รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

เสือชายกว๊าน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 811
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 พ.ค. 2011, 09:17
Tel: 084-0766952
team: กว๊านพะเยา road race
Bike: <MADONE 9>
ตำแหน่ง: ถนน ชายกว๊าน พะเยา

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย เสือชายกว๊าน »

ของผมก็ใช้จานเบี้ยวอยู่เหมือนกันครับ น้องบาสที่แข่ง tour of thailand อยู่ตอนนี้แนะนำให้ใช้ในส่วนตัวถ้าถามว่ารู้สึกต่างจานธรรมดาไหมมันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วครับก็ขนาดจานมันยังไม่เหมือนกันจะให้บอกว่าเหมือนกับจานธรรมดามันก็บ้าไปแล้ว แต่ถ้าถามว่าปั่นดีขึ้นไหมก็ว่าไปอย่าง แต่เท่าที่ลองมาประมาณเกือบครึ่งปีก็ถือว่ามีการพัฒนาการปั่นในทางที่ดีขึ้นครับแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่การฝึกซ้อมของแต่ละคนด้วยครับ และที่สำคัญที่สุด ร้อยทั้งร้อย ถ้าคนใช้จานธรรมดามาถามคนใช้จานเบี้ยวถามว่ามันใช้ดีใหม มันก็มีคำตอบของมันอยู่แล้ว ก็กับการที่เสียตังค์ไปได้จานเบี้ยวมาจะบอกว่ามันไม่ดีแล้วแล้วมันจะซื้อมาทำไมฟะ :D :D :lol:
<พะเยา เมืองน่าอยู่ เมืองน่าปั่น สุขใดไม่เท่าได้มาอยู่กว๊านพะเยา >
รูปประจำตัวสมาชิก
Team-CSC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 834
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:56
team: จักรยานตราจรเข้
Bike: จักรยานตราจรเข้

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย Team-CSC »

จำได้ว่าหลายปีก่อน มีการโฆษณา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยี่ห้อ มาม่า ในตัวโฆษณาบอกว่าในมาม่า มี วิตามิน ตั้งหลายอย่าง ... คำถามก็คือ ทำไมต้องโฆษณาแบบนั้น.....???

คำตอบง่ายๆก็คือ คนมักจะบอกว่า อย่าไปกินมากนะ มาม่านะ มันไม่มีประโยชน์ แต่เมื่อโฆษณานี้ออกมา คนที่กินมาม่า (จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่) แล้วโดนคนอื่นทักว่า "กินทำไม มันไม่มีประโยชน์" คนกินจะตอบได้ทันที่ว่า "ใครว่าไม่มีประโยชน์ ไม่รู้เหรอว่า มาม่าเดี๋ยวนี้เขามี วิตามิน........"

ในทำนองเดียวกัน Rotor ทำแบบนี้ ก็ช่วยให้คนที่ซื้อไปนอกจากจะบอกว่ารู้สึกดีแล้ว ยังสามารถบอกเพิ่มได้ว่า "ไม่รู้เหรอว่าเขาวิจัยกันมาแล้ว ว่ามันช่วยให้ .........." มันช่วยสำทับความรู้สึกที่ดี และ ช่วยลบคำถามจากใจของคนบางคนได้ว่า ตกลงโดนฝรั่งหลอกหรือเปล่าหว่า (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) :lol:
--Human Knowledge Belongs to the World--
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

