ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
ne02525
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 100
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2012, 14:01
Tel: 0844465599
team: ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก้อหยุด
Bike: 3ล้อถีบ

ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย ne02525 »

ผมใช้ใบ Q rings 53/38 BCD 110 อยากทราบว่า ทำไมพอเวลาเซ็ตรถเรียบร้อย ปั่นๆไปซัก 4-5 วัน
ทำไมพอจะเปลี่ยน ขึ้นจานใหญ่ มันไม่ค่อยขึ้นอะครับ ต้องมาเซ็ตเกือบทุกๆสัปดาห์ ครับ
ผมใช้สับจานหน้า Ultraga ครับ
รบกวนพี่ๆหน่อยนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
B@dboy
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:24
team: Smartbikes
Bike: Road - Allez Race , Lynskey , MTB - wahoo 29er , CX - กาแฟดำ

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย B@dboy »

ผมก็ใช้ครับแต่เป็น52/36 สับจานหน้าอัลติก้าเหมือนกันก็ปกติดีนะครับ... :)
น่าจะเป็นกับการตั้งระยะความสูงของสับจาน ที่อาจไม่พอดีกับแนวโค้งของใบRotorครับ...
เพราะของผมมันขึ้นลงง่ายมากๆ... :D
หาร้านประกอบหรือโมดิฟาย...แก้ปัญหาใส่จานเบี้ยวไม่จบ...
แนะนำร้าน ยอร์ชไบร์ เลยครับ...^^
https://www.facebook.com/pages/Yacht-Bi ... 6293913669
http://www.facebook.com/surakit.padungtaksin
zzzz
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2011, 08:36
Tel: 0814239028
team: ลูกยังเล็ก เวลาไม่แน่นอน เลยแปะๆดูดๆชาวโลกเขาไปเรื่อยๆ ไม่มั่ว แต่ ทั่วถึง.555
Bike: หมอบ/TT คันหญายๆๆๆๆ + มินิ คันเล็กๆๆๆๆๆ
ติดต่อ:

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย zzzz »

ส่วนมากเป็นที่เกียรไหนครับ... :?

เจ้าจานเบี้ยวๆเนีย ที่เจอมา บางทีสั่งให้ออกงาน มันก็ดื้อไม่ยอมออกงาน...มีบ้างตามประสา
ยิ่งกับรถที่ใช้กระโหลกกว้างๆด้วย อันนี้ยิ่งไม่ยอมออกงานไปใหญ่ :lol: :lol: :lol:
โดยเฉพาะจากจานเล็ก ไปจานใหญ่ และใช้เฟืองหลังใบใหญ่
เช่นอยู่ 1-3 จะขึ้นเป็น 2-3 บางทีมันก็ไม่ยอมไป
เนื่องจากโซ่ที่มันเยื้องในอยู่

ถ้าเป็นที่เกีนรต่ำก็เข้าข่ายนี้
ทางแก้ที่ทำอยู่
1.ปรับการใช้เกียร ใส่จานสองที่ความเร็วสูงกว่าเดิม เช่น 1-4 เป็น 2-4 และ เปลี่ยนที่รอบขาสูงกว่าเดิม ... อันนี้เห็นผลมาก
2.คลาย Hi สับจานออกอีกหน่อย หน่อยเดียวนะ ไม่งั้นมีโอกาศโซ่ตกนอกที่ 2-8/ 2-9 ได้ง่ายๆ
3.และเวลาตบ ตบค้างให้นานอีกนิด...

ถ้ามีทางอื่นๆช่วยกันแนะนำเพิ่มด้วยนะครับ... :oops:
จักกะยาระนัง ปะระมัง สุขขัง.
จานไข่ Dr.Egg http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=515279
Dr.EGG Facebook : http://www.facebook.com/DrEGG.DrivEmotion
ผม Dr.Egg ครับ อยู่บางแสน ติดต่อได้เวลาราชการ
หลังเวลาราชการ ขอเวลาเลี้ยงลูกนะครับ...
พี่น้องงงงง......
รูปประจำตัวสมาชิก
haow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1007
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 01:28
team: antifire
Bike: TREK 830,INTENSE spider, SEVEN sola ,TREK 9.9, PARLEE Z5, INTENSE M6, dahon MUP8,TREK navigater,Bianchi,cervelo R5 DI2,DEROSA TEAM 09,CIPOLLINI RB1000,ARGON18 E118 DI2,Tyrell FSX

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย haow »

ผ่อนแรงป่ัน อย่าออกแรง แค่ควงขาตามรอบไป ลองดูครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
jongjeep.mtb
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 565
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ค. 2010, 21:19
Tel: 0838098316.....
team: RAMA 2..
Bike: wheeler pro69>Specialized S-WORKS Tarmac SL3>Bianchi 928 sl iasp>GIANT tcr advanced sl isp>SantacruZ stigmata

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย jongjeep.mtb »

ผมใช้สับจาน105ยังไม่เคยมีปัญหาในการขึ้น-ลงเลยครับ

น่าจะอยู่ที่การตั้งสับจานลองหาช่างที่เซ็ตสับจานกับโรเตอร์เก่งๆน่าจะหายครับ

ช่วงการขึ้นจานใหญ่ลองผ่อนแรงขานิดนึงอาจจะดีขึ้น.....ลองดูครับ :ugeek:
less is more...
ne02525
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 100
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2012, 14:01
Tel: 0844465599
team: ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก้อหยุด
Bike: 3ล้อถีบ

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย ne02525 »

B@dboy เขียน:ผมก็ใช้ครับแต่เป็น52/36 สับจานหน้าอัลติก้าเหมือนกันก็ปกติดีนะครับ... :)
น่าจะเป็นกับการตั้งระยะความสูงของสับจาน ที่อาจไม่พอดีกับแนวโค้งของใบRotorครับ...
เพราะของผมมันขึ้นลงง่ายมากๆ... :D


อีกนิดนะครับ ช่วงห่างระหว่าง สับจาน กะช่วงสูงสุดของใบ จะเซ็ตห่างประมาณกี่มิลครับ
ne02525
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 100
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2012, 14:01
Tel: 0844465599
team: ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก้อหยุด
Bike: 3ล้อถีบ

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย ne02525 »

zzzz เขียน:ส่วนมากเป็นที่เกียรไหนครับ... :?

เจ้าจานเบี้ยวๆเนีย ที่เจอมา บางทีสั่งให้ออกงาน มันก็ดื้อไม่ยอมออกงาน...มีบ้างตามประสา
ยิ่งกับรถที่ใช้กระโหลกกว้างๆด้วย อันนี้ยิ่งไม่ยอมออกงานไปใหญ่ :lol: :lol: :lol:
โดยเฉพาะจากจานเล็ก ไปจานใหญ่ และใช้เฟืองหลังใบใหญ่
เช่นอยู่ 1-3 จะขึ้นเป็น 2-3 บางทีมันก็ไม่ยอมไป
เนื่องจากโซ่ที่มันเยื้องในอยู่

ถ้าเป็นที่เกีนรต่ำก็เข้าข่ายนี้
ทางแก้ที่ทำอยู่
1.ปรับการใช้เกียร ใส่จานสองที่ความเร็วสูงกว่าเดิม เช่น 1-4 เป็น 2-4 และ เปลี่ยนที่รอบขาสูงกว่าเดิม ... อันนี้เห็นผลมาก
2.คลาย Hi สับจานออกอีกหน่อย หน่อยเดียวนะ ไม่งั้นมีโอกาศโซ่ตกนอกที่ 2-8/ 2-9 ได้ง่ายๆ
3.และเวลาตบ ตบค้างให้นานอีกนิด...

ถ้ามีทางอื่นๆช่วยกันแนะนำเพิ่มด้วยนะครับ... :oops:

ขอบคุณ พอจะแนะช่วงห่างจากสับจาน กับใบหน่อบได้้ป่าวครับผม
zzzz
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2011, 08:36
Tel: 0814239028
team: ลูกยังเล็ก เวลาไม่แน่นอน เลยแปะๆดูดๆชาวโลกเขาไปเรื่อยๆ ไม่มั่ว แต่ ทั่วถึง.555
Bike: หมอบ/TT คันหญายๆๆๆๆ + มินิ คันเล็กๆๆๆๆๆ
ติดต่อ:

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย zzzz »

ใบ rotor ไม่แน่ใจครับ
แต่กะจานไข่ ผมตั้งกันที่ 1-2 มิล...จากยอดฟันสูงสุดครับ
ขึ้นอยู่กับ Chain line เดิมๆ

