จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
รูปนี้เลิกดื่มได้ 4 เดือนครับ
- ไฟล์แนบ
-
- DSC04663_resize.JPG (73.58 KiB) เข้าดูแล้ว 859 ครั้ง
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
ขอบคุณมากนะครับ..ยังหรอกครับ..ยังมีอุปสรรคอีกครับ..เพราะตอนต่อไปผมต้องเจออุบัติเหตุ นอนอีกหลายเดือนครับเป้า ประภาวรรณ เขียน:![]()
สุดยอดครับ !!!
เหนือสิ่งอื่นใดคือการชนะใจตนเอง
นับจากนี้ไป ชีวิตนี้พี่ไม่ต้องกลัวอุปสรรคใด ๆ แล้ว
พี่ชนะใจตัวเองทำได้ขนาดนี้ เรื่องอื่น จิ๊บ ๆ ชิว ๆ
จริงใหม๊คร๊าบบบบ ????![]()
![]()
- air4ukm
- สมาชิก
- โพสต์: 33
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2012, 15:25
- Tel: 081-3913314
- team: -
- Bike: TREK 3900
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
ติดตามอ่ารเรื่องสั้น ตอนยาว
เรื่องราวชีวิต จริง อยู่ครับ
เรื่องราวชีวิต จริง อยู่ครับ
"The Path of Tranquility"
"The Way of Cycling"
"The Way of Cycling"
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
...แว๊บ...มาเล่าต่อนะครับ...
พอเริ่มปั่นได้ไม่นาน มันก็เข้าที่เข้าทางนะครับ..ปั่นทุกเย็นเสาร์/อาทิตย์ปั่นทีละครึ่งค่อนวัน...เหนื่อยมากครับปั่นขึ้นเนินสูงๆบางเนินยาวเป็น กิโล แต่ต้องลงเกียร์เบาสุดๆนะครับซอยยิกๆเลย เวลามีประชุมหรืออบรมในเมือง(บ้านผมอยู่อำเภอรอบนอก)ก็ออกแต่เช้ามืด ให้คนขับรถของหน่วยงานขับตามเอาเสื้อผ้าและกระเป๋าไปให้ ใช้เวลาแค่ เดือนเศษๆก็ได้เพื่อนครับรู้จักเพื่อนๆนักปั่นในเมือง เสาร์-อาทิตย์ก็ออกทริปครับ ไปแบบเบาๆเป็นตัวถ่วงกลุ่มด้วยมังครับ...แต่สิ่งที่ไม่กล้าคือติดคลิทเลท..เพราะกลัวเผลอแล้วล้มกลัวเจ็บ สำหรับเรื่องการวิ่งก็ยังคงวิ่งเหมือนเดิมทุกเช้านะครับเพิ่มระยะจากเดิมเป็น 2-3 กม. ครับ กินก็ควบคุมต่อนะครับมื้อเย็นกินขาวเหนียว 1 ปั้น กับผักต้มจิ้มน้ำพริก นมจืดแล้วก็ผลไม้ประมาณ 1 กก.เริ่มห่างๆเพื่อนนักดื่มไปครับเพราะเรามีเวลาว่างไม่ตรงกัน จะเจอกันก็แต่ในเวลางานเย็นๆหรือวันหยุดก็ติดวิ่งติดปั่น ทีนี้น้ำหนักก็เลยลดเอาลดเอา เหลือ 77 กก.หลังจากจริงจังมา 5 เดือน แต่กลับกลายเป็นเรื่องจนได้ เพื่อนๆที่ทำงานหรือแม้แต่แม่ค้าแม่ขายต่างเริ่มซุบซิบกันว่า ผมจริงรึเปล่า...