จักรยานที่หาย TREK 4300 ไซส์ 13 นิ้ว สีบรอนซ์
หายจากลานจอดรถติดกับหน้าประตู “เซ็นทรัล ชิดลม”
ติดกับป้อมยาม ตรงทางออกฝั่งถนนเพลินจิต ท่ามกลาง
ยามที่กำลังเดินปฎิบัติหน้าที่อยู่เต็มบริเวณนั้น ผู้ร้าย
ชี่หนีไปในเวลา 13.20 น. จักรยานติดไฟจีนแดงหน้า หลัง พรึบไปทั้งคัน
พร้อมกับหมวกกันน๊อกบนแฮนด์ซ้ายด้วย
(ในภาพ) ท่อน้ำที่อยู่เลยป้อมยามไป คือที่ที่นำจักรยานไปล๊อคไว้ เพราะเห็นอยู่ใกล้หูใุกล้ตายาม

ท่อน้ำที่นำจักรยานไปล๊อคไว้ด้วยกุญแจแบบรหัส


พี่ยามที่อุตส่าห์ฝากฝังจักรยานไว้ แกพยายามหลบหน้ากล้อง ไม่ยอมให้ถ่ายเลย
ตอนที่ถ่ายพอดีฝนกำลังจะตกเลยมืดไปหน่อย

ก่อนจะฝากจักรยานกับแก แกยังถามเลยว่ามีของมีค่าในจักรยานไม๊ เรายังอุตส่าห์ตอบแกไปว่า
ก็ตัวจักรยานของหนูนะแหละพี่ !!!

หรือเราจะจอดใกล้ทางออกเกินไป

ประตูทางเข้าฝั่งถนนเพลินจิตที่ผู้ร้ายขโมยจักรยานเดินเข้าด้อมๆมอง
(เห็นจากกล้องวงจรปิด แต่ยังนำมาให้ชมไม่ได้
เนื่องจากยังตัดต่อไม่เป็น ถ้าเสร็จแล้วจะนำมาให้ชมเจ็บใจเล่นๆอีกที)

