ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ผู้ดูแล: Jumnoi
กฏการใช้บอร์ด
99 City Bike
หัวหน้ากลุ่ม คือ เสือเมือง เบอร์โทร 081-6418595
ผู้ดูแลบอร์ด คือ Jum เบอร์โทร 081-93-93-191 (jakapan9393)
ขอบ
99 City Bike
หัวหน้ากลุ่ม คือ เสือเมือง เบอร์โทร 081-6418595
ผู้ดูแลบอร์ด คือ Jum เบอร์โทร 081-93-93-191 (jakapan9393)
ขอบ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
เอารูปตัวอย่างจากคู่มือของ VELO 8 มาให้ดูครับจะเห็นว่าวิธีปรับใช้ปุ่มเดิมเพียงปุ่มเดียวแต่สลับวิธีกดค้าง 2 วินาที กับ กดแล้วปล่อยเพื่อเปลี่ยน Mode ครับ (ผมวงกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงไว้ให้แล้วครับ)
- ไฟล์แนบ
-
- Velo8.jpg (45.26 KiB) เข้าดูแล้ว 3371 ครั้ง
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- น้องปืน
- ขาประจำ
- โพสต์: 1392
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:31
- Bike: หมอบคัน/เขาคัน
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอขอบคุณ พี่ปี๊ด+พี่เสือ Spectrum มากครับ ดูแล้ว ก็กดไปกดมามั่วไปมัว มา ก็เสร็จ ตามคำที่พี่ๆแนะนำ (เด็กที่ร้าน...นั้นมั่วจริงแจ้งมาได้ว่าตั่งค่าไม่ได้) สู้พี่ปี๊ด+พี่เสือ Spectrum ไม่ได้เก่งกว่าเด็กที่ร้านซะอีก ...เราต้องยอกันเอง ฮิๆๆๆ
แต่ว่า ไปไหนดีล่ะ....... ร้านคลองน้ำอ้อมดีไหมล่ะ จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้มือใหม่...........หัดชิม...................
สำหรับ แฟนผม เสาร์-อาทิตย์นี้ ไม่ว่าง ....แต่ผมนะ ทั้ง2วันว่างเสมอครับ อยากไปแก้ตัวที่บางไทร จังเลยเนื่องจาก ครั้งแรก น้องQ โทรหา นะอยากแก้ตัวจังเลย
แต่ว่า ไปไหนดีล่ะ....... ร้านคลองน้ำอ้อมดีไหมล่ะ จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้มือใหม่...........หัดชิม...................
สำหรับ แฟนผม เสาร์-อาทิตย์นี้ ไม่ว่าง ....แต่ผมนะ ทั้ง2วันว่างเสมอครับ อยากไปแก้ตัวที่บางไทร จังเลยเนื่องจาก ครั้งแรก น้องQ โทรหา นะอยากแก้ตัวจังเลย
ปั่นมันเข้าไป เพื่อสุขภาพ และความสามารถของตัวเอง
- น้องปืน
- ขาประจำ
- โพสต์: 1392
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:31
- Bike: หมอบคัน/เขาคัน
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
พี่เสือ Spectrum อยากทราบอีกแล้วครับ ผมปั่นทุกเช้า วันละ 20-30-40 กม./วัน ไม่แน่ใจว่าผมต้องหยุดพักบ้างหรือเปล่า เพระตอนนี้น้ำหนักกำลังลง เลยไม่อยากหยุด ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายใหมครับ .....เด็กมีปัญหาอีกแล้วครับ....รบกวนอีกแล้ว
ปั่นมันเข้าไป เพื่อสุขภาพ และความสามารถของตัวเอง
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
การออกกำลังกายต่อเนื่องในช่วงอากาศร้อน อย่างการปั่นจักรยาน เรามักสุญเสียน้ำและเกลือแร่ไปที่ละน้อยในรูปของเหงื่อครับ ทีนี้หากเสียไปอย่างเดียวโดยไม่มีการเติมคืน ความเข้มของเลือดก็จะมากขึ้น หัวใจทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดมากขึ้นเนื่องจากเลือดข้นเกินไป สารอาหารที่ร่างกายต้องการจะเกิดการขาดสมดุลย์ครับ