อ่านเรื่องความยาวขาจานที่คุณ demolisher พูดถึง ผมว่ามันไม่เหมือนกันนะคับ
ลองเอาโซ่ออก แล้วหมุดขาจานที่ติดตั้งใบจานโรเตอร์ดู จะไม่มีความรู้สึกต่างอะไรกับขาจานที่ติดตั้งใบจานแบบกลมเลย
แล้วลองใส่โซ่แล้วหมุดอีกที จะรู้สึกได้ชัดเจนทันทีว่ามันต่างกันอย่างชัดเจน
ไอ้ความต่างกันชัดเจนนี้ นี้แหละที่มันไม่สามารถบอกได้ว่าดีกว่า หรือ ไม่ อย่างไร เพราะมันมีปัจจัยอื่นประกอบอีก
โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อการวิจัยอะไรนั้นหรอก อ่านไว้เพื่อเป็นข้อมูลเฉยๆ แต่ก็อยากลอง สุดท้ายก็ต้องลองเองคับ
ถ้าอยาก...
ลอง...ซื้อเลย (คำตอบที่ดีที่สุดคือต้องลองเอง)
แรง...ซื้อเลย (ธรรมชาติของคน ได้อะไรมาใหม่มักดีเสมอในตอนแรก)
หล่อ...ซื้อเลย (สีดำๆ รูพรุ่นๆ ใบเบี้ยว แค่ใส่มันก็เท่ห์แล้ว)
ลั่นล้า...ซื้อเลย (ใครถามก็พูดได้เต็มปากว่าเป็นอย่างไร ถูก ผิด ดี ไม่ดี ไม่เกี่ยว บายใจ๋ ทันเทคโนโลยี)
ส่วนท่านที่มีตังค์ มีงบแต่ ขอ ดู ศึกษา ถาม ฟัง ก็ทำไปคับเก็บข้อส่งสัยข้องใจนั้นไว้แหละดีแล้ว ไม่เปลื้องตังค์
ส่วนท่านที่มีตังค์ แต่ไม่มีงบจะซื้อ แล้วอยากลองใจจะขาด อันนี้ช่วยไม่ได้คับ... :mrgreen:
สุดท้ายท่านที่ไม่สนเลยเรื่องใบจะเบี้ยวหรือไม่เบี้ยว ท่านก็คงไม่มานั่งอ่านกระทู้อย่างนี้อยู่หรอกคับ... :lol:
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย แมวทอง »

คำเตือน
ขอความต่อไปนี้ เป็นการลองของ มิใช่การทดลอง
อาจจะมีไสยศาสตร์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนบุคคล
โปรดใช้วิจารณะญานในการรับชม
:D


บางท่าน อาจคิดว่า
การปั่นจักรยานนั้น เราควงขาเป็นรัศมี วงกลม
ใช่ครับถูกต้องเลย
แต่
ผมมีฟามลับเรื่องการเคลื่อนที่ของส่วนที่เป็นต้นกำเนิดพลังในการควงมาฝากครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

หุหุ 8-)
นี่คือการเคลื่อนที่ของหัวเข่า จากเครื่องสแกนการเคลื่อนไหวพลังจิต
เกิดเป็นภาพวาด Circular Scribbling เป็นขั้นที่เด็กสามารถขีดลากเป็นวงกลม :mrgreen:

จะเห็นว่า

1 ส่วนที่เรา ออกแรงได้ยาวต่อเนื่องคือ
จุดที่มีลูกศรชี้ลง (การกดลูกบันได)
และ
จุดที่มีลูกศรชี้ขึ้น (การดึงลูกบันได)

และ

2ส่วนที่ออกแรง สั้น และ แคบ ลำบาก ก็คือช่วง
วงรี ด้านบน (ดันไสลูกบันได )
และ
วงรี ด้านล่าง ( ลากลูกบันได)


อยากให้ทุกท่านใส่ใจในจุดที่ 2 ให้ มากๆ
พยายาม ชดเชย การออกแรงจากส่วนที่ 1 มาช่วย ส่วนที่ 2
ให้ช่วยกันควงบันไดให้เนียน เต็มวงรอบการปั่นควง มากขึ้น
ตรงนี้จะช่วยทำให้เรา ออกแรงอย่างมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้นมากๆครับ
;)

ผมก็ไม่ได้มาบอกให้ทุกท่านใช้ จานเบี้ยว
แม้ว่า รูปแบบการออกแรงของเรา มันจะเบี้ยวคล้ายๆจานเบี้ยว

ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้ ทุกท่านที่ บ้าจักรยาน
ใส่ใจ และ ให้ความสำคัญ
กับการควงขาให้มากๆครับ

จานกลมจะควงให้เนียนก็ได้
จานเบี้ยวจะควงให้เนียนก็ได้

สุดท้าย คุณ เป็นคนควง
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 06 เม.ย. 2012, 17:38, แก้ไขแล้ว 9 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
ก้อย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5452
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:29
Tel: 0909094825/0896896722
team: K-45
Bike: เสือหมอบtrek madone /mtb ritchey/fix fuji/touring darkrock
ตำแหน่ง: ทรงกลด สงขกุล 1141ม.7 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10270
ติดต่อ:

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย ก้อย »

แล้วถ้าหน้าเบี้ยวดีไหมครับ ;)
ไฟล์แนบ
409421_2907374286277_1318151950_2975421_464501153_n.jpg
409421_2907374286277_1318151950_2975421_464501153_n.jpg (73.58 KiB) เข้าดูแล้ว 1658 ครั้ง
อยู่ไปone one
รูปประจำตัวสมาชิก
แมวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 8671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย แมวทอง »

ก้อย เขียน:แล้วถ้าหน้าเบี้ยวดีไหมครับ ;)
ต้องนั่งเท็กซี่ไปเกาหลีครับพี่ก้อย
[youtube]fhseD2tRLUY&feature[/youtube]

อาาา
พี่ก้อยรู้ ฟามลับ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย lucifer »

เห็นวิธีการนำเสนอของน้องแมวทองแล้ว ชาบู ชาบู ครับ ผมคิดถึงการทดลองวิทยาศาสตร์ตามสมัยอยู่ มศ.5เลยนะเนี่ย ( สมัยผมยังเป็นมศ.นะ เด็กมศ. ไม่ใช่เด็กม. ฮ่า ฮ่า )
ถ้าจะให้สนุกนะ มัดดินสอไว้ที่ข้อเท้าด้วยดิ จะได้รู้ว่าจริงๆแล้ว ที่ควงกันกลมๆหนะ มันแค่แกนบันได ส่วนข้อเท้ามันก็ยังไม่กลม เพราะคนที่ปั่นควงรอบขาได้จนซาบซึ้งทุกๆองศาของการหมุนของขาจาน ไม่มีใครปั่นโดยไม่เล่นข้อเท้าอย่างแน่นอน เพียงแต่จะรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังเล่นข้อเท้าอยู่หรือเปล่าเท่านั้นแหละ

ผมเองก็คนที่ปั่นทั้งจานกลม และจานเบี้ยวนะ แต่ก่อนปั่นจานกลมสัปดาห์ละ 1 วัน คือปั่นบนเทรนเนอร์ ปั่นจานเบี้ยวสัปดาห์ละ 3 วัน คือปั่นบนถนน สำหรับคนทที่ปั่นรอบขาเดินทางอยู่ที่ 100RPMบนถนนในลักษณะฝึกbase training แบบผม ปั่นโดยตัวไม่ดุ๊กดิ๊ก ( เพราะโดนprefittingความสูงของอานจนพอดีตัว ) ผมบอกได้ทุกครั้งที่ปั่นจานกลมบนเทรนเนอร์ว่ามันต่างจากวันที่ปั่นบนถนนด้วยจานเบี้ยวอย่างไร มันสัมผัสได้เลย

ผมมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ก็คือ วัด HR , Speed และ Cadence และผมเป็นคนที่ชอบปั่นบนเส้นทางเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราเทียบเคียงสถิติ และการพัฒนาของเราได้ง่ายขึ้น แน่นอนครับ กระแสลมในฤดูกาลเดิมๆ ความร้อนของภูมิอากาศในฤดูกาลเดิมๆ มันก็sameๆอยู่แล้ว ปัจจัยปลีกย่อยมันจึงไม่มากนัก ผมใช้จานRotorครั้งแรกก็ราวๆ 10เดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ผมเริ่มกลับมาเคาะสนิมใหม่ได้ราวๆ 2 เดือน ( หลังจากแขวนอานไปได้ 4ปีเศษๆ ) วันแรกที่ผมได้จานRotor( 10เดือนก่อน ) ผมบอกได้เลยว่า ที่ HRเท่าเดิม ผมได้ความเร็วเพิ่มขึ้น และควงบันไดได้รอบขาเพิ่มขึ้นในเกียร์ที่หนักเกียร์เดิมกับวันก่อนที่ยังใช้จานกลมอยู่ แล้วก็สังเกตแบบนี้มาได้สัก 2 วัน แล้วก็เลิกใส่ใจไป

