ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

gt2008 : ขอบคุณสำหรับการติดตาม.....จัดไปครับ
พี่ซา : พี่อ้าย....ผมไทเดียวกันเด้พี่ พ่อเกิดอยู่ต.บุ่ง เมืองอำนาจ....ผมมาใหญ่อยู่ยโสซั่นแหล่ว :D
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

เอ้า...มาสลับกับเรื่องจักรยานกันบ้าง ;)

ใครที่เคยนึกถึงเมืองจีนแล้วเห็นภาพคลื่นจักรยานไหลมาเป็นสายยาวดุจงูเลื้อย
ขอให้ลืมมันไป....
ภาพเหล่านั้นไม่มีอีกแล้ว......
คนจีนยุคหูจิ่นเทา มีเพียงมอไซค์ไฟฟ้าและรถเก๋งเท่านั้นที่เป็นพาหนะบนท้องถนน
(คนขี่จักรยานนั้นมีแน่...แต่ผมบอกได้เลยว่าน้อยมาก น้อยกว่าญี่ปุ่นหลายเท่า และคนที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะล้วนอยู่ในแคตตากอรี่เหล่านี้-เด็ก-คนจน-คนใช้แรงงาน-แม่บ้าน )

ที่ญี่ปุ่น,ผมเคยเขียนไว้ว่า จักรยานคือราชาแห่งพาหนะ เพราะดูแล้วสภาพแวดล้อมเอื้อให้พลเมืองใช้จักรยานแล้วสะดวกที่สุด
แต่เมืองจีนไม่ใช่.....
...........
.........
...........
คุณอาจเดาว่า ผมจะบอกว่า จักรยานจัดอยู่ในสถานะต่ำสุด ณ.ประเทศนี้...
.............
...........
ก็ไม่ใช่อีก.....
....แล้วมันเป็นยังไง?

คนเดินถนน-จักรยาน-มอไซค์-รถเมล์-รถเก๋ง ไมว่าแพงว่าถูก
อยู่ในสถานะเดียวกัน.....มีสิทธฺมีเสียง มีศักดิ์เท่าเทียมกัน ตามอุดมคติรัฐคอมมิวนิสต์ที่ดี
....เพราะแม่มมั่วเหมือนกันหมด อุตลุด อลวน ชุลมุน ทุกวลีที่ใช้อธิบายความวุ่นวายบนท้องถนน...จงนึกถึงวลีเหล่านั้น หากจะเปรียบเปรยกับการจราจรในประเทศจีนไม่ว่าเมืองไหน

ผมจะแบ่งพื้นที่ถนนออกเป็นสามพื้นที่ เพื่อให้จินตนาการกันง่ายขึ้น
คือ มีพื้นที่ให้รถยนต์-มอไซค์และรถเมล์วิ่ง เลนในกันไว้ด้วยรั้วเตี้ยๆให้สำหรับจักรยาน และฟุตบาธยกระดับสูงจากถนนแบ่งให้คนเดิน
แต่เอาแบบนี้ดีกว่า...ผมว่าเคสนี้ฮาร์ดคอร์ที่สุด

เย็นวันหนึ่ง หลังจากเดินกลับมาจากร้านสะดวกซื้อบนบาทวิถี ผมได้ยินเสียงบีบแตรถี่ๆดังขึ้นมา
ผมไม่นึกสนใจอะไร เพราะท้องถนนของเมือนจีน คือสนามประลองเสียงแตรรถยนต์
แต่คราวนี้ เสียงมันดังใกล้เข้าเรื่อยๆ ถี่กระชั้น และดูเหมือนเพิ่มจำนวนแหล่งกำเนิดเสียง
ผมหันมอง เพราะคิดว่าอาจเกิดอุบัติเหตุอะไร

แต่ปล่าว....นาทีนั้น ความจริงดูราวกับความฝัน
ผมเห็นรถติดยาวเป็นสายอยู่เบื้องหลังผม และตัวผมเท่านั้นที่เป็นสิ่งกีดขวางเส้นทาง
ผมตกตะลึงพรึงเพริด และคิดตำหนิตัวเองที่ลงมาเดินบนถนนรถวิ่ง ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
โดยไม่ทันคิด ผมรีบโดดหลบลงไปด้านข้างเพื่อให้การจราจรเป็นปกติ
เก๋าเจ้ง!!!
เสียงตะโกนจากมอไซค์ที่หักหลบผมแบบฉิวเฉียด!
ตกลงผมยืนอยู่ตรงจุดไหนของแผนผังการจราจรแห่งมังกรประเทศ?

พอได้สติ...ผมหันกลับไปมองตำแหน่งเดิมก่อนที่จะกระโดดลงมา
มองเห็นรถวิ่งเป็นสายบนบาทวิถี
และผู้คนลงมาเดินบนถนนแทน
และลงมาเดินเต็มถนน จนรถติดวิ่งไม่ได้ไปหนึ่งเลน
และเสียงแตรดังราวเป็นเทศกาลประกวดแตร

และเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง.......
ไฟล์แนบ
ธรรมดามันจะแบ่งแบบนี้ คือเลนรถ เลนจักรยาน และบาทวิถีคนเดิน<br />แต่ตอนไม่ธรรมดา มันจะเป็นสายธารแห่งการจราจร คือคุณจะกำหนดตัวเองว่าควรใช้ช่องทางไหน ให้ดูบริบทเป็นสำคัญ
ธรรมดามันจะแบ่งแบบนี้ คือเลนรถ เลนจักรยาน และบาทวิถีคนเดิน
แต่ตอนไม่ธรรมดา มันจะเป็นสายธารแห่งการจราจร คือคุณจะกำหนดตัวเองว่าควรใช้ช่องทางไหน ให้ดูบริบทเป็นสำคัญ
Photo0263.jpg (72.63 KiB) เข้าดูแล้ว 451 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