อาการนี้จะเริ่มจาก คอแห้ง น้ำลายเหนียว ความเร็วในการปั่นฯ ตกลง ขาล้า หมดแรง หน้ามืด ฯลฯ
ตามคำแนะนำของโปรฯ ทั่วไป แนะให้จิบน้ำบ่อยๆ เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไปครับ ประมาณคร่าวๆ 15 - 20 นาทีเราเสียเหงื่อใกล้เคียงกับน้ำ 1 อึก ถ้าเราดื่มเข้าไปทันระบบก็ยังสมดุลย์อยู่ครับ
แต่หากใช้วิธีทบต้นคือปั่นฯ ไปยาวๆ เป็นชั่วโมงแล้วค่อยดื่มน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 1 ชั่วโมงเราสูญเสียน้ำไประหว่าง 850 CC ถึง 1 ลิตรกว่าๆ แต่...."กระเพาะคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึมและรับน้ำได้คราวละประมาณ 250 CC " ครับ ส่วนที่เกินจะค้างรออยู่ในกระเพาะจนกว่าร่างกายจะสามารถดูดซึมเข้าไปใหม่ได้อีก ดังนั้นคนที่ดื่มน้ำคราวละมากๆ จึงมักปวดท้อง จุก แน่นท้อง เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงกระเพาะ (เพื่อเตรียมการย่อยอาหาร) มากครับ
เล่ามาเท่านี้คงจะเห็นแล้วนะครับว่า ชั่วโมงหนึ่งค่อยดื่มน้ำทีหนึ่งมีผลเสียอย่างไร
เรื่องต่อมาคือเรื่องสารอาหารและเกลือแร่ พอปั่นฯ ผ่าน 1 ชั่วโมงไปแล้ว ปริมาณเกลือแร่จะสูญเสียในปริมาณมากครับ จึงต้องมีการชดเชยกลับเข้าไปด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่ในชั่วโมงที่ 2 ของการปั่นฯ ครับ เพื่อป้องกันตะคริว
หากออกกำลังถูกวิธีแล้วน้ำหนักลดก็มักจะเป็นเพราะว่าร่างกายใช้สารอาหารพวกไขมันเอาไปเผาผลาญทิ้งช่วงออกกำลังครับ ซึ่งตามตำราเขาบอกว่า 300 กว่านาที (ประมาณ 5 ชั่วโมง) น้ำหนักจะหายไปราวๆ ครึ่งกิโลฯ เป็นเรื่องปรกติครับ
อาการนี้จะเริ่มจาก คอแห้ง น้ำลายเหนียว ความเร็วในการปั่นฯ ตกลง ขาล้า หมดแรง หน้ามืด ฯลฯ
ตามคำแนะนำของโปรฯ ทั่วไป แนะให้จิบน้ำบ่อยๆ เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไปครับ ประมาณคร่าวๆ 15 - 20 นาทีเราเสียเหงื่อใกล้เคียงกับน้ำ 1 อึก ถ้าเราดื่มเข้าไปทันระบบก็ยังสมดุลย์อยู่ครับ
แต่หากใช้วิธีทบต้นคือปั่นฯ ไปยาวๆ เป็นชั่วโมงแล้วค่อยดื่มน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 1 ชั่วโมงเราสูญเสียน้ำไประหว่าง 850 CC ถึง 1 ลิตรกว่าๆ แต่...."กระเพาะคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึมและรับน้ำได้คราวละประมาณ 250 CC " ครับ ส่วนที่เกินจะค้างรออยู่ในกระเพาะจนกว่าร่างกายจะสามารถดูดซึมเข้าไปใหม่ได้อีก ดังนั้นคนที่ดื่มน้ำคราวละมากๆ จึงมักปวดท้อง จุก แน่นท้อง เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงกระเพาะ (เพื่อเตรียมการย่อยอาหาร) มากครับ
เล่ามาเท่านี้คงจะเห็นแล้วนะครับว่า ชั่วโมงหนึ่งค่อยดื่มน้ำทีหนึ่งมีผลเสียอย่างไร
เรื่องต่อมาคือเรื่องสารอาหารและเกลือแร่ พอปั่นฯ ผ่าน 1 ชั่วโมงไปแล้ว ปริมาณเกลือแร่จะสูญเสียในปริมาณมากครับ จึงต้องมีการชดเชยกลับเข้าไปด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่ในชั่วโมงที่ 2 ของการปั่นฯ ครับ เพื่อป้องกันตะคริว
หากออกกำลังถูกวิธีแล้วน้ำหนักลดก็มักจะเป็นเพราะว่าร่างกายใช้สารอาหารพวกไขมันเอาไปเผาผลาญทิ้งช่วงออกกำลังครับ ซึ่งตามตำราเขาบอกว่า 300 กว่านาที (ประมาณ 5 ชั่วโมง) น้ำหนักจะหายไปราวๆ ครึ่งกิโลฯ เป็นเรื่องปรกติครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ส่วนเรื่องของการพัก
