งก็นานหลายปี โดนเอารัดเอาเปรียบ จะไปปรึกษาใครก็ลำบาก
ผมว่าถึงเวลาแล้วนะที่เราจะทำอะไรสักอย่าง กลุ่ม ชมรม สมาคมที่จัดคาร์ฟรีเดย์ทุกปีต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่ หันมาเน้นรวมพลังกันกดดันภาครัฐให้ใส่ใจความปลอดภัย
เลิกแนวคิด ไบค์เลนหรือถนนในฝัน แล้วหันมามองความจริงว่า มันเป็นไปได้ยาก แม้จะสำเร็จ ถึงวันนั้นคนจะไม่ปั่นจักรยานกันแล้วเพราะ กลัวตาย!
สรุป ไบค์เลนในฝันสำเร็จแต่ จักรยานหายไปหมด....
ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรยาก อะไรง่ายกว่ากัน เพราะมันเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีมานาน กับจักรยานที่เพิ่มจะบูมขึ้นมา แต่ต้องมาโคจรบนเส้นทางเดียวกัน แต่แค่ว่า ให้เขารู้ว่า "ถ้าคุณชนจักรยานซักคัน มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่คดีที่คุณจะเป่าให้หายวับ แต่คุณจะต้องสู้กับแนวร่วมของคนที่ใช้จักรยานอีกเรือนแสน"
ให้เขารู้ว่า เมื่อเห็นจักรยานบนถนน ควรจะขับรถทิ้งระยะห่างแค่ไหน ผมรู้ว่าคนมีสมองเขาไม่อยากเฉี่ยวชนจักรยานหรอก เพราะรถใหญ่ยังไงก็ผิด แต่พวกไร้สมองและถูกเสี้ยมสอนแบบผิดๆ ยังมีมาก พวกนี้จะคิดแบบเดียวกับพวกขับรถอีกหลายราย คิดแบบเดียวกับคนขับรถบรรทุกที่เถ้าแก่เสี้ยมสอนคนขับให้ ถ้าเอ็งไปชนรถมอเตอร์ไซค์ ให้เอ็ง "ถอยรถมาทับให้ตายจะได้จ่ายน้อยกว่าพิการ"
....ผมเห็นด้วยกับคุณ Dhandranunda ครับ....
ถ้าจะให้คนมาใช้จักรยานเดินทางบนถนนแต่ได้รับอุบัติเหตุ ต้องเจ็บ,ตายฟรี ใครจะอยากมาปั่นกันละครับ

(จากคำบอกเล่าของ พี่กวิน ชุติมา)ตอนที่ไปยื่นหนังสือพรรคที่เป็นรัฐบาล อาจารย์ธงชัยฟังแล้วเดินหนีออกมาเลย
อาจารย์บอกว่านอกจากเขาจะไม่รับแล้ว เขาบอกว่าต้องรอไปสิบห้าปีโน่น.... ก็ไม่แปลกเขามีนโยบายส่งเสริมการขายการใช้รถยนต์อยู่แล้ว
ช่วยกันแนะนำที่จอด..จักรยาน..ตามสถานที่ต่างๆกันหน่อยครับ BIKE PARK
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=355371
Facebook: https://www.facebook.com/sivasin.sk
**ถนนเป็นของเรา..โลกเป็นของเรา..ชีวิตเป็นของเรา..อิสระทุกๆการเดินทางครับ**
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=355371
Facebook: https://www.facebook.com/sivasin.sk
**ถนนเป็นของเรา..โลกเป็นของเรา..ชีวิตเป็นของเรา..อิสระทุกๆการเดินทางครับ**
-
ตะเกียง
- สมาชิก
- โพสต์: 62
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2012, 12:00
- Tel: 0891800305
- team: ไม่มี ใครชวนก็ไป
- Bike: trek 4500
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ถ้าพวกเรารวมพลังกันได้เยอะๆ เหนียวแน่น และมีหลักการที่สามารถทำได้จริงๆ ผมว่ามีลุ้นนะคับ...

ปาฎิหารณ์ไม่มีจริง ถ้าเราไม่สร้างมันขึ้นมา
-
JaMajam
- ขาประจำ
- โพสต์: 699
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2010, 16:22
- Tel: 08-9123-4xxx
- team: อกาลิโก
- Bike: Giant HL7400 ; Royal BUGATTI; The Frog;Turbo24"
- ตำแหน่ง: วัชรพล
- ติดต่อ:
Re: จะทำอะไรในวัน Car Free Day ปีนี้ดี
ผมร่วมด้วยอีกแรง ครับ
"จักรยาน ช่วยซับเหงื่อโลก"
รสนิยม ชอบ รถเก่ามันเก๋าดี
คำพูดสำคัญ แต่ การกระทำสำคัญกว่า
การเมือง ศาสนา และรสนิยม งดแสดงความคิดเห็น
รสนิยม ชอบ รถเก่ามันเก๋าดี
คำพูดสำคัญ แต่ การกระทำสำคัญกว่า
การเมือง ศาสนา และรสนิยม งดแสดงความคิดเห็น