-ผมไม่เคยเห็นไฟแดงที่มีอำนาจ ทำให้รถหยุดได้ทันที...โน่นล่ะ กลางๆไฟแดงจึงได้เริ่มหยุดกัน
-เท่าที่เห็น มอไซค์และจักรยาน มีสิทธิในการขี่ในทุกเงื่อนไข-เหนือทุกกฎเกณทจราจร ย้อนศร-ฝ่าไฟแดง-วิ่งบนฟุตบาธ
-คนเดินถนนเองก็ใช่ย่อย เดินๆอยู่ ก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าเฉยเลย กลางเลนรถวิ่ง
-ตำรวจไม่เคยจับใคร และคงไม่คิดจะจับใครบนถนนด้วย
-พาหนะที่สุภาพที่สุดบนท้องถนน คือรถราง เพราะจอดตรงป้าย และไม่มีแตร (ฮา)

.......ส่วนสำหรับชาวสไตรด้า........
-สไตรด้าสามารถโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินได้ แต่ต้องห่อให้มิดชิด และต้องยกเข้าเครื่องสแกน
-รถไฟฟ้าแน่นๆก็เข้าได้ เพราะคนจีนเองก็ขนสมบัติประดามีขนาดใหญ่กว่าสไตรด้าเข้าได้
-แต่สไตรด้าเนื้อๆหรือจักรยานพับ-ไม่พับ แต่เห็นเป็นจักรยานแบบเนื้อๆ ไม่ว่าเล็กแค่ไหน ก็เข้าไม่ได้
-สไตรด้าขึ้นรถเมล์ได้ (สบาย)
-สไตรด้านั่งเรือได้ (สบายโคด)
-คนจีนรักสไตรด้า และมีคนถามผมทุกวัน (พี่ยิ่งสนใจผมยิ่งกัวหาย..บอกตรงๆพี่ :D )

สรุปว่า...เมืองจีนไม่ใช่สวรรค์ของจักรยาน(รถราวิ่งมั่ว)
ไม่ใช่สวรรค์ของรถยนต์(รถติด)
ไม่ใช่สวรรค์ของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า(คนแน่น)

แต่เป็นสวรรค์ของสไตรด้า(ไปได้ทุกที่-ที่มีทาง).... :P
ไฟล์แนบ
ก่อนจะขึ้นซับเวย์ ต้องห่อแบบนี้นะครับ
ก่อนจะขึ้นซับเวย์ ต้องห่อแบบนี้นะครับ
Photo0239.jpg (71.07 KiB) เข้าดูแล้ว 450 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
letitbe1503
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1538
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2010, 11:12
Tel: 0817901583
team: เหนื่อยก็หยุดพักขา ฟ้าดินมาคอยนวดบีบ ไม่เห็นต้องรีบ ต้องร้อนแรง ไปแข่งขันกับใคร
Bike: STRiDA Mini ล้อ 14,STRiDA LT ล้อ 16,Bianchi Volpe,BS RoadMan
ตำแหน่ง: ห่างจาก BTS พญาไท 100 เมตร

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย letitbe1503 »

อ่านเพลินเลยครับ
นึกว่าคนจีนรู้จัก STRiDA เยอะแล้วซะอีก
ของเลียนแบบในเวบ taobao มีเพียบเลย
รูปประจำตัวสมาชิก
feeling
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 115
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2011, 21:15

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย feeling »

ติดตามเรื่องราวด้วยครับ ชอบๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
Sam Gamgee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2249
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2009, 20:40
team: TBA
Bike: Infinito(50) w/ Edge 500, Force G/S Compact, 3T's C/P, D/A C50 Whl & Trance X3(S), XT DC, Thomson's C/P, Fox Float RL, X-Max SLR Whl & Standard Mu P8 & Strida Mini w/ 16" Whl

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย Sam Gamgee »

:mrgreen: :idea:
กีฬาอื่นเพื่อสันทนาการ แต่ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

ผมขอต่อประเด็นเรื่องพลเมืองชาวจีน

ในขณะที่ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าอารยธรรมจีนนั้นทั้งเก่าแก่และมีความเชื่อมต่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ในขณะที่ เกือบจะเป็นเอกฉันท์-หากวัดกันด้วยgdp.-ว่าจีนกำลังจะก้าวขึ้นแท่นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก แทนอเมริกา
ในขณะที่ ในทุกศาสตร์สาขาอาชีพชั้นนำและสำคัญของโลก ล้วนมีชาวจีนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง บ่งบอกถึงระดับภูมิปัญญาของประเทศ
กราฟอนาคตของจีน พุ่งทะยานขึ้นสูงชัน นับตั้งแต่สมาทานศก.แบบทุนนิยม ผสมกับนโยบายทางสังคมแบบคอมมิวนิสต์สายประนีประนอม
นักคิดสายฟิวเจอรริสต์ ล้วนฟันธงเป็นเสียงเดียวว่า จีนจะขึ้น..ขึ้นและขึ้น ไม่มีลง.........

แต่ผมหาญกล้า-และโดยปราศจากดีกรี-ค้านอย่างไม่กลัวหน้าแตก

ผมคิดว่า จีนอยู่ในขาลง....