ผ่านไปอีก 10เดือน จากเดิมที่ควงบันไดได้ไม่ถึง 100RPM ก็กลายเป็นควงบันไดได้ง่ายขึ้น จากเดิมมีกระดุ๊กกระดิ๊ก ก็นิ่งตัวตรง จะว่าจานRotorมีส่วนช่วยไหม ก็ตอบว่ามีส่วนในการฝึกการควงรอบขาได้ แต่ถามว่าเมื่อปั่นบนจานกลมแล้วรู้สึกอย่างไร ก็ตอบว่าเฉยๆ ยังควงบันไดได้เนียนอยู่ ต่างกันที่ความรู้สึกในระหว่างที่ควงบันไดนั่นแหละครับที่มันสัมผัสได้

ต่างกันอย่างไร ??? ถ้าผมจะบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ปัจจัตตัง" แบบนี้เคลียร์ดีไหม ? คุณจะไม่มีทางรู้เลย ถ้าคุณไม่ได้ลองด้วยตนเอง

ของแบบนี้มันทดสอบได้ง่ายมากครับ
สำหรับคนที่ใช้ Watt meter เป็น การพิสูจน์จานกลมและจานเบี้ยวนั้น ง่ายมาก เอาข้อมูลที่ได้ใส่WKO+ เทียบเส้นทางเดิมๆ ปั่นด้วยค่าวัตต์เฉลี่ยๆเท่ากัน สลับจานกลมและจานเบี้ยวกันทุกวัน (ตัดปัญหาเรื่องผลของการฝึก) แล้วเอาค่าHR , รอบขา , ความเร็ว และค่าที่คนที่ไม่ใช้watt meterไม่อยากจะไปเข้าใจมัน เอามาเปรียบเทียบกันให้ดูได้เลย ลองกันให้สาแก่ใจดูครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
pskorat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1538
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
Tel: 044-257259
Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย pskorat »

เสียดายที่ว่า...อยู่ไกลไปหน่อยครับ อ.ลูฯ ...8-)
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย lucifer »

pskorat เขียน:เสียดายที่ว่า...อยู่ไกลไปหน่อยครับ อ.ลูฯ ...8-)
นั่นดิพี่ ถ้าอยู่ห่างกันแค่เมืองกาญจน์กับนครปฐม ผมเอาไปให้ลองเลยแหละ :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
ปั่น
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3280
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 16:25
Bike: RB only

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย ปั่น »

+1.75 ให้กุ๊กครับ วิธีการนำเสนอ ให้คำแนะนำดี และเข้าใจได้ง่ายมาก ยอดๆ
โจ๊ก
surasith
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 176
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 14:59
Tel: 0897990118
team: -
Bike: Klein Klein klein

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย surasith »

ได้ความรู้เยอะเลย ขอบคุณทุกท่านครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

ปั่น เขียน:+1.75 ให้กุ๊กครับ วิธีการนำเสนอ ให้คำแนะนำดี และเข้าใจได้ง่ายมาก ยอดๆ
ผมให้อีก 0.25 ละกัน ขาดตัวแล้วน่ะ 555
จริงๆพี่แมวแกน่าจะเอาสีทาที่ด้านข้างของหัวเขาบริเวณตำแหน่งที่รับแรงตรงๆ แล้วควงแป๊ะกับกำแพง โอ้ว วิทย์+ศิลป์ เลยน่ะนั้น...
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
lop023
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6760
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2009, 18:47
Tel: 0994294292
team: อิสระชล , เทศบาลเมืองบ้านบึง
Bike: Bianchi , Madone
ติดต่อ:

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย lop023 »

เห็นภาพเลยครับคุณแมวทอง แต่ว่ารองเท้านี่ไปปั่น Cyclo-cross มาหรอครับ :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
demolisher
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6654
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย demolisher »

