รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

ผู้ดูแล: เสือเพชรบูรณ์, V3 ป่าเลา

กฏการใช้บอร์ด
ที่อยู่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"พระพุทธเจ้าทรงสอนให้อยู่กับปัจจุบันนี้ ที่นี่และเดี๋ยวนี้
ไม่ใช่อยู่กับอดีตหรืออนาคต"

หลวงปู่ชา สุภทฺโท


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"การพูดเพ้อเจ้อเหลวไหล หาสาระไม่ได้
บาปก็คือว่าไม่มีคนเชื่อถือ
พูดเรื่อยเปื่อยไป ไม่มีหลักมีฐาน ก็ไม่มีคนเชื่อถือ
พูดตลกเฮฮา เสียเวลาปฏิบัติธรรม เสียเวลาทำงาน
สงเคราะห์เข้าในเป็นฉายาของมุสาวาท
ผู้ที่จะปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน
ต้องสำรวมวาจาประหยัดคำพูด"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

หนาวกายห่มด้วยผ้า หนาวใจห่มด้วยรู้!


ธรรมชาติทางกาย
เป็นสิ่งที่จัดการได้ง่ายกว่าธรรมชาติทางใจ
เพราะกายเป็นสิ่งจับต้องได้ด้วยมือ
ทราบชัดว่าจัดการอย่างไรแล้วจะเกิดผลแบบไหน
เช่น เมื่อร้อนแล้วไปอยู่ในที่ที่มีลมพัด
หรือมีน้ำเย็นให้ลงเล่น ก็จะผ่อนคลายสบายขึ้น
เมื่อหนาวแล้วไปอยู่ในห้องที่ปราศจากลมผ่าน
หรือมีไอร้อนเป่าตัว ก็จะทรมานปวดกระดูกน้อยลง


ที่ธรรมชาติทางใจจัดการได้ยากกว่าธรรมชาติทางกาย
ไม่ใช่เพียงเพราะใจเป็นสิ่งจับต้องไม่ได้ด้วยมือ
แต่ยังเป็นเพราะสภาพทางใจพลิกผันได้ร้อยแปด
เพียงเพราะถูกกระทบด้วยสิ่งเดียวกันในต่างเวลา
ก็อาจออกอาการหุบเข้าหรือเปิดออก
มีความรู้สึกเป็นชอบหรือเป็นชัง
แตกต่างกันราวกับเป็นใจของคนละคน


บางครั้งร้อนใจ พยายามดับอย่างไรก็ไม่เย็น
บางครั้งใจร้อน พุ่งตัวตามความร้อนเดี๋ยวเดียวก็เย็นเอง
บางครั้งหนาวใจ อยู่กับใครก็ไม่อุ่น
บางครั้งใจหนาว แต่หนาวสั่นไม่นานก็กลับกล้าขึ้นมาใหม่
เอาแน่เอานอนไม่ได้สักอย่าง ต่างไปเรื่อยๆตามวัน
ตามสถานที่ และตามแต่จะอยู่กับบุคคลใด


ต่อเมื่อพบพระพุทธศาสนา
ศึกษาเรื่องการเจริญสติ
ผู้เป็นชาวพุทธด้วยหัวใจ
ย่อมเกิดความกระจ่างในชีวิต
ไม่ว่าใจจะออกอาการแบบไหน
ถ้ารวมลงแล้วสรุปได้ว่ายอมรับทุกอาการต่างๆตามจริง
จนเกิด ‘อาการรู้ว่าไม่เที่ยง’ ขึ้นมาได้
ทั้งความหนาวและความร้อนก็เหมือนอยู่ห่างออกไปจากใจ
คล้ายมีกำแพงความว่างคั่นอยู่ระหว่างใจกับความร้อนหนาว


ที่ไหนมีใจรู้ ที่นั่นไม่มีใจร้อน ที่นั่นไม่มีใจหนาว
มีแต่รู้ว่าหนาว รู้ว่าร้อน ล้วนไม่เที่ยง
เกิดขึ้นแล้วต้องดับลงเป็นธรรมดา
ไม่ว่าจะช้านานด้วยเหตุปัจจัยใดๆ


ดังตฤณ
พฤษภาคม ๕๕
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"คนทั้งหลายพากันเกลียดกลัวทุกข์
อยากหนีทุกข์ ไม่อยากให้มีทุกข์เลย
ความจริงทุกข์นี่แหละจะทำให้เราฉลาดขึ้นล่ะ
ทำให้เกิดปัญญา ทำให้เรารู้จักพิจารณาทุกข์"

