แต่จะฟิตซ้อมร่างกายไปเรื่อยๆ ถึงเดือนตุลาน่าจะเกาะท้ายกลุ่มไปได้นะครับเนี่ย
เห็นทีต้องซื้อไมล์วัดะยะยี่ห้อ"ตาแมว" มาติดที่รถเพื่อดูข้อมูลตัวเองตอนปั่นแล้วล่ะครับ...
ส่วนเส้นทางไป เท่าทีพอจะจำได้นะครับ (เป็นคนไม่ชอบจดบันทึกอ่ะครับ)
ต้องไปผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางที่ด่านช่องเม็ก ห่างจากตัวเมืองอุบลประมาณ 25 กม. ตรงนี้จะเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากเพราะด่านเปิดทำการสายมาก ฝั่งไทยเปิด 8.00 น. แต่ของลาวเขาทำงานสายครับ ตอนขากลับจากลาวผมตกเครื่องบินกลับกรุงเทพไฟล์ 8.30 น. เพราะไปรอที่ประตูรั้ว(ลวดหนาม) ตอน 8.00 น. จนท.ด่านของลาวยังใส่ผ้าขาวม้ายืนแปรงฟันกันที่บ้านพักอยู่เลย กว่าจะเริ่มงานก้อ 8.30 น.
ขาเข้าไปในลาว พอผ่านด่านตรวจไปก้อจะเป็นทางลาดยางบ้าง ดินลูกรังบ้าง นั่งรถหัวสั่นหัวคลอนเพราะถนนไม่ดีไปราวๆ 2 ชั่วโมงจะถึงริมแม่น้ำโขง
อย่าแปลกใจนะครับ ที่ทำไมแม่น้ำโขงมันดันอยู่ในเขตประเทดลาวทั้ง 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา
เพราะคุณครูสอนภูมิศาสตร์เราสมัยเรียนป.4 ให้ท่องจำว่า "แม่น้ำโขงกั้นเขตประเทศลาวและไทย" แต่ตรงที่ติดกับจ.อุบลช่วงนี้ไม่ใช่ครับ ลาวกินรวบแม่น้ำโขงสองฝั่งเพราะ ฝรั่งเศษ (เวน) มานยึดดินแดนเราไปสมัย ร.5
รอเรือข้ามฟากอีกร่วมชั่วโมงอ่ะครับ ค่อยๆขับรถต่อคิวลงแพกว่าจะเสร็จ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นรถพี่บิ๊กที่บรรทุก "น้ำมัน" และ "ปูนซีเมนต์" จากไทยไปส่งยังลาว พี่ๆคนขับบอกว่าต้องรอคิวผ่านด่าน + ข้ามเรือเป็นวันๆ แต่ถ้าเป็นรถเล็กๆ จักรยาน มอไซค์ไม่มีปัญหาข้ามได้ทุกเที่ยวครับ
จากนั้นต้องหยุดพักกินอาหารกลางวันที่ปากเซ แขวงจำปาศักดิ์หลังจากข้ามฝั่งแล้ว ผมไปพักที่โรงแรมที่เคยเป็นวังสมัยลาวมีเจ้าแผ่นดิน ถูกลาวฝ่ายซ้ายยึดมาทำโรงแรม(ซะ) น่าจะเป็นโรงแรมแห่งเดียวในปากเซเวลานั้น เพราะไม่รู้จะเปิดไปบริการแขกที่ไหน ลูกค้าทั้งหมดคือคนต่างชาติที่เค้าไปกอบโกย เอ้ยหากินในลาวตอนเปิดประเทดใหม่ๆ