(สรุปแรงดี ปั่นรถอะไรมันก็ไหลได้เหมือนกัน)
ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Chaitum
- ขาประจำ
- โพสต์: 748
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2009, 14:04
- team: ไม่มี
- Bike: bike 2 wheel
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
อย่าไปสนใจมันไว่าเฟรมไหนไหลไม่ีไหล เดี่ยวก็ไม่ได้ปั่น รถเราซื้อมาแล้ว ต้องปั่้น จะไปจอดให้ฝุ่นมันจับ สนิมกินเฟืองโซ่ทำไม ปั่นทุกวันมันก็ไหลไปเอง ผมเคยปั่นสู้ลมกับคนงานก่อสร้างแถวบางบัวทอง (แม้ง) โค-ตะ-ระ ทั้งแรงทั้งเร็วเลย (แม้ง)มันปั่นแข่งกับผม ผมเป็น มินิทัวส์ริ่ง ของคนงานเป็นรถ LA ดูมันปั่น
(สรุปแรงดี ปั่นรถอะไรมันก็ไหลได้เหมือนกัน)
(สรุปแรงดี ปั่นรถอะไรมันก็ไหลได้เหมือนกัน)
- oui0808
- สมาชิก
- โพสต์: 59
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2010, 10:45
- ตำแหน่ง: 26 หมู่ 13 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ต้องทดลอง ใช้รถ2คัน ต่างกันแค่เฟรม ล้อ ยาง ลมยาง อุปกรณ์อื่นเหมือนกัน คนขี่รูปร่างน้ำหนักใกล้เคียงกัน ตำแหน่งท่าขี่ใกล้เคียงกัน เพื่อต้านลมพอๆกัน ขี่คู่ขนานกัน สัก 30 กม/ชม หยุดปั่นปล่อยไหล คันไหนไหลไกลกว่าแสดงว่าใช้แรงขณะปั่นน้อยกว่า หรือว่าคำว่าไหลเกิดตอนปั่นเพราะองศาเฟรม งั้นก็ต้องใช้ watt meter ไม่รู้เรียกถูกเปล่า ที่เขาใช้วัดกำลัง วัดสองคนเปรียบเทียบดูคนไหนน้อยกว่า แสดงว่าไหลกว่า หรือยังไง 
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
หากทุกตัวแปลเท่ากัน
เฟรมไหล ไม่ไหล เป็นเรื่องของ แอร์โร่ไดนามิก ครับ
สังเกตุง่ายๆ ครับ
เฟรมแบนๆ ส่วนมากจะไหล
เฟรม กลมๆ อวบๆ ท่อบนไม่ค่อยสโลบ พวกนี้ แอบไหล
เฟรมเหลี่ยมๆ ใหญ่ๆ ไหลยากครับทำใจ
เฟรมเหลี่ยมๆ ท่อเฟรมเล็กๆ พวกนี้น่ากลัวครับ แอบไหล แถมยังกดติดเท้า(สติฟ)อีกต่างหาก
เฟรมไหล ไม่ไหล เป็นเรื่องของ แอร์โร่ไดนามิก ครับ
สังเกตุง่ายๆ ครับ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
-
blitzs
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ต.ค. 2011, 13:38
- team: ไร้สังกัด
- Bike: nirone 7 , fixed gear สีแดง
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ไหลๆ
ของมันจะไหลได้ไกล ไหลได้นาน ก็ต้องมีแรงต้านน้อย แรงต้านของเฟรมจักรยาน ก็คือลม
ดังนั้น รถที่ aero รถที่มวลน้อย และรถที่ CGต่ำ (จุดศูนย์ถ่วงต่ำ) มันก็จะไหลได้ดีกว่า ในสภาพถนนเดียวกัน
เฟรมที่เกิดมาเพื่อไหลจริงๆ ฝรั่งเขาเรียกว่า aero bike เช่น cervero s5 หรือยี่ห้ออื่นๆที่หน้าตาประมาณนี้
ส่วนเฟรมอื่นๆที่ ใครว่าทั้งไหล ทั้งนุ่ม ทั้งเร่งขึ้น มันอาจจะไหลได้ดีกว่าเฟรมอื่น เพราะแค่เบากว่า มวลน้อยกว่า
มันอาจจะนุ่มกว่า เพราะเป็นคาร์บอนหรือหางมันโค้งๆงอๆ ซึ่งซับแรงได้ดีกว่า หรือมันเร่งขึ้น เพราะเฟรมมัน stiff