หลวงปู่ชา สุภทฺโท


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »


เช้านี้ หลวงพ่อท่านเทศน์สั้นๆ
จับใจความเอามาเขียนใหม่แบบของผม
...
"ความสุขมันคือธรรมชาติ
ความทุกข์มันก็คือธรรมชาติ
เราต้องรู้จักธรรมชาติให้ลึกซึ้ง
เราจึงจะรับมือกับมันได้ทุกสภาวะ"

http://www.facebook.com/prapaschol


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
รูปประจำตัวสมาชิก
V3 ป่าเลา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8923
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 22:34
Tel: 0819538554
team: PHETCHABUN TEAM
Bike: Cannondale Taurine SL 09 Super six hi-mod 09 Fash factory team
ตำแหน่ง: 44/2 หมู่ 8 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย V3 ป่าเลา »

สา...ธุ...ครับ
ชนะอื่นใดไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับชนะใจตนเอง
แม้จะมีเพียงแค่ภาพเดียวแต่สามารถแทนคำพูดได้มากกว่าพันคำ
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"ถ้าหากโลกทั้งปวงหนักไปทางสอนตนเองเป็นชั้นหนึ่ง
และเป็นของจำเป็นมากกว่าสิ่งใดๆ แล้ว
การโต้เพียงเกี่ยงงอน รังเกียจเบียดสีกัน
ก็คงสงบไปในตัวเท่าที่ควร"

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"เราทำงานคนเดียวไม่ได้
แต่ละคนมีดีคนละอย่าง
ควรหันหน้าเข้าหากัน ทำงานด้วยกัน
เอาส่วนรวมเป็นหลัก มิใช่เอาตนเป็นใหญ่"

หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"ถ้าตายแล้วก็แล้วกันไป
ถ้ายังไม่ตายเมื่อตื่นนอนทุกเช้าก็ทำใจไว้ว่า
วันนี้กับวันที่ผ่านมาแล้วแต่ละวันๆ จะไม่เหมือนกัน
วันนี้เราจะเจอเหตุการณ์อะไรอีก
ไม่มีความแน่นอนอะไรเลย เราต้องเตรียมตัวเอาไว้
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด นี่นักปฏิบัติต้องทำอย่างนี้"

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

ประหยัดปาก

พระธรรมเทศนา โดย พระพุทธพจนวราภรณ์ (หลวงปู่จันทร์ กุสโล)
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่



ได้กล่าวแล้วว่า “ปาก” เป็นสื่อสารสำคัญในการติดต่อ
คนเราจะรักกันก็เพราะปาก จะชังกันก็เพราะปาก
คนที่พูดไม่ได้เขาเรียกว่าคนใบ้ คนที่เป็นใบ้ โดยส่วนมากแล้วหูหนวกด้วย
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าหูไม่หนวก คนอื่นพูดอะไรก็ได้ยิน
พูดดีก็ได้ยิน พูดร้ายก็ได้ยิน แต่ตัวเองไม่มีโอกาสได้ตอบโต้
ท่านว่าคนนั้นจะอกแตกตายเพราะความอึดอัดในใจที่ไม่ได้พูด
การพูดจึงเท่ากับเป็นการระบายความในใจของตนให้คนอื่นรับรู้
คำพูดแต่ละคำจึงเป็นการส่อแสดงถึงน้ำใจ
ดังพระพุทธภาษิตว่า “วาจาเช่นกับน้ำใจ”
ดังนั้นการเปล่งวาจาออกมาแต่ละคำจึงต้องประหยัด
คือระมัดระวัง พูดแต่เฉพาะวาจาที่เป็นประโยชน์เท่านั้น


โบราณท่านสอนว่า “อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา”
ขณะใดเรามีโอกาสอยู่คนเดียว ขณะนั้นเราไม่มีโอกาสใช้ปาก โทษทางปากจึงไม่มี
แต่ขณะเดียวกันนั้นสิ่งที่เราจะลืมเสียมิได้คือความคิด
ความคิดเป็นความเคลื่อนไหวของจิตใจ
แม้ไม่มีโอกาสแสดงออกมาให้ปรากฏในภายนอก เป็นความรู้สึกนึกคิดที่กรุ่นอยู่ภายใน
ก็สามารถทำความเดือดร้อนวุ่นวาย และความสงบเย็นเป็นสุขให้กับผู้เป็นเจ้าของความคิดได้
ความรู้สึกนึกคิดนี่เองเป็นพื้นฐานของความสุขและความทุกข์ทั้งปวง
มีพุทธภาษิตบทหนึ่งรับรองว่า “เมื่อจิตใจดี คือไม่เศร้าหมองขุ่นมัวแล้ว
การทำหรือการพูดก็ดีไปตาม ความสุขย่อมมีได้เพราะจิตใจที่ดีนั้น
ตรงข้ามกับ “เมื่อจิตใจไม่ดี เศร้าหมองขุ่นมัว
การทำหรือการพูดก็พลอยเสีย ความทุกข์ย่อมมีได้ เพราะจิตใจที่เสียนั้น”
การประหยัดปากจะได้ผล จึงต้องสำรวมระวังใจพร้อมกันไปด้วย