ระหว่างปั่นฯ - ให้ดูระยะทางเปรียบเทียบกับเวลาครับ ส่วนมากหากไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน ปั่นฯ ยาวๆ ไปสัก เกินกว่า 30 นาที ขาก็เริ่มล้าแล้วละครับ หากเริ่มมีอาการขาอ่อนแรง ชามือ ก้นชา ควบคุมการหายใจลำบาก ก็ควรจะพักช่วงสั้นๆ สักทีหนึ่งครับ คร่าวๆ ก็ราวๆ 15 - 20 กม. ก็พักสักทีหนึ่งครับ
ส่วนการพักระหว่างวัน หากออกกำลังหนักๆ ตามตำราแนะนำว่าให้เว้น พักการปั่นฯ ไปสัก 1 - 2 วันครับ ปั่นฯ หนักๆ ทุกวันร่างกายไม่มีเวลาฟื้นตัว ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอครับ ทำไปนานๆ จะมีแต่อาการโทรมเข้ามาแทนที่ หากกลัวว่าจะไม่ได้ออกกำลัง เขาแนะนำให้ใช้วิธี CrossTrainning ครับเช่น
จันทร์ ปั่นจักรยาน
อังคาร - พุธ เดินหรือวิ่งสัก 4 - 5 กม.
สลับกันครับ เพราะปั่นจักรยาน กับ เดิน วิ่ง ใช้กล้ามเนื้อที่ออกกำลังไม่เหมือนกันครับ
ระหว่างปั่นฯ - ให้ดูระยะทางเปรียบเทียบกับเวลาครับ ส่วนมากหากไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน ปั่นฯ ยาวๆ ไปสัก เกินกว่า 30 นาที ขาก็เริ่มล้าแล้วละครับ หากเริ่มมีอาการขาอ่อนแรง ชามือ ก้นชา ควบคุมการหายใจลำบาก ก็ควรจะพักช่วงสั้นๆ สักทีหนึ่งครับ คร่าวๆ ก็ราวๆ 15 - 20 กม. ก็พักสักทีหนึ่งครับ
ส่วนการพักระหว่างวัน หากออกกำลังหนักๆ ตามตำราแนะนำว่าให้เว้น พักการปั่นฯ ไปสัก 1 - 2 วันครับ ปั่นฯ หนักๆ ทุกวันร่างกายไม่มีเวลาฟื้นตัว ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอครับ ทำไปนานๆ จะมีแต่อาการโทรมเข้ามาแทนที่ หากกลัวว่าจะไม่ได้ออกกำลัง เขาแนะนำให้ใช้วิธี CrossTrainning ครับเช่น
จันทร์ ปั่นจักรยาน
อังคาร - พุธ เดินหรือวิ่งสัก 4 - 5 กม.
สลับกันครับ เพราะปั่นจักรยาน กับ เดิน วิ่ง ใช้กล้ามเนื้อที่ออกกำลังไม่เหมือนกันครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- น้องปืน
- ขาประจำ
- โพสต์: 1392
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:31
- Bike: หมอบคัน/เขาคัน
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอขอคุณครับ พี่เสือ Spectrum ที่ให้ความรู้.....
อย่างแนนปึก
ปั่นมันเข้าไป เพื่อสุขภาพ และความสามารถของตัวเอง
- กระดิ่งทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:47
- Tel: ๐ ๘ ๑ - ๗ ๕ ๐ ๓ ๒ ๘ ๑
- team: ๙๙ City Bike (หมายเลข ๑๓) | กลุ่มตาโชค
- Bike: ควายแดงปี ๐๘ | Bike Friday: NW
- ตำแหน่ง: บัานพัชราพร
- ติดต่อ:
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
พี่เป็กครับ สอบถามหน่อยครับ พอดีผมจะเปลี่ยนเฉพาะส่วนของมือเกียร์ใหม่จาก XT ไปเปลี่ยน XTR พอจะมีวิธีง่ายๆ ในการเปลี่ยน โดยให้ยุ่งกับการตั้งสับจานหน้าหรือตีนผีน้อยที่สุดได้ไหมครับ (เพราะของเก่าเซ็ตมา OK แล้วอยากจะเซ็ตตรงนี้ให้น้อยที่สุด)
พอดีตอนแรกกะจะไปให้ร้านทำให้ แต่พอเราซื้อของมือสองมาตั้งใจจะไปจ้างติดให้แต่ร้านเขาออกอาการไม่ค่อยอยากจะทำให้ เลยจะลองทำเองหาวิชาติดตัวมันซะเลย
<<< แล้วปลอกอลูมิเนียมที่ใช้บีบปลายสายสลิงนี้หาซื้อได้ที่ไหนครับ ....