และจะลงก็เพราะพลเมืองจีนนั่นเอง......
เปล่า-อย่าเข้าใจผิดว่าผมตัดสินคนจีน-เมืองจีน-ประเทศจีน ด้วยเรื่องขี้ไม่ราด/ถ่มน้ำลายไม่เป็นที่/ไม่มีคิว/พูดเสียงดังล้งเล้งๆ
เหล่านั้นมันแค่ ผลลัพธ์...
แต่ประเด็นหลักที่ทำให้ผมกล้าคาดการณ์แบบนี้ เพราะผมคิดว่า...
คนจีน generation นี้ .....ไม่มีศาสนา........

ผมถามคำถามนี้-wordingนี้เลย-กับคนจีน อายุเฉลี่ย 25-35 ปี จำนวนหกคน ว่า..คุณนับถือศาสนาอะไร?
สามคนตอบชัดๆ...ว่า ไม่มีศาสนา
สองคนไม่ได้ตอบชัดๆเรื่องศาสนา แต่บอกว่า นับถือกวนอิม
อีกหนึ่งคน ตอบว่าถือพุทธ.....

แน่ล่ะ..ความคิดของคนจีนจำนวนหกคน ไม่สามารถเป็นตัวแทนคนจีนทั้งสังคมได้...
และคำว่า ไม่มีศาสนา เพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถใช้ชีวัดระดับจิตใจคนได้
........ผมเห็นด้วย..คำตอบเหล่านี้เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่สะท้อนวิธีคิดอะไรบางอย่าง
แต่-ในขณะเดียวกัน-มันก็เปิดเผยให้เราเห็นปรากฎการณ์บางอย่าง ที่สอดรับกับปรากฎการณ์อื่น และมีแนวโน้มไปสู่ทิศทางแห่งการกลืนกินตนเองราวกับฮูปสเนค หรืองูในตำนานปรัมปรา

ขออภัย-หากอ่านแล้วไม่ถูกใจ-นี่เป็นความเห็นส่วนตัวที่เปิดต่อการถกเถียงนะครับ......
ไฟล์แนบ
หน้าประตูหนึ่งของกำแพงแห่งพระราชวังกู้กง<br />กลุ่มอาคารที่มีขนาดมโหฬารที่สุด ที่ยังคงสภาพเดมนับตั้งแต่ราชวงศ์หมิง
หน้าประตูหนึ่งของกำแพงแห่งพระราชวังกู้กง
กลุ่มอาคารที่มีขนาดมโหฬารที่สุด ที่ยังคงสภาพเดมนับตั้งแต่ราชวงศ์หมิง
Photo0149.jpg (92.13 KiB) เข้าดูแล้ว 421 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

ใช่ว่าผมหมกมุ่นเรื่องศาสนา เฝ้าฝันถึงสังคมยูโธเปียที่ผู้คนล้วนอยู่ในศีล กินในธรรม
ตรงกันข้าม...ผมชื่นชมทะไลลามะ ที่ออกมาประกาศว่า ปัจเจกบุคคลในยุคนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องถือศาสนา หากแต่ต้องรักเพื่อนมนุษย์
ต่างจากพระนักคิดของสังคมไทย ที่ยังติดอยู่กับกรอบเรื่องศาสนา และประกาศว่า เมื่อไร้ศาสนา สังคมก็ไร้สุข
พูดกันให้ถึงที่สุดแล้ว หากศาสนา สามารถตีความได้เพียงแค่เป็นสังกัดทางจิตใจ ที่มาพร้อมกรอบปฎิบัติอันนิ่งแข็งตายตัว-ไม่เปิดโอกาสให้เห็นเป็นอื่นและ/หรือเห็นหลักคำสอนอันเป็นทางเลือกอื่นๆแล้ว...
ผมก็พร้อมจะไร้ศาสนา......

แต่แท้จริงแล้ว คำว่า ศาสนา..เป็นรูปธรรม ของศีลธรรม-หลักธรรม-จริยธรรมหรือกรอบอะไรบางอย่าง ที่คอยกำกับให้มนุษย์อยู่ร่วมกับสรรพสิ่งอื่นๆได้อย่างสงบสุข
ซึ่งความหมายของสิ่งที่ผมบอกว่า คนจีนไม่มีศาสนา ก็คือ ผมคิดว่า คนจีนนับตั้งแต่ยุคปฎิวัติเศรษฐกิจของเติ้งเสี่ยวผิงเป็นต้นมา ขาดความคิดเชิงนามธรรมเหล่านี้

ถ้าจะให้เข้าใจถึงสาเหตุ ต้องย้อนกลับไปที่โลกทัศน์สมัยโบราณของคนจีน
ดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว ว่าคนจีนสมัยก่อน มีปรัชญาขงจื้อ เป็นหลักธรรมกำกับสังคม(อันมีแก่นที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน และคนกับรัฐ)
แต่หากจะพูดให้ครอบคลุม คนจีนยังมีเต๋า ซึ่งเป็นปรัชญาอันว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ
และพุทธ(มหายาน) ที่คอยให้คำอธิบายเกี่ยวกับปรากฎการณ์ระดับปัจเจกของมนุษย์ ( อยากได้อะไร ขอกวนอิม/ทุกข์ใจก็ทำบุญ/ไม่กินเนื้อแลกกับความรุ่งเรืองร่ำรวย)
หรือหากจะนับอย่างเคร่งครัดจริงๆ ก็คงต้องรวมเอาการถือผีบรรพบุรุษเข้าไปด้วย เพราะเป็นหลักปฎิบัติพื้นฐานของมนุษย์ในหน่วยที่ย่อยที่สุดของสังคม --คือครอบครัว