แต่ในความเชื่อส่วนตัว เฟรมมันแพงสุดๆขนาดไหน มันก็ได้ไม่ครบทุกอย่างหรอกครับ เพราะมันมีเฟรมที่เฉพาะทางด้านนั้นจริงๆ ที่เป็นที่สุดในจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งความสุดนี่ อาจต่างกันแค่ไม่กี่วัตต์ ปั่นร้อยโลได้เพิ่มอีกไม่กี่เมตร แต่ผู้ผลิตเขาก็แข่งกัน เกทับกัน แม้สักสามสี่ วัตต์ก็ยังดี
ของมันจะไหลได้ไกล ไหลได้นาน ก็ต้องมีแรงต้านน้อย แรงต้านของเฟรมจักรยาน ก็คือลม
ดังนั้น รถที่ aero รถที่มวลน้อย และรถที่ CGต่ำ (จุดศูนย์ถ่วงต่ำ) มันก็จะไหลได้ดีกว่า ในสภาพถนนเดียวกัน
เฟรมที่เกิดมาเพื่อไหลจริงๆ ฝรั่งเขาเรียกว่า aero bike เช่น cervero s5 หรือยี่ห้ออื่นๆที่หน้าตาประมาณนี้
ส่วนเฟรมอื่นๆที่ ใครว่าทั้งไหล ทั้งนุ่ม ทั้งเร่งขึ้น มันอาจจะไหลได้ดีกว่าเฟรมอื่น เพราะแค่เบากว่า มวลน้อยกว่า
มันอาจจะนุ่มกว่า เพราะเป็นคาร์บอนหรือหางมันโค้งๆงอๆ ซึ่งซับแรงได้ดีกว่า หรือมันเร่งขึ้น เพราะเฟรมมัน stiff
แต่ในความเชื่อส่วนตัว เฟรมมันแพงสุดๆขนาดไหน มันก็ได้ไม่ครบทุกอย่างหรอกครับ เพราะมันมีเฟรมที่เฉพาะทางด้านนั้นจริงๆ ที่เป็นที่สุดในจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งความสุดนี่ อาจต่างกันแค่ไม่กี่วัตต์ ปั่นร้อยโลได้เพิ่มอีกไม่กี่เมตร แต่ผู้ผลิตเขาก็แข่งกัน เกทับกัน แม้สักสามสี่ วัตต์ก็ยังดี
-
Jr1
- ขาประจำ
- โพสต์: 227
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2010, 14:54
- Tel: 0830311474
- Bike: Raly
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
เฟรมถ้าหนักและกระจายน้ำหนักเท่าๆกันทั้งเฟรมจะไหลกว่า
ถ้าเอาเฟรมคาบอนมาถ่วงน้ำหนักด้วยขวดน้ำน้ำหนักจะไม่กระจายทั้งเฟรมอีกอย่างน้ำกระฉอกไปมาก็ไม่ไหล
อีกอย่างเฟรมคาบอนส่วนใหญ่จะอ้วนๆกว่าเฟรมเหล็กโครงสร้างมันต้านลม
ดังนั้นต่อให้รถคาบอนที่หนักเท่ารถเหล็กเพราะใส่ของแต่งหนักๆจะไม่ไหล่เท่ารถเหล็กเพราะน้ำหนักไม่กระจายเท่าๆกันทั้งเฟรม
ถ้าเอาเฟรมคาบอนมาถ่วงน้ำหนักด้วยขวดน้ำน้ำหนักจะไม่กระจายทั้งเฟรมอีกอย่างน้ำกระฉอกไปมาก็ไม่ไหล
อีกอย่างเฟรมคาบอนส่วนใหญ่จะอ้วนๆกว่าเฟรมเหล็กโครงสร้างมันต้านลม
ดังนั้นต่อให้รถคาบอนที่หนักเท่ารถเหล็กเพราะใส่ของแต่งหนักๆจะไม่ไหล่เท่ารถเหล็กเพราะน้ำหนักไม่กระจายเท่าๆกันทั้งเฟรม
- tabongza
- ขาประจำ
- โพสต์: 942
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 09:20
- Tel: 0-80061-6888
- team: Novice of BKK Bike Trainee , ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพบางบัวทอง
- Bike: Visp R1 , Java Saetta Xt (r)
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ความรู้ทั้งนั้น ขอบคุณทุกท่านครับ 