หลักๆทีปีนไม่ขึ้น หรือ ตบแล้วดื้อ
มันเกิดจากลักษณะทางกายภาพของมันที่ต่างจากใบกลมครับ
ดังนั้น ถ้าอยากจะใช้มัน ก็ต้องปรับหาวิธีใช้ครับ เพราะข้อจำกัดมันมากกว่าเดิม
การลดแรงตึงโซ่เนี่ยเป็นตัวหลักที่ทำให้มันขึ้นได้ง่ายขึ้นมาก
ลดได้โดย การเพิ่มรอบขา ที่ความเร็วเท่าเดิมครับ
จานไข่ ยิ่งควง ยิ่งเชื่องมือครับ :lol: :lol: :lol:
จักกะยาระนัง ปะระมัง สุขขัง.
จานไข่ Dr.Egg http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=515279
Dr.EGG Facebook : http://www.facebook.com/DrEGG.DrivEmotion
ผม Dr.Egg ครับ อยู่บางแสน ติดต่อได้เวลาราชการ
หลังเวลาราชการ ขอเวลาเลี้ยงลูกนะครับ...
พี่น้องงงงง......
ne02525
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 100
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2012, 14:01
Tel: 0844465599
team: ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก้อหยุด
Bike: 3ล้อถีบ

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย ne02525 »

zzzz เขียน:ใบ rotor ไม่แน่ใจครับ
แต่กะจานไข่ ผมตั้งกันที่ 1-2 มิล...จากยอดฟันสูงสุดครับ
ขึ้นอยู่กับ Chain line เดิมๆ

หลักๆทีปีนไม่ขึ้น หรือ ตบแล้วดื้อ
มันเกิดจากลักษณะทางกายภาพของมันที่ต่างจากใบกลมครับ
ดังนั้น ถ้าอยากจะใช้มัน ก็ต้องปรับหาวิธีใช้ครับ เพราะข้อจำกัดมันมากกว่าเดิม
การลดแรงตึงโซ่เนี่ยเป็นตัวหลักที่ทำให้มันขึ้นได้ง่ายขึ้นมาก
ลดได้โดย การเพิ่มรอบขา ที่ความเร็วเท่าเดิมครับ
จานไข่ ยิ่งควง ยิ่งเชื่องมือครับ :lol: :lol: :lol:

ขอบคุณครับ คุณพี่เดี๋ยวต้องลอง ปรับดูละครับผม
ปัญหาอันยาวนานจะได้หายไปซะที ขอบคุณครับ
Pigman
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 409
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ย. 2009, 07:35
Bike: Cervelo R5 Cervelo P5 Bianchi Impulso Retired: Cervelo R5 VWD LTD Cervelo S1 Cervelo R3 Bianchi 928 Trek 1.9
ติดต่อ:

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย Pigman »

ประสพการณ์ของผมเองนะครับ จังหวะเปลี่ยนจานหน้าต้องควงขาช้าลงครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย lucifer »

ne02525 เขียน:ผมใช้ใบ Q rings 53/38 BCD 110 อยากทราบว่า ทำไมพอเวลาเซ็ตรถเรียบร้อย ปั่นๆไปซัก 4-5 วัน
ทำไมพอจะเปลี่ยน ขึ้นจานใหญ่ มันไม่ค่อยขึ้นอะครับ ต้องมาเซ็ตเกือบทุกๆสัปดาห์ ครับ
ผมใช้สับจานหน้า Ultraga ครับ
รบกวนพี่ๆหน่อยนะครับ
เพิ่งรู้ว่ามี combination นี้มาให้ใช้กันแล้ว ในเวปก็เพิ่งจะมีให้เห็น :mrgreen:

เรื่องของการเปลี่ยนเกียร์ในส่วนของสับจานหน้านี้ ต้องบอกก่อนเลยว่ามันมีปัจจัยมาเกี่ยวข้องเยอะมาก
เอาว่าตามประสพการณ์ที่ผมใช้ Rotor มาเกือบจะครบปีแล้ว ติดตั้ง setup กับจักรยานมา 5 คัน ก็ได้ความรู้เป็นประสพการณ์มาอย่างต่อเนื่องในหลายๆจุดที่พอจะแบ่งปันเพื่อนๆกันได้ ร่วมกับประสพการณ์ของเพื่อนๆหลายๆคน และคนที่มีความรู้แบ่งปันให้ผมมาอีกทีหนึ่ง ก็จะสรุปปัญหาให้ได้ดังนี้

1. สับจาน : SRAM Red ปีก่อนมีปัญหาเรื่องสับจานอ่อนไป ผลักขึ้นดันลงได้ไม่ประทับใจ ส่วนของปีใหม่ท่านว่าดีขึ้น แต่ส่วนตัวผมไม่มีประสพการณ์ , ส่วนผลิตภัณฑ์ของ Shimano ไม่ว่าจะเป็น FD-7800 , FD-6700 , FD-5700 ซึ่งก็คือ Dura-Ace รุ่นไม่ซ่อนสาย , Ultegra และ 105 รุ่นปัจจุบัน สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี และสามารถปรับแต่งได้จนลงตัว

2. combination ของใบจาน โดยส่วนตัวพบว่า Front difference ของใบจาน ( ฟันของจานใหญ่ - ฟันของจานเล็ก ) ที่ง่ายต่อการเซทอัพก็คือ 14T (ตามมาตรฐานเดิมของShimano รุ่นก่อนๆ ที่สับจานยุคนั้นสามารถทำได้) เช่น 53T-39T , 50T-36T , แต่จะเริ่มจุกจิก ยึกยักเล็กน้อยกับรุ่นที่ Front difference ที่มากกกว่า 14 T เช่น 52T-36T , 50T-34T

3. การ setup สับจานเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ พยายามลบประสพการณ์จากจานกลมมาตรฐานของshimano ออกไปจากความทรงจำก่อน ไม่เช่นนั้นจะสับสน

3.1 ความสูงของใบจาน พบว่าความสูงที่เหมาะสมที่สุด คือ เมื่อ Q-Ring หมุนมาที่เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุด ระยะห่างระหว่างยอดใบจานกับขอบของสับจานควรจะอยู่ที่ 1 mm ( ใกล้กว่านั้น อาจจะมีปัญหาทะเลาะกัน และห่างไปกว่านั้น พบว่าไม่ค่อยจะwork )

3.2 มุมของใบสับจาน ตามมาตรฐานของshimano เขาบอกว่าให้ใบสับจานขนานกับแนวของใบจาน แต่ถ้าเคยเล่นกับใบจานหลากหลายชนิดมาก่อน ( ในยุคที่ใบจานบ้าเบา ซึ่งไม่มีหมุดวิดโซ่ ) เราก็จะพบว่าเราสามารถเล่นกับมุมของแนวใบสับจานได้ 2 ลักษณะ คือ หากปรับให้ปลายของใบสับจานเบนออกจากท้ายรถ (เบนออกนอกรถ ) เราจะปัดโซ่ขึ้นจานใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่จะปัดลงจานเล็กได้ด้อยลง และในทางตรงกันข้าม หากปรับให้ปลายของใบสับจานหุบเข้าหาตัวรถ เราจะปัดโซ่ลงจานเล็กได้ดีขึ้น แต่ขึ้นจานใหญ่ได้ด้อยลงบ้าง แต่เมื่อใบจานในยุคปัจจุบันต่างก็พัฒนาเรื่องหมุดวิดโซ่กันจนถึงจุดที่เรียกว่า"ดีมาก"แล้ว เรื่องขึ้นจานใหญ่ยากนั้นก็แทบจะไม่ต้องกังวล ----> โดยส่วนตัวแล้ว สำหรับใบ Q-Ring ผมจะพยายามปรับให้ปลายของใบสับจานหุบเข้าหาตัวรถเล็กน้อย เพราะหมุดวิดโซ่ของใบจานใหญ่ทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องปัดโซ่แล้วไม่ไต่จานใหญ่ ( ยังมีเรื่องที่ปรับแต่งชดเชยได้อีก ) แต่ผมพบว่ามันมีปัญหาเรื่องการปัดโซ่ลงมาจานเล็กมากกว่า โดยเฉพาะปัดลงมาแล้วโซ่ตกลงมาอยู่ระหว่างใบจานใหญ่และใบจานเล็ก ( เป็นเพราะว่าโซ่เริ่มออกจากใบจานใหญ่ในช่วงที่ใบจานใหญ่มีขนาดเล็กสุด แล้วโซ่ตกไปหาใบจานเล็กในช่วงที่ใบจานเล็กมีขนาดใหญ่สุด ทำให้โซ่ไปสะดุดกับขอบของฟันใบจานเล็ก โซ่จึงไม่ลงไปอยู่บนใบจานเล็กอย่างที่ควรจะเป็น จึงไปตกค้างอยู่ระหว่างใบจาน ) ดังนั้นการปรับมุมของใบจานที่เกื้อต่อการปัดโซ่ลงใบจานเล็ก จึงได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับจาน Q-Ring

Note : สำหรับการยึดสับจานในลักษณะ Braze on การปรับมุมของใบสับจานจะทำได้ค่อนข้างจำกัด ต้องพึ่งข้อ 3.3 มากหน่อย