แนวคิด(หรืออาจเรียกได้ว่าศาสนา) ทั้งสามสี่อย่างนั่นเอง ที่คอยกำกับดูแล-ควบคุม-ให้คำอธิบาย-ปลอบประโลม ทั้งผู้คนและสังคมจีนโบราณมาโดยตลอด
และผมควรกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยความที่หลักส่วนใหญ่นั้น (สามในสี่) ไม่ได้มีสถานะเป็นศาสนา....สภาพของความศักดิ์สิทธฺ์ แตะต้องไม่ได้จึงไม่ชัดเจน อีกทั้งยังยืดหยุ่นและสามารถปรับใช้ได้หลากหลาย ( ลองคิดดูว่า ถ้าคนพุทธจะถือคริสต์พร้อมกันได้ไหม? หรือถ้านับถือทั้งศาสนาเต๋า-ศาสนาพุทธ-ศาสนาขงจื้อ-ศาสนาผี จะเป็นยังไง?)
พูดให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็คือ คนจีนมีคำอธิบายหลายชุด ไว้คอยอธิบายเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต
ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องอะไร? สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอะไร ซับซ้อนหรือร้ายแรงแค่ไหน? ย่อมสามารถหาคำตอบได้จากหลักคิดเหล่านั้น..ไม่หลักใดก็หลักหนึ่ง โดยไม่ขัดแย้งกัน
เพราะงั้น...สามารถพูดได้ว่า จีนโบราณเป็นอารยธรรมที่รุ่มรวยคำอธิบายและเปิดกว้างหลากหลายต่อทุกชุดความเชื่อ ( กุบไลข่านบอกกับมาโคโปโลให้ส่งมิชชั่นนารีมาเผยแพร่คริสต์ที่ปักกิ่งด้วยซ้ำ)
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นเหตุผลหนึ่งแน่ๆ ที่ทำให้ชาวจีนอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ในหลายสมัย(เว้นแต่ช่วงสงครมกบฎหรือการผลัดแผ่นดิน) และมีเวลาเพียงพอในเรื่องศิลปะวิทยาการ

แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด...อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงมาเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ในปี 1949 ของประธานเหมา
แง่มุมของคอมมิวนิสต์ ...ศาสนาคือยาฝิ่น ที่คอยมอมเมาผู้คน ไม่ให้ตะหนักรู้ในความเหลื่อมล้ำกันของมนุษย์
ดังนั้น รัฐบาลประธานเหมา จึงมีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อศาสนา และนโยบายต่างๆก็ถูกประกาศออกมาตอบสนอง
จะยกตัวอย่างชะตากรรมของศาสนาพุทธ เป็นเคสสตัดดี้....

หลังได้ชัยชนะจากพรรคก๊กมินตั๋งได้ไม่กี่ปี รัฐบาลได้ออกกฎหมาย เพิกถอนสิทธิวัดในการยึดครองที่ดิน ซึ่งเป็นการบีบให้พระสงฆ์ต้องลาสิกขาบทโดยทางอ้อม พระภิกษุที่ยังไม่ลาสิกขาก็ต้องไปประกอบอาชีพเอง เช่น ทำไร่ ทำนา ทั้งที่ยังครองเพศเป็นภิกษุอยู่
และในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีนใน ปี69 ได้มีเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อพุทธศาสนาเป็นอย่างมากคือ รัฐบาลได้ยึดวัดเป็นของราชการ ห้ามประกอบศาสนกิจต่างๆ
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป็นความผิดกฎหมาย พระถูกบังคับให้ลาสิกขา พระคัมภีร์ต่างๆ ถูกเผา พระพุทธรูปและวัดถูกทำลายไปเป็นอันมาก จากเหตุการณ์นี้ทำให้พระพุทธศาสนา เกือบสูญสิ้นไปจากประเทศจีน
เมื่อประธานเหมาตาย....ทุกอย่างจึงเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียด
แต่ล่ะ บาดแผลที่เกิดขึ้น ไม่อาจสมานได้โดยง่าย...........
..........ในชั่วข้ามคืน.................
..........
ไฟล์แนบ
หอกลอง คือองค์ประกอบสำคัญของผังเมืองแบบจีนโบราณ ซึ่งมักจะตั้งอยู่ด้านหน้ากำแพงวัง....และเมื่อยุคสมัยผ่านไป ก็กลับมารับใช้ผังเมืองแบบสมัยใหม่ โดยการเปลี่ยนฟังชั่น เป็นจุดหมายตาของเมืองอันโดดเด่นและจดจำได้ง่าย
หอกลอง คือองค์ประกอบสำคัญของผังเมืองแบบจีนโบราณ ซึ่งมักจะตั้งอยู่ด้านหน้ากำแพงวัง....และเมื่อยุคสมัยผ่านไป ก็กลับมารับใช้ผังเมืองแบบสมัยใหม่ โดยการเปลี่ยนฟังชั่น เป็นจุดหมายตาของเมืองอันโดดเด่นและจดจำได้ง่าย
Photo0104.jpg (63.84 KiB) เข้าดูแล้ว 420 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
TP
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 64
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2012, 18:29
team: None
Bike: Strida Version 5.0
ตำแหน่ง: ลาดพร้าว ซอย 3 จตุจักร กรุงเทพฯ

