"คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

พิงธรรม์ เขียน:รูปภาพ

มาควักบทพากษ์...ขอพากษ์หนัง"เที่ยวเขมร" น้าตู่ลงรูปล้ำหน้าบทพากษ์ไปนานแล้ว
เจ้าหน้าที่ท่านนั้น มองแบบฟอร์มที่ผมชูให้ดู ทำหน้าแปลกๆ แต่ก็หยิบแบบฟอร์มคนเข้าเมืองมาให้ผมแค่แผ่นเดียว ขอเพิ่มไม่ได้ครับ แหม...ชักสงสัย ทำไมมันขี้เหนียวจัง
พรรคพวกที่หลุดจากโต๊ะกรอกประวัติเจ็บป่วยก่อนเข้าเมืองเขมร ต่างหลุดมายืนเข้าคิวเตรียมส่งพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่เขาตรวจตีตรา

ผมบอกอาจารย์ชอบ เตรียมควักเงินสองดอลล์แนบไปด้วย กะเล่มพาสปอร์ต

อาจารย์ชอบ ท่านทำอาการแปลกใจ บอกผม "อ้าววว...ก็มันเก็บไปแล้วนี่ ที่โต๊ะโน้นนน"

ผมนึกรู้ทันที ไอ้ที่มันแจกใบกรอกประวัติความเจ็บป่วย แทนที่จะบริการฟรี มันล่อไปแล้วซะหนึ่งดอลล์

ส่วนพี่วรเทพ ท่านตาไว ท่านบอกผม "เฮ้ยยย พี่จารึก ผมเห็นไอ้เด็กที่โต๊ะโน้นนนน มันวิ่งมาฟ้องที่ตรงนี้นะ ว่าพี่เบี้ยวไม่ไปจ่ายเงินให้มัน ตรงโต๊ะโน้นนน"

ธรรมเนียมกลุ่มเรา ใครอ่อนใครแก่ เราไม่ถือ เราถือเรียกเป็น"พี่"เสียทั้งนั้น ผมเรียก"พี่วรเทพ" ท่านก็เรียกผม"พี่จารึก" ผมว่ามันดีครับ ยกเว้นลางท่าน ที่คณะลงมติยกจาก"พี่"ขึ้นชั้นเป็น"น้า" ไปซะแล้ว เช่น"น้าเซ้ง"ของทนายแม็ค :lol: :lol:

ถึงตอนนั้น ผมเองยังวางฟอร์ม ยังอยากเล่น พยักหน้ารับรู้การเตือนจากพี่วรเทพ ตอนผมยื่นเล่มพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่เขมร ที่นั่งเรียงสามคนล้อมโต๊ะ ขนาดโต๊ะเรียนหนังสือของเด็กชั้นประถมบ้านเรา นั่งกันสามด้าน อีกด้านของโต๊ะมันยันกะคอกออฟฟิส ที่เปิดเป็นช่องยาวเช่นห้องขายตั๋วรำวงที่ผมว่า

ผมยื่นเล่มพาสปอร์ตไป ปากก็ร้องบอกไป "ไอมาจากเมืองไทย"

"โอ้...ดี คนไทยเร๊อะ จ่ายมาหนึ่งร้อยบาท" มันตอบกลับแถมทำหน้าขรึมดุ :o :o

ผมไม่ได้ร้องโอ๊กหรอกครับ สาบานได้ แต่หน้าตาออกอาการตะหนก แหมไอ้เขมรมันเล่นผมเข้าให้แล้ว พอบอกเป็นคนไทย มันจะเล่นผม ขอผมหนึ่งร้อยบาท ไอ้ฝรั่งมึงเก็บมันตรงช่องนี้กูก็เห็น...แค่สองดอลล์

ผมยังปากแข็ง "อ้าวววว ทีฝรั่งทำไมยูเอาแค่สองดอลล์"

"ไอ้สองดอลล์ มันค่าวีซ่า" ไอ้เขมรมันตอบผม แบบทื่อๆ แหม...มันด้านจริง ตอบผมมาด้ายยยย มันเก็บฝรั่งเพราะถือเป็นค่าวีซ่า

พูดหรือเล่าแบบนี้ หลายท่านอาจจะไม่นึกขัน หรือไม่เก็จ ว่าผมเล่าอะไรให้ท่านฟังเสียมากมาย ก็แค่จะเข้าเมืองเขา เจ้าหน้าที่เขาจะเอาเท่าไหร่ก็จ่ายไป

มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกครับ ผมแค่อยากให้ท่านเห็นมุมมอง มุมคิดของประเทศที่ยังปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานส่งเดช หาเงินใส่กระเป๋าตน คนต่างชาติดูถูกเอา แค่นั้นเอง

ตอนผมทำหน้าตาเหรอเหรอ ออกอาการเสียดายตังค์ นึกมุขไม่ออก จะเอาตัวรอดจากร้อยบาทได้ยังไง

พี่วรเทพซิครับ ไวกว่าผม ท่านยื่นไอ้ใบสีเหลืองที่รับจากโต๊ะกรอกประวัติเจ็บป่วย บอกมันไป "พวกไอจ่ายเงินแล้วนะ ดูซิ" ด้วยตอนจ่ายเงินหนึ่งดอลล์...มันให้กระดาษแผ่นสีเหลืองมาหนึ่งแผ่น ผมจับมาอ่านดู อภิโธ่...ใบแจ้งหมายเลขโทรและหน่วยงานที่เราควรติดต่อ หากไปเกิดขี้แตกขี้ไหล หรือไม่สบายในเขมร

คร้าบบบ พวกนั้นมันถือเป็นใบเสร็จ ค่ารับเงินหนึ่งดอลล์คร้าบบบ

แหม...ไอ้เรื่องแบบนี้ คิดลึกๆ...แบบอย่าทำเส้นลึก มันสนุกครับ มันช่างเอาแบบฟอร์มที่หลวงของมัน มาหาทางทำเงินเข้ากระเป๋าได้ทุกแผ่น ผับผ่าเถอะ

พอพี่วรเทพ ตะโกนข้ามหัวผมไปบอกมัน มัน....ก็ไอ้เจ้าหน้าที่นั่นละครับ ถึงยินดีรับเงินแค่สองดอลล์จากผมไป

ครับ ก็จบเรื่องสนุกกะการทำเรื่องตีตราพาสปอร์ตตรงด่าน ลาวและเขมรครับท่านครับ


:D :D :D
พิงธรรม์ เขียน:
พวกเราวันนั้นหลุดออกจากขั้นตอนตีตราพาสปอร์ตจากด่านเขมร อ้อ...อันหนึ่งที่แปลก อันนี้คงต้องถามหรือชวนพี่ธานินทร์๙๙ มาแจมคุย

ขอวกกลับเล่าต่ออีกนิด ตอนตีตราเข้าเมือง

ในช่องนึงของการกรอกเอกสารเข้าเมืองเขมร เพื่อแนบกับพาสปอร์ต มีช่องนึงเว้นให้เรากรอกเป็นคำถาม "จะอยู่ในเขมรกี่วัน...ทำนองนั้น" ผมก็กรอกฉุ่ยๆ...เขียนไปสิบวัน(ถ้าจำไม่ผิด เขียนไป 15 มันให้ 12 วัน ครับ อาจารย์)

ที่บอกว่าแปลก ผ่านเที่ยวลาว เวียดนาม จีน มาเลย์เซีย สามประเทศอาเชี่ยนที่มีข้อตกลงพวกเราเที่ยวกันไม่ต้องขอวีซ่า ไอ้พาสปอร์ตที่เขาจะตีตราระบุวันเราเข้าเมืองและวันที่เราจะต้องออกจากเมืองเขา ประเทศเหล่านั้นตามที่ผมเคยเจอ เขาจะให้เวลาหนึ่งเดือนเต็ม ยกเว้นจีนที่ยึดเอาจำนวนวันตามประเภทระยะเวลาที่เราขอ ตอนทำวีซ่าเป็นวีซ่าหนึ่งเดือนหรือมากกว่า ไอ้ประเภทขออยู่นานจะเสียตังค์ค่าทำวีซ่าแพงขึ้นมาก

ผมกรอกไปในช่องเวลาที่เราจะอยู่เขมรแค่สิบวัน ยังสงสัยตอนที่เจ้าหน้าที่นั่งนับนิ้วมือ ปรึกษากันทั้งสามคนตอนนับนิ้ว แล้วก็ตีตราโป้งป้าง...ตราเข้าเมือง แล้วประจงปรับแต่งไอ้ที่ตีตราลงวันที่ ปรับตัวเลขที่จะระบุตีตราลงพาสปอร์ต ระบุวันออกจากเขมร