บ้างก็หาว่าไปกินยาลดแน่ๆ บ้างก็สงสัยว่าติดเอดส์...เอาละซีครับ คนหนอคนคิดกันไปได้....กางเกงหลวมหมดทั้งล็อดเสื้อก็ดูโครกเครกไปหมด เดือดร้อนเปียแชร์มาซื้อชุดใหม่เอากันเป็น 10 ชุดก็ปาเข้าไปเกือบ 20,000 บาท โอ้ยจะบ้าตายจะหล่อทั้งทีก็ต้องยอมหมดตังค์ครับ ไหนจะค่าชุดปั่นที่เริ่มอยากได้เพิ่ม ไหนจะจักรยานคันใหม่ก็อยากได้อีก หมวกใบเก่าก็ดูเชยๆพิกลอยู่นะครับ....เอาน่าอย่างน้อยค่าเหล้าก็ประหยัดได้แล้วอย่างน้อยๆก็เดือนละ 2-3 พันบาทก็พอหยวนๆกันไปครับ
พอเริ่มปั่นได้ไม่นาน มันก็เข้าที่เข้าทางนะครับ..ปั่นทุกเย็นเสาร์/อาทิตย์ปั่นทีละครึ่งค่อนวัน...เหนื่อยมากครับปั่นขึ้นเนินสูงๆบางเนินยาวเป็น กิโล แต่ต้องลงเกียร์เบาสุดๆนะครับซอยยิกๆเลย เวลามีประชุมหรืออบรมในเมือง(บ้านผมอยู่อำเภอรอบนอก)ก็ออกแต่เช้ามืด ให้คนขับรถของหน่วยงานขับตามเอาเสื้อผ้าและกระเป๋าไปให้ ใช้เวลาแค่ เดือนเศษๆก็ได้เพื่อนครับรู้จักเพื่อนๆนักปั่นในเมือง เสาร์-อาทิตย์ก็ออกทริปครับ ไปแบบเบาๆเป็นตัวถ่วงกลุ่มด้วยมังครับ...แต่สิ่งที่ไม่กล้าคือติดคลิทเลท..เพราะกลัวเผลอแล้วล้มกลัวเจ็บ สำหรับเรื่องการวิ่งก็ยังคงวิ่งเหมือนเดิมทุกเช้านะครับเพิ่มระยะจากเดิมเป็น 2-3 กม. ครับ กินก็ควบคุมต่อนะครับมื้อเย็นกินขาวเหนียว 1 ปั้น กับผักต้มจิ้มน้ำพริก นมจืดแล้วก็ผลไม้ประมาณ 1 กก.เริ่มห่างๆเพื่อนนักดื่มไปครับเพราะเรามีเวลาว่างไม่ตรงกัน จะเจอกันก็แต่ในเวลางานเย็นๆหรือวันหยุดก็ติดวิ่งติดปั่น ทีนี้น้ำหนักก็เลยลดเอาลดเอา เหลือ 77 กก.หลังจากจริงจังมา 5 เดือน แต่กลับกลายเป็นเรื่องจนได้ เพื่อนๆที่ทำงานหรือแม้แต่แม่ค้าแม่ขายต่างเริ่มซุบซิบกันว่า ผมจริงรึเปล่า...บ้างก็หาว่าไปกินยาลดแน่ๆ บ้างก็สงสัยว่าติดเอดส์...เอาละซีครับ คนหนอคนคิดกันไปได้....กางเกงหลวมหมดทั้งล็อดเสื้อก็ดูโครกเครกไปหมด เดือดร้อนเปียแชร์มาซื้อชุดใหม่เอากันเป็น 10 ชุดก็ปาเข้าไปเกือบ 20,000 บาท โอ้ยจะบ้าตายจะหล่อทั้งทีก็ต้องยอมหมดตังค์ครับ ไหนจะค่าชุดปั่นที่เริ่มอยากได้เพิ่ม ไหนจะจักรยานคันใหม่ก็อยากได้อีก หมวกใบเก่าก็ดูเชยๆพิกลอยู่นะครับ....เอาน่าอย่างน้อยค่าเหล้าก็ประหยัดได้แล้วอย่างน้อยๆก็เดือนละ 2-3 พันบาทก็พอหยวนๆกันไปครับ
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
เริ่มเข้ากลุ่มกับเพื่อนๆนักปั่นครับ....ผมคนไหนเอ่ย..
