การใช้ HR มาคำนวณโซนการฝึกก็ด้วยเหตุผลแบบเดียวกันนี่แหละครับ
ผมเองก็ไม่ได้ฟิตอะไรหรอกนะ แต่ผมสังเกตหลายๆครั้งเวลาที่ฝึกด้วยวัตต์มิเตอร์ ผมเห็นเลยนะว่า ผมพยายามรักษาค่าwattอยู่ในช่วงของ endurance ดูในกราฟจะเห็นเลยว่าวัตต์จะแกว่งขึ้นแกว่งลงอยู่ในช่วงที่ต้องการจริงๆ แต่อัตราการเต้นของหัวใจจะเริ่มไต่ขึ้นเป็น slope เคยปั่นบนถนน เริ่มต้นด้วย 65%max HR แล้วไปจบแถวๆ 78% Max HR โดยที่ยังรักษาzoneของwattไว้อยู่ในzoneเดิม แล้วสังเกตได้ว่า ช่วงก่อนฝนตก (หน้าร้อน)เป็นช่วงที่ผมพัฒนาaerobicได้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างรู้สึกได้ เห็นเลยว่าHRมันขึ้นช้า และลงเร็วจริงๆ ( พอหน้าฝนมานี่แหละ ที่เริ่มdropลงอีก , สร้างยาก หายง่าย )
ยิ่งaerobic สุดยอด slopeนี้ก็จะแบนราบกว่าคนที่ฟิตน้อย คราวนี้คนที่ฟิตมากๆแบบแมวทอง เริ่มต้นก็ปั่นในระดับaerobic แต่หัวใจมันจะยังเซื่องๆอยู่ เพราะมันยังปั๊มเลือดได้อีกเหลือเฟือ เพราะหัวใจเขามีreserveเหลือเฟือครับ หัวใจไม่จำเป็นต้องเร่งรอบในการบีบตัว แต่เพิ่มแรงในการบีบตัวแทนก็ได้ โดยในระยะแรกๆสัดส่วนในการเพิ่มแรงบีบตัวจะมากกว่าสัดส่วนในการเพิ่มรอบในการเต้น ทำให้หัวใจเต้นไม่เร็วขึ้น( ผิดกับคนที่ไม่ฟิตแปร๊บเดียวก็ขึ้นแล้ว )
คราวนี้พอจะให้แมวทองเร่งระดับขึ้นไปฝึกในzone 3 หรือ zone 4 โดยอิงจากHRเป็นเกณฑ์ บางทีแมวทองจะต้องออกแรงมากกว่า zone 3 ไปเยอะมาก เพื่อที่จะเร่งให้HRมันขึ้น ( ก็คล้ายๆกับต้องการขับรถเร็วแค่ 140 แทนที่จะค่อยๆไต่ไปถึง 140 ก็ต้องเร่งพรวดเดียวไป 200 แล้วค่อยๆถอนคันเร่งปล่อยไหลลงจนถึง 140 แล้วค่อยรักษารอบเครื่องไว้ ) แต่กว่า HR จะขึ้นมันก็เลยเถิดเทิงไปไกลแล้ว แทนที่จะได้ฝึก Lactate threshold ก็กลายเป็นระเบิดพลังตั้งแต่แรกซะนี่
สุดท้ายการฝึกด้วยวัตต์มิเตอร์จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน (ดู TDF ปีนี้ จะสังเกตได้ว่านักปั่นส่วนใหญ่ใช้กันถ้วนหน้า) เพราะสามารถเลือก zone ที่จะฝึกกันได้ในทันทีที่ต้องการ