บางครั้งความเร็ว ก็ทำให้คุณพลาดมิตรภาพดีๆจากเพื่อนร่วมทางและความสวยงามระหว่างทริปก็เป็นได้
- StoneRoses
- ขาประจำ
- โพสต์: 3149
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
- Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ถ้านน.คนขี่+รถเท่ากันอุปกรณ์ประกอบเหมือนๆ กัน จะไหลต่างกันก็เรื่องแอร์โร่ไดนามิกส์เป็นหลักครับ
ถ้าเซ็ตท่าขี่เหมือนกัน เฟรมแอร์โร่ก็จะไหลกว่าเฟรมธรรมดาได้นิดหน่อย
แต่เฟรมแอร์โร่ เซ็ตท่าคนขี่ไม่แอร์โร่ ไหลแพ้เฟรมธรรมดาที่คนขี่แอร์โร่ ค่อนข้างแน่นอน
ทั้งนี้เพราะราวๆ 80% ของแรงต้านอากาศ มาจากตัวคนขี่ พวกเฟรมกะล้อมีแรงต้านแค่ราวๆ 20% เท่านั้น
เรื่องเหล็กและคาร์บอนไหลต่างกันเพราะเหตุผลเรื่องการกระจายนน. ผมว่าไม่จริง
จริงๆ เฟรมท่อกลม ต่อให้มีพื้นที่หน้าตัดปะทะลมน้อยกว่า การต้านอากาศมักจะมากกว่าเฟรมที่ปรับทรงลดแรงต้าน

ถ้าเซ็ตท่าขี่เหมือนกัน เฟรมแอร์โร่ก็จะไหลกว่าเฟรมธรรมดาได้นิดหน่อย
แต่เฟรมแอร์โร่ เซ็ตท่าคนขี่ไม่แอร์โร่ ไหลแพ้เฟรมธรรมดาที่คนขี่แอร์โร่ ค่อนข้างแน่นอน
ทั้งนี้เพราะราวๆ 80% ของแรงต้านอากาศ มาจากตัวคนขี่ พวกเฟรมกะล้อมีแรงต้านแค่ราวๆ 20% เท่านั้น
เรื่องเหล็กและคาร์บอนไหลต่างกันเพราะเหตุผลเรื่องการกระจายนน. ผมว่าไม่จริง
จริงๆ เฟรมท่อกลม ต่อให้มีพื้นที่หน้าตัดปะทะลมน้อยกว่า การต้านอากาศมักจะมากกว่าเฟรมที่ปรับทรงลดแรงต้าน

- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
- ไฟล์แนบ
-
- ลม ผ่าน วัตถุุ.png (29.89 KiB) เข้าดูแล้ว 611 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
-
pong212
- ขาประจำ
- โพสต์: 123
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 มี.ค. 2012, 19:46
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
เห็นด้วยกับที่ว่าแอร์โร่ของรถช่วยได้น้อยมาก เพราะพื้นที่รับลมของคนขี่มากกว่ารถครับ ซึ่งความเร็วในการปั่นแช่สัก 30-50 ลมที่ไหลผ่านแขน ขา ลำตัว ของคนขี่ มากกว่าพื้นที่รถอีกครับ เพราะเฟรมรถจักรยานมันไม่ได้ครอบตัวคนขี่มิดเลย เหมือนรถยนต์สปอร์ต ไม่ว่าจะทำเฟรมออกมาในรูปแบบไหนครับ ลดแรงต้านอากาศขนาดไหน อากาศก็ต้องไหลผ่านตัวเราอยู่ดี ถ้าคนขี่จัดท่านั่งไม่ดีก็จะต้านลมมากกว่าครับ เพราะฉะนั้นคนนั่นแหละครับที่จะเป็นตัวจัดแอโร่ไดนามิคStoneRoses เขียน:ถ้านน.คนขี่+รถเท่ากันอุปกรณ์ประกอบเหมือนๆ กัน จะไหลต่างกันก็เรื่องแอร์โร่ไดนามิกส์เป็นหลักครับ
ถ้าเซ็ตท่าขี่เหมือนกัน เฟรมแอร์โร่ก็จะไหลกว่าเฟรมธรรมดาได้นิดหน่อย
แต่เฟรมแอร์โร่ เซ็ตท่าคนขี่ไม่แอร์โร่ ไหลแพ้เฟรมธรรมดาที่คนขี่แอร์โร่ ค่อนข้างแน่นอน
ทั้งนี้เพราะราวๆ 80% ของแรงต้านอากาศ มาจากตัวคนขี่ พวกเฟรมกะล้อมีแรงต้านแค่ราวๆ 20% เท่านั้น
เรื่องเหล็กและคาร์บอนไหลต่างกันเพราะเหตุผลเรื่องการกระจายนน. ผมว่าไม่จริง