3.3 การปรับสกรูตัว L : มาตรฐานของShimano บอกว่า ให้เซทเกียร์มาที่ตำแหน่ง จานหน้าเล็กสุด เฟืองหลังใหญ่สุด ปรับสกรูตัว L จนกระทั่งโซ่ อยู่ห่างจากใบของสับจาน 0 - 0.5mm นั่นคือจะยอมให้มีการสีของโซ่กับใบของสับจานได้บ้างเล็กนัอย แต่หากยึดตามคัมภีร์ของShimanoแล้ว เราจะมีปัญหาเรื่อง เวลาที่ปัดโซ่ลงมาจากจานใหญ่ลงมาจานเล็กแล้วโซ่จะไปค้างคร่อมอยู่ระหว่างจานใหญ่กับจานเล็ก และจะพบบ่อยที่สุดเมื่อเกียร์หลังอยู่ในแถวๆตำแหน่งเกียร์ 6 - 7 ( ปรับความเข้าใจก่อนนะ เฟืองใหญ่คือ เกียร์ 1 , เฟืองเล็กสุดคือเกียร์ 10 ) นอกจากเหตุผลดังในข้อ 3.2 แล้ว เราจะพบว่าหากเราตั้งสกรูตัว L ตามคัมภีร์ เวลาที่เราใช้จานหน้าเล็ก แล้วไล่เกียร์หลังขึ้นไปถึงเกียร์ 7 เราจึงจะเริ่มสัมผัสถึงอาการโซ่สีกับใบสับจานด้านใน ซึ่งเราก็จะแก้ปัญหาด้วยการshiftมือเกียร์ด้านซ้ายไปอีกครึ่งจังหวะ เพื่อให้โซ่ไม่สีกับใบสับจาน , และเมื่อเราดูแนวของโซ่ที่ตำแหน่งจานหน้าเล็ก และ เกียร์หลังอยู่แถวๆเกียร์ 7 จะพบว่าแนวโซ่ทางด้านหลังมันจะเบนออกนอกตัวรถ

หลับตาคิดตามนะ เมื่อเราขึ้นจานหน้าเป็นจานใหญ่ แล้วเราเริ่มไล่เกียร์หลังไปไม่ไหว ก่อนที่เราจะลดจานหน้าลงมา คนทีี่เชี่ยวๆหน่อยเขาก็จะต้องไล่เกียร์หลังขึ้นมาที่เฟืองเล็กๆก่อน เพื่อเวลาที่ลดจานหน้าลงมาแล้วจะได้ไม่เกิดอาการรอบขาวืดใช่ไหมครับ ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจะไล่เฟืองหลังมาอยู่ที่ราวๆเฟือง 14T ซึ่งตรงกับเกียร์ 7 เพราะเมื่อเราลดจานหน้าลงมา รอบขามันจะได้ต่อเนื่องกับตำแหน่งเดิม ตรงตำแหน่งนี้แหละ ที่เรามักจะเจอปัญหาว่าโซ่จะหล่นลงมาคร่อมระหว่างจานใหญ่กับจานเล็ก ทั้งนี้เพราะ1. แนวโซ่ที่มันจะเบนออกนอกตัวรถ จะส่งผลต้านการหล่นของโซ่มาลงจานเล็ก 2. ขอบของใบสัับจานด้านล่างแทบจะไม่ส่งผลต่อการปัดโซ่ต่อเนื่องของขอบของใบสับจานด้านบน ( ถ้านั่งดูลักษณะของใบสับจานด้านนอกแล้ว จะพบว่า ทุกๆองคพยบของมันมีความสำคัญทั้งสิ้น ( มีเวลาจะเอากล้องมาถ่ายแล้วอธิบายให้เข้าใจครับ ) ) 3. เหตุผลเดิมในข้อ 3.2 คือ ไปเจอจังหวะพอดีที่โซ่เริ่มออกจากใบจานใหญ่ในช่วงที่ใบจานใหญ่มีขนาดเล็กสุด แล้วโซ่ตกไปหาใบจานเล็กในช่วงที่ใบจานเล็กมีขนาดใหญ่สุด ทำให้โซ่ไปสะดุดกับขอบของฟันใบจานเล็ก โซ่จึงไม่ลงไปอยู่บนใบจานเล็กอย่างที่ควรจะเป็น จึงไปตกค้างอยู่ระหว่างใบจาน

ทำไงหละ : เซทเกียร์ไปไว้ที่จานหน้าเล็กสุด ปรับเกียร์หลังไปไว้ที่ตำแหน่งเกียร์ 5 ค่อยคลายๆสกรูตัวL ของสับจานที่ละช้าๆ หมุนขาจานไปเรื่อยๆ จนพบว่าโซ่เริ่มจะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก และเมื่อไล่เกียร์หลังไปที่เกียร์ 6 ( เฟืองเล็กลง ) โซ่จะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก ซึ่งหากเราไล่เกียร์หลังลงไปที่เฟืองใหญ่สุด เราจะพบว่าโซ่จะต้องอยู่ห่างจากขอบใบสับจานด้านในราวๆ 1 mm ----> แหกกับเกณฑ์ของคัมภีร์ Shimano เพราะการเซทในลักษณะนี้จะเสี่ยงต่อการตกของโซ่ออกไปจากจานเล็ก ไปอยู่ระหว่างท่อนั่งกับจานเล็ก แต่เพราะการเซทแบบนี้จะเพิ่มแรงปัดให้กับสับจานมากขึ้น และขอบล่างของใบสับจานด้านนอกจะช่วยปัดโซ่ต่อเนื่องจากขอบบนของใบสับจานด้านนอก ทำให้โซ่ตกลงมาที่จานเล็กได้ในทุกๆตำแหน่งของเกียร์หลัง สิ่งที่จะต้องเสียเงินเพิ่มก็คือ จะต้องหาตัวกันโซ่ตก หรือ Chain catcher มาใช้ร่วมกัน

Note : เฟรมที่มีท่อนั่งรูปร่างประหลาดๆ หรือ ใหญ่ไปหน่อย อย่าง Madone 5 หรือ 6 ที่จะทำท่อนั่งเป็นรูปวงไข่ โดยขยายขนาดออกด้านข้างซะมากมาย เพื่อเพิ่ม lateral stiffness แต่ทำให้การปรับสกรูตัว L ของสับจานมีระยะที่จำกัดมาก ทำให้ไม่สามารถคลายสกรูตัว L ออกมาได้มากเท่ากับท่อในลักษณะอื่นๆ เพราะหากคลายมากเกินไป ตัวสับจานจะกระแทกกับตัวท่อนั่งให้เป็นรอย สีกระเทาะเอาได้ แถมยังใช้สับจานแบบBraze on ที่ปรับมุมของใบสับจานได้จำกัดมากๆอีกด้วย ในกรณีนี้ถ้าใจถึงแบบผม ก็ต้องทำการดัดใบสับจานด้านนอกช่วยกัน ( อันนี้ไม่ขออธิบาย เป็นกรรมวิธีส่วนตัวที่เคยทำไว้ในอดีต เพราะดัดแปลงสับจานบางตัวมาใช้กับรถบางคันที่สุดแสนจะปราบเซียนเอามากๆ )

3.4 ความตึงของสายเกียร์สับจาน เป็นเรื่องท้ายสุดของกระบวนการนี้ ต้องใจเย็นๆมาก ถ้าเซทตามข้อ 3.1 -3.3 มาแล้ว ที่เหลือก็แทบจะไม่มีปัญหา เพราะหมุดวิดโซ่ของใบ Rotor ผมถือว่าออกแบบมาได้ดีมากๆทีเดียว เดิมทีผมยึดตามคัมภีร์ของShimano ที่แนะนำว่า ให้ปรับจานหน้าไปที่จานใหญ่ และปรับเฟืองหลังไปที่เฟืองใหญ่สุด และปรับความตึงสายเกียร์ จนขอบในของใบสับจานอยู่ห่างจากโซ่ 0 - 0.5 mm แต่พอเป็นจานเบี้ยวแล้ว อะไรๆมันก็ไม่ปกติ การยึดหลักตรงนี้จึงไม่ค่อยจะช่วยอะไรนัก เอาเป็นว่าผมมีหลักการในการเซทความตึงของสายดังนี้นะครับ