โต้งหลังอนามัย เขียน:อ่านเรื่องความยาวขาจานที่คุณ demolisher พูดถึง ผมว่ามันไม่เหมือนกันนะคับ
ลองเอาโซ่ออก แล้วหมุดขาจานที่ติดตั้งใบจานโรเตอร์ดู จะไม่มีความรู้สึกต่างอะไรกับขาจานที่ติดตั้งใบจานแบบกลมเลย
แล้วลองใส่โซ่แล้วหมุดอีกที จะรู้สึกได้ชัดเจนทันทีว่ามันต่างกันอย่างชัดเจน
ไอ้ความต่างกันชัดเจนนี้ นี้แหละที่มันไม่สามารถบอกได้ว่าดีกว่า หรือ ไม่ อย่างไร เพราะมันมีปัจจัยอื่นประกอบอีก
โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อการวิจัยอะไรนั้นหรอก อ่านไว้เพื่อเป็นข้อมูลเฉยๆ แต่ก็อยากลอง สุดท้ายก็ต้องลองเองคับ
ถ้าอยาก...
ลอง...ซื้อเลย (คำตอบที่ดีที่สุดคือต้องลองเอง)
แรง...ซื้อเลย (ธรรมชาติของคน ได้อะไรมาใหม่มักดีเสมอในตอนแรก)
หล่อ...ซื้อเลย (สีดำๆ รูพรุ่นๆ ใบเบี้ยว แค่ใส่มันก็เท่ห์แล้ว)
ลั่นล้า...ซื้อเลย (ใครถามก็พูดได้เต็มปากว่าเป็นอย่างไร ถูก ผิด ดี ไม่ดี ไม่เกี่ยว บายใจ๋ ทันเทคโนโลยี)
ส่วนท่านที่มีตังค์ มีงบแต่ ขอ ดู ศึกษา ถาม ฟัง ก็ทำไปคับเก็บข้อส่งสัยข้องใจนั้นไว้แหละดีแล้ว ไม่เปลื้องตังค์
ส่วนท่านที่มีตังค์ แต่ไม่มีงบจะซื้อ แล้วอยากลองใจจะขาด อันนี้ช่วยไม่ได้คับ... :mrgreen:
สุดท้ายท่านที่ไม่สนเลยเรื่องใบจะเบี้ยวหรือไม่เบี้ยว ท่านก็คงไม่มานั่งอ่านกระทู้อย่างนี้อยู่หรอกคับ... :lol:

ขอบพระคุณมากครับ ผมหมายถึงแรงต้านที่เกิดกับขาเราซึ่งเป็นผลมาจากแรงต้านจากโซ่น่ะครับ ช่วงวงรีกว้างสุดของจานเบี้ยวก็จะคล้ายๆ มีแรงต้านน้อยกว่าช่วงที่แคบที่สุด (เหมือนเราใช้จานใหญ่เมื่อเทียบกับจานเล็กกว่า) ส่วนในด้านที่คล้ายคลึงกับเรื่องขาจานยาวก็คือความยาวขาจานที่ยาวกว่าก็เผื่อจะช่วยให้ใช้แรงกดลูกบันไดน้อยกว่าที่แรงต้านจากโซ่เท่ากันอะครับ (เรากดไม่ได้แรงขึ้นนะ เรามีแนวโน้มจะไปได้ช้ากว่าด้วยซ้ำกับขาจานที่ยาวกว่า)


คือผมว่าอุปกรณ์ดีเลิศก็ไม่สู้ขยันซ้อมขยันพัฒนา (ตรงนี้คงเห็นคล้ายกันเนาะ) และของยิ่งดีก็มักจะยิ่งมีขนาดตลาดเล็กกระจิ๋วหลิวถ้าหากนับเฉพาะผู้ได้ประโยชน์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ เนาะครับ การโฆษณาจึงน่าจะโม้กว้างๆ ให้กระตุ้นตลาดส่วนอื่นๆ ไปด้วย และก็คงได้ผลแหละเพราะผมคิดว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของเหล่าผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศพวกนี้จึงน่าจะเป็นกลุ่มที่แทบไม่ได้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนานั้นเท่าใดนัก ไม่ว่าจะใช้ไม่ถึง ใช้ไม่เป็น ไม่ได้หมายถึงเฉพาะจานเบี้ยวนะครับ สารพัดอะไหล่เทพนี่แหละตัวดีนัก :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: อาทิ ใช้ 105 ก็ได้ไยต้องใช้ Durace เป็นต้น (ไม่ได้เกี่ยวกับการมีเงินหรืิอไม่นะขอรับ มองแง่ประโยชน์เชิงวิทยาศาสตร์เฉยๆ) และที่แย่...ถ้าหากว่าจะมีนะครับ...ของยิ่งดีในบางลักษณะยิ่งมีโอกาสถ่วงการพัฒนาด้วยซ้ำอะครับ คือมันดีกว่าจริงๆ และเป็นประโยชน์จริงๆ เพียงแต่ว่า...กับใคร สถานการณ์ไหน