จริงๆ เฟรมท่อกลม ต่อให้มีพื้นที่หน้าตัดปะทะลมน้อยกว่า การต้านอากาศมักจะมากกว่าเฟรมที่ปรับทรงลดแรงต้าน
ปล.วิชาเกินล้วนๆ 555
- sickchild
- ขาประจำ
- โพสต์: 456
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 14:32
- Bike: จักรยานมือสอง
- ตำแหน่ง: พระราม 9
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
เห็นด้วยกับทุกท่านครับ อนาคตอาจจะมีชุดแอร์โร่ ที่มีหางยาวๆ แหลมๆ คล้ายหมวกแอร์โร่ มาช่วยให้คนขี่แอร์โร่มากขึ้น
ปล. ชอบภาพประกอบของแมวทองจัง ดูตั้งใจวาดดี
ปล. ชอบภาพประกอบของแมวทองจัง ดูตั้งใจวาดดี
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ขอบคุณครับ
งั้นเรามาทำเฟรมอ้วนๆ ให้ แอร์โร่กันเถอะ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=506637
งั้นเรามาทำเฟรมอ้วนๆ ให้ แอร์โร่กันเถอะ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- louisesay
- ขาประจำ
- โพสต์: 211
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 13:19
- Tel: 086-xxxxx99
- team: Morningside
- Bike: Cannondale
- ตำแหน่ง: Bangkok
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
เข้ามาอ่านครับ ได้ความรู้เพิ่มมากจริงๆ
- StoneRoses
- ขาประจำ
- โพสต์: 3149
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
- Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
วิธีวัดการไหลที่ดี ผมว่าตอนลงเนินลาดๆ ตรงๆ ยาวๆ มันวัดได้ชัดเจนครับ
ถ้าที่ยอดเนินขี่ตีคู่กันมาด้วยความเร็วเท่ากัน จากนั้นปล่อยไหลโดยไม่ปั่น จะเห็นได้ชัดเจนว่าคันไหนไหลดีกว่า โดยทั่วๆ ไป ถ้าทุกอย่างเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะปัจจัยที่ยกขึ้นมาทีละข้อ มันจะเป็นแบบนี้
นน.รวม
การไหลลงเนิน ยิ่งหนักยิ่งได้เปรียบครับ อธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์ง่ายๆ คือพลังงานศักย์โน้มถ่วง (gravitational potential energy = mgh) มีมวลมากก็มีพลังงานศักย์โน้มถ่วงที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานจล (kinetic energy = 1/2 mv^2) ตอนไหลลงมากกว่า
แม้กาลิเลโอจะทดลองว่าของหนักกับของเบา ตกลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็วเท่ากัน อันนั้นจริงในกรณีที่มีผลจากแรงต้านอากาศน้อยๆ แต่สำหรับจักรยาน แรงต้านอากาศมีผลเป็นอย่างมาก และแรงต้านอากาศของคนตัวเบาและตัวหนักต่างกันไม่มาก ดังนั้น เมื่อหักพลังงานศักย์ที่สูญเสียไปจากแรงต้านออก คนที่ นน.มากจะเหลือพลังงานจลน์มากกว่า (เร็วกว่า)
แอร่โร่ไดนามิกส์
รถสองคัน นน.เท่ากัน เริ่มไหลจากยอดเนินที่ความเร็วเท่ากัน มีพลังงานจลน์และพลังงานศักย์โน้มถ่วงเท่ากัน ไหลมาถึงปลายเนิน คนที่มีแรงต้านอากาศน้อยกว่าย่อมมีความเร็วมากกว่า เพราะเสียพลังงานไปกับแรงต้านน้อยกว่า