3.4.1 เซทจานหน้าไปที่จานเล็ก เฟืองหลังไปที่เกียร์ 6 หมุนขาจาน เราจะพบว่าโซ่จะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก ให้ออกแรงกดshifterด้านซ้ายไปครึี่งจังหวะ เราจะเห็นว่าใบสับจานขยับตัวไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งมากพอจะทำให้โซ่ไม่สีกับขอบของใบสับจานด้านนอก จากนั้นไล่เกียร์หลังไปที่เกียร์ 9 แล้วค่อยปรับความตึงสายเกียร์จนกระทั่งพบว่าโซ่เริ่มจะมีการสัมผัสหรือสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก อาจจะยอมให้สีมากหรือสีน้อยแล้วแต่จังหวะที่จะต้องเจอในข้อต่อไป แต่ต้องยอมรับว่า หากใช้จานเล็ก เฟืองหลังเล็กสุดแล้ว ต้องยอมให้โซ่เบียดกับขอบของใบสับจานด้านนอกเสมอๆ เพราะต้องทราบอย่างหนึ่งว่า ไม่มีใครเขาปั่นด้วยจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุดนะครับ มันเป็นเกียร์ต้องห้าม แล้วสำหรับรถบางคันที่ใช้กระโหลก BB30 แล้วมีเรื่องจุกๆจิกๆเกี่ยวกับระยะchainline , อาจจะพบว่าที่ตำแหน่งจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุด โซ่อาจจะถูกหมุนวิดโซ่ของใบจานใหญ่เกี่ยวขึ้นไปเป็นระยะๆ คือเหมือนเกียร์มันพยายามจะเปลี่ยนเอง การปรับความตึงสายเกียร์ที่ระดับยอมให้ขอบของใบสับจานด้านนอกเบียดกับโซ่ในตำแหน่งเฟืองหลังเป็นเกียร์ 9 ก็จะแก้ปัญหาเรื่องโซ่ถูกวิดขึ้นมาเมื่อเผลอไล่เฟืองหลังมาที่เกียร์ 10 ได้

3.4.2 ระยะสกรูตัว H กับ ประสพการณ์การshiftเกียร์ขึ้นจานใหญ่ เรื่องนี้สำหรับคนที่เคยปั่นเสือภูเขากับชุดเกียร์ระดับล่างๆ จะปรับตัวได้ง่ายมาก เพราะเกียร์ระดับล่างนั้น การที่เราผลักshifterเพื่อไล่โซ่ขึ้นจานใหญ่ มันไม่ได้ขึ้นปุ๊บปั๊บเหมือนพวก XTR แต่มันจะต้องดันshifterค้างไว้แป๊บหนึ่ง แล้วรอให้โซ่ไต่ขึ้นไป จึงปล่อยshifter , ครับ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำแบบนั้นในเวลาที่เราใช้จานเบี้ยวเช่นกัน โซ่จะขึ้นจานใหญ่ง่ายหรือยากนั้น ขึ้นกับระยะของสกรูตัว H เพราะเมื่อเราดันshiferไปจนสุด ตัวใบสับจานจะขยับตัวดันโซ่ให้ไปเบียดกับหมุนวิดโซ่และเบียดกับจานใหญ่ ทำให้โซ่ถูกเกี่ยวขึ้นไป และการที่เราดันshifterค้างไว้ ก็จะช่วยโดนดันให้ขึ้นจานใหญ่จนสำเร็จ

ยิ่งคลายสกรูตัว H ออกมากเท่าไหร่ สับจานจะยิ่งถูกดันออกไปได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งโซ่ก็จะไต่ขึ้นจานใหญ่ได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็พร้อมจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า"เยอะ" คือดันเกิน ดันจนโซ่ตกจากจานใหญ่ออกไปนอกรถ ดังนั้นเราจะต้องปรับสกรูตัว H จนกระทั่งได้ทางสายกลางก็คือ ดันโซ่ขึ้นจานใหญ่ได้สะดวก และโซ่ไม่ตกออกไปจากจานใหญ่ บางครั้งผมก็ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการปรับเกียร์ไปที่จานหน้าใหญ่สุด และเฟืองหลังเล็กสุด (​ตรงนี้อาจจะมีการเบียดสีของโซ่กับขอบใบสับจานด้านนอกได้นิดๆหน่อยๆ ต้องทำใจนะ มันเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกัน ) แล้วดันshifter ต่อไปอีก ปรับสกรูตัว H กันให้สับจานขยับออกไปจากแนวเดิมไม่เกิน 1mm ( ปล่อยมือ สับจานก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม ถ้าดันส่งต่อไปอีก สับจานก็จะขยับออกไปอีกไม่เกิน 1 mm )

จากนั้นเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนจานหน้า ด้วยการดันshifterค้างไว้จนสุด รอจนเกียร์เปลี่ยน แล้วจึงปล่อยมือออกจากshifter

เห็นไหม ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับสำหรับจานเบี้ยว

( มีเวลาจะตั้งกระทู้ใหม่ พร้อมถ่ายรูปแนะนำวิธีให้อ่านง่ายๆกว่านี้ วันนี้มีเวลาเท่านี้แหละ กล้องก็ไม่ได้เอามา )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
นกกระจอกภูเขา
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 98
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 16:42
ติดต่อ:

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย นกกระจอกภูเขา »

มีใครถ่ายเป็น VDO ช่วยแชร์ให้เพื่อนๆดูหน่อยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Son of Liberty
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 06:32
team: PMC Cycling
Bike: BMC teammachine , LDG

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย Son of Liberty »

เพิ่งรู้ว่ามี combination นี้มาให้ใช้กันแล้ว ในเวปก็เพิ่งจะมีให้เห็น :mrgreen:

เรื่องของการเปลี่ยนเกียร์ในส่วนของสับจานหน้านี้ ต้องบอกก่อนเลยว่ามันมีปัจจัยมาเกี่ยวข้องเยอะมาก
เอาว่าตามประสพการณ์ที่ผมใช้ Rotor มาเกือบจะครบปีแล้ว ติดตั้ง setup กับจักรยานมา 5 คัน ก็ได้ความรู้เป็นประสพการณ์มาอย่างต่อเนื่องในหลายๆจุดที่พอจะแบ่งปันเพื่อนๆกันได้ ร่วมกับประสพการณ์ของเพื่อนๆหลายๆคน และคนที่มีความรู้แบ่งปันให้ผมมาอีกทีหนึ่ง ก็จะสรุปปัญหาให้ได้ดังนี้

1. สับจาน : SRAM Red ปีก่อนมีปัญหาเรื่องสับจานอ่อนไป ผลักขึ้นดันลงได้ไม่ประทับใจ ส่วนของปีใหม่ท่านว่าดีขึ้น แต่ส่วนตัวผมไม่มีประสพการณ์ , ส่วนผลิตภัณฑ์ของ Shimano ไม่ว่าจะเป็น FD-7800 , FD-6700 , FD-5700 ซึ่งก็คือ Dura-Ace รุ่นไม่ซ่อนสาย , Ultegra และ 105 รุ่นปัจจุบัน สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี และสามารถปรับแต่งได้จนลงตัว

2. combination ของใบจาน โดยส่วนตัวพบว่า Front difference ของใบจาน ( ฟันของจานใหญ่ - ฟันของจานเล็ก ) ที่ง่ายต่อการเซทอัพก็คือ 14T (ตามมาตรฐานเดิมของShimano รุ่นก่อนๆ ที่สับจานยุคนั้นสามารถทำได้) เช่น 53T-39T , 50T-36T , แต่จะเริ่มจุกจิก ยึกยักเล็กน้อยกับรุ่นที่ Front difference ที่มากกกว่า 14 T เช่น 52T-36T , 50T-34T

3. การ setup สับจานเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ พยายามลบประสพการณ์จากจานกลมมาตรฐานของshimano ออกไปจากความทรงจำก่อน ไม่เช่นนั้นจะสับสน

3.1 ความสูงของใบจาน พบว่าความสูงที่เหมาะสมที่สุด คือ เมื่อ Q-Ring หมุนมาที่เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุด ระยะห่างระหว่างยอดใบจานกับขอบของสับจานควรจะอยู่ที่ 1 mm ( ใกล้กว่านั้น อาจจะมีปัญหาทะเลาะกัน และห่างไปกว่านั้น พบว่าไม่ค่อยจะwork )

3.2 มุมของใบสับจาน ตามมาตรฐานของshimano เขาบอกว่าให้ใบสับจานขนานกับแนวของใบจาน แต่ถ้าเคยเล่นกับใบจานหลากหลายชนิดมาก่อน ( ในยุคที่ใบจานบ้าเบา ซึ่งไม่มีหมุดวิดโซ่ ) เราก็จะพบว่าเราสามารถเล่นกับมุมของแนวใบสับจานได้ 2 ลักษณะ คือ หากปรับให้ปลายของใบสับจานเบนออกจากท้ายรถ (เบนออกนอกรถ ) เราจะปัดโซ่ขึ้นจานใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่จะปัดลงจานเล็กได้ด้อยลง และในทางตรงกันข้าม หากปรับให้ปลายของใบสับจานหุบเข้าหาตัวรถ เราจะปัดโซ่ลงจานเล็กได้ดีขึ้น แต่ขึ้นจานใหญ่ได้ด้อยลงบ้าง แต่เมื่อใบจานในยุคปัจจุบันต่างก็พัฒนาเรื่องหมุดวิดโซ่กันจนถึงจุดที่เรียกว่า"ดีมาก"แล้ว เรื่องขึ้นจานใหญ่ยากนั้นก็แทบจะไม่ต้องกังวล ----> โดยส่วนตัวแล้ว สำหรับใบ Q-Ring ผมจะพยายามปรับให้ปลายของใบสับจานหุบเข้าหาตัวรถเล็กน้อย เพราะหมุดวิดโซ่ของใบจานใหญ่ทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องปัดโซ่แล้วไม่ไต่จานใหญ่ ( ยังมีเรื่องที่ปรับแต่งชดเชยได้อีก ) แต่ผมพบว่ามันมีปัญหาเรื่องการปัดโซ่ลงมาจานเล็กมากกว่า โดยเฉพาะปัดลงมาแล้วโซ่ตกลงมาอยู่ระหว่างใบจานใหญ่และใบจานเล็ก ( เป็นเพราะว่าโซ่เริ่มออกจากใบจานใหญ่ในช่วงที่ใบจานใหญ่มีขนาดเล็กสุด แล้วโซ่ตกไปหาใบจานเล็กในช่วงที่ใบจานเล็กมีขนาดใหญ่สุด ทำให้โซ่ไปสะดุดกับขอบของฟันใบจานเล็ก โซ่จึงไม่ลงไปอยู่บนใบจานเล็กอย่างที่ควรจะเป็น จึงไปตกค้างอยู่ระหว่างใบจาน ) ดังนั้นการปรับมุมของใบจานที่เกื้อต่อการปัดโซ่ลงใบจานเล็ก จึงได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับจาน Q-Ring