คำที่ว่าอยู่ท่ามกลางมิตรให้ระวังวาจา นั้น
แสดงว่าเมื่อเข้าสู่สมาคมร่วมกับคนอื่น
สิ่งที่จะเป็นผลดีผลร้ายกับตัวเราเอง คือ วาจา หรือ ปาก


ลักษณะของปากคม คำว่าปากคม เป็นคำที่น่าคิด
ปากของคนจะคมได้อย่างไร ไม่ใช่ปากนก ปากกา
คำว่าปากคมจึงไม่หมายถึงปากที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร ซึ่งมีฟัน มีหนังหุ้มห่ออยู่นี้
แต่หมายถึงลักษณะของคำพูด คือเสียงหรือสำเนียงที่เปล่งออกมา
ที่ว่าคมนั้น หมายได้ทั้งส่วนดีและส่วนเสีย
ถ้าผู้พูดพูดด้วยเจตนาดี มีความรู้ ก็เรียกคำพูดหรือโวหารนั้นว่า “คารมคมคาย”
คือพูดแล้วน่าคิด ชวนฟัง ทำให้ผู้ฟังเกิดความคิด ได้สติปัญญาพร้อมกันไปด้วย
แต่ถ้าผู้พูดพูดด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ มีเจตนามุ่งร้าย
มีท่าทีกิริยาเหน็บแนม ทั้งค่อนขอด เปรียบเปรย
คำพูดนั้น แม้จะเป็นคำที่จริงหรือเป็นคำที่อ่อนหวาน ก็จัดเป็นคำพูดที่เสีย
คนปากประเภทนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปากตะไกร
พูดแล้วทำให้ผู้ฟังรู้สึกเจ็บแสบอยู่ในใจ แม้จะไม่เจ็บเนื้อเจ็บหนัง
แต่ก็สามารถผ่านลึกเข้าไปเชือดเฉือนบาดหัวใจ ถึงเลือดจะไม่ตก ยางจะไม่ออก
แต่ทำให้เสียน้ำใจ ดังคำกลอนบทหนึ่งกล่าวว่า

คมสามารถศาสตราสิ้นทั้งหมด ฉันว่ารสเล่ห์ลมนั้นคมกว่า
หากจะเชือดเลือดเนื้อเอาเกลือทา ชาวโลกาเห็นแท้ว่าแผลตาย
คมวาจาหากว่าจะถากถาง ให้เห็นทางแทบถึงซึ่งฉิบหาย
บางทีก็พอช้ำระกำกาย บางคนตายด้วยรสพจนา
ไม่ต้องบั่นฟันเชือดให้เลือดตก เจ็บในอกช้ำคำที่ร่ำว่า
ถึงคมกรดไม่เท่ารสของวาจา ยิ่งศาสตราสู้ศัตรูดูอุบาย