- ไฟล์แนบ
-
- DSC04911_resize.JPG (94.46 KiB) เข้าดูแล้ว 854 ครั้ง
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
ต่อนะครับ
...จากการเคยถูกปฏิเสธจากคนขายเสื้อผ้าในห้าง...."ใส่เองหรือคะ..ไม่มีไซส์หรอกค่ะ"..เป็นคำพูดที่ทิ่มแทงเสมอมาครับ พอน้ำหนักลดลง 10 กว่าโลไปร้านไหนก็เชียร์ใหญ่ "ใส่ได้นะพี่...หุ่นพี่ใส่แล้วดูดีนะครับ"...ปลื้มครับปลื้ม ไปประชุมที่ไหนต้องโดดประชุมไปชอปครับ...หอบเสื้อผ้ากลับเต็มท้ายรถอยู่เรื่อยเลยครับ มันก็แปลกดีนะครับคงเป็นเพราะความเก็บกดมานาน เวลามีโอกาสก็เลยชอบหาแต่เสื้อเบอร์เล็กๆใส่ให้พอดีตัว...โน่นเลยครับย่านไหนแถวไหนที่วัยรุ่นชอบไปก็ตามแฟชั่นเขาแหละครับ แต่มันก็ทำให้ผมดูดีขึ้นจริงๆนะครับ เวลาเขาเชิญเป็นพิธีกรงานแต่งงาน ก็ขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจมากๆไม่ลำบากในการเลือกเสื้อผ้าหยิบชุดไหนมาก็ใส่ได้สบายๆ.........ยิ่งภูมิใจมากก็ยิ่งออกกำลังกายหนักนะครับจากการวิ่งเป็นประจำ เลยมีแมวมองแล้วดันให้ไปแข่งกรีฑา ในการแข่ขันกีฬาของหน่วยงาน..แข่งเพื่อคัดเลือกตัวระดับจังหวัด สู่ระดับเขต และสู่ระดับกระทรวง ผมไม่เคยเป็นนักวิ่งมาก่อนเลยนอกจากวิ่งแข่งตอนอยู่ชั้นประถม อยู่ๆผมก็สามารถคว้าเหรียญทองนักวิ่ง 400 เมตรในกีฬาสาธารณสุขสัมพันธ์ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับเขต ความฮึกเหิมทวีความเข้มข้นครับ ช่วงเย็นพักการปั่นจักรยานชั่วคราวหันไปซ้อมวิ่ง แค่วอร์มเอาแรงนี่ก็วันละ 12 รอบสนาม 400ม. ครับทั้งผอมทั้งดำไปเลยครับแต่ก็มีความสุขดีครับ.....พอต้นปี 2554 เขามีการปั่นพิชิตยอดอินทนนท์คนพันธุ์อึดครั้งที่ 4 ผมก็เอาด้วยครับทั้งๆที่ประสบการณ์การปั่นเพิ่งมีแค่ 6 เดือน แต่ก็ปั่นขึ้นไดครับแม้สถิติจะมาก ถึง 6 ชั่วโมง 11 นาที แต่ก็ดีใจมากครับ.....ช่วงหน้าผมจะมาเล่าประสบการณ์การแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชายช่วงอายุ 50-54 ของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ
...จากการเคยถูกปฏิเสธจากคนขายเสื้อผ้าในห้าง...."ใส่เองหรือคะ..ไม่มีไซส์หรอกค่ะ"..เป็นคำพูดที่ทิ่มแทงเสมอมาครับ พอน้ำหนักลดลง 10 กว่าโลไปร้านไหนก็เชียร์ใหญ่ "ใส่ได้นะพี่...หุ่นพี่ใส่แล้วดูดีนะครับ"...ปลื้มครับปลื้ม ไปประชุมที่ไหนต้องโดดประชุมไปชอปครับ...หอบเสื้อผ้ากลับเต็มท้ายรถอยู่เรื่อยเลยครับ มันก็แปลกดีนะครับคงเป็นเพราะความเก็บกดมานาน เวลามีโอกาสก็เลยชอบหาแต่เสื้อเบอร์เล็กๆใส่ให้พอดีตัว...