Note : สำหรับการยึดสับจานในลักษณะ Braze on การปรับมุมของใบสับจานจะทำได้ค่อนข้างจำกัด ต้องพึ่งข้อ 3.3 มากหน่อย

3.3 การปรับสกรูตัว L : มาตรฐานของShimano บอกว่า ให้เซทเกียร์มาที่ตำแหน่ง จานหน้าเล็กสุด เฟืองหลังใหญ่สุด ปรับสกรูตัว L จนกระทั่งโซ่ อยู่ห่างจากใบของสับจาน 0 - 0.5mm นั่นคือจะยอมให้มีการสีของโซ่กับใบของสับจานได้บ้างเล็กนัอย แต่หากยึดตามคัมภีร์ของShimanoแล้ว เราจะมีปัญหาเรื่อง เวลาที่ปัดโซ่ลงมาจากจานใหญ่ลงมาจานเล็กแล้วโซ่จะไปค้างคร่อมอยู่ระหว่างจานใหญ่กับจานเล็ก และจะพบบ่อยที่สุดเมื่อเกียร์หลังอยู่ในแถวๆตำแหน่งเกียร์ 6 - 7 ( ปรับความเข้าใจก่อนนะ เฟืองใหญ่คือ เกียร์ 1 , เฟืองเล็กสุดคือเกียร์ 10 ) นอกจากเหตุผลดังในข้อ 3.2 แล้ว เราจะพบว่าหากเราตั้งสกรูตัว L ตามคัมภีร์ เวลาที่เราใช้จานหน้าเล็ก แล้วไล่เกียร์หลังขึ้นไปถึงเกียร์ 7 เราจึงจะเริ่มสัมผัสถึงอาการโซ่สีกับใบสับจานด้านใน ซึ่งเราก็จะแก้ปัญหาด้วยการshiftมือเกียร์ด้านซ้ายไปอีกครึ่งจังหวะ เพื่อให้โซ่ไม่สีกับใบสับจาน , และเมื่อเราดูแนวของโซ่ที่ตำแหน่งจานหน้าเล็ก และ เกียร์หลังอยู่แถวๆเกียร์ 7 จะพบว่าแนวโซ่ทางด้านหลังมันจะเบนออกนอกตัวรถ

หลับตาคิดตามนะ เมื่อเราขึ้นจานหน้าเป็นจานใหญ่ แล้วเราเริ่มไล่เกียร์หลังไปไม่ไหว ก่อนที่เราจะลดจานหน้าลงมา คนทีี่เชี่ยวๆหน่อยเขาก็จะต้องไล่เกียร์หลังขึ้นมาที่เฟืองเล็กๆก่อน เพื่อเวลาที่ลดจานหน้าลงมาแล้วจะได้ไม่เกิดอาการรอบขาวืดใช่ไหมครับ ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจะไล่เฟืองหลังมาอยู่ที่ราวๆเฟือง 14T ซึ่งตรงกับเกียร์ 7 เพราะเมื่อเราลดจานหน้าลงมา รอบขามันจะได้ต่อเนื่องกับตำแหน่งเดิม ตรงตำแหน่งนี้แหละ ที่เรามักจะเจอปัญหาว่าโซ่จะหล่นลงมาคร่อมระหว่างจานใหญ่กับจานเล็ก ทั้งนี้เพราะ1. แนวโซ่ที่มันจะเบนออกนอกตัวรถ จะส่งผลต้านการหล่นของโซ่มาลงจานเล็ก 2. ขอบของใบสัับจานด้านล่างแทบจะไม่ส่งผลต่อการปัดโซ่ต่อเนื่องของขอบของใบสับจานด้านบน ( ถ้านั่งดูลักษณะของใบสับจานด้านนอกแล้ว จะพบว่า ทุกๆองคพยบของมันมีความสำคัญทั้งสิ้น ( มีเวลาจะเอากล้องมาถ่ายแล้วอธิบายให้เข้าใจครับ ) ) 3. เหตุผลเดิมในข้อ 3.2 คือ ไปเจอจังหวะพอดีที่โซ่เริ่มออกจากใบจานใหญ่ในช่วงที่ใบจานใหญ่มีขนาดเล็กสุด แล้วโซ่ตกไปหาใบจานเล็กในช่วงที่ใบจานเล็กมีขนาดใหญ่สุด ทำให้โซ่ไปสะดุดกับขอบของฟันใบจานเล็ก โซ่จึงไม่ลงไปอยู่บนใบจานเล็กอย่างที่ควรจะเป็น จึงไปตกค้างอยู่ระหว่างใบจาน

ทำไงหละ : เซทเกียร์ไปไว้ที่จานหน้าเล็กสุด ปรับเกียร์หลังไปไว้ที่ตำแหน่งเกียร์ 5 ค่อยคลายๆสกรูตัวL ของสับจานที่ละช้าๆ หมุนขาจานไปเรื่อยๆ จนพบว่าโซ่เริ่มจะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก และเมื่อไล่เกียร์หลังไปที่เกียร์ 6 ( เฟืองเล็กลง ) โซ่จะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก ซึ่งหากเราไล่เกียร์หลังลงไปที่เฟืองใหญ่สุด เราจะพบว่าโซ่จะต้องอยู่ห่างจากขอบใบสับจานด้านในราวๆ 1 mm ----> แหกกับเกณฑ์ของคัมภีร์ Shimano เพราะการเซทในลักษณะนี้จะเสี่ยงต่อการตกของโซ่ออกไปจากจานเล็ก ไปอยู่ระหว่างท่อนั่งกับจานเล็ก แต่เพราะการเซทแบบนี้จะเพิ่มแรงปัดให้กับสับจานมากขึ้น และขอบล่างของใบสับจานด้านนอกจะช่วยปัดโซ่ต่อเนื่องจากขอบบนของใบสับจานด้านนอก ทำให้โซ่ตกลงมาที่จานเล็กได้ในทุกๆตำแหน่งของเกียร์หลัง สิ่งที่จะต้องเสียเงินเพิ่มก็คือ จะต้องหาตัวกันโซ่ตก หรือ Chain catcher มาใช้ร่วมกัน

Note : เฟรมที่มีท่อนั่งรูปร่างประหลาดๆ หรือ ใหญ่ไปหน่อย อย่าง Madone 5 หรือ 6 ที่จะทำท่อนั่งเป็นรูปวงไข่ โดยขยายขนาดออกด้านข้างซะมากมาย เพื่อเพิ่ม lateral stiffness แต่ทำให้การปรับสกรูตัว L ของสับจานมีระยะที่จำกัดมาก ทำให้ไม่สามารถคลายสกรูตัว L ออกมาได้มากเท่ากับท่อในลักษณะอื่นๆ เพราะหากคลายมากเกินไป ตัวสับจานจะกระแทกกับตัวท่อนั่งให้เป็นรอย สีกระเทาะเอาได้ แถมยังใช้สับจานแบบBraze on ที่ปรับมุมของใบสับจานได้จำกัดมากๆอีกด้วย ในกรณีนี้ถ้าใจถึงแบบผม ก็ต้องทำการดัดใบสับจานด้านนอกช่วยกัน ( อันนี้ไม่ขออธิบาย เป็นกรรมวิธีส่วนตัวที่เคยทำไว้ในอดีต เพราะดัดแปลงสับจานบางตัวมาใช้กับรถบางคันที่สุดแสนจะปราบเซียนเอามากๆ )