พอดีตอนแรกกะจะไปให้ร้านทำให้ แต่พอเราซื้อของมือสองมาตั้งใจจะไปจ้างติดให้แต่ร้านเขาออกอาการไม่ค่อยอยากจะทำให้ เลยจะลองทำเองหาวิชาติดตัวมันซะเลย
<<< แล้วปลอกอลูมิเนียมที่ใช้บีบปลายสายสลิงนี้หาซื้อได้ที่ไหนครับ ....
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ก็ต้องปรับตั้งเกียร์ใหม่ครับเพราะต้องรื้อสายเกียร์ออกมาด้วยตอนเปลี่ยน ถ้าอยากปรับตั้งให้น้อยที่สุดก็ต้องเล็งความตึงของสายเกียร์ให้ได้ระดับเดิมครับ
หาเวลาเอามาเปลี่ยนตอนออกทริปก็ได้นี่ครับจะได้ช่วยกันได้หรือไม่ก็นัดวันมาทำกันก็ได้ครับ
ส่วนปลอกปิดสายเกียร์ตามร้านจักรยานมีขายครับ ถุงหนึ่งมีเป็น 100 อันขายราวๆ ไม่กี่สิบบาทครับ
หาเวลาเอามาเปลี่ยนตอนออกทริปก็ได้นี่ครับจะได้ช่วยกันได้หรือไม่ก็นัดวันมาทำกันก็ได้ครับ
ส่วนปลอกปิดสายเกียร์ตามร้านจักรยานมีขายครับ ถุงหนึ่งมีเป็น 100 อันขายราวๆ ไม่กี่สิบบาทครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- กระดิ่งทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:47
- Tel: ๐ ๘ ๑ - ๗ ๕ ๐ ๓ ๒ ๘ ๑
- team: ๙๙ City Bike (หมายเลข ๑๓) | กลุ่มตาโชค
- Bike: ควายแดงปี ๐๘ | Bike Friday: NW
- ตำแหน่ง: บัานพัชราพร
- ติดต่อ:
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอบคุณมากครับพี่ พอดีมันเป็นมือรวม+ดีสเบรคนะครับ เกรงว่าถ้าไปติดตั้งที่หน้าทริปจะรบกวนเวลาพวกพี่ๆ เกินไป
ระบบดีสเบรคพี่ที่ขายให้เขาจะไล่น้ำมัน+ตัดสายมาตามขนาดรถเราพอดี ตรงส่วนนี้ดูแล้วไม่ยากที่ทำเอง ส่วนระบบเกียร์เอาไว้ถ้าผมไล่เกียร์ไม่ครบหรือไม่สำเร็จคงจะตั้งเป็นเกียร์กลางๆ อันเดียวแล้วปั่นไปให้พี่ช่วยตั่งให้ที่หน้าทริปแล้วกันครับ
<<< แผนที่ผมคิดไว้ คือจะปรับเกียร์ (เก่า) จนสลิงทั้งสับจานหน้า+ตีนผีให้ย่อนที่สุด แล้วค่อยถอดของเก่าออกพอใส่ของใหม่ลงไปก็กะให้สลิงตรึงใกล้ของเก่าที่สุดแล้วค่อยไล่ปรับเกียร์จนครบ
ระบบดีสเบรคพี่ที่ขายให้เขาจะไล่น้ำมัน+ตัดสายมาตามขนาดรถเราพอดี ตรงส่วนนี้ดูแล้วไม่ยากที่ทำเอง ส่วนระบบเกียร์เอาไว้ถ้าผมไล่เกียร์ไม่ครบหรือไม่สำเร็จคงจะตั้งเป็นเกียร์กลางๆ อันเดียวแล้วปั่นไปให้พี่ช่วยตั่งให้ที่หน้าทริปแล้วกันครับ
<<< แผนที่ผมคิดไว้ คือจะปรับเกียร์ (เก่า) จนสลิงทั้งสับจานหน้า+ตีนผีให้ย่อนที่สุด แล้วค่อยถอดของเก่าออกพอใส่ของใหม่ลงไปก็กะให้สลิงตรึงใกล้ของเก่าที่สุดแล้วค่อยไล่ปรับเกียร์จนครบ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ถูกต้องแล้วครับ หากว่าเกียร์เป็นระบบปรกติที่ไม่ใช่พวก Reverse ในจานหน้าปรับเกียร์ไว้ที่จานเล็กสุดสายเกียร์ก็จะหย่อนที่สุดไปด้วย (จาน 1)กระดิ่งทอง เขียน: <<< แผนที่ผมคิดไว้ คือจะปรับเกียร์ (เก่า) จนสลิงทั้งสับจานหน้า+ตีนผีให้ย่อนที่สุด แล้วค่อยถอดของเก่าออกพอใส่ของใหม่ลงไปก็กะให้สลิงตรึงใกล้ของเก่าที่สุดแล้วค่อยไล่ปรับเกียร์จนครบ