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย TP »

ชอบบทความนี้มากๆเลยครับ อยากอ่านต่อมากๆ ผมอ่านให้แฟนฟังด้วย แฟนบอกว่าใช่เลย มันคือสิ่งที่เค้าเพิ่งไปเจอมาเมื่อเดือน กพ. ที่ผ่านมา :D
Kbo[y]
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 114
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:55
Bike: Dahon Mu P8 ,Strida 5.0
ตำแหน่ง: สนามบินน้ำ, นนทบุรี

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย Kbo[y] »

เหมือนไปเที่ยว แล้วได้มุมมองแปลกๆ ที่ปกติผมจะไม่ได้มองในมุมแบบนี้ ขอบคณที่มาแชร์กันนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

ขอบคุณเพื่อนสองล้อทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
ทีแรกผมก็ไม่รู้ว่าที่เขียนนี่ พวกเราจะชอบกันไหม? เพราะมันก็หนักๆ เครียดๆ ผิดวิสัยบอร์ดสรุปทริป
ก็เลยตั้งเป้าว่า เขียนให้ตัวเองอ่าน เรียบเรียงไว้กันลืม เพราะความคิดมันแตกประเด็นมากมาย
หากไม่บันทึกไว้ซักที่ ก็อาจหายได้...เสียดาย อุตสาห์นั่งคิดนอนคิดตั้งนาน :D

แต่พอมีหลายคนบอกชอบอ่าน ก็ดีใจครับ
...จัดไปครับ..... ;)
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

แก่นของแนวความคิดแบบคอมมิวนิสต์ คือปรัชญา วัตถุนิยม และมีวิธีมองโลกแบบวิภาษวิธี
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ คอมมิวนิสต์ เชื่อว่าโลกถูกกำหนดด้วยปัจจัยภายนอก(คือวัตถุ)
และสังคมมีวิวัฒนาการด้วยวิถีการผลิต
สังคมจะดีขึ้น ก็ด้วยการพัฒนาวิธีการหากินให้ดีขึ้น และให้เหมาะกับคนทั้งสังคมที่สุด
นั่นก็คือคอมมูน---การผลิตแบบที่ทรัพยากรเป็นของส่วนรวม และสังคมถูกมองเป็นเนื้อเดียวกัน
ผู้คนละทิ้งความเป็นปัจเจก มุ่งหวังถึงยุคพระศรีอารย์ร่วมกัน ยุคที่พลเมืองมีความเสมอภาค เท่าเทียม ปราศจากชนชั้นศักดินา

แนวคิดเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์-ในทางทฤษฎี-จะผลิตโลกทัศน์ และชุดความเชื่อแบบหนึ่งขึ้นมา
ซึ่งมีความกลมกลืน สอดคล้อง ต่อระบบอย่างปราศจากรอยต่อ
เป็นโลกทัศน์ที่ปฎิเสธต่อระบบความเชื่อดั้งเดิมในยุคโบราณ อย่างradical
ไม่เชื่อในกำเนิดที่แตกต่างของมนุษย์-มุ่งทำลายความเหลื่อมล้ำในโครงสร้างการปกครอง-เชิดชูมนุษย์ทุกผู้นามอย่างเท่าเทียม
พร้อมกันนี้ ก็ส่งเสริมให้มนุษย์มีความเป็นตัวตนให้น้อย-มีสำนึกร่วมของสังคม/ชุมชนให้มาก
และที่สำคัญที่สุด คือมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างตัวเอง-กับสังคม อย่างแน่นแฟ้นและแยกขาดจากกันมิได้
.........................

และโลกทัศน์แบบนี้แหละ ที่ควรจะต้องขึ้นในรัฐจีน นับตั้งแต่หลังปฎิวัติยุค 50
.......................................................

....แต่ทว่ามันไม่ได้เกิด...........

และนี่คือสิ่งที่ผิดพลาดที่สุด....
....ของประธานเหมา....ของพรรค...และของสังคมจีน.....
ไฟล์แนบ
เจดีย์ห่านป่าเล็ก..ณ.เมืองซีอาน<br />ประจักษ์พยานวัตถุถึงความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในสมัยราชวงศ์ถัง เมื่อ 1,300 ปีที่แล้ว
เจดีย์ห่านป่าเล็ก..ณ.เมืองซีอาน
ประจักษ์พยานวัตถุถึงความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในสมัยราชวงศ์ถัง เมื่อ 1,300 ปีที่แล้ว
Photo0069.jpg (114.63 KiB) เข้าดูแล้ว 400 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

นักคิดสายมนุษยวิทยา แนวโครงสร้างนิยม มองประเพณี-วัฒนธรรม และศาสนาในสังคมเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการจัดระบบ-ระเบียบสมาชิกในกลุ่ม
ซึ่งมีหน้าที่คอยตอบสนองต่อปรากฎการณ์ อย่างหนึ่งอย่างใดที่เกิดขึ้นในสังคม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ควบคุมให้เกิดความสงบสุขและกลมกลืนขึ้น
วิชานี้ผมชอบมาก เพราะเมื่อไหร่ที่เราสวมแว่นตาของนักคิดสายนี้มองโลก...เราจะมองทะลุทะลวงไปสู่แก่นแกนของมายาคติในสังคม

