คิดอย่างผม หรือคิดอย่างคุณ ยังไงก็ไม่มีใครยอมรับอะไรไปในทางเดียวกัน 100% อยู่แล้วnuitsm เขียน:ถ้าสะพานลอยข้ามแยก ผมไม่ขึ้นครับ มันอันตรายมาก ถ้าสะพานข้ามแม่น้ำ ก็จะปั่นบนทางเท้า
ผมขี่จักรยานข้ามถนน ผมก็ขี่ตรงทางม้าลาย หรือยกขึ้นสะพานลอยคนข้ามในกรณีที่เป็นถนนสี่เลนขึ้นไป
ถ้าถนนเล็กๆ รอดูจังหวะว่างก็ขี่ข้าม
เราใช้ทางร่วมกัน บางครั้งก็ควรปฏิบัติตามกฎเดียวกัน ไม่ใช่ว่า เราเป็นจักรยาน จะต้องมีสิทธิพิเศษกว่ารถอื่นๆ
เพียงแต่ ตำรวจ เค้าไม่ จับ เท่านั้นเองเวลาเค้าเห็น แต่ถ้าจักรยานยนต์ บางที ก็โดนจับได้
วันหนึ่งถ้าตำรวจเอาจริง จับจักรยาน ก็อย่าโวยวายกันนะครับ ถ้าพวกเราไม่ปฏิบัติตามกฎกัน
ปกติเค้าไม่ค่อยมายุ่งกับคนขี่จักรยานอยู่แล้วยกเว้นในบางกรณีที่เค้าเห็นว่ามันอาจจะอันตราย
เรื่องตำรวจใช้ ว. ชี้ จะให้เขาทำอย่างไรครับถ้าเขาต้องการเตือนเรา วิ่งมาบอกเราเหรอ หรือว่าตะโกนเรียก
ใจเขาใจเราครับ ตำรวจยืนตากแดดตากฝนตรงนั้นทุกวันๆละไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง ทั้งไอเสียรถ
ทั้งเสียงรถ ทั้งเสียงวิทยุจากแยกต่างๆและสน. บางเรื่องอย่าไปซีเรียสกับมันเลยครับ
คิดอย่างคุณ คนถึงอคติกับคนใช้จักรยานไงครับ . . . . . . . . . คุณจะขี่บนสะพานก็เรื่องของคุณ ผมพูดถึงการปฏิบัติส่วนใหญ่
ที่แต่คน จะคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ผมไม่ได้พูดว่าผิดเรื่องอะไร ซึ่งอ่านดูก็น่าจะรู้ว่าผมหมายถึงคนทำผิด
ส่วนคุณจะปั่นจักรยานแล้วถึงที่ทำงานก่อนคนอื่น มันก็เรื่องของคุณ แล้วคุณรู้เหรอว่าการที่ตำรวจใช้ ว ชี้หน้า
เค้าทำโดยใช้อารมณ์ ถ้าคิดว่าไม่มีใครใช้ให้มาเป็นตำรวจ ผมก็อยากบอกว่า ก็ไม่มีใครใช้ให้คุณขี่จักรยานไปทำงานนี่ครับ
คุณเลือกเอง และเมื่อคุณเลือก คุณก็ต้องยอมรับหลายๆอย่างในสังคมนี้ได้ และก็ยอมรับคำวิพากษ์จากคนใช้ถนนอื่นๆด้วยเช่นกัน
คุณไปถามคนที่รถติดบนสะพานลอยซัก 100 คนก็ได้ ว่าเวลาเค้าเห็นจักรยานปั่นขึ้นสะพานลอย แล้วเค้าคิดยังไง
ใช่ เค้าอาจจะบอกว่า เออ สะดวกดีเนอะ ไม่ต้องกลัวรถติด แต่เชื่อว่า อีกใจหนึ่ง เค้าก็ต้องคิด บนนี้อันตราย ขึ้นมาได้ไง
คุณอยากจะแสดงความเห็น ก็เป็นสิทธิ์ของคุณที่อยากแสดงความเห็น แต่อย่าลืมว่าคุณไม่ได้อยู่ในเหตุการหรือสถานการณ์นั้นๆ
ที่คุณบอกว่า
"ถ้าสะพานลอยข้ามแยก ผมไม่ขึ้นครับ มันอันตรายมาก ถ้าสะพานข้ามแม่น้ำ ก็จะปั่นบนทางเท้า
ผมขี่จักรยานข้ามถนน ผมก็ขี่ตรงทางม้าลาย หรือยกขึ้นสะพานลอยคนข้ามในกรณีที่เป็นถนนสี่เลนขึ้นไป