แต่ที่เฟืองหลังก็ต้องเป็นเกียร์ที่เฟืองเล็กสุดอีกเหมือนกัน แต่เป็นเกียร์ 8 หรือ 9 แล้วแต่ว่ามี 8 หรือ 9 เฟือง
ตรงตำแหน่งนี้จะถอด-ใส่มือเกียร์และสายเกียร์ได้ง่ายกว่าเพื่อน โดยเกียร์จะมีความเพี้ยนค่อนข้างน้อยหากปรับ(ความตึง)สายเกียร์ได้ถูกต้องครับ แต่ถ้าไปถอด-ใส่ที่ตำแหน่งเกียร์อื่นๆ นอกจากนี้ก็....."ปวดหัว" อย่างเดียวครับ เพราะเกียร์จะเพี้ยนไปหมด
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
-
คุณปู
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 07:05
- Tel: 027500925
- team: OV Spirit
- Bike: GT I-DRIVE XCR-3000
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
คุณเป็กครับ.....ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามเป็นความรู้หน่อยครับ คือผมไปเปลี่ยนโช้คหน้า/หลังมาเป็นระบบลมยี่ห้อ FOX ซึ่งทางร้านเองก็ไม่มีคู่มือให้ผม ผมถามเรื่องการเติมลมว่าควรใช้แรงดันเท่าไหร่เขาก็บอกว่าต้องลองใช้ดู ถ้านิ่มไปก็เติมเพิ่มหรือแข็งไปก็ลดลง จริงๆผมว่าน่าจะมีตัวเลขกลางๆที่เป็นสเป็คเพื่อให้เหมาะกับน้ำหนักผู้ขี่นะครับ จากนั้นถ้าต้องการแข็งหรืออ่อนกว่าสเป็คค่อยว่ากัน ผมหนัก 68 กก ครับ ผมอยากถามคุณเป็คดังนี้
1. โช้คหน้า/หลัง ผมควรใช้แรงดันลมที่เท่าไหร่ดีครับตามสเป็ค
2. โช้คหลังผมมันมีระบบ AVA มาด้วย ทางร้านบอกว่าเป็นระบบที่ช่วยไม่ให้ห้องลมเสียหายเวลา
โช็คยุบตัวสุด ซึ่งเจ้าระบบนี้สามารถปรับได้ด้วยการหมุนเกลียวไปที่ระดับตัวเลข 1-4 แต่ทาง
ร้านอธิบายระบบการทำงานให้ผมไม่ได้ และการปรับตั้งระบบก็บอกเพียงว่าเอาไว้กลางๆ ซึ่งผม
ก็อยากรู้ว่าการปรับตั้งระบบนี้ ปรับตั้งเพื่ออะไรและระดับตัวเลขที่ระบุ 1-4 ส่งผลแตกต่างกัน
อย่างไร
ผมรบกวนถามมากหน่อยนะครับ....เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เราเสียเงินซื้อมาเราควรศึกษาระบบการทำงานให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้สูงสุด......ขอบคุณครับ
1. โช้คหน้า/หลัง ผมควรใช้แรงดันลมที่เท่าไหร่ดีครับตามสเป็ค
2. โช้คหลังผมมันมีระบบ AVA มาด้วย ทางร้านบอกว่าเป็นระบบที่ช่วยไม่ให้ห้องลมเสียหายเวลา
โช็คยุบตัวสุด ซึ่งเจ้าระบบนี้สามารถปรับได้ด้วยการหมุนเกลียวไปที่ระดับตัวเลข 1-4 แต่ทาง
ร้านอธิบายระบบการทำงานให้ผมไม่ได้ และการปรับตั้งระบบก็บอกเพียงว่าเอาไว้กลางๆ ซึ่งผม
ก็อยากรู้ว่าการปรับตั้งระบบนี้ ปรับตั้งเพื่ออะไรและระดับตัวเลขที่ระบุ 1-4 ส่งผลแตกต่างกัน
อย่างไร
ผมรบกวนถามมากหน่อยนะครับ....เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เราเสียเงินซื้อมาเราควรศึกษาระบบการทำงานให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้สูงสุด......ขอบคุณครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ต้องยอมรับครับว่าระบบกันสะเทือนที่ใช้โช๊คนี่เป็นชิ้นส่วนจักรยานที่ผมสัมผัสน้อยที่สุดเพราะจักรยานแทบทุกคันที่ผมใช้อยู่ก็มีแต่ตะเกียบเป็นหลักครับ