และอย่างที่บอกไว้ก่อน แรงต้านอากาศ เกิดเพราะคนขี่เป็นหลัก ดังนั้นท่าขี่สำคัญมาก
ความต้านทานการไหล (rolling resistance)
ความต้านทานการไหล เป็นผลรวมๆ จากความฝืดที่หน้ายางในการหมุนบดผ่านไปบนถนน และแรงเสียดทานที่จุดหมุนต่างๆ
ผลมันก็เหมือนแรงต้านอากาศ โดยทั่วไปปัจจัยเรื่องนี้ไม่มากเท่าไหร่นัก เพราะความฝืดของอุปกรณ์ต่างๆ มันไม่ได้มากมายนัก ถึงใช้อุปกรณ์อย่างดีกับของเกรดทั่วๆไป มันก็จะลื่นต่างกันนิดเดียว
สมการพลังงานการไหลลงเนินคือ
gravitational potential energy (ยอดเนิน) + kinetic energy (ที่จุดยอดเนิน) = gravitational potential energy (ตีนเนิน) + kinetic energy (ที่ตีนเนิน) + energy loss from aerodynamics drag + energy loss from rolling resistance
ถ้าที่ยอดเนินขี่ตีคู่กันมาด้วยความเร็วเท่ากัน จากนั้นปล่อยไหลโดยไม่ปั่น จะเห็นได้ชัดเจนว่าคันไหนไหลดีกว่า โดยทั่วๆ ไป ถ้าทุกอย่างเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะปัจจัยที่ยกขึ้นมาทีละข้อ มันจะเป็นแบบนี้
นน.รวม
การไหลลงเนิน ยิ่งหนักยิ่งได้เปรียบครับ อธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์ง่ายๆ คือพลังงานศักย์โน้มถ่วง (gravitational potential energy = mgh) มีมวลมากก็มีพลังงานศักย์โน้มถ่วงที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานจล (kinetic energy = 1/2 mv^2) ตอนไหลลงมากกว่า
แม้กาลิเลโอจะทดลองว่าของหนักกับของเบา ตกลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็วเท่ากัน อันนั้นจริงในกรณีที่มีผลจากแรงต้านอากาศน้อยๆ แต่สำหรับจักรยาน แรงต้านอากาศมีผลเป็นอย่างมาก และแรงต้านอากาศของคนตัวเบาและตัวหนักต่างกันไม่มาก ดังนั้น เมื่อหักพลังงานศักย์ที่สูญเสียไปจากแรงต้านออก คนที่ นน.มากจะเหลือพลังงานจลน์มากกว่า (เร็วกว่า)
แอร่โร่ไดนามิกส์
รถสองคัน นน.เท่ากัน เริ่มไหลจากยอดเนินที่ความเร็วเท่ากัน มีพลังงานจลน์และพลังงานศักย์โน้มถ่วงเท่ากัน ไหลมาถึงปลายเนิน คนที่มีแรงต้านอากาศน้อยกว่าย่อมมีความเร็วมากกว่า เพราะเสียพลังงานไปกับแรงต้านน้อยกว่า
และอย่างที่บอกไว้ก่อน แรงต้านอากาศ เกิดเพราะคนขี่เป็นหลัก ดังนั้นท่าขี่สำคัญมาก
ความต้านทานการไหล (rolling resistance)
ความต้านทานการไหล เป็นผลรวมๆ จากความฝืดที่หน้ายางในการหมุนบดผ่านไปบนถนน และแรงเสียดทานที่จุดหมุนต่างๆ
ผลมันก็เหมือนแรงต้านอากาศ โดยทั่วไปปัจจัยเรื่องนี้ไม่มากเท่าไหร่นัก เพราะความฝืดของอุปกรณ์ต่างๆ มันไม่ได้มากมายนัก ถึงใช้อุปกรณ์อย่างดีกับของเกรดทั่วๆไป มันก็จะลื่นต่างกันนิดเดียว
สมการพลังงานการไหลลงเนินคือ
gravitational potential energy (ยอดเนิน) + kinetic energy (ที่จุดยอดเนิน) = gravitational potential energy (ตีนเนิน) + kinetic energy (ที่ตีนเนิน) + energy loss from aerodynamics drag + energy loss from rolling resistance