นอกเรื่องนะครับ อะไหล่จักรยานมันไม่เหมือนของสำหรับรถยนต์ซักเท่าไหร่เลยอะ อะไหล่รถแข่งดีๆ จะไม่ดีเมื่อเอามาใช้กับรถบ้าน ถ้ายี่ห้อไหนรุ่นใดบอกว่าดีกับทั้งรถแข่งและรถบ้าน-อันนั้นแข่งจริงๆ ก็ห่วยและชนะลำบาก และในทางกลับกัน ถ้าใครเอาอะไหล่รถแข่งแท้ๆ มาใช้กับรถบ้าน มันก็จะเป็นรถบ้านที่ใช้ประจำวันไม่ดีเอาซะเลย


ปล.
- ไม่ทราบว่าจานเบี้ยวมีข้อจำกัดเรื่องการเปลี่ยนเล็กใหญ่กลางอากาศในลักษณะไหนบ้างอะครับ ? ที่เกี่ยวกับโซ่หลุดอะไรเงียะครับ ขอบพระคุณมากครับ
- และอีกข้อ อยากจะขออนุญาตเรียนว่าผมมิได้ต่อต้านหรือเป็นปฏิปักษ์กับจานเบี้ยวหรืออุปกรณ์ชั้นเลิศใดๆ ทั้งสิ้นและโดยสิ้นเชิงนะครับ ออกจะสนับสนุนด้วยซ้ำกับท่านที่ได้ประโยชน์หรือมีงบฯ เพียงพอ ตรงกระทู้นี้ผมเพียงอยากขออนุญาตคุยแลกเปลี่ยนเชิงวิทยาศาสตร์และในแง่การวิเคราะห์วิจัยเฉยๆ หนุกๆ แบบนักนิยมเหตุผลคุยกันน่ะขอรับ
- และ ผมเข้าใจผิดป่าวอะที่เสนอให้ใช้จานเบี้ยวเป็นเหมือนอาวุธลับน่ะ แบบว่าอยากให้ตอนฝึกฝนพัฒนาเป็นการใส่ load (ภาระ) ให้มากหน่อยจะได้พัฒนาได้ลึกขึ้นน่ะครับ ?
- ผมเองมิได้ไม่เห็นด้วยกับงานวิจัยเรื่องจานเบี้ยวของกระทู้นี้นะครับ คิดว่าตัวเองค่อนข้างเข้าใจข้อจำกัดและเชื่อว่าเขามีวัตถุประสงค์นั่นแหละ แต่ส่วนที่ไม่สบายใจที่สุดคือการถูกเอามาตีความและการเอามาใช้ประโยชน์ตลอดจนการมีโอกาสถูกเอาไปเผยแพร่โดยไม่ระมัดระวังหรือไม่ค่อยรับผิดชอบต่างหาก ยังดีและรู้สึกขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ที่ยกมาทั้งกระบิไม่ใช่หลายๆ กรณีที่มักจะเจอที่ตัดมาเฉพาะข้อความที่ตรงใจตัวเอง เมื่อกลางวันขับรถอยู่+คิดตัวอย่างได้แต่ตอนนี้ลืมไปแระ ขออภัยครับ เราไม่ได้ตั้งธงไม่เชื่อแต่ควรต้องมี "เอะใจ" บ้างอะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย demolisher เมื่อ 06 เม.ย. 2012, 23:21, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

^
ขอบคุณคับพี่... :mrgreen:
โดยส่วนตัวผมแบ่งประเภทของคนปั่นตามความคิดของตัวผมเองเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คับ
1.อุปกรณ์ถึง และ
2.ถึงอุปกรณ์
ซึ่งแต่ละประเภทมีเหตุผล จุดประสงค์ ในตัวของมันเองคับ...
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”