ถ้าถนนเล็กๆ รอดูจังหวะว่างก็ขี่ข้าม"
อันตรายของคุณกับของผม ก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นถนที่โล่งๆ รถวิ่งเร็ว ก้ว่าไปอย่าง แต่นี่รถติดจนจักรยานขี่แซงได้ อันตรายตรงไหน
ถ้าอย่างนั้นห้ามขี่มอเตอร์ไซด์ด้วยเลย อันตาย มีแค่ 2 ล้อ เด๋วล้ม
เรื่องนี้ยังไม่สำคัญเท่ากับ ไม่มีป้ายห้ามขึ้น หากมีป้ายห้าม ผมก็ไม่ขึ้นแน่นอน เรื่องทางม้าลายอะไร ไม่เกี่ยวเลย ยกรถข้ามสะพาน ผมก็ยกทุกวัน
ถนนเล็กๆ รอดูจังหวะข้าม จะเล็กหรือใหญ่ก็ต้องดูจังหวะทั้งนั้น ใครจะนึกอยากเลี้ยวก็เลี้ยวล่ะครับ
"เราใช้ทางร่วมกัน บางครั้งก็ควรปฏิบัติตามกฎเดียวกัน ไม่ใช่ว่า เราเป็นจักรยาน จะต้องมีสิทธิพิเศษกว่ารถอื่นๆ
เพียงแต่ ตำรวจ เค้าไม่ จับ เท่านั้นเองเวลาเค้าเห็น แต่ถ้าจักรยานยนต์ บางที ก็โดนจับได้"
ผมก็ปฏิบัติตามกฏ แต่ที่ไม่พอใจเพราะตำรวจไม่ให้ขึ้นสะพาน ทั้งที่ถามว่าเพราะอะไรแต่ไม่ตอบ
ถึงจะอยู่ที่ดุลพินิจของตำรวจก็ตามแต่ แต่ถ้าถูกถาม ก็ควรจะมีเหตุผลให้ ถูกมั้ยครับ
สิทธิ์พิเศษก็ไม่ได้ต้องการ ถ้าเขาจะจับ ผมก็ไม่ว่าอะไร ผิดอะไรจะได้รู้
"วันหนึ่งถ้าตำรวจเอาจริง จับจักรยาน ก็อย่าโวยวายกันนะครับ ถ้าพวกเราไม่ปฏิบัติตามกฎกัน
ปกติเค้าไม่ค่อยมายุ่งกับคนขี่จักรยานอยู่แล้วยกเว้นในบางกรณีที่เค้าเห็นว่ามันอาจจะอันตราย.
ขอให้เอาจริงทุกวันเลย ผมต้องการ เพราะขาดความเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฏหมาย บ้านเมืองมันถึงเละเทะอย่างทุกวันนี้ พอจะจับก็เส้นใหญ่
ถ้าผิดผมไม่โวยอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ผิดใครจะยอมรับ หากกรณีที่ห้ามขึ้นเพราะกลัวอันตรายก็บอกสิ แต่นี่ถามแล้วไม่ตอบ เหมือนกับว่า บอกให้ทำก็ทำ อย่าสงสัย
"เรื่องตำรวจใช้ ว. ชี้ จะให้เขาทำอย่างไรครับถ้าเขาต้องการเตือนเรา วิ่งมาบอกเราเหรอ หรือว่าตะโกนเรียก
ใจเขาใจเราครับ ตำรวจยืนตากแดดตากฝนตรงนั้นทุกวันๆละไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง ทั้งไอเสียรถ
ทั้งเสียงรถ ทั้งเสียงวิทยุจากแยกต่างๆและสน. บางเรื่องอย่าไปซีเรียสกับมันเลยครับ
ใช้ ว.ชี้หน้า คุณชอบหรอเวลามีคนชี้หน้า คุณถามว่าจะให้เขาทำอย่างไร เรื่องง่ายๆ แค่นี้ถ้าเขาคิดไม่ได้ จะมาควบคุมการจราจรซึ่งเป็นเรื่องยากกว่านั้นมากมายได้ยังไง
"คิดอย่างคุณ คนถึงอคติกับคนใช้จักรยานไงครับ . . . . . . . . . คุณจะขี่บนสะพานก็เรื่องของคุณ ผมพูดถึงการปฏิบัติส่วนใหญ่