ยกตัวอย่างเช่น

-เราจะเห็นว่า ทำไมสังคมไทยจึงเคลมว่า ตนเป็นชนชาติที่ใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และสยามเมืองยิ้ม ( สังคมไทยโบราณเป็นชุมชนกสิกรรม ที่ต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติมาก หากช่วงใดมีวิกฤติดินฟ้าอากาศ ทางรอดทางเดียวคือการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ และแน่นอน ต้องมีท่าทีที่พึ่งพาอาศัยกัน และสงวนรักษาท่าทีประนีประนอม เพื่อนำพากลุ่มทั้งหมดให้พ้นผ่านช่วงเวลายากลำบากนั้นไปได้...จะมีซักกี่คนที่ยังไร้เดียงสา คิดว่าเกิดในขอบเขตประเทศไทยปุ๊บ ก็จะกลายเป็นคนใจดีและนักยิ้มปั๊บ?)
-เราจะเข้าใจว่า ทำไมสงกรานต์สมัยนี้ คนจึงเมาปลิ้นและเอาถนนเป็นที่กินเหล้า ( ดูคนที่ฉลองลืมตายส่วนมากสิ เขาเป็นใคร? โดยส่วนมากแล้วเขาเป็นกลุ่มคนอันขาดโอกาสในสังคม-คนชายขอบ-แรงงาน กลุ่มคนที่ชีวิตจริงต้องคอยรับคำสั่งและไม่อาจมีปากมีเสียงตอบโต้ เมื่อมีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่สามารถปลดปล่อยความรันทดท้อต่อสภาพชีวิตปกติได้ ..แน่นอน...มันย่อมระเบิดออกมา เพื่อผ่อนคลายความเครียดภายใน เป็นกลไกเพื่อรักษาสมดุลของระบบ )
-เราจะรู้ว่า ทำไมธรรมกาย จึงโด่งดัง ( ธรรมกายผนวกเอาคำอธิบายเชิงทุนนิยมอันเกี่ยวข้องกับทุน-กำไร ซึ่งเป็นรูปธรรม มาจับกับ บาป-บุญ ซึ่งโคตรนามธรรม....เมื่อสิ่งที่เคยเบลอๆแบบบาป-บุญ-นิพพาน สามารถเห็นชัด เข้าใจได้ถึงเพียงนั้น....มีหรือกลุ่มชนชั้นกลางที่นิยมผลิตภัณท์สำเร็จรูปจะไม่ชอบ)

หากเข้าใจในแง่นี้ อาจพูดได้ว่าไม่ว่าจะพุทธ-คริสต-อิสลาม-เต๋า-โซโรแอสเตอร-ซิกซ์-หรือแม้แต่คอมมิวนิสต์ ความเชื่อเหล่านี้ ในแง่มุมหนึ่ง ไม่ได้แตกต่างกัน
หากแต่อยู่ในประเภทเดียวกัน คือ เครื่องมือจัดความสัมพันธ์ทางสังคม
ไม่มีอะไรแตกต่างกัน.......

ไม่มีความเชื่อใดดีเลิศ ประเสริฐกว่าความเชื่อใด

เมื่อเหล่านักวิชาการจะดีเบตกันในหัวข้อนี้....เค้าจะไม่เถียงเรื่องความดี (อันเป็นนามธรรมที่วัดไม่ได้)
แต่เค้าจะถกกันเรื่อง "ความเหมาะสม" ของความเชื่อกับบริบทสังคมนั้นๆ...
และสุดท้าย จะนำไปสู่คำถามเชิงปฎิบัติว่า
1.ชุดความเชื่อ-ความคิดนั้น....ได้เป็นกลายสภาพเป็นโลกทัศน์ของคนในสังคมหนือไม่? และ
2. มันนำพาให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมหรือไม่?

สำหรับรัฐคอมมิวนิสต์จีน.....ทั้งสองข้อ ตอบได้เลยว่า " ไม่ "
ไฟล์แนบ
ในประเทศจีน..จริงๆไม่ว่าประเทศไหนๆ...ผมนิยมพักที่พักประเภท โฮสเทล<br />คือกึ่งโรงแรมกึงหอพัก...เพราะเรามักจะได้ที่พักในทำเลสุดยอดและบรรยากาศโคดดี ในราคาชิลๆ<br />แต่แน่ล่ะ..ต้องแลกกับการนอนร่วมกันระหว่างผู้คนแปลกหน้า......สงสารเพื่อนร่มห้องผมจัง(ผมนอนกรนดังสัส!)
ในประเทศจีน..จริงๆไม่ว่าประเทศไหนๆ...ผมนิยมพักที่พักประเภท โฮสเทล
คือกึ่งโรงแรมกึงหอพัก...เพราะเรามักจะได้ที่พักในทำเลสุดยอดและบรรยากาศโคดดี ในราคาชิลๆ
แต่แน่ล่ะ..ต้องแลกกับการนอนร่วมกันระหว่างผู้คนแปลกหน้า......สงสารเพื่อนร่มห้องผมจัง(ผมนอนกรนดังสัส!)
Photo0058.jpg (80.62 KiB) เข้าดูแล้ว 399 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

พรรคคอมมิวนิสต์ เรียกได้ว่า ได้ชัยชนะแบบเด็ดขาดจากกลุ่มก๊กมินตั๋งของนายพลเจียงไคเช็ค
พรรคมีฐานเสียงสนับสนุนอยู่ทั่วประเทศ เป็นจำนวนคนหลายสิบหลายร้อยล้าน
พรรคปกครองด้วยระบบเผด็จการทหาร-มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ....
...พรรคยิ่งใหญ่มากมายถึงเพียงนี้ แต่ทำไมไม่สามารถสร้างโลกทัศน์แบบคอมมิวนิสต์แก่ประชาชนชาวจีนได้สำเร็จ..?