โน่นเลยครับย่านไหนแถวไหนที่วัยรุ่นชอบไปก็ตามแฟชั่นเขาแหละครับ แต่มันก็ทำให้ผมดูดีขึ้นจริงๆนะครับ เวลาเขาเชิญเป็นพิธีกรงานแต่งงาน ก็ขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจมากๆไม่ลำบากในการเลือกเสื้อผ้าหยิบชุดไหนมาก็ใส่ได้สบายๆ.........ยิ่งภูมิใจมากก็ยิ่งออกกำลังกายหนักนะครับจากการวิ่งเป็นประจำ เลยมีแมวมองแล้วดันให้ไปแข่งกรีฑา ในการแข่ขันกีฬาของหน่วยงาน..แข่งเพื่อคัดเลือกตัวระดับจังหวัด สู่ระดับเขต และสู่ระดับกระทรวง ผมไม่เคยเป็นนักวิ่งมาก่อนเลยนอกจากวิ่งแข่งตอนอยู่ชั้นประถม อยู่ๆผมก็สามารถคว้าเหรียญทองนักวิ่ง 400 เมตรในกีฬาสาธารณสุขสัมพันธ์ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับเขต ความฮึกเหิมทวีความเข้มข้นครับ ช่วงเย็นพักการปั่นจักรยานชั่วคราวหันไปซ้อมวิ่ง แค่วอร์มเอาแรงนี่ก็วันละ 12 รอบสนาม 400ม. ครับทั้งผอมทั้งดำไปเลยครับแต่ก็มีความสุขดีครับ.....พอต้นปี 2554 เขามีการปั่นพิชิตยอดอินทนนท์คนพันธุ์อึดครั้งที่ 4 ผมก็เอาด้วยครับทั้งๆที่ประสบการณ์การปั่นเพิ่งมีแค่ 6 เดือน แต่ก็ปั่นขึ้นไดครับแม้สถิติจะมาก ถึง 6 ชั่วโมง 11 นาที แต่ก็ดีใจมากครับ.....ช่วงหน้าผมจะมาเล่าประสบการณ์การแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชายช่วงอายุ 50-54 ของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ
- nongza
- ขาประจำ
- โพสต์: 919
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2011, 10:47
- Tel: 086-9338855
- team: ทีมเสี่ยโรงกลึง สุโขทัย
- Bike: GIANT xct
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
เป็นพิธีกรงานแต่ง...ต้นปี 2554 ดูดีไหมครับ
- ไฟล์แนบ
-
- DSC_0134_resize.JPG (113.56 KiB) เข้าดูแล้ว 853 ครั้ง
-
- รูปหล่อ_resize.JPG (75.95 KiB) เข้าดูแล้ว 853 ครั้ง
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
นี่ก็เอารูปตอนบวมๆมาสลับให้ปรียบเทียบครับ
- ไฟล์แนบ
-
- DSC02275_resize.JPG (85.66 KiB) เข้าดูแล้ว 853 ครั้ง
- mosoman008
- ขาประจำ
- โพสต์: 268
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2010, 15:20
- Bike: miyata Trail runner5000
- ติดต่อ:
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
"สุดยอด"เลยครับ
ติดตามอ่านอยู่นะครับ
พรบ. ประกันรถยนต์ ต่อภาษี โอน ย้าย ตรวจสภาพ รถทุกชนิด ทั่วประเทศ คลิกที่นี่
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
