แต่ใครบางคนก็ยอมแพ้แตกซะก่อน

มุ่งหน้าเข้าระนองป้ายที่คุ้นตามาก ๆ


ทางเริ่มเหลือสองเลนครับ

แหม ๆ ผมปั่นผ่านบ้านนี้แล้วใจหายเพราะรู้สึกตอนนี้ผมจะรั้งท้ายกับพี่กานต์สองคนแล้ว

ส่วนนี้มีการทำทางเป็นระยะ ๆ ครับ

และแล้วกลุ่มแพ้แตกก็ตามมาน๊อคเรา ฮ่า ๆ

"คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง"
นั่นคือคำขวัญเมืองระนองผมได้ไปแค่อย่างแรกอย่างเดียวนอกนั้นเจอแต่เขามากับฝน
ถ้าระนองมีสี่ร้อยกว่าโค้ง ผมว่าเนินเขาก็คงมีไม่แพ้กัน ฝนจะแปด หรือ แดดจะสี่ มันก็เพียงตัวเลข
"เขามากับฝน" จริง ๆ ครับ

แต่แล้วการเดินทางของเราต้องหยุดซักพักนึงประมาณ20 นาทีเพราะฝนตกหนักมากครับ
หยุดเพื่อติดตั้งไฟ รอให้ซาอีกนิด แทบจะได้เสียกันบรรยากาศชั่งเป็นใจ

สำหรับการเดินทางของใครบางคนที่เลือกแล้วว่าทุกอย่างมันจะดูช้าลง....
แต่การค้นพบขอการเดินทางครั้งนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น
ทุกอย่างรอบตัวมันเร็วเกินไปตะหาก
ในระหว่างการเดินทาง เราเห็นอะไร ๆ ที่ช้ากว่าเราอีกเยอะ...

ตอนนี้รู้สึกเหงามากเหลือท้ายอยู่สองคนยังคิดว่าเพื่อน ๆ น่าจะรอที่น้ำตกปุญญบาล
แต่ไม่เจอก็คิดว่าสงสัยคงรอที่ระนอง

ถ้าระดับความยากของช่วงวันนี้ ทางขึ้ินจากน้ำตกปุญญบาลนั้นถึงว่ายากระดับนึงเลยที่เดียว
แต่ผมก็เหมือนเดิม เนิบ ๆ เรื่อย ๆ ควงไปเรื่อย ๆ กลัวค่ำซะมากกว่า

ในระดับความเร็วประมาณ 7 ก็ยังสามารถหยิบกล้องมาถ่ายได้หลายคนอาจคิดว่าง่าย
ผมจะบอกให้ว่ายากกว่าเร็วๆ ซะอีกครับ ไม่เชื่อลองดู ๆ

นั่นมันหมอกจาง ๆ หรือ ควันกันแน่นะ

แต่กำลังใจกลับมีมากขึ้นเพราะเราเห็นไฟทางที่ไหนมีไฟทางแสดงว่ากำลังจะเข้าเมือง



และแล้วก็มาถึงจนได้

จะบอกว่ารถดีก็ไม่ช่าย คนมันถึกก็ไม่เชิง แต่เรามีความมุ่งมั่นที่จะไปให้ได้มันเป็นแรงจากข้างในซะมากกว่า

ผมได้เจอกับกลุ่มหน้าเราในไม่กี่นาทีเพราะโทรมาพอดีทำให้รู้ว่าทิ้งกันไม่เกินสิบนาที
นิถ้าไม่ติดฝนบนเขาคงทันกัน.....
วันนี้ผมได้รุ้จักคำว่า "รู้เรา"
"เรา"ในที่นี้หมายถึงตัวเรา ฝีตีนเรา ร่างกายเรา รถเรา ทุกอย่างผ่าน
"เรา" ในที่นี้หมายถึง "พวกเรา" ยังรอกัน ยังเป็นห่วงกัน
ทริปนี้ทำให้ผมได้รุ้จัก "รู้เขา รู้เรา รู้ทะเล" ครบรสชาดจริง ๆ ครับ

ไม่มีอะไรมีความสุขกว่าการได้คุยเรื่องราวที่เพิ่งผ่านมาบนโต๊ะกินข้าวที่มีเบียร์เย็น ๆ
ระยะทางทั้งหมดเห็นเพื่อน ๆ บอกว่า 350 โล ไมล์ผมเจ๊งไปพร้อมสายฝน.....

ระยะทางอาจพิสูจน์อะไรได้หลาย ๆ อย่าง เวลาอาจมีคำตอบอะไรได้หลาย ๆ สิ่ง
แต่ระยะทางกับเวลา ถ้าเอามาสมการกันแล้ว ตัวแปรคงทีที่ไม่เคยแปรผันตามเลยคือ
"หัวใจ" ทริปนี้ชาวสวนหลวง "หัวใจ" เกินร้อย เพราะว่าส่วนที่เกินออกมานั้น
ผมได้รับมันไว้ในหัวใจผมเรียบร้อยแล้ว ผมจะเก็บมันไว้อย่างดีในนี้ล่ะ ใน "หัวใจ" เหมือนกัน
"เวลา" เราสามารถเลือกปฎิบ้ติได้สองอย่าง คือ "ใช้" กับ "เสีย" อย่ามัวแต่เสียมันไปรู้จักใช้มันบ้างนะครับผม....
ทริปหน้าเจอกันใหม่ครับ........
ชเดช