3.4 ความตึงของสายเกียร์สับจาน เป็นเรื่องท้ายสุดของกระบวนการนี้ ต้องใจเย็นๆมาก ถ้าเซทตามข้อ 3.1 -3.3 มาแล้ว ที่เหลือก็แทบจะไม่มีปัญหา เพราะหมุดวิดโซ่ของใบ Rotor ผมถือว่าออกแบบมาได้ดีมากๆทีเดียว เดิมทีผมยึดตามคัมภีร์ของShimano ที่แนะนำว่า ให้ปรับจานหน้าไปที่จานใหญ่ และปรับเฟืองหลังไปที่เฟืองใหญ่สุด และปรับความตึงสายเกียร์ จนขอบในของใบสับจานอยู่ห่างจากโซ่ 0 - 0.5 mm แต่พอเป็นจานเบี้ยวแล้ว อะไรๆมันก็ไม่ปกติ การยึดหลักตรงนี้จึงไม่ค่อยจะช่วยอะไรนัก เอาเป็นว่าผมมีหลักการในการเซทความตึงของสายดังนี้นะครับ

3.4.1 เซทจานหน้าไปที่จานเล็ก เฟืองหลังไปที่เกียร์ 6 หมุนขาจาน เราจะพบว่าโซ่จะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก ให้ออกแรงกดshifterด้านซ้ายไปครึี่งจังหวะ เราจะเห็นว่าใบสับจานขยับตัวไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งมากพอจะทำให้โซ่ไม่สีกับขอบของใบสับจานด้านนอก จากนั้นไล่เกียร์หลังไปที่เกียร์ 9 แล้วค่อยปรับความตึงสายเกียร์จนกระทั่งพบว่าโซ่เริ่มจะมีการสัมผัสหรือสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก อาจจะยอมให้สีมากหรือสีน้อยแล้วแต่จังหวะที่จะต้องเจอในข้อต่อไป แต่ต้องยอมรับว่า หากใช้จานเล็ก เฟืองหลังเล็กสุดแล้ว ต้องยอมให้โซ่เบียดกับขอบของใบสับจานด้านนอกเสมอๆ เพราะต้องทราบอย่างหนึ่งว่า ไม่มีใครเขาปั่นด้วยจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุดนะครับ มันเป็นเกียร์ต้องห้าม แล้วสำหรับรถบางคันที่ใช้กระโหลก BB30 แล้วมีเรื่องจุกๆจิกๆเกี่ยวกับระยะchainline , อาจจะพบว่าที่ตำแหน่งจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุด โซ่อาจจะถูกหมุนวิดโซ่ของใบจานใหญ่เกี่ยวขึ้นไปเป็นระยะๆ คือเหมือนเกียร์มันพยายามจะเปลี่ยนเอง การปรับความตึงสายเกียร์ที่ระดับยอมให้ขอบของใบสับจานด้านนอกเบียดกับโซ่ในตำแหน่งเฟืองหลังเป็นเกียร์ 9 ก็จะแก้ปัญหาเรื่องโซ่ถูกวิดขึ้นมาเมื่อเผลอไล่เฟืองหลังมาที่เกียร์ 10 ได้

3.4.2 ระยะสกรูตัว H กับ ประสพการณ์การshiftเกียร์ขึ้นจานใหญ่ เรื่องนี้สำหรับคนที่เคยปั่นเสือภูเขากับชุดเกียร์ระดับล่างๆ จะปรับตัวได้ง่ายมาก เพราะเกียร์ระดับล่างนั้น การที่เราผลักshifterเพื่อไล่โซ่ขึ้นจานใหญ่ มันไม่ได้ขึ้นปุ๊บปั๊บเหมือนพวก XTR แต่มันจะต้องดันshifterค้างไว้แป๊บหนึ่ง แล้วรอให้โซ่ไต่ขึ้นไป จึงปล่อยshifter , ครับ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำแบบนั้นในเวลาที่เราใช้จานเบี้ยวเช่นกัน โซ่จะขึ้นจานใหญ่ง่ายหรือยากนั้น ขึ้นกับระยะของสกรูตัว H เพราะเมื่อเราดันshiferไปจนสุด ตัวใบสับจานจะขยับตัวดันโซ่ให้ไปเบียดกับหมุนวิดโซ่และเบียดกับจานใหญ่ ทำให้โซ่ถูกเกี่ยวขึ้นไป และการที่เราดันshifterค้างไว้ ก็จะช่วยโดนดันให้ขึ้นจานใหญ่จนสำเร็จ

ยิ่งคลายสกรูตัว H ออกมากเท่าไหร่ สับจานจะยิ่งถูกดันออกไปได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งโซ่ก็จะไต่ขึ้นจานใหญ่ได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็พร้อมจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า"เยอะ" คือดันเกิน ดันจนโซ่ตกจากจานใหญ่ออกไปนอกรถ ดังนั้นเราจะต้องปรับสกรูตัว H จนกระทั่งได้ทางสายกลางก็คือ ดันโซ่ขึ้นจานใหญ่ได้สะดวก และโซ่ไม่ตกออกไปจากจานใหญ่ บางครั้งผมก็ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการปรับเกียร์ไปที่จานหน้าใหญ่สุด และเฟืองหลังเล็กสุด (​ตรงนี้อาจจะมีการเบียดสีของโซ่กับขอบใบสับจานด้านนอกได้นิดๆหน่อยๆ ต้องทำใจนะ มันเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกัน ) แล้วดันshifter ต่อไปอีก ปรับสกรูตัว H กันให้สับจานขยับออกไปจากแนวเดิมไม่เกิน 1mm ( ปล่อยมือ สับจานก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม ถ้าดันส่งต่อไปอีก สับจานก็จะขยับออกไปอีกไม่เกิน 1 mm )

จากนั้นเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนจานหน้า ด้วยการดันshifterค้างไว้จนสุด รอจนเกียร์เปลี่ยน แล้วจึงปล่อยมือออกจากshifter

เห็นไหม ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับสำหรับจานเบี้ยว

( มีเวลาจะตั้งกระทู้ใหม่ พร้อมถ่ายรูปแนะนำวิธีให้อ่านง่ายๆกว่านี้ วันนี้มีเวลาเท่านี้แหละ กล้องก็ไม่ได้เอามา )[/quote]

ประโยชน์ล้วนๆ รอกระทู้จากอาจารย์นะครับ :D
ล้านเหตุผลที่คนจะชอบปั่นจักรยาน จะน้อยมาก เวลานานหรือสั้น ก็หาใช่สำคัญไม่
ne02525
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 100
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2012, 14:01
Tel: 0844465599
team: ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก้อหยุด
Bike: 3ล้อถีบ

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย ne02525 »

lucifer เขียน:
ne02525 เขียน:ผมใช้ใบ Q rings 53/38 BCD 110 อยากทราบว่า ทำไมพอเวลาเซ็ตรถเรียบร้อย ปั่นๆไปซัก 4-5 วัน
ทำไมพอจะเปลี่ยน ขึ้นจานใหญ่ มันไม่ค่อยขึ้นอะครับ ต้องมาเซ็ตเกือบทุกๆสัปดาห์ ครับ
ผมใช้สับจานหน้า Ultraga ครับ
รบกวนพี่ๆหน่อยนะครับ
เพิ่งรู้ว่ามี combination นี้มาให้ใช้กันแล้ว ในเวปก็เพิ่งจะมีให้เห็น :mrgreen:

เรื่องของการเปลี่ยนเกียร์ในส่วนของสับจานหน้านี้ ต้องบอกก่อนเลยว่ามันมีปัจจัยมาเกี่ยวข้องเยอะมาก
เอาว่าตามประสพการณ์ที่ผมใช้ Rotor มาเกือบจะครบปีแล้ว ติดตั้ง setup กับจักรยานมา 5 คัน ก็ได้ความรู้เป็นประสพการณ์มาอย่างต่อเนื่องในหลายๆจุดที่พอจะแบ่งปันเพื่อนๆกันได้ ร่วมกับประสพการณ์ของเพื่อนๆหลายๆคน และคนที่มีความรู้แบ่งปันให้ผมมาอีกทีหนึ่ง ก็จะสรุปปัญหาให้ได้ดังนี้

1. สับจาน : SRAM Red ปีก่อนมีปัญหาเรื่องสับจานอ่อนไป ผลักขึ้นดันลงได้ไม่ประทับใจ ส่วนของปีใหม่ท่านว่าดีขึ้น แต่ส่วนตัวผมไม่มีประสพการณ์ , ส่วนผลิตภัณฑ์ของ Shimano ไม่ว่าจะเป็น FD-7800 , FD-6700 , FD-5700 ซึ่งก็คือ Dura-Ace รุ่นไม่ซ่อนสาย , Ultegra และ 105 รุ่นปัจจุบัน สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี และสามารถปรับแต่งได้จนลงตัว

2. combination ของใบจาน โดยส่วนตัวพบว่า Front difference ของใบจาน ( ฟันของจานใหญ่ - ฟันของจานเล็ก ) ที่ง่ายต่อการเซทอัพก็คือ 14T (ตามมาตรฐานเดิมของShimano รุ่นก่อนๆ ที่สับจานยุคนั้นสามารถทำได้) เช่น 53T-39T , 50T-36T , แต่จะเริ่มจุกจิก ยึกยักเล็กน้อยกับรุ่นที่ Front difference ที่มากกกว่า 14 T เช่น 52T-36T , 50T-34T