ขอเวลาไปทำการบ้านก่อนนะครับ
เท่าที่พอจะหาข้อมูลเบื้องต้นให้ได้ก็มี กระทู้เก่า 1 กระทู้กับ 2 Links คู่มือให้ Download ครับ
ถามป่าลูเรื่อง PSI ของ SID กับ Fox RL ครับผม
http://www.bikeloves.com/webboard/02031.shtml
FOX Glossary of Shock Terms
http://www.webmountainbike.com/foxglosofsho.html
http://www.foxracingshox.com/fox_tech_c ... cks_en.pdf
http://manualer.happymtb.org/fox/1998-shox-manual.pdf
ขอเวลาไปทำการบ้านก่อนนะครับ
เท่าที่พอจะหาข้อมูลเบื้องต้นให้ได้ก็มี กระทู้เก่า 1 กระทู้กับ 2 Links คู่มือให้ Download ครับ
ถามป่าลูเรื่อง PSI ของ SID กับ Fox RL ครับผม
http://www.bikeloves.com/webboard/02031.shtml
FOX Glossary of Shock Terms
http://www.webmountainbike.com/foxglosofsho.html
http://www.foxracingshox.com/fox_tech_c ... cks_en.pdf
http://manualer.happymtb.org/fox/1998-shox-manual.pdf
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
มีอีก 2-3 Links ให้ไล่ตามหาข้อมูลครับ
history of fox air shox.qxd
http://www.motoxmuseum.com/Articles/fox ... r_shox.pdf
ENGLISH ESPANOL GERMAN
http://www.lapierrebikes.com/upload/lap ... ien_en.pdf
1999 Model Owners Manual
http://www.birota.ru/manuals/foxflow/19 ... manual.pdf
PEERLESS PERFORMANCE BICYCLES
http://www.turnerbikes.com/Catalog/TurnerCatalog.pdf
history of fox air shox.qxd
http://www.motoxmuseum.com/Articles/fox ... r_shox.pdf
ENGLISH ESPANOL GERMAN
http://www.lapierrebikes.com/upload/lap ... ien_en.pdf
1999 Model Owners Manual
http://www.birota.ru/manuals/foxflow/19 ... manual.pdf
PEERLESS PERFORMANCE BICYCLES
http://www.turnerbikes.com/Catalog/TurnerCatalog.pdf
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ข้อมูลจากคุณปู เขียน: 2. โช้คหลังผมมันมีระบบ AVA มาด้วย ทางร้านบอกว่าเป็นระบบที่ช่วยไม่ให้ห้องลมเสียหายเวลาโช็คยุบตัวสุด ซึ่งเจ้าระบบนี้สามารถปรับได้ด้วยการหมุนเกลียวไปที่ระดับตัวเลข 1-4 แต่ทางร้านอธิบายระบบการทำงานให้ผมไม่ได้ และการปรับตั้งระบบก็บอกเพียงว่าเอาไว้กลางๆ ซึ่งผมก็อยากรู้ว่าการปรับตั้งระบบนี้ ปรับตั้งเพื่ออะไรและระดับตัวเลขที่ระบุ 1-4 ส่งผลแตกต่างกันอย่างไร
ผมรบกวนถามมากหน่อยนะครับ....เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เราเสียเงินซื้อมาเราควรศึกษาระบบการทำงานให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้สูงสุด......ขอบคุณครับ
http://www.webmountainbike.com/foxglosofsho.html
