It Must Be Love

.........ปมด้อย
วันนี้ลองอ่าน A Day เล่มไหน...ไม่รู้จำไม่ได้ละ ไปเจอบทความดีๆมาก็เลยอยากเอามาแบ่งปันให้บางคนที่ไมได้อ่านได้รู้อ่ะนะ พิมพ์เหนื่อยหน่อยแต่ก็คิดว่าคุ้มค่าถ้ามีใครได้อ่านละได้อะไรไปบ้าง ยังไงก็ลองอ่านดูละกัน
:: ปมด้อย ::
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเชิญผมไปเป็นอาจารย์พิเศษ ผมสนใจอยากลองสอนหนังสืออยุ่แล้วจึงตกปากรับคำทันที วิชาที่เขาให้ผมสอนชื่อวิชา
"การเขี่ยนเพื่อสื่อมวลชน หรือ Writing for Mass Media"
นักเรียนในชั้นเรียนของผมมี 32 คน ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ในเช้าวันแรกของคลาส หลังจากทักทายพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ผมบอกพวกเขาว่าชั่วโมงแรกเราอย่าเพิ่งเรียนอะไรที่วิชาการเลย ผมขอให้ทุกคนหยิบกระดาษขึ้นมาคนละแผ่น จากนั้นให้เขียนสิ่งที่คิดว่าเป็น "ปมด้อย" ของตัวเองลงไปคนละ 5 อย่าง โดยไม่ต้องบอกชื่อเจ้าของ แต่มีข้อแม้ว่าอย่าปิดบังความจริง
และต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งในบรรดาสิ่งที่พวกเขาเขียนลงไป
ตัวดำ,ตัวเตี้ย,สะโพกใหญ่,อ้วน,ผอม,ผมแห้งเสีย,หน้าบาน,ตาตก,ผมบาง,เล็บเท้าสั้น,มือสั้น,มือหนา,แขนใหญ่,ขาใหญ่,สิวเยอะ,พูดติดอ่าง,แขนเล็ก,ไหล่เล็ก,รูขุมขนกว้าง,หัวเถิก,หัวโต,หัวฟู,มีตีนกา,เป็นฝ้า,ใต้ตาคล้ำ,ต้นขาใหญ่,พูดไม่ชัด,สายตาสั้น,ฟันดำ,มีแผลเป็น,หน้าอกเล้ก,หน้ากลม,เท้าใหญ่,มีพุง,หน้าตาไม่ดี,จู้จี้จุกจิก,หงุดหงิดง่าย,ชอบคิดมาก,ไม่ค่อยกระตือรือร้น,ขี้เกียจ,ขี้ลืม,ไม่ตรงเวลา,ขี้อาย,อารมณ์ร้าย,ขี้เหงา,ขี้ระแวง,อืดอาดเชื่องช้า,เรียนไม่เก่ง,ลายมือไม่สวย,ไม่มั่นใจในตัวเอง,เก็บตัว,ไม่กล้าแสดงออก,ไม่เก่งภาษาอังกฤษ,ขี้น้อยใจ,กลัวความมืด,ชอบประหม่าตื่นเต้น,ชอบฟุ้งซ่าน,ขี้กังวล,ขี้เบื่อ,ชอบคิดแง่ลบ,พูดมาก,ใจร้อน,โลเล,ปากไม่ดี,ซุ่มซ่าม,โง่,พูดไม่รู้เรื่อง,จน,แฟนไม่หล่อ,นอนน้ำลายไหล,ฯลฯ
ทีแรกผมบอกไปว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ผมหักหลังพวกเขาด้วยการอ่านด้วยการอ่านข้อความทั้งหมดให้ฟังที่หน้าชั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือทุกคนฟังแล้วหัวเราะเสียงดังลั่นห้อง จนอาจารย์ที่สอนอยู่ห้องข้างๆต้องโผล่หน้ามาดู
ผมบอกพวกเขาว่า บางอย่างที่พวกเขาเขียนมาเป็นปมด้อยแท้ๆที่ติดตัวมาแต่เกิด บางอย่างเป็นปมด้อยที่เกิดขึ้นภายหลัง แต่หลายอย่างในจำนวนนั้นไม่ใช่ปมด้อยหรอก หากเป็น นิสัยเสีย ที่ส่วนใหญ่แล้วสามารถลงมือปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขให้ดีขึ้นได้ต่างหากและเห็นไหมว่าปมด้อยเป็นเรื่องตลกที่น่าหัวร่อ
ต่อไปผมถามพวกเขาว่าสังเกตุเห็นอะไรอย่างหนึ่งหรือเปล่า นั่นคือ ไม่มีใครสักคนในห้องนี้ที่ไม่มีปมด้อย พูดกลับกันก็คือ ทุกคนในห้องนี้ล้วนมีปมด้อย (บางคนเขียนมา 10 ข้อด้วยซ้ำ ) ดังนั้น ปมด้อยจึงไม่ใช่เรื่องของคนส่วนน้อยอย่างที่บางคนเคยเข้าใจ แต่เป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของคนส่วนมาก เราทุกคนล้วนรู้สึกว่าตัวเองขาด-ตก-บกพร่องอะไรสักอย่างสองอย่างสามอย่างเสมอ ไม่มีใครสักคนในโลกนี้หรอกที่คิดว่าตัวเองสมบูรณ์พร้อม
สิ่งสำคัญคือ การเปิดโอกาสให้ปมด้อยมาเกาะกิน รบกวน และรังความชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดและยุติธรรมต่อตัวเองเท่าใดนัก เพราะมันรังแต่จะทำให้เราอับอาย เบื่อหน่าย ท้อแท้ ท้อถอย และเป็นทุกข์ สิ่งที่ควรทำทันทีคือ ละลายมันออกไปจากความรู้สึกเบื้องลึกเสีย ซึ่งข้อควรปฏิบัติอย่างแรกก็คือ ยืดอกยอมรับมันอย่างเต็มใจ
โอเคนะครับ ไปยิบกระดาษกับปากกามา สูดลมหายใจเข้าปอด แล้วเขียนปมด้อยทั้งหลายแหล่ที่สิงสู่อยู่ในชีวิตคุณลงไป เขียนให้เต็มแผ่นเลยนะครับ จากนั้นขยำมันให้เละ เขวี้ยงลงถังขยะ แล้วหัวเราะดัง ๆ!
. . .
credit>วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์