3. การ setup สับจานเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ พยายามลบประสพการณ์จากจานกลมมาตรฐานของshimano ออกไปจากความทรงจำก่อน ไม่เช่นนั้นจะสับสน

3.1 ความสูงของใบจาน พบว่าความสูงที่เหมาะสมที่สุด คือ เมื่อ Q-Ring หมุนมาที่เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุด ระยะห่างระหว่างยอดใบจานกับขอบของสับจานควรจะอยู่ที่ 1 mm ( ใกล้กว่านั้น อาจจะมีปัญหาทะเลาะกัน และห่างไปกว่านั้น พบว่าไม่ค่อยจะwork )

3.2 มุมของใบสับจาน ตามมาตรฐานของshimano เขาบอกว่าให้ใบสับจานขนานกับแนวของใบจาน แต่ถ้าเคยเล่นกับใบจานหลากหลายชนิดมาก่อน ( ในยุคที่ใบจานบ้าเบา ซึ่งไม่มีหมุดวิดโซ่ ) เราก็จะพบว่าเราสามารถเล่นกับมุมของแนวใบสับจานได้ 2 ลักษณะ คือ หากปรับให้ปลายของใบสับจานเบนออกจากท้ายรถ (เบนออกนอกรถ ) เราจะปัดโซ่ขึ้นจานใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่จะปัดลงจานเล็กได้ด้อยลง และในทางตรงกันข้าม หากปรับให้ปลายของใบสับจานหุบเข้าหาตัวรถ เราจะปัดโซ่ลงจานเล็กได้ดีขึ้น แต่ขึ้นจานใหญ่ได้ด้อยลงบ้าง แต่เมื่อใบจานในยุคปัจจุบันต่างก็พัฒนาเรื่องหมุดวิดโซ่กันจนถึงจุดที่เรียกว่า"ดีมาก"แล้ว เรื่องขึ้นจานใหญ่ยากนั้นก็แทบจะไม่ต้องกังวล ----> โดยส่วนตัวแล้ว สำหรับใบ Q-Ring ผมจะพยายามปรับให้ปลายของใบสับจานหุบเข้าหาตัวรถเล็กน้อย เพราะหมุดวิดโซ่ของใบจานใหญ่ทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องปัดโซ่แล้วไม่ไต่จานใหญ่ ( ยังมีเรื่องที่ปรับแต่งชดเชยได้อีก ) แต่ผมพบว่ามันมีปัญหาเรื่องการปัดโซ่ลงมาจานเล็กมากกว่า โดยเฉพาะปัดลงมาแล้วโซ่ตกลงมาอยู่ระหว่างใบจานใหญ่และใบจานเล็ก ( เป็นเพราะว่าโซ่เริ่มออกจากใบจานใหญ่ในช่วงที่ใบจานใหญ่มีขนาดเล็กสุด แล้วโซ่ตกไปหาใบจานเล็กในช่วงที่ใบจานเล็กมีขนาดใหญ่สุด ทำให้โซ่ไปสะดุดกับขอบของฟันใบจานเล็ก โซ่จึงไม่ลงไปอยู่บนใบจานเล็กอย่างที่ควรจะเป็น จึงไปตกค้างอยู่ระหว่างใบจาน ) ดังนั้นการปรับมุมของใบจานที่เกื้อต่อการปัดโซ่ลงใบจานเล็ก จึงได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับจาน Q-Ring

Note : สำหรับการยึดสับจานในลักษณะ Braze on การปรับมุมของใบสับจานจะทำได้ค่อนข้างจำกัด ต้องพึ่งข้อ 3.3 มากหน่อย

3.3 การปรับสกรูตัว L : มาตรฐานของShimano บอกว่า ให้เซทเกียร์มาที่ตำแหน่ง จานหน้าเล็กสุด เฟืองหลังใหญ่สุด ปรับสกรูตัว L จนกระทั่งโซ่ อยู่ห่างจากใบของสับจาน 0 - 0.5mm นั่นคือจะยอมให้มีการสีของโซ่กับใบของสับจานได้บ้างเล็กนัอย แต่หากยึดตามคัมภีร์ของShimanoแล้ว เราจะมีปัญหาเรื่อง เวลาที่ปัดโซ่ลงมาจากจานใหญ่ลงมาจานเล็กแล้วโซ่จะไปค้างคร่อมอยู่ระหว่างจานใหญ่กับจานเล็ก และจะพบบ่อยที่สุดเมื่อเกียร์หลังอยู่ในแถวๆตำแหน่งเกียร์ 6 - 7 ( ปรับความเข้าใจก่อนนะ เฟืองใหญ่คือ เกียร์ 1 , เฟืองเล็กสุดคือเกียร์ 10 ) นอกจากเหตุผลดังในข้อ 3.2 แล้ว เราจะพบว่าหากเราตั้งสกรูตัว L ตามคัมภีร์ เวลาที่เราใช้จานหน้าเล็ก แล้วไล่เกียร์หลังขึ้นไปถึงเกียร์ 7 เราจึงจะเริ่มสัมผัสถึงอาการโซ่สีกับใบสับจานด้านใน ซึ่งเราก็จะแก้ปัญหาด้วยการshiftมือเกียร์ด้านซ้ายไปอีกครึ่งจังหวะ เพื่อให้โซ่ไม่สีกับใบสับจาน , และเมื่อเราดูแนวของโซ่ที่ตำแหน่งจานหน้าเล็ก และ เกียร์หลังอยู่แถวๆเกียร์ 7 จะพบว่าแนวโซ่ทางด้านหลังมันจะเบนออกนอกตัวรถ

หลับตาคิดตามนะ เมื่อเราขึ้นจานหน้าเป็นจานใหญ่ แล้วเราเริ่มไล่เกียร์หลังไปไม่ไหว ก่อนที่เราจะลดจานหน้าลงมา คนทีี่เชี่ยวๆหน่อยเขาก็จะต้องไล่เกียร์หลังขึ้นมาที่เฟืองเล็กๆก่อน เพื่อเวลาที่ลดจานหน้าลงมาแล้วจะได้ไม่เกิดอาการรอบขาวืดใช่ไหมครับ ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจะไล่เฟืองหลังมาอยู่ที่ราวๆเฟือง 14T ซึ่งตรงกับเกียร์ 7 เพราะเมื่อเราลดจานหน้าลงมา รอบขามันจะได้ต่อเนื่องกับตำแหน่งเดิม ตรงตำแหน่งนี้แหละ ที่เรามักจะเจอปัญหาว่าโซ่จะหล่นลงมาคร่อมระหว่างจานใหญ่กับจานเล็ก ทั้งนี้เพราะ1. แนวโซ่ที่มันจะเบนออกนอกตัวรถ จะส่งผลต้านการหล่นของโซ่มาลงจานเล็ก 2. ขอบของใบสัับจานด้านล่างแทบจะไม่ส่งผลต่อการปัดโซ่ต่อเนื่องของขอบของใบสับจานด้านบน ( ถ้านั่งดูลักษณะของใบสับจานด้านนอกแล้ว จะพบว่า ทุกๆองคพยบของมันมีความสำคัญทั้งสิ้น ( มีเวลาจะเอากล้องมาถ่ายแล้วอธิบายให้เข้าใจครับ ) ) 3. เหตุผลเดิมในข้อ 3.2 คือ ไปเจอจังหวะพอดีที่โซ่เริ่มออกจากใบจานใหญ่ในช่วงที่ใบจานใหญ่มีขนาดเล็กสุด แล้วโซ่ตกไปหาใบจานเล็กในช่วงที่ใบจานเล็กมีขนาดใหญ่สุด ทำให้โซ่ไปสะดุดกับขอบของฟันใบจานเล็ก โซ่จึงไม่ลงไปอยู่บนใบจานเล็กอย่างที่ควรจะเป็น จึงไปตกค้างอยู่ระหว่างใบจาน

ทำไงหละ : เซทเกียร์ไปไว้ที่จานหน้าเล็กสุด ปรับเกียร์หลังไปไว้ที่ตำแหน่งเกียร์ 5 ค่อยคลายๆสกรูตัวL ของสับจานที่ละช้าๆ หมุนขาจานไปเรื่อยๆ จนพบว่าโซ่เริ่มจะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก และเมื่อไล่เกียร์หลังไปที่เกียร์ 6 ( เฟืองเล็กลง ) โซ่จะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก ซึ่งหากเราไล่เกียร์หลังลงไปที่เฟืองใหญ่สุด เราจะพบว่าโซ่จะต้องอยู่ห่างจากขอบใบสับจานด้านในราวๆ 1 mm ----> แหกกับเกณฑ์ของคัมภีร์ Shimano เพราะการเซทในลักษณะนี้จะเสี่ยงต่อการตกของโซ่ออกไปจากจานเล็ก ไปอยู่ระหว่างท่อนั่งกับจานเล็ก แต่เพราะการเซทแบบนี้จะเพิ่มแรงปัดให้กับสับจานมากขึ้น และขอบล่างของใบสับจานด้านนอกจะช่วยปัดโซ่ต่อเนื่องจากขอบบนของใบสับจานด้านนอก ทำให้โซ่ตกลงมาที่จานเล็กได้ในทุกๆตำแหน่งของเกียร์หลัง สิ่งที่จะต้องเสียเงินเพิ่มก็คือ จะต้องหาตัวกันโซ่ตก หรือ Chain catcher มาใช้ร่วมกัน