- pitiwattrek
- ขาประจำ
- โพสต์: 1035
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2011, 22:16
- Tel: 4300
- team: live in Nongkhai
- Bike: LA/คิตตี้
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
StoneRoses เขียน:วิธีวัดการไหลที่ดี ผมว่าตอนลงเนินลาดๆ ตรงๆ ยาวๆ มันวัดได้ชัดเจนครับ
ถ้าที่ยอดเนินขี่ตีคู่กันมาด้วยความเร็วเท่ากัน จากนั้นปล่อยไหลโดยไม่ปั่น จะเห็นได้ชัดเจนว่าคันไหนไหลดีกว่า โดยทั่วๆ ไป ถ้าทุกอย่างเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะปัจจัยที่ยกขึ้นมาทีละข้อ มันจะเป็นแบบนี้
นน.รวม
การไหลลงเนิน ยิ่งหนักยิ่งได้เปรียบครับ อธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์ง่ายๆ คือพลังงานศักย์โน้มถ่วง (gravitational potential energy = mgh) มีมวลมากก็มีพลังงานศักย์โน้มถ่วงที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานจล (kinetic energy = 1/2 mv^2) ตอนไหลลงมากกว่า
แม้กาลิเลโอจะทดลองว่าของหนักกับของเบา ตกลงสู่พื้นโลกด้วยความเร็วเท่ากัน อันนั้นจริงในกรณีที่มีผลจากแรงต้านอากาศน้อยๆ แต่สำหรับจักรยาน แรงต้านอากาศมีผลเป็นอย่างมาก และแรงต้านอากาศของคนตัวเบาและตัวหนักต่างกันไม่มาก ดังนั้น เมื่อหักพลังงานศักย์ที่สูญเสียไปจากแรงต้านออก คนที่ นน.มากจะเหลือพลังงานจลน์มากกว่า (เร็วกว่า)
แอร่โร่ไดนามิกส์
รถสองคัน นน.เท่ากัน เริ่มไหลจากยอดเนินที่ความเร็วเท่ากัน มีพลังงานจลน์และพลังงานศักย์โน้มถ่วงเท่ากัน ไหลมาถึงปลายเนิน คนที่มีแรงต้านอากาศน้อยกว่าย่อมมีความเร็วมากกว่า เพราะเสียพลังงานไปกับแรงต้านน้อยกว่า
และอย่างที่บอกไว้ก่อน แรงต้านอากาศ เกิดเพราะคนขี่เป็นหลัก ดังนั้นท่าขี่สำคัญมาก
ความต้านทานการไหล (rolling resistance)
ความต้านทานการไหล เป็นผลรวมๆ จากความฝืดที่หน้ายางในการหมุนบดผ่านไปบนถนน และแรงเสียดทานที่จุดหมุนต่างๆ
ผลมันก็เหมือนแรงต้านอากาศ โดยทั่วไปปัจจัยเรื่องนี้ไม่มากเท่าไหร่นัก เพราะความฝืดของอุปกรณ์ต่างๆ มันไม่ได้มากมายนัก ถึงใช้อุปกรณ์อย่างดีกับของเกรดทั่วๆไป มันก็จะลื่นต่างกันนิดเดียว
สมการพลังงานการไหลลงเนินคือ
gravitational potential energy (ยอดเนิน) + kinetic energy (ที่จุดยอดเนิน) = gravitational potential energy (ตีนเนิน) + kinetic energy (ที่ตีนเนิน) + energy loss from aerodynamics drag + energy loss from rolling resistance
thailand
- keepmoment
- ขาประจำ
- โพสต์: 1480
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
- Bike: P2
Re: ไหล...(เฟรมนี้ปั่นแล้วไหล ไม่ต้องเติมบ่อย)..... อยากทราบว่าเหตุใดเฟรมจึงไหลมากน้อยต่างกันครับ ?