ผมคิดว่า คำตอบสั้นๆ(ที่ต้องขยายยาวยาวภายหลัง) ก็คือ คนจีนไม่สามารถจินตนาการถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของสังคม-รัฐ-ชาติจีนได้
เมื่อมองไม่เห็นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างตนเองและเพื้อนร่วมชาติได้ ความหมายของคอมมูนก็หมดพลัง
และเมื่อไหร่ก้ตามทีที่คนมองไม่เห็นสังคมเป็นองค์รวมอันเดียวกัน--รัฐก็เหลือแค่ปืนในการบังคับคน (แทนที่จะใช้โลกทัศน์บังคับคน)...ซึ่งมันไม่ work...เเละไม่เคยwork

( ผมควรกล่าวเพิ่มเติมว่า...ผมคิดว่า คนจีนมีสำนึกความเป็นชาติจีนอยู่เต็มเปี่ยม และมีความภาคภูมิใจกับความเป็นจีน(ฮั่น)อย่างสูง....แต่เหล่านั้นเป็นคนละความหมายกับการมองสังคมอย่างเป็นองค์รวม แบบที่รัฐคอมมิวนิสต์อยากให้มองนะครับ)


ผมขอเดาว่า....ปัจจัยเกี่ยวข้อง ที่ทำให้คนจีนไม่เห็นสังคมจีน ก็คือ ขนาดของประเทศที่กว้างใหญ่-จำนวนประชากรมหาศาล-ชาติพันธ์พลเมืองที่แตกต่าง-ประวัติศาสตร์การเมืองในประเทศ-การขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจ
ผมจะลองสาธยายเป็นให้ปัจจัยต่างๆนั้นเชื่อมโยงกัน และเห็นภาพ....เท่าที่ปัญญาจะอำนวย

ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ขนาดของประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่มาก...เอาแค่มณทลเดียว ก็ใหญ่กว่าประเทศไทยทั้งประเทศเข้าไปแล้ว
ระดับเมืองนั้นก็ใหญ่มาก...เมืองแต่ละเมือง (โดยเฉพาะเมืองเศรษฐกิจ) มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร เมืองซีอานที่ถือว่าขนาดค่อนข้างเล็กนั้น...มีสายรถเมล์เป็นร้อยสาย

ขนาดเมืองที่ใหญ่โต ไปกันไม่ได้กับความหมายของชุมชน (คอมมูน)
หัวใจของชุมชน คือพื้นที่ที่ผู้คนในกลุ่มรู้จักกัน-มีความสัมพันธ์ต่อกัน และยึดถือบางสิ่งบางอย่างร่วมกัน (ความเชื่อ-ปัจจัยการผลิต-พื้นที่)

แน่ล่ะ...ถ้ายึดเอาตามนิยามเหล่านี้...ไม่สามารถมีประเทศคอมมิวนิสต์ใดแน่ ที่มีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้านเกษตรกรรมตามชนบท

แต่เพราะรัฐรู้ความจริงในข้อนี้...แต่ต้องพยามหากระบวนการเพื่อสร้างจินตนาการร่วม-ยึดโยงความรู้สึกร่วมของความเป็นชาติผ่านสิ่งต่างๆ เช่น บทเรียน-นโยบาย-อนุสาวรีย์-วาทกรรมปลุกใจประเภทต่างๆ
....ในกรณของรัฐคอมมิวนิสต์อื่นๆ(เช่น ลาวหรือคิวบา) บางทีอาจสำเร็จ....แต่กับจีน..มันยากขึ้นไปอีก เมื่อพบกับปัจจัยเสริมคือ ความแตกต่างของพลเมือง....
ไฟล์แนบ
โรงเรียนเก่าของโจวเอินไหล....สมาชิกคนสำคัญคนหนึ่งของพรรค<br />รูปนี้ถ่ายที่เมืองเทียนจิน
โรงเรียนเก่าของโจวเอินไหล....สมาชิกคนสำคัญคนหนึ่งของพรรค
รูปนี้ถ่ายที่เมืองเทียนจิน
Photo0266.jpg (68.68 KiB) เข้าดูแล้ว 389 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
รูปประจำตัวสมาชิก
tumtawan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 23:38
Tel: 0891618003
team: อิสระ
Bike: tcr highroad

Re: ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @ cathay

โพสต์ โดย tumtawan »

ผมไม่รู้หรอกว่าเค้าดูกันยังไง? แต่คนจีนฮั่นนั้น นั่งยืนนอนยันว่าเค้าหน้าตาไม่เหมือนแมนจู
แม้จะดูคล้ายๆจีนแคะ-ฮักก้า แต่ก็ไม่ทั้งหมดซะทีเดียว
ถึงจะหน้าตาไม่ดีเท่าจีนไต้หวัน แต่มั่นใจว่าดูดีกว่าพวกไหหลำ
ความหล่อนั้นสูสีๆกับพวกจีนแต้จิ๋ว
และแน่นอน...ดูดีกว่าไอ้พวกจีนกวางตุ้งที่ทั้งขี้เหร่และมูมมาม
...แต่โปรดอย่าเอาพวกไป่เย่ว์หกเล็บมาเทียบกัน...นั่นมันคนเถื่อน
เราคนฮั่น.....จีนแท้นะจ๊ะ......