"AVA (Air Volume Adjuster) - The compression ratio of an air-spring system is the formula used to compare the starting air volume of the air spring (at full extension) to the ending air volume (shock at full bottom out). This ratio between the two volumes determines the rate at which the air spring builds or, as it's sometimes called, the slope of the spring curve. With typical air shocks on the market today, the compression ratio of the air spring is fixed, thus predetermining the characteristic of the spring curve. The consumer can adjust the air pressure of the shock but that adjustment only moves the spring curve up and down in rate. The AVA system is a feature that allows the end user the ability to fine-tune the progressivity of the spring curve in conjunction with the air pressure adjustment to best optimize suspension performance for their specific set of circumstances. The AVA system is not intended as an "on the fly" adjustment but rather a set-up tool for the consumer
"
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
-
คุณปู
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 07:05
- Tel: 027500925
- team: OV Spirit
- Bike: GT I-DRIVE XCR-3000
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอบคุณครับคุณเป็ก.......ผมเข้าไปอ่านดูในลิงค์ที่แนะนำแล้วก็พอจับทางได้บ้างแต่ยังไม่เข้าใจดี ผมก็เลยโทรไปที่ TCA ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย FOX และขอข้อมูลซึ่งทาง TCA โดยคุณพจน์ แนะนำและอธิบายได้ดีมาก ตอบคำถามผมได้ทุกข้อซึ่งข้อมูลที่ผมได้มาผมจะแนะนำต่อเพื่อเพื่อนๆที่ใช้อยู่จะได้ทราบวิธีการปรับเซ็ทโช้คระบบลมที่ถูกต้อง ข้อมูลมีดังนี้ครับ
โช็คหน้า.....ปรับตั้งค่าแรงดันลมที่พอดีกับน้ำหนักตัวผู้ขี่ด้วยการวัดค่า SAG ให้ได้ประมาณ
20 % ของระยะยุบ วิธีปรับก็คือใช้สายรัดรัดไว้หลวมๆในตำแหน่งต่ำสุดติดกับซีล จากนั้นขึ้นไปนั่งบนรถในตำแหน่งท่าขับขี่โดยไม่ต้องขย่มหรือขี่ออกไป จากนั้นให้ลงมาแล้ววัดดูว่าสายรัดนั้นเลื่อนขึ้นไปห่างจากตำแหน่งซีลเท่าไหร่ ถ้า 20 % ของโช็คยุบ 100 ก็เท่ากับ 20 ม.ม ถ้าโช้คยุบ 80 ก็ต้องเท่ากับ 16 ม.ม ซึ่งถ้าระยะ SAG ยังไม่ได้ตามนั้นเช่นน้อยไปก็ต้องลดแรงดันลมลงหรือถ้ามากไปก็ให้เติมลมเพิ่ม ทำแบบนี้จนกว่าจะได้ระยะ SAG ตามที่กำหนด นั่นก็คือแรงดันลมที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเราตามสเป็ค แต่ก็อาจเพิ่มหรือลดได้บ้างนิดหน่อยประมาณ 5-10 PSI ตามความชอบของแต่ละคนว่าชอบนุ่มหรือแข็งกว่าสเป็ค
โช็คหลัง......การปรับค่าแรงดันลมก็เหมือนกันคือใช้วัดค่า SAG เพียงแต่ว่าค่า SAG ของโช็คหลังนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 6-10 ม.ม ส่วนรถของผมนั้นมันเป็นระบบ I-DRIVE ทาง
TCA จึงแนะนำว่าให้ใช้ตำแหน่งมาร์คของ I-DRIVE เป็นเกนท์ ซึ่งหลังจากที่ผมเซ็ทลมได้จน
มาร์คตรง ผมลองวัดระยะ SAG ดู ก็เท่ากับสเป็คของโช็คคือประมาณ 6 ม.ม