ที่แต่คน จะคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ผมไม่ได้พูดว่าผิดเรื่องอะไร ซึ่งอ่านดูก็น่าจะรู้ว่าผมหมายถึงคนทำผิด
ส่วนคุณจะปั่นจักรยานแล้วถึงที่ทำงานก่อนคนอื่น มันก็เรื่องของคุณ แล้วคุณรู้เหรอว่าการที่ตำรวจใช้ ว ชี้หน้า
เค้าทำโดยใช้อารมณ์ ถ้าคิดว่าไม่มีใครใช้ให้มาเป็นตำรวจ ผมก็อยากบอกว่า ก็ไม่มีใครใช้ให้คุณขี่จักรยานไปทำงานนี่ครับ
คุณเลือกเอง และเมื่อคุณเลือก คุณก็ต้องยอมรับหลายๆอย่างในสังคมนี้ได้ และก็ยอมรับคำวิพากษ์จากคนใช้ถนนอื่นๆด้วยเช่นกัน
คุณไปถามคนที่รถติดบนสะพานลอยซัก 100 คนก็ได้ ว่าเวลาเค้าเห็นจักรยานปั่นขึ้นสะพานลอย แล้วเค้าคิดยังไง
ใช่ เค้าอาจจะบอกว่า เออ สะดวกดีเนอะ ไม่ต้องกลัวรถติด แต่เชื่อว่า อีกใจหนึ่ง เค้าก็ต้องคิด บนนี้อันตราย ขึ้นมาได้ไง"
คิดอย่างผม เกี่ยวอะไรกับคนอื่นจะมาอคติกับจักรยาน เรื่องขี่บนสะพานหรือล่างสะพานมันอยู่ที่กฏหมายห้ามหรือไม่
ความปลอดภัยทุกคนก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองทั้งนั้นอยู่แล้ว ผมก็ไม่รู้คุณพูดว่าใครอะไรผิดยังไง แต่ผมอ่านที่คุณพิมพ์แล้ว
ประเด็นส่วนใหญ่มันไม่เกี่ยวกับที่คุณพิมพ์เลย ก็แค่ถามว่าขึ้นสะพานได้มั้ย ทำไมถึงไม่ให้ขึ้น ประมาณนั้นเอง
เรื่องปั่นจักรยานถึงก่อนหรือหลัง แค่จะเปรียบเทียบให้เห็นเรื่องรถติด ไม่ได้จะคุยโม้โอ้อวดอะไร อ่านให้เข้าใจด้วย
ผมก็ไม่ได้บอกว่าเขาใช้ ว. ชี้หน้าด้วยอารมณ์ ผมแค่บอกว่าไม่ชอบที่เขาใช้ ว. ชี้หน้า เรื่องอารมณ์คุณเองนั่นแหละเป็นคนพูด ว่าเขายืนตากแดดวันละ 4-5 ชั่วโมงอะไรนั้น
ผมเลยบอกว่า ถ้าหากเอาอารมณ์มาอ้าง ก็ไม่ได้มีใครบังคับให้มาเป็นตำรวจ ผมไม่ได้ดูถูกใครหรืออาชีพอะไรทั้งสิ้น
แต่ถ้าคุณทำงานเหนื่อย ร้อน ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ที่คุณต้องทำ แล้วคุณไปใช้อารมณ์กับคนอื่น อาจจะเพื่อนร่วมงาน หรือลูกนอง ก็แล้วแต่ มันใช่เรื่องที่ถูกหรือ??
ผมน่ะยอมรับได้อยู่แล้วเรื่องความแตกต่างในสังคม มันถึงต้องมีกฏ กติกา ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างปกติ การวิพากวิจารณ์เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้
หากจะถามคนที่รถติดบนสะพานเรื่องจักรยานขึ้นสะพาน ว่ามันปลอดภัยหรือไม่ มันคงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่รู้จะถามไปทำไม
ผมคงจะแลกเปลี่ยนกับคุณแค่นี้แล้วนะครับ หากยังสงสัยอะไร ลองอ่านซ้ำๆ อีกซัก 2 รอบ
หากยังไม่เข้าใจ หลังไมค์มาถามได้ครับ ยินดีครับ