ทั้งหมดนี้คืออิทธิพลของปาก ปากประเภทนี้นอกจากจะเรียกว่าปากตะไกรแล้ว
ยังเรียกว่า ปากจัด ปากร้าย ปากเสีย ปากไม่ดี เป็นปากที่ควรประหยัดไม่ควรพูด
เพราะทำให้ผู้ฟังเกิดความเดือดร้อน กระทบกระเทือนใจ
ลักษณะของปากบอน ปากอยู่ไม่สุข ชอบเก็บเอาเรื่องของคนอื่นมานินทา เพิ่มเติมเสริมต่อ
เรื่องเล็กทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสั้นทำให้เป็นเรื่องยาว จับกลุ่มกันที่ไหนก็นินทากันที่นั่น
นอกจากเก็บเอาเรื่องของคนอื่นมานินทาว่าร้ายแล้ว
ยังแสวงหาประโยชน์จากการนินทานั้นด้วย
คือเก็บเอาเรื่องคนนี้ไปเล่าให้คนนั้นฟัง เก็บเอาเรื่องของคนนั้นมาเล่าให้คนนี้ฟัง
เพื่อประจบสอพลอเขาบ้าง เพื่อให้เขาทะเลาะวิวาทกันบ้าง
คนที่มีนิสัยปากบอน เป็นบุคคลประเภทระเบิดทำลาย อยู่ที่ไหนบ่อนแตกที่นั่น
เป็นตัวหนอนบ่อนทำลายความสงบสุขของคนอื่น เป็นเชื้อโรคที่คอยแทรกซึม
คอยตัดกำลังความสามัคคีของหมู่คณะ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างหมู่คณะ
ตลอดถึงระหว่างบุคคลต่อบุคคล ระหว่างประเทศต่อประเทศ ทำให้โลกชุลมุนวุ่นวาย
ก็เพราะบุคคลประเภทปากบอน คอยยุให้รำตำให้รั่ว
คอยหยอดถ้อยคำที่เป็นพิษเป็นภัยอยู่เสมอ


จิตใจของคนปากบอนเป็นจิตที่ยินดีในความชั่ว ในความเสื่อม
ถ้าได้เห็นความเสื่อมเสียหายของคนอื่นแล้วใจเป็นสุข
คล้ายกับแมลงวันที่คอยแสวงหาของเหม็นอยู่เสมอ
คนมีนิสัยปากบอน ถ้าได้เห็นคนอื่นเขามีความสุขความเจริญ
กลับไม่สบายใจ ใจเป็นทุกข์กลัวเขาจะได้ดีกว่า
คอยหาทางลิดรอนทำลายความสุขของคนอื่นอยู่เสมอ
ความเสื่อมของโลกมีมาเพราะเหตุนี้เอง
พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “อรติ โลกนาสิกา”
ความริษยาคือความไม่ยินดีในเมื่อคนอื่นได้ดีมีความสุข ทำให้โลกฉิบหาย


จะประหยัดปากไม่ให้เป็นคนปากบอนได้อย่างไร?
ข้อนี้ตอบว่า ก็เมื่อเราทราบว่าคนปากบอนมีนิสัยชอบแส่แสวงหาความชั่วของคนอื่น
วิธีแก้ก็คือ ให้คนที่มีนิสัยปากบอนพยายามมองหาความดีของคนอื่นอยู่เสมอ
ปรกติของคนเราจะเป็นคนดีล้วน ไม่มีความเสีย
หรือจะเป็นคนเสีย ไม่มีความดีเลยนั้น
ย่อมเป็นไปไม่ได้ คนเราย่อมมีดีมีเสียเป็นของธรรมดา
ดังคำว่า “สี่ตีนรู้พลาด นักปราชญ์รู้พลั้ง สองตีนโด่เด่ ย่อมจะเซไปบ้าง”
คำกล่าวนี้สอนให้คนเรามองดูคนอื่นหรือมองดูโลกในแง่ดีนั่นเอง
แม้พระพุทธองค์ก็ตรัสสอนว่า “ไม่ควรคำนึงถึงถ้อยคำของคนอื่นว่าดีหรือไม่ดี
และการงานของคนอื่นว่าทำเสร็จแล้วหรือยังไม่ได้ทำ
แต่ควรคำนึงถ้อยคำของตนเอง และการงานของตัวเองดีกว่า”
โดยใจความแห่งพระพุทธพจน์นี้ ส่อแสดงให้เห็นพระพุทธประสงค์ว่า
ให้ถือเอาเรื่องของตนเองเป็นประการสำคัญ
คือแทนที่จะคอยตำหนิติเตียนคนอื่น
แต่ให้คอยสำรวจตรวจตราความประพฤติของตนเอง
ตำหนิความบกพร่องผิดพลาดของตัวเองอยู่เสมอ


วิธีสำรวจความผิดของตัวเองนั้น
ท่านสอนให้ตั้งตัวเองเป็นทั้งโจทก์เป็นทั้งจำเลย
และเป็นทั้งผู้พิพากษาพิจารณาความผิดของตัวเอง
ปรกติของคนทั่วไปย่อมเป็นคนเห็นแก่ตัว
คือความดีเอาไว้เป็นของตัว ความชั่วเอายกให้คนอื่น
แต่ถ้าผู้ใดสามารถพิจารณาพิพากษาความผิดของตัวเอง
ตำหนิติเตียนตัวเอง แทนการตำหนิติเตียนคนอื่น
ผู้นั้นย่อมสามารถจะตัดต้นเหตุความเดือดร้อนวุ่นวายได้
เพราะการสำรวจตรวจตรา ตำหนิติเตียนความผิดของตัวเอง
ใช่ว่าจะเป็นประโยชน์ เป็นความสุขสำหรับคนอื่นเท่านั้น
หามิได้ แต่เป็นการทำความสงบสุขให้กับตัวเองด้วย
การปฏิบัติตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา เริ่มจากตัวเราเป็นอันดับแรก
เมื่อทุกคนทำตัวเองให้มีคุณธรรมแล้ว ก็เท่ากับว่าทำโลกทั้งโลกให้สงบไปด้วย
ท่านแสดงไว้ว่า