AVA......เจ้าระบบนี้ทางร้านที่ผมซื้อให้ข้อมูลผิดหมด จริงๆแล้วระบบนี้คือระบบห้องลมที่สามารถปรับขนาดได้ด้วยผู้ขับขี่ ซึ่งการปรับตั้งให้ห้องลมเล็กหรือใหญ่ขึ้นก็เหมือนกับเราเปลี่ยนสปริงโช็คให้นิ่มหรือแข็งขึ้น ซึ่งนั่นก็คือค่า SPRING RATE นั่นเองโดยสามารถปรับตั่งได้ 4 ระดับ ( แรงดันลมเท่าเดิม) ระดับที่1 จะนุ่มนวล ระดับที่4 จะแข็งขึ้น
การปรับค่า REBOUND.....ทาง TCA แนะนำว่าควรปรับค่าความหนืดหน้าหลังของโช็คให้ใกล้เคียงกันถ้าหน้าหนืดมากคืนตัวช้า หลังก็ควรหนืดมากคืนตัวช้าเช่นกันเวลาขับขี่จะทำให้ช่วงหน้าและหลังของรถนิ่งกว่าที่จะปรับความหนืดไว้หน้าหลังต่างกัน
ครับ.....ยังไงผมก็ต้องขอขอบคุณคุณเป็คไว้ด้วยที่ช่วยหาข้อมูลจากลิงค์ให้ผม และข้อมูลของผมที่ได้มาอย่างน้อยก็อาจมีประโยชน์กับเพื่อนๆชาว 99 City Bike ต่อไป
โช็คหน้า.....ปรับตั้งค่าแรงดันลมที่พอดีกับน้ำหนักตัวผู้ขี่ด้วยการวัดค่า SAG ให้ได้ประมาณ
20 % ของระยะยุบ วิธีปรับก็คือใช้สายรัดรัดไว้หลวมๆในตำแหน่งต่ำสุดติดกับซีล จากนั้นขึ้นไปนั่งบนรถในตำแหน่งท่าขับขี่โดยไม่ต้องขย่มหรือขี่ออกไป จากนั้นให้ลงมาแล้ววัดดูว่าสายรัดนั้นเลื่อนขึ้นไปห่างจากตำแหน่งซีลเท่าไหร่ ถ้า 20 % ของโช็คยุบ 100 ก็เท่ากับ 20 ม.ม ถ้าโช้คยุบ 80 ก็ต้องเท่ากับ 16 ม.ม ซึ่งถ้าระยะ SAG ยังไม่ได้ตามนั้นเช่นน้อยไปก็ต้องลดแรงดันลมลงหรือถ้ามากไปก็ให้เติมลมเพิ่ม ทำแบบนี้จนกว่าจะได้ระยะ SAG ตามที่กำหนด นั่นก็คือแรงดันลมที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเราตามสเป็ค แต่ก็อาจเพิ่มหรือลดได้บ้างนิดหน่อยประมาณ 5-10 PSI ตามความชอบของแต่ละคนว่าชอบนุ่มหรือแข็งกว่าสเป็ค
โช็คหลัง......การปรับค่าแรงดันลมก็เหมือนกันคือใช้วัดค่า SAG เพียงแต่ว่าค่า SAG ของโช็คหลังนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 6-10 ม.ม ส่วนรถของผมนั้นมันเป็นระบบ I-DRIVE ทาง
TCA จึงแนะนำว่าให้ใช้ตำแหน่งมาร์คของ I-DRIVE เป็นเกนท์ ซึ่งหลังจากที่ผมเซ็ทลมได้จน
มาร์คตรง ผมลองวัดระยะ SAG ดู ก็เท่ากับสเป็คของโช็คคือประมาณ 6 ม.ม
AVA......เจ้าระบบนี้ทางร้านที่ผมซื้อให้ข้อมูลผิดหมด จริงๆแล้วระบบนี้คือระบบห้องลมที่สามารถปรับขนาดได้ด้วยผู้ขับขี่ ซึ่งการปรับตั้งให้ห้องลมเล็กหรือใหญ่ขึ้นก็เหมือนกับเราเปลี่ยนสปริงโช็คให้นิ่มหรือแข็งขึ้น ซึ่งนั่นก็คือค่า SPRING RATE นั่นเองโดยสามารถปรับตั่งได้ 4 ระดับ ( แรงดันลมเท่าเดิม) ระดับที่1 จะนุ่มนวล ระดับที่4 จะแข็งขึ้น
การปรับค่า REBOUND.....ทาง TCA แนะนำว่าควรปรับค่าความหนืดหน้าหลังของโช็คให้ใกล้เคียงกันถ้าหน้าหนืดมากคืนตัวช้า หลังก็ควรหนืดมากคืนตัวช้าเช่นกันเวลาขับขี่จะทำให้ช่วงหน้าและหลังของรถนิ่งกว่าที่จะปรับความหนืดไว้หน้าหลังต่างกัน
ครับ.....ยังไงผมก็ต้องขอขอบคุณคุณเป็คไว้ด้วยที่ช่วยหาข้อมูลจากลิงค์ให้ผม และข้อมูลของผมที่ได้มาอย่างน้อยก็อาจมีประโยชน์กับเพื่อนๆชาว 99 City Bike ต่อไป