ได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ได้รู้ เรื่องราวของคนอื่นมาก็มาก แต่ไม่เคยนึก
ไม่เคยฝันมาก่อนเลยจริงจรี๊งว่า คราวเคราะห์ครั้งนี้มันเป็นของเราหรือเนื่ย
เมื่อวันพุธที่ 28 มีนาคม 2555 เวลา 11.36 น.ได้ปั่นจักรยานคู่ชีพมาจอดที่
ลานจอดรถกลางแจ้งที่ “เซ็นทรัล ชิดลม” เพราะมีนัดกับลูกค้าเกี่ยวกับเรื่อง
โฆษณาของ “สารสองล้อ” วารสารข่าวในแวดวงเกี่ยวกับจักรยานของ
สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย เพื่อสมาชิกที่รักนักปั่นของเราทั่วประเทศไทย
ในตอนแรกคิดว่าจะไปจอดรวมกับที่จอดของมอเตอร์ไซต์ที่ใต้ดิน แต่เพราะเกรงว่า
จะไกลหูไกลตาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เลยเปลี่ยนใจมาจอดตรงลานจอดรถ
และอยุ่ติดกับป้อมยามมียามเดินวนไปมาทำงานกันอยู่หลายท่าน น่าจะปลอดภัยนะ
จูงรถมาติดกับท่อน้ำใหญ่ข้างกำแพงใกล้ประตูทางออก (ท่อน้ำในภาพ)และล๊อกกุญแจรหัสอย่างดี
แถมยังเดินกลับมาเช็คความเรียบร้อยอีกรอบ พร้อมกับฝากฝังยามบริเวณนั้นเป็นอย่างดี
หลังจากเสร็จจากการพบกับลูกค้า และรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย กลับ
ออกมาอีกทีในเวลาราวบ่ายสาม ก็พบว่า จักรยานได้หายไปเสียแล้ว หลังจาก
ตรวจสอบจากกล้องของทางห้างแล้ว ปรากฎว่า ในเวลาราวๆ 13.10 น. ได้มีชายสวม
เสื้อเชิ๊ตสีฟ้า เดินวนเวียนใกล้กับที่จอดจักรยานอยู่พักใหญ่ และใช้เวลาไม่นานในการ
ปลดล๊อก และขี่หนีหายไปในเวลา 13.20 น. อย่างรวดเร็ว โดยที่หมวกกันน๊อกยังห้อย
อยู่ตรงแฮนด์ซ้ายเลย
หลังจากปาดน้ำตาแห่งความเศร้าโศก อาลัยเพื่อนรักที่จากไป พอคลายทุกข์ได้แล้ว
ต่อมา มาแจ้งความที่ สน.ลุมพินี ท่าน ร.ต.อ. อดิศักดิ์ เหล่าสี ได้บันทึกประจำวัน
และให้หาช่างผู้เชี่ยวชาญนำภาพของคนร้ายที่ชัดเจนมามอบให้อีกที และจะเริ่มดำเนินการ
สอบสวนต่อไป
จักรยานคันที่หายไป ไม่ได้เป็นรุ่นที่หรู หรือรุ่นที่แพงสุด น้ำหนักก็ไม่เบา ปั่นได้ไม่เร็ว
อีกทั้งยังไม่ทันได้ล้างด้วย แต่ แต่ แต่ มันเป็นสุดที่รัก เป็นจักรยานคันแรก เป็นคันโปรด
เป็นคันที่พาไปไกลเกือบทั่วประเทศไทย และยังไปไกลถึงต่างประเทศมาแล้ว มันเึคยพาเดินทาง
ไปไกลยิ่งกว่ารถยนต์ที่ใช้อยู่ซะอีก แถมตอนนี้เป็นยานพาหนะที่ใช้ทำมาหากินด้วย คนที่โขมยไป
ไม่ได้ขโมยเฉพาะจักรยานไป แต่มันได้กระชากหัวใจเราไปด้วย ช่างเป็นสิ่งที่เลวร้ายจริงๆ
ขอให้เพื่อนๆโปรดระมัดระวังจักรยานที่รักของเรา จอดไว้ในที่ที่ปลอดภัย อย่าให้มี
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆคนอื่นเลยนะค่ะ
ถ้ามีผู้ใดพบเห็นรถจักรยานลักษณะนี้ได้โปรดแจ้งให้ทราบด้วยนะค่ะ
หลิน 081-8193114
ร.ต.อ. อดิศักดิ์ เหล่าสี 089-0581018
สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย 02-6124747
ความหวังอันริบหรี่ ยังดีกว่าไม่มีความหวังซะเลย
อำลา อาลัย เพื่อนรักที่เคยพาไปทุกที่่ตลอดเวลาหลายปี ตั้งแต่เริ่มมาปั่นจักรยาน
กว่าจะค้นเจอภาพที่เคยถ่ายไว้ ประมวลภาพจากหลายๆทริปเท่าที่ค้นได้
เพื่อนๆเห็นที่ไหน กรุณาเป็นหูเป็นตาให้ด้วยนะค่ะ จักรยาน TREK 13 นิ้ว สีบรอนซ์ อย่างอื่นอาจ
จะเปลี่ยนง่ายแต่ถ้าเป็นขนาดแล้ว คงจะจำได้ไม่ยาก ส่วนใหญ่เป็นภาพที่ถ่ายไว้นานแล้ว ล่าสุด
ให้ช่างหนึ่ง ช่างคนเก่งประจำสมาคมเปลี่ยนอะไหล่ใหม่หมดทั้งคัน จะเป็นอะไรบ้างนั้น (ไม่ค่อยรู้จักอะไหล่)
ยังติดต่อช่างหนี่งไม่ได้ค่ะ ถ้าทราบแล้วจะมาเรียนให้ทราบอีกครั้ง




















