ที่มา " เรียนรอบโลก "
ผู้เขียน : ดร.นริศ วศินานนท์ naris_wasinanon@yahoo.co.th
:: ร้อยหูฟังสู้ตาดูครั้งเดียวไม่ได้
(สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น)
สำนวนที่ว่า "ร้อยหูฟังสู้ตาดูครั้งเดียวไม่ได้" ภาษาจีนอ่านว่า "ป่ายเหวินปู้หยูอี๋เจี้ยน" (百闻不如一见)สำนวนนี้ฟังแล้วไม่คุ้นหู พูดไม่คุ้นปาก แต่เรามักได้ยินในภาษาไทยว่า "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ" มีความหมายเดียวกัน
สำนวนข้างต้น สามารถจำแนกความหมายของภาษาจีนได้ดังนี้
百 ป่าย แปลว่า ร้อย
闻 เหวิน แปลว่า ได้ยิน ได้ฟัง
不 ปู้ แปลว่า ไม่
如 หยู แปลว่า เหมือน เช่น
一 อี แปลว่า หนึ่ง
见 เจี้ยน แปลว่า เห็น
สำนวนนี้หมายถึง การกระทำสิ่งใดก็ตาม ถ้าได้ทำหรือเห็นด้วยตนเองแล้วจะเข้าใจชัดเจนมากกว่าการที่ได้แต่ฟังหรือได้ยินมาอย่างเดียว เน้นที่ต้องไปดูหรือทำด้วยตนเอง เช่นประโยคที่ว่า "อ้อ ที่แท้คุณซุนนั่นเอง สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นเลยนะ"
สำนวนนี้ถ้าส่วนหลังตามด้วยคำว่า "ป่ายเจี้ยนปู้หยูอี๋ก้าน (百见不如一干)" (ดูร้อยครั้งสู้ทำเองครั้งเดียวไม่ได้) สำนวนนี้ใช้เตือนบอกให้คนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับผู้บริหารหรือระดับผู้บังคับบัญชาว่า การสั่งการหรือทำงานอะไรก็ตาม ต้องลงไปถึงระดับล่าง กล่าวคือควรลงไปดูด้วยตาตนเอง จะได้เข้าใจสภาพ ดีที่สุดควรมีส่วนร่วมในการปฏิบัติด้วย
นอกจากนี้ยังมีสำนวนคล้ายคลึงกันว่า "ป่ายเหวินปู้หยูเจี้ยนเมี่ยน(闻名不如见面)" ได้ยินเพียงกิตติศัพท์ สู้เจอหน้ากันไม่ได้ สำนวนนี้เน้นหนักคนมีชื่อเสียงหรือกล่าวขานกันมานานแล้ว เช่น "ฉันได้ยินชื่อเสียงคุณมานานแล้วล่ะ วันนี้ได้เจอกัน ได้ยินแต่ชื่อ สู้เจอหน้ากันวันนี้ไม่ได้ทีเดียว"
สำนวนนี้ไม่แน่ใจว่า ไทยยืมมาจากภาษาจีนหรือเปล่า ผู้อ่านช่วยค้นหาคำตอบกันเอง จะได้ไม่เพียงแค่ฟังมาคงต้องช่วยกันไปค้นหาด้วยตนเองด้วยนะครับพี่น้อง
*.."อาตมา ยอมร้อน เพื่อโลกเย็น"..*
..โดนใจผม.."โครม" เบ่อเร่อ ตั้งแต่ "น้าเป็ด" ริเริ่มตั้งทริปเชิญชวนชาวจักรยานปั่นจักรยานไปทอดกฐินที่วัดป่าลานหินตัด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตั้งใจไว้เต็มที่ว่าจะไปร่วมทริปด้วย ถึงเวลากำหนดวันเดินทางปรากฏว่า ไม่ได้ไป ไปไม่ได้ พี่น้ำมาคอยอยู่แถว ๆ สี่แยกลาดพร้าว ไม่ทราบว่าจะมาเยี่ยมเยือนที่บ้านหน้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ บางนา เมื่อไร ได้แต่เสียดาย และคิดอยู่ในใจตลอดว่า สักวันจะต้องไปกราบนมัสการกระคุณเจ้ารูปนั้นให้จงได้ เพราะเกิดศรัทธาตั้งแต่ได้ทราบว่ามีพระปั่นจักรยาน "อาตมา ทนร้อน เพื่อโลกเย็น" ครั้งแรกนั้นแล้ว เพราะผมเองปั่นจักรยานมา ๓๐ ปี ได้ประโยชน์จากจักรยานมากมายมหาศาล พอทราบว่ามีพระปั่นจักรยานไปเผยแผ่ธรรมะ และสนับสนุนให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยแล้ว รู้สึกทึ่งกับการกระทำนั้นมาก ๆ