Note : เฟรมที่มีท่อนั่งรูปร่างประหลาดๆ หรือ ใหญ่ไปหน่อย อย่าง Madone 5 หรือ 6 ที่จะทำท่อนั่งเป็นรูปวงไข่ โดยขยายขนาดออกด้านข้างซะมากมาย เพื่อเพิ่ม lateral stiffness แต่ทำให้การปรับสกรูตัว L ของสับจานมีระยะที่จำกัดมาก ทำให้ไม่สามารถคลายสกรูตัว L ออกมาได้มากเท่ากับท่อในลักษณะอื่นๆ เพราะหากคลายมากเกินไป ตัวสับจานจะกระแทกกับตัวท่อนั่งให้เป็นรอย สีกระเทาะเอาได้ แถมยังใช้สับจานแบบBraze on ที่ปรับมุมของใบสับจานได้จำกัดมากๆอีกด้วย ในกรณีนี้ถ้าใจถึงแบบผม ก็ต้องทำการดัดใบสับจานด้านนอกช่วยกัน ( อันนี้ไม่ขออธิบาย เป็นกรรมวิธีส่วนตัวที่เคยทำไว้ในอดีต เพราะดัดแปลงสับจานบางตัวมาใช้กับรถบางคันที่สุดแสนจะปราบเซียนเอามากๆ )

3.4 ความตึงของสายเกียร์สับจาน เป็นเรื่องท้ายสุดของกระบวนการนี้ ต้องใจเย็นๆมาก ถ้าเซทตามข้อ 3.1 -3.3 มาแล้ว ที่เหลือก็แทบจะไม่มีปัญหา เพราะหมุดวิดโซ่ของใบ Rotor ผมถือว่าออกแบบมาได้ดีมากๆทีเดียว เดิมทีผมยึดตามคัมภีร์ของShimano ที่แนะนำว่า ให้ปรับจานหน้าไปที่จานใหญ่ และปรับเฟืองหลังไปที่เฟืองใหญ่สุด และปรับความตึงสายเกียร์ จนขอบในของใบสับจานอยู่ห่างจากโซ่ 0 - 0.5 mm แต่พอเป็นจานเบี้ยวแล้ว อะไรๆมันก็ไม่ปกติ การยึดหลักตรงนี้จึงไม่ค่อยจะช่วยอะไรนัก เอาเป็นว่าผมมีหลักการในการเซทความตึงของสายดังนี้นะครับ

3.4.1 เซทจานหน้าไปที่จานเล็ก เฟืองหลังไปที่เกียร์ 6 หมุนขาจาน เราจะพบว่าโซ่จะสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก ให้ออกแรงกดshifterด้านซ้ายไปครึี่งจังหวะ เราจะเห็นว่าใบสับจานขยับตัวไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งมากพอจะทำให้โซ่ไม่สีกับขอบของใบสับจานด้านนอก จากนั้นไล่เกียร์หลังไปที่เกียร์ 9 แล้วค่อยปรับความตึงสายเกียร์จนกระทั่งพบว่าโซ่เริ่มจะมีการสัมผัสหรือสีกับขอบของใบสับจานด้านนอก อาจจะยอมให้สีมากหรือสีน้อยแล้วแต่จังหวะที่จะต้องเจอในข้อต่อไป แต่ต้องยอมรับว่า หากใช้จานเล็ก เฟืองหลังเล็กสุดแล้ว ต้องยอมให้โซ่เบียดกับขอบของใบสับจานด้านนอกเสมอๆ เพราะต้องทราบอย่างหนึ่งว่า ไม่มีใครเขาปั่นด้วยจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุดนะครับ มันเป็นเกียร์ต้องห้าม แล้วสำหรับรถบางคันที่ใช้กระโหลก BB30 แล้วมีเรื่องจุกๆจิกๆเกี่ยวกับระยะchainline , อาจจะพบว่าที่ตำแหน่งจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุด โซ่อาจจะถูกหมุนวิดโซ่ของใบจานใหญ่เกี่ยวขึ้นไปเป็นระยะๆ คือเหมือนเกียร์มันพยายามจะเปลี่ยนเอง การปรับความตึงสายเกียร์ที่ระดับยอมให้ขอบของใบสับจานด้านนอกเบียดกับโซ่ในตำแหน่งเฟืองหลังเป็นเกียร์ 9 ก็จะแก้ปัญหาเรื่องโซ่ถูกวิดขึ้นมาเมื่อเผลอไล่เฟืองหลังมาที่เกียร์ 10 ได้

3.4.2 ระยะสกรูตัว H กับ ประสพการณ์การshiftเกียร์ขึ้นจานใหญ่ เรื่องนี้สำหรับคนที่เคยปั่นเสือภูเขากับชุดเกียร์ระดับล่างๆ จะปรับตัวได้ง่ายมาก เพราะเกียร์ระดับล่างนั้น การที่เราผลักshifterเพื่อไล่โซ่ขึ้นจานใหญ่ มันไม่ได้ขึ้นปุ๊บปั๊บเหมือนพวก XTR แต่มันจะต้องดันshifterค้างไว้แป๊บหนึ่ง แล้วรอให้โซ่ไต่ขึ้นไป จึงปล่อยshifter , ครับ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำแบบนั้นในเวลาที่เราใช้จานเบี้ยวเช่นกัน โซ่จะขึ้นจานใหญ่ง่ายหรือยากนั้น ขึ้นกับระยะของสกรูตัว H เพราะเมื่อเราดันshiferไปจนสุด ตัวใบสับจานจะขยับตัวดันโซ่ให้ไปเบียดกับหมุนวิดโซ่และเบียดกับจานใหญ่ ทำให้โซ่ถูกเกี่ยวขึ้นไป และการที่เราดันshifterค้างไว้ ก็จะช่วยโดนดันให้ขึ้นจานใหญ่จนสำเร็จ

ยิ่งคลายสกรูตัว H ออกมากเท่าไหร่ สับจานจะยิ่งถูกดันออกไปได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งโซ่ก็จะไต่ขึ้นจานใหญ่ได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็พร้อมจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า"เยอะ" คือดันเกิน ดันจนโซ่ตกจากจานใหญ่ออกไปนอกรถ ดังนั้นเราจะต้องปรับสกรูตัว H จนกระทั่งได้ทางสายกลางก็คือ ดันโซ่ขึ้นจานใหญ่ได้สะดวก และโซ่ไม่ตกออกไปจากจานใหญ่ บางครั้งผมก็ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการปรับเกียร์ไปที่จานหน้าใหญ่สุด และเฟืองหลังเล็กสุด (​ตรงนี้อาจจะมีการเบียดสีของโซ่กับขอบใบสับจานด้านนอกได้นิดๆหน่อยๆ ต้องทำใจนะ มันเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกัน ) แล้วดันshifter ต่อไปอีก ปรับสกรูตัว H กันให้สับจานขยับออกไปจากแนวเดิมไม่เกิน 1mm ( ปล่อยมือ สับจานก็จะกลับมาอยู่ที่เดิม ถ้าดันส่งต่อไปอีก สับจานก็จะขยับออกไปอีกไม่เกิน 1 mm )

จากนั้นเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนจานหน้า ด้วยการดันshifterค้างไว้จนสุด รอจนเกียร์เปลี่ยน แล้วจึงปล่อยมือออกจากshifter

เห็นไหม ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมครับสำหรับจานเบี้ยว

( มีเวลาจะตั้งกระทู้ใหม่ พร้อมถ่ายรูปแนะนำวิธีให้อ่านง่ายๆกว่านี้ วันนี้มีเวลาเท่านี้แหละ กล้องก็ไม่ได้เอามา )



ขอบคุณพี่หมอมากครับ
ตอนนี้ลองเซ็ตจนทุกอย่างโอ แต่พอเวลาปั่น ทุกอย่างต้องมาเปลี่ยนอีกครับ
ปรับแล้วปั่น อยู่เกือบ10 รอบ งงอยู่นานพอขึ้นปั่นเปลี่ยนยังไงก้อยังไม่ขึ้นจานใหญ่ ต้องลงจากรถแล้วตั้งใหม่
เดี๋ยวมารายงานผลนะครับ
mm&m
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 125
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:44
Tel: 0818474457
team: buayai bike
Bike: jamis dragon08,specialized tarmac expert09,bianchi oltre11,caad10 12,ALLEZ E5 OSBB Smart Weld 2015
ติดต่อ:

Re: ขอความรู้เรื่องใบ Rotor กะสับจานหน่อยครับ

โพสต์ โดย mm&m »

ขอปักไว้ศึกษา ขอบคุณ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”