เมธา เปรมแสง เขียน:
แล้วขี่เส้นทางปรกติไม่ดูดรถสิบล้อ ขี่รวดเดียว49โล ทำค่าavได้เท่าไหร่ครับ ผมขี่หมอบ25โลรวดเดียวav ได้แค่ 35เองครับ
ขอบคุณมากครับพี่kxf ที่ถาม ตามความคิดของผม พี่คงคิดว่าผมคงชอบขี่รถเร็วและชอบการแข่งขัน ผมต้องขอโทษด้วยครับไม่มีประสบการณ์แบบนั้นเลย ผมชอบปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ชอบปั่นแนวทัวร์ริ่งครับ ระยะทางและavที่พี่ทำได้ผมไม่เคยทำได้เลยครับในการปั่นคนเดียว ก่อนปั่นจักรยานเคยอ่านหนังสือเขาบอกว่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีควรออกแบบแอโรบิค( หัวใจเต้นสูงสุดไม่เกิน ๒๒๐-อายุปัจจุบัน) เนื่องจากไม่มีเครื่องมือวัดการเต้นของหัวใจก็เลยใช้อาการต้องอ้าปากช่วยหายใจเป็นตัววัด ถ้าต้องอ้าปากปั่นก็จะลดความเร็วลง ผมยึดถือการปั่นจักรยานแบบนี้มาตลอด ๗ ปี และตลอดไป จะไม่ไปลงแข่งเพื่อล่ารางวัล อาจจะไปลงแข่งบ้างเพื่อทดสอบตัวเอง แต่ที่น่าแปลกใจก็คือการปั่นจักรยานแบบนี้ทำให้เรา สามารถยืดขอบเขตแอโรบิคของเราได้สูงขึ้น ปั่นได้นานและความเร็วสูงขึ้นโดยที่เราไม่เหนื่อยมาก สุขภาพสมบูรณ์กว่าเมื่อก่อน
ต้องขอขอบคุณพี่เมธาที่จัดเจ้าdomain แบบแข่งขันมาให้ ซึ่งมีความแตกต่างมากมายกับรถคันเก่าที่ใช้อยู่ทั้งที่ราคาก็ต่ำกว่า ก่อนรับรถได้อ่านบทความและได้พูดคุยกับพี่เมธา พี่เขาบอกว่ารถของ เอ็ม เจ ประสิทธิภาพเกินราคา เพราะเป็นการโมดิฟายด์รถเพื่อคุณ ไม่ใช่ประกอบรถให้คุณเหมือนร้านอื่น พี่เมธาเล่าให้ฟังว่าเคยพากลุ่มที่ปั่นด้วยกันปั่นแซงกลุ่มนักแข่งเสือหมอบเป็นสิบคัน รวดเดียวจากคันสุดท้ายไปถึงคันหน้าสุดและยืนระยะอยู่จนพอใจ ตอนได้ฟังผมไม่เชื่อหรอกครับ รถเสือภูเขาคนขี่ก็ไม่ใช่นักแข่งจะแซงเสือหมอบได้ยังไงคิดในใจว่า พี่เมธา.... ตั้งแต่ใช้ domain มา ๒๐๐๐ โล เชื่อแล้วครับ ว่าเป็นไปได้จริง ถ้าความแข็งแรงเท่ากัน ไปทดสอบมาเองที่โคราชใจเกินร้อย แซงได้ดั่งใจ ขอขอบคุณครับ[/quote]
พี่จำรัสพูดถูกแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ประสบการณ์การขี่ ไม่ได้เกี่ยวกับหมอบหรือภูเขา แต่ถ้าบอกว่าหมอบต้องเร็วกว่าเสือภูเขาละก็คิดผิด ถ้าเสือภูเขาร้านอื่นผมไม่รู้แต่ที่ร้านผม หมอบจะมาจากไหนไม่เคยสนใจ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ปี2550 ผมขี่เองบนอานdimond back cromo ซึ่งปัจจุบันรถคันนี้ลูกสาวใช้อยู่ บนอาน nishiki amus เมื่อปี2551ปัจจุบันรถคันนี้อยู่กับพี่อ้อ ซึ่งป็นประธานทีมจักรยานของเราเองนี่แหละแล้วมาคันที่ใช้อยู่ปัจจุบัน SEEK Cromo บนอานทั้งสามคันผมไม่เคยสยบให้แก่ท่านใดแม้แต่เพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็นหมอบหรือภูเขาจนกระทั่งตัดสินใจเลิกขี่แบบนั้นอีกหลังจากขี่นครปฐม-ชะอำ147กมรวดเดียวใช้เวลา4.34/4.37ชม แล้วก็นครปฐม-ถ้ำธารรอด เสือหมอบเสือภูเขาร้อยกว่าคัน ขี่ถึงมีอยู่สามคัน หลังจากแยกบ่อพลอยเหลือ3คันเท่านั้น แล้วทริปสุดท้ายก็เลยถือโอกาศเลิกแขวนล้อในเส้นทางจักรยานบู๊ข้างถนนในเดือนกันยายนปี2552 ในทริปนครปฐม-ตะนาวศรี ที่มีจักรยานในทริปนี้เป็นร้อยคัน ทุกวันนี้ยังขี่ได้แต่เลิกแล้ว ถ้าไม่เหลืออดจริงๆละก็เลิกจริงๆ ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 8&t=299340[/quote]
ได้ความรู้และประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น จริงๆ ขอบคุณมากๆครับ 