เขาทำดีทำชั่วตัวของเขา อย่าหาเหาใส่หัวของตัวหนา
มันจะยุ่งนุงนักหนักอุรา ตามยถากรรมเขาเราสบาย


ข้อความที่ยกมานี้ มีความมุ่งหมายสอนคนให้เห็นแก่ตัว เอาตัวรอดผู้เดียว หามิได้
แต่สอนให้ทุกคนปรับปรุงตัวเอง ทำตัวเองให้ดีก่อนอื่น
เมื่อปรับปรุงตัวเองให้ดีแล้ว เท่ากับได้ปรับปรุงคนอื่นพร้อมกันไปด้วย
เพราะการสอนที่ดี คือการทำให้ดูเป็นตัวอย่างนั่นเอง
ดังนั้นแทนที่จะตำหนิติโทษของคนอื่น แต่กลับตำหนิติโทษของตัวเอง
จึงเป็นการตัดต้นเหตุการทะเลาะวิวาท อันเป็นต้นตอของความเดือดร้อนเสียหาย
นี่ก็ถือว่าเป็นการ “ประหยัดปาก” ประการหนึ่งเช่นกัน

คัดจาก การประหยัด ตอนที่ ๕ ใน “เครื่องหมายของคนดี” โดย พระธรรมดิลก (จันทร์ กุสโล)



http://www.dlitemag.com/index.php?optio ... &Itemid=59
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"ธรรมประจำโลกนะหมู่นั้นน่ะ
จะเป็นสุขยืนตัวอยู่ข้างเดียวไม่ได้ มันจะเป็นทุกข์ตลอดไปก็ไม่ได้
ขอให้เข้าใจมัน สุขทุกข์มันย่อมเกิดสลับกันไป
เมื่อสุขเกิดแล้วทุกข์ก็หายไป เมื่อทุกข์เกิดขึ้นแล้วสุขก็หายไป อย่างนี้นะ
คนเรานี้มันก็มาหวั่นไหวกับโลกธรรมแปดนี้แหละ
ฉะนั้นพากันศึกษาให้รู้ให้เข้าใจเสีย"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
รูปประจำตัวสมาชิก
V3 ป่าเลา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8923
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 22:34
Tel: 0819538554
team: PHETCHABUN TEAM
Bike: Cannondale Taurine SL 09 Super six hi-mod 09 Fash factory team
ตำแหน่ง: 44/2 หมู่ 8 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย V3 ป่าเลา »

สาธุ... วันนี้ได้รับธรรมะแล้วขอบคุณหมอมากครับ
ชนะอื่นใดไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับชนะใจตนเอง
แม้จะมีเพียงแค่ภาพเดียวแต่สามารถแทนคำพูดได้มากกว่าพันคำ
oui142
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2350
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2011, 22:05
Tel: 0832150005
team: เพชรบูรณ์
Bike: Bianchi Sempre, Bianchi Methanol SX2
ตำแหน่ง: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายพ่อขุนผาเมือง
ติดต่อ:

Re: รับ ธรรมะ กันหน่อยไหมครับ... อิ อิ

โพสต์ โดย oui142 »

"วันหนึ่งๆ ควรจะระลึกถึงความตายในตัวบ้าง
อย่างน้อย ๕ หนก็ยังดี
จิตใจของเราจะได้มีการยับยั้งจากความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม
ความโลภก็จะไม่มากนัก ความโกรธก็จะไม่มากนัก
ความหลงก็จะไม่มากนัก เพราะมองเห็นป่าช้า"

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน


รูปภาพ
“คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น
ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไป ถึงกับท้องกาง
ควรช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ
ควรจะรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน”
รพี พัฒนศักดิ์



"พรุ่งนี้...ก็ สายเสียแล้ว" ศ.ศิลป์ พีระศรี
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือเพชรบูรณ์”