.....เสาร์-อาทิตย์จัดหนักครับวิ่งทั้งเช้าและเย็น.ซ้อมทำสถิติเป็นบ้าเป็นหลัง ยิ่งซ้อมก็ยิ่งปวดครับแรกๆก็ปวดตามหน้าแข้ง ตามขา กลับบ้านแช่น้ำอุ่นหรือไม่ก็ขับรถเข้าไปว่ายน้ำเล่นน้ำเพื่อผ่อนคลายก็หายปวด แต่ยิ่งนานวันยิ่งปวดรุนแรงนะครับปวดหน้าแข้งทั้งสองข้าง ปวดจนสั่นดิกๆเลยบางครั้งคลานไปนอนพักกลางสนามหญ้า จนหายปวดแล้วค่อยกลับบ้าน เป็นแบบนี้เกือบทุกวันยิ่งวันใกล้แข่งขันยิ่งปวด คั้นว่าจะขอถอนตัวก็เกรงว่าจะเสียหาย เพราะผ่านการคัดเลือกมาแล้วไม่อยากสร้างปัญหาให้ผู้จัดการเรื่องกีฬา ก็เลยฝืนซ้อมต่อทุกวันแล้วก็ปวดทรมานมากทุกวัน...ลองทบทวนเรื่องการออกกำลังกายดูแล้วรู้นะครับว่าการวิ่งแข่งแบบวิ่งเร็วไม่เหมาะสมกับวัยและไม่เหมาะสมกับตัวเองในเกือบทุกด้าน ก็กะว่าให้พ้นจากการแข่งขันคราวนี้ไปก่อนคงจะเลิกวิ่งเร็วและคงจะเอาเรื่องปั่นจักรยานเป็นหลัก....แล้ววันแห่งความเจ็บปวดทรมานก็มาถึงครับ ผมเดินทางไปถึงจังหวัดที่เป็นสถานที่แข่งขันก่อนล่วงหน้า 2 วันเพื่อฝึกซ้อมและทำความคุ้นเคยกับสนาม ผมซ้อมเบาๆเพราะรู้สึกเจ็บโดยเฉพาะหน้าแข้งข้างซ้าย กะเอาไว้ว่าวันแข่งจริงจะสปรีดสุดๆไปเลยเจ็บไม่เจ็บอย่างไรเข้าเส้นชัยแล้วค่อยว่ากัน....การรายงานตัวของนักกรีฑาเริ่มขึ้น ลงสู่สนามตามลำดับอย่างเป็นระเบียบ กองเชียงจากกรม ต่างๆในกระทรวงและจากเขตพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศดังกระหึ่ม...ผมทำสมาธิก่อนเข้าจุดสตาร์ท รวบรวมความกล้าข่มความตื่นเต้นหวังอย่างเดียวคือวิ่งให้ถึงเส้นชัยภายใน 56 วินาที ในรอบสนาม 400 ม.พอเสียงปืนดังผมพุ่งทยานออกไปอย่างเร็วทั้งๆที่อยู่ลู่เกือบในสุดยังไม่ทันพ้นโค้งแรกก็รวบคู่แข่งลู่นอกได้ถึง 2 คน วินาที่เลวร้ายมาถึงผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังโพละ..แล้วผมก็หัวคมำพุ่งล้มไปกองอยู่กลางลู่วิ่ง...ผงกหัวมองหน้าแข้งตัวเอง...ใช่แล้วครับกระดูกผมหักแน่นอน[/u]
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
รูปตอนวิ่งชนะกีฬาสาธารณสุขเขตครับและรูปตอนเกิดอุบัติเหตุครับ
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_0064_resize_resize.JPG (76.74 KiB) เข้าดูแล้ว 847 ครั้ง
-
- insuan_resize.jpg (71.03 KiB) เข้าดูแล้ว 847 ครั้ง
-
- DSC04468_resize.JPG (69.96 KiB) เข้าดูแล้ว 847 ครั้ง
-
griz
- ขาประจำ
- โพสต์: 4116
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:05
- ติดต่อ:
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
รูปตอนอ้วนนี่ ผมว่าดูป๋ามากๆ..