นี่คือบทสนทนาสมมติ..แต่สิ่งที่ใกล้เคียงความจริงคือ ในประเทศจีนนั้น...เต็มไปด้วยชาติพันธ์ที่แตกต่างหลากหลาย
นี่แค่แซมเปิ้ล....ผมคงต้องเปลี่ยนกระทู้สรุปทริปจักรยาน เป็น กระทู้สรุปชาติพันธุ์วรรณาของประชากรจีน
เพราะมันเยอะจริงๆ

อุยกูร์-หนานซี-จ้วง-ฮาน-มองโกล-ไต-ธิเบต-........และอื่นๆอีกมากมายนับร้อยชาติพันธ์ุ
บางพวกก็คนจีนนั่นแหละ-แต่ต่างที่มา (พวกนี้มาจากเหนือ-พวกนี่ใต้)
บางพวก ก็ไม่จีนเลยซักนิด (อุยกูร์นี่มุสลิม-ฮานนนี่พวกเตริก-อุซเบนะ-ส่วนธิเบตนี่ ไปทางเนปาลมากกว่า-ไตก็ไทโบราณเชียงรุ่ง )
หลายเผ่ามีภาษาพูด-เขียนของตัวเองเป็นเอกเทศ (ภาษาชาวหนานซีนี่เป็นเฮียโรกราฟฟิคเหมือนของอียิปต์เลยครับ...น่าทึ่งมาก)
หลายชาติมีวัฒนธรรมความเชื่อแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความแตกต่างนี้...ถ้าเป็นรัฐเล็ก แบบสิงคโปร์หรือมาเลเซีย....อาจมีเทคนิคในการผสมกลมกลืนทางชาติพันธ์ได้
แต่รัฐใหญ่โอฬารแบบจีน....ผมว่า ยิ่งกลืนก็ยิ่งเละ (ดูความพยามที่ทำกับธิเบตสิครับ...หรือไม่ก็ดูพวกอุยกูร์นี่มีปัญหากับจีนมากแค่ไหน)
และที่กลืนสำเร็จ แม่งโคตรของโคตรเละ ( เมืองเชียงรุ้ง-สิบสองปันนานี่...ผมพูดไม่เกรงใจเลยครับ...บ้านเมืองโคตรไร้รสนิยม เต็มไปด้วยทัศนอุจาดสไตล์จีนฮั่นนักค้าขาย...โคตรเสียดายความเป็นเมืองโบราณที่มีกลุ่มคนที่พูดภาษาไทอยู่อาศัยมากเลยครับ)

เราอาจดูเหมือนว่า จีนมันก็จีนนั่นแหละ....คิดว่ามันมีความกลมกลืนอยู่ในความเป็นจีน
แต่ผมคิดว่า ตรงกันข้ามเลยครับ
พวกฮั่นนี่ อวดดีในความเป็นฮั่น(หรือจีนแท้) มากครับ
แม้แต่แต้จิ๋วหรือกวางตุ้ง ที่โคตรจีนเหมือนกัน ก็ไม่นับเป็นพวกกันเลยทีเดียว
ไม่พูดถึงอื่นๆ...จ้วง/หนานซี/ไต/แมนจู/มองโกล
นั่นมันต่างชาติมาอาศัยแผ่นดินจีน......

รอยร้าวที่ไม่อาจประสาน ในประเด็นของชาติพันธ์นี่แหละ...ที่ทำให้คนจีนฮั่น..ไม่อาจนับจีนอื่นเป็นจีนด้วยกันได้
จินตนาการเกี่ยวกับคอมมูนอันสงบสุข...จะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ถ้าคุณยังไม่เห็นเพื่อนบ้านคุณเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับคุณ
ผมยังนึกสงสัย...

(กรณีแบบนี้ ลองคิดถึงมุมมองที่ชนชั้นกลางในกทม.มองคนอิสาน/คนใต้เปรียบเทียบดูนะครับ....มันจะมีขีดคั่นอะไรบางอย่างที่ไม่อาจนับคนพวกนี้เข้ามาเป็นพวกเดียวกันแบบเนียนๆได้....แม้จะประกาศปาวๆว่า โอ้ย+คนไทยเหมือนกัน รักกัน รักกัน แต่ถามจิงเหอะ....เหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา มันยังพิสูจน์ไม่พออีกหรือถึงความไม่เป็นเนื้อเดียวกันของคนในสังคม)
ไฟล์แนบ
จิงๆในภาพนี่เป็นถนนคนเดินนะครับ<br />ผมเดินจูงจักรยานนี่ ตำรวจเฝ้าทางเข้าก็เหล่แทบแย่.....<br />แต่พอแกเผลอ..พี่จีนแม่มขับรถเข้ามาเลย<br />โหดสัส
จิงๆในภาพนี่เป็นถนนคนเดินนะครับ
ผมเดินจูงจักรยานนี่ ตำรวจเฝ้าทางเข้าก็เหล่แทบแย่.....
แต่พอแกเผลอ..พี่จีนแม่มขับรถเข้ามาเลย
โหดสัส
Photo0269.jpg (84.62 KiB) เข้าดูแล้ว 382 ครั้ง
เรื่องเล่าจากห้องเรียนวิชาญี่ปุ่นศึกษา : strida @JAPAN! : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=401592

ห้องเรียนจีนศึกษา : strida @cathay:http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=476711

ฝรั่งเศสกับstrida : http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=613409
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”