ตอบจากการสังเกตรถผมนะครับ
รถใหม่ผม เบากว่าคันเดิม เบาเพราะเฟรมเป็นหลัก
ทรงของรถคล้ายๆเดิม ต่างกันนิดหน่อย
วันแรกที่เปลี่ยน set ทุกอย่างคงเดิม รู้สึกเสียดายตังค์นิดหน่อย เพราะก็ไม่รู้สึกแตกต่าง ยกเว้นเรื่องออกตัว เพราะว่าเฟรมใหม่เบากว่า
อีกไม่กี่วันต่อมา ผมเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่าง และ set ท่าขี่ใหม่ คันใหม่ headtube ต่ำลง แฮนด์ต่ำลง เลือกstem ยาวขึ้นต้องหมอบมากขึ้น
ความรู้สึกกับคันใหม่ ณ วันนี้ ต้านลมน้อยกว่าเดิม คงความเร็วสูงๆได้นานกว่าเดิม รู้สึก"ไหล"มากกว่าเดิมหน่อยนึง ความเร็วโดยรวม ดูจะเพิ่มมากขึ้นนิดหน่อยแบบรู้สึกได้
ทั้งนี้ทั้งนั้น การควบคุมตัวแปรนั้นไม่ได้ทำ แม้จะปั่นในถนนเส้นเดิม แต่ต่างเวลา แต่ความรู้สึกผม ให้น้ำหนักของท่าขี่มากกว่าเฟรม สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ
รถใหม่ผม เบากว่าคันเดิม เบาเพราะเฟรมเป็นหลัก
ทรงของรถคล้ายๆเดิม ต่างกันนิดหน่อย
วันแรกที่เปลี่ยน set ทุกอย่างคงเดิม รู้สึกเสียดายตังค์นิดหน่อย เพราะก็ไม่รู้สึกแตกต่าง ยกเว้นเรื่องออกตัว เพราะว่าเฟรมใหม่เบากว่า
อีกไม่กี่วันต่อมา ผมเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่าง และ set ท่าขี่ใหม่ คันใหม่ headtube ต่ำลง แฮนด์ต่ำลง เลือกstem ยาวขึ้นต้องหมอบมากขึ้น
ความรู้สึกกับคันใหม่ ณ วันนี้ ต้านลมน้อยกว่าเดิม คงความเร็วสูงๆได้นานกว่าเดิม รู้สึก"ไหล"มากกว่าเดิมหน่อยนึง ความเร็วโดยรวม ดูจะเพิ่มมากขึ้นนิดหน่อยแบบรู้สึกได้
ทั้งนี้ทั้งนั้น การควบคุมตัวแปรนั้นไม่ได้ทำ แม้จะปั่นในถนนเส้นเดิม แต่ต่างเวลา แต่ความรู้สึกผม ให้น้ำหนักของท่าขี่มากกว่าเฟรม สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