เข้ามาอ่านคิดว่าจะชวนไปเล่นไตรกีฬา เห็นชอบออกกำลัง พออ่านลงมาเรื่อยๆ หักซะแล้ว
แต่ก็ยังเล่นได้นะครับ เพียงแต่อย่าจัดหนักเหมือนเคย
หายไวๆนะครับ
เข้ามาอ่านคิดว่าจะชวนไปเล่นไตรกีฬา เห็นชอบออกกำลัง พออ่านลงมาเรื่อยๆ หักซะแล้ว
แต่ก็ยังเล่นได้นะครับ เพียงแต่อย่าจัดหนักเหมือนเคย
หายไวๆนะครับ
"You're better than you think you are. You can do more than you think you can."
If you're a triathlete, we're families.
If you're a triathlete, we're families.
-
Darapim
- ขาประจำ
- โพสต์: 105
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2009, 18:47
- Tel: 0810891140
- Bike: trek 3900
- ติดต่อ:
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
เรื่องที่เขียนให้อ่านเป็นแรงบันดาลใจ ให้ผมเริ่มคิดลดน้ำหนักอย่างดี ขอบคุณนะครับ
- พีระพล เฟื่องฟู
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2011, 12:59
- Tel: 0850337764
Re: จากน้ำหนัก 89 เหลือ 70 กก.คือความท้าทาย บนถนนสายนักปั่น(เพื่อสุขภาพ)
วันที่ 3 มีนาคม 2554 เวลา ประมาณ 13.10 น.คือเวลาที่ผมประสบอุบัติเหตุจากการแข่งขันกีฬา ผมใช้เวลาน้อยมากกับการทำใจและปรับตัว..อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงความอดทนที่ยิ่งกว่าอดทน การฉีดมอร์ฟีนเพื่อระงับปวดกี่เข็มต่อกี่เข็มก็ไม่หายปวด..โขคดีที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านไปเยี่ยมให้กำลังใจ การผ่าตัดจัดเรียงกระดูกจึงเกิดขึ้นและเรียบร้อยภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากการได้รับบาดเจ็บ การนอนนิ่งบนเตียงหลายชั่วโมง การขับถ่ายบนเตียง ทุกอย่างล้วนแล้วสอนให้อดทนครับ และนับเป็นโชคดีของผมอีกคือผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเอาใจใส่ผมดีมากๆ พี่สาวและญาติๆไม่ต้องพูดถึงทุกคนห่วงใยดูแลผม.....เพียง 5 วันผ่านไปนักกายภาพและทีมงานจากหน่วยงานต้นสังกัดก็เอารถไปรับผมกลับบ้าน..ผมฝึกใช้ไม้คำยันในการเดิน ผมฝึกอาบน้ำ..และดูแลตัวเองได้ภายในเวลารวดเร็ว เพื่อนร่วมงานต่างแผนกที่ไปเยี่ยมบางคนก็ทำนายว่าอีกไม่เกิน 1-2 เดือนผมต้องกลับไปเป็นคนอ้วนเหมือนเดิมแน่ๆเพราะกินแล้วนอนกว่ากระดูกจะติดและกว่าเดินหรือออกกำลังกายได้....ผมใจหายนะครับเครียดด้วยแต่ก็ตั้งใจนะครับว่าจะต้องไม่อ้วนอีกเด็ดขาด มันต้องมีวิธีการแน่นอน.....แพทย์บอกว่าผมหักโหมมากเกินปการปรับตัวของกระดูกยังไม่สามารถปรับได้หรือสร้างความแข็งแรงได้ในเวลาอันสั้น ใจผมร้อนเกินไปออกกำลังกายแบบหักโหมมากไปเลยเป็นที่มาของอุบัติเหตุ
แต่เชื่อไหมครับว่าผมจัดการกับตัวเองไม่ให้กลับอ้วนได้อย่างดีเลยหละครับ...น้ำหนักผมไม่ขึ้นเลยแต่ผมก็เหนื่อยนะครับค่อยติดตามนะครับว่าผมทำอย่างไร
แต่เชื่อไหมครับว่าผมจัดการกับตัวเองไม่ให้กลับอ้วนได้อย่างดีเลยหละครับ...น้ำหนักผมไม่ขึ้นเลยแต่ผมก็เหนื่อยนะครับค่อยติดตามนะครับว่าผมทำอย่างไร