ผมรับพาสปอร์ตคืนเมื่อยื่นสองดอลล์ เล่าแล้วนะ เอาพาสปอร์ตมาเพ่งดู อันนี้เป็นกฎเกณฑ์ประจำตัว การทำเอกสารขาเข้าหรือออกจากประเทศใด ต้องดูให้มันแน่ มันตีตราพร้อมระบุวันเข้าและกำหนดวันออกให้เราครบหรือเปล่า ที่สำคัญมันลงชื่อด้วยหรือไม่ ขาดสิ่งใด จะเป็นเรื่องยุ่งในภายหลัง ทั้งตอนจะออกจากเมืองมัน หรือทั้งจะเดินทางในโอกาสหน้า

ผมรับพาสปอร์ตคืนเมื่อยื่นสองดอลล์ เล่าแล้วนะ เอาพาสปอร์ตมาเพ่งดู อยากเข็กหัวตัวเอง ที่ดันเขียนบอกมันไปจะอยู่เขมรสิบวัน วันผมเข้าด่านเขมร วันที่ ๑๓ กุมภา มันตีตราวันให้ออกจากเมืองมัน วันที่ ๒๖ กุมภาครับ

แต่รับมาแล้วก็ไม่กังวลเพราะผมรู้ว่า คงอยู่ในเขมรไม่เกินแปดวัน ไม่เดือดร้อนแน่

รูปภาพ

ที่เตือนท่านให้ตรวจเช็คความเรียบร้อยของพาสปอร์ต เห็นของจริงไอ้ญี่ปุ่นหนุ่มน้อย มันยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่เขมรต่อจากผม เขาพลิกดู...พวกนี้มืออาชีพ พลิกแป้บเดียวก็โยนคืน ไอ้ญี่ปุ่นก็มึน...มันโดนยื่นคืนเรื่องอะไร เงินสองดอลล์มันก็จ่ายไปแล้ว ไอ้เงินนะโดนโยนเข้าเก๊ะ แต่ไอ้พาสปอร์ตดันโยนคืนให้มัน คุยกันก็ไม่ค่อยจะรู่เรื่อง

กว่าจะรู้เรื่องกัน เรื่องพาสปอร์ตของไอ้หนุ่มญี่ปุ่น มันออกจากเมืองลาว ขาดลายเซ็นต์หรือการตีตราออกจากฝั่งลาว

ไอ้เจ้าหน้าที่เขมรก็ไล่ให้มันเดินกลับไปฝั่งลาว ทำนองให้กลับไปทำพาสปอร์ตตีตราออกให้เรียบร้อย แล้วค่อยกลับมายื่นใหม่

คราวนี้มีเถียง ไอ้หนุ่มโมโห เถียงกัน มันยังจะไม่ยอมไป ก็กูโยนเงินสองดอลล์ให้มึงแล้ว มึงคืนกูมาก่อนซิ ประมาณนั้น

บ๊ะ...เงินเข้าเก๊ะแล้ว จะให้ควักคืนก็เสียธรรมเนียมการธรรมงาน ผมเดานะ เพราะไอ้เจ้าหน้าที่เขมร มันไม่ฟังล่ะ โบกมือไล่ไอ้ญี่ปุ่นให้ออกไปจากคิว คนอื่นจะได้มาโยนเงินเอ้ยยย...ยื่นเรื่อง ทำงานต่อ

เฮ้อ... :roll: :roll: :roll:
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

พิงธรรม์ เขียน:ครับ...

พอพวกเราจัดการประทับตราพาสปอร์ตเข้าเมืองเขมรจบ เวลาน่าจะเกือบเที่ยงครึ่ง ระยะปั่นวันนี้ข้อมูลชัดแค่ ๕๗ กิโลเมตร ทั้งฝรั่งทุกคนที่มันลงจากรถเมล์มันบอกเราเพราะเราถาม ถนนลาดยางสภาพเพิ่งทำ ไม่ใช่ลาดยาง...ยางหมดแล้ว น้ำยางหมดเหลือแต่ดินทำนองนั้น :roll: :roll:

ปั่นออกจากโรงตีตั๋วรำวงออฟฟิสกักคนก่อนเข้าเมือง สองร้อยเมตรสังเกตเห็นตึกทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองคนเขมร สร้างเสร็จคงนานโขมากกว่าปี จนถึงขั้นจะเริ่มโทรมไม่ได้ใช้งาน คงจะรอฝั่งลาวสร้างเสร็จ จะได้เปิดใช้พร้อมกัน

รูปภาพ

หากคิดแบบนี้ผมว่าดูน่ารัก แสดงน้ำใจเพื่อนบ้าน ทำตามฐานะเหมาะควรแก่กันและกัน ไม่ใช่ล่นเอาแต่ของกูใช้ออฟฟิสโอ่อ่า ของเพื่อนมอซอเป็นโรงเรือนไม้แถวเดียว ต่ำชั้นนั้น...มันเกินไป

ครับ ตึกใหม่ที่ทำการถาวรฝั่งเขมรสร้างเสร็จแล้วทิ้งจนโทรม คงจะได้เปิดใช้หลังจากที่ฝั่งลาวสร้างเสร็จกลางปีนี้ละนะครับ :D :D :D
พิงธรรม์ เขียน:พวกเราจัดการประทับตราพาสปอร์ตเข้าเมืองเขมรจบ เวลาน่าจะเกือบเที่ยงครึ่ง

ก็ตกลง...หาข้าวกินก่อนจะดีกว่า

เรื่องกินข้าวผลัดกันมาจากฝั่งลาว ตอนไปรอตีตราพาสปอร์ตกว่าชั่วโมง ที่ตรงนั้นมีแม่ค้าขายข้าวอยู่เจ้าเดียว ทั้งยังไม่หิว ก็ยังไม่อยากกิน กะจะด้นไปกินฝั่งเขมร

ที่ด่านโรงขายตั๋วรำวงฝั่งเขมร มีร้านค้าผู้คนนักท่องเที่ยวคึกคัก ร้านอาหารตั้งร้านแบบเพิงชั่วคราว ตั้งอยู่ฝั่งเดียว แปลกจริง อีกฝั่งไม่มีซักร้านเลย เป็นแถวยาวซักร้อยเมตร มีร้านขายข้าวแบบข้าวแกงและตามสั่งซักสิบเจ้า

พวกเรา ความคิดผม บอกเฮ้ยยยยย...หากินแถวนี้กลัวมันแพง ลองปั่นซักร้อยสองร้อยเมตรไปข้างหน้า

รูปภาพ

ปั่นซักร้อยสองเมตรอย่างที่คิด เจอลักษณะเป็นเมืองย่อย ลองเข้าไปคุย

แปลกจริงๆ คุยไม่รู้เรื่องเลย

ครับแค่ข้ามชายแดนลาว/เขมร แค่ร้อยสองร้อยเมตร ภาษาที่พูดไม่มีเชื้อเค้าภาษาลาวให้กระดิกหูกันเลย ผมลองทำภาษาใบ้เอามือจุกปากแบบป้อนเข้า แล้วเอามือลูบท้อง บอกผมหิว

เจ้าของร้านที่เราเข้าไปถาม ก็เห็นอยู่เป็นร้านขายของกิน ดันหยิบยาแก้ปวดท้องมาให้ผม

อาจารย์ชอบ ท่านมีอารมณ์ขัน หัวเราะก๊าก "อะไรว๊ะ...แค่มุดหัวลอดรั้วมาหน่อยเดียว หาข้าวกิน พูดไม่เป็นหาคนฟังให้พอรู้ กูหิวข้าว ไม่ได้เลย"
พิงธรรม์ เขียน:ก็ปั่นย้อนกลับไปที่ด่าน แถวโรงขายตั๋วรำวง ที่มีร้านเป็นเพิงขายเข้าอยู่เรียงกันซักสิบร้าน

แต่ละร้านเป็นมืออาชีพ ขายพวกฝรั่ง แต่ละร้านมีป้ายโตท่วมหัว เป็นแผ่นไม้เขียนบอกรายการอาหารพร้อมราคาภาษาปะกิต วางกับพื้นแบบมีขาค้ำหลังอยู่ทุกหน้าร้าน

ไอ้พวกเราพวกกระเหรี่ยง เห็นราคาอะไรก็ต่อดะ ต่อราคาอาหารที่เขาติดป้ายราคามาตรฐาน นั่นละครับ :lol: :lol:

เดินต่อรองราคา เพราะกลัวถูกเขมรฟัน สังเกตอย่างเดียว เอ...ทำไมพี่สิงขรหายไปไหน

พวกเราสี่คน เดินต่อเจ้าโน้นเจ้านี่ จะกินอาหารเขา แบบเรายื่นงบให้แม่ค้า ส่วนแม่ค้าก็ไม่ยอมจะขายตามราคามาตรฐาน ที่แสดงเขียนบนป้าย อย่าหัวเราะนะครับ หากจะบอกราคาที่เขาแจ้งก็ไม่ได้แพงกว่าหกสิบบาท

แต่เราถือว่ากินราคามาตรฐานในลาว แต่ละชามก็ไม่เกินสี่สิบ อีนี่ในเขมรทำไมถึงจะต้องหกสิบบาทละครับโว้ยยย
พิงธรรม์ เขียน:ต่อรองกันจริงจังครับ แม่ค้าก็จริงจังไม่ยอมขายในงบราคาที่เราตั้ง ซักคนละสี่สิบบาท ร่วมเกือบครึ่งชั่วโมง ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...แบบหาเรื่องไปเรื่อยละครับ เวลามันเหลือเฟือ

แล้วพี่สิงขร ก็โผล่มา ทำหน้าตาสุดดีใจ เหมือนพบขุมทองแม็คเคนน่า :o :o

"เจอแล้ว...เจอแล้วววว...เจอร้านที่แม่ค้ายอมขายข้าวจานละสี่สิบบาทแล้ว" พี่สิงขรไปเจอร้านที่แม่ค้ายอมขายให้จานละสี่สิบบาท สุดดีใจ วิ่งมาบอกเรา :o :o

รูปภาพ

รูปภาพ

ครับ เราก็แห่ไปกิน กับรายการอาหารที่ตกลงกัน เราได้ข้าวสวยหนึ่งจาน แม่ค้าหยิบชิ้นเก้งหรือกวางย่างมาให้ซักหนึ่งหรือสองชิ้น

ก็กินกันอร่อยครับ ตามงบที่เราตั้ง

ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...
พิงธรรม์ เขียน:เอาจริงๆ ปั่นจนเกือบจะจบทริปในเขมรเจ็ดแปดวัน เข้าไปนู่นนนนละครับ ถึงได้รู้ธรรมชาติของแม่ค้าที่เป็นคนเขมรแท้

แม่ค้าเขมรแท้ ท่านเหล่านั้นมีวัฒนธรรมการขายแบบซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ทั้งซื่อสัตย์ต่อตนเองในราคาสิ่งของที่ตนตั้ง ทั้งซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่คิดคดโกงหรือโก่งราคา

เป็นเรื่องจริงครับ

การกินอาหาร หรือสั่งอาหารที่เขาขายกับคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจะได้ราคาเดียวกันกับที่เขาขายให้คนของเขาครับ

ข้อแม้อย่างเดียว จงกินตามรูปแบบที่เขาขาย อย่าไปสั่งให้เขาทำผิดไปจากมาตรฐานการขายเขา

ยกตัวอย่าง ในตลาดสด เรากินอาหารมื้อเช้า กินอาหารแบบร้านข้าวแกง หากให้เขาตักตามมาตรฐานเขา อาจจะได้ราคาซักยี่สิบบาท แค่นั้นเองครับ ทั้งอิ่มด้วย

แต่หาก"เสือก"จะไปขอเขาเพิ่มนี่นิด เพิ่มนี่หน่อย แบบ"ไอ้พิงธรรม์"มันชอบทำ นั่นละครับ หัวจะแตกกระบาลจะแยก

แม่ค้าแกบวกค่ารำคาญ ค่าจุกจิกบานตะไท เลยละครับ

อีกซักตัวอย่างก็ได้ กินอาหารในเมืองเสียงเรียบกันยกชุดทั้งคณะห้าคน กินเสร็จเขาก็มีน้ำชาร้อนอย่างดีให้ล้างปาก ไอ้พวกผม"เสือก"อยากกินน้ำชาใส่น้ำแข็ง ก็"ขอ"น้ำแข็งเปล่าเขามาครบทุกคน คนละแก้ว

รูปภาพ

ตอนคิดเงิน แยกเงินออกมาแล้ว เป็นค่าน้ำแข็งเปล่าแก้วละ "แปดบาท"

ทั้งคณะห้าคนร้อง "โอ๊กกกกก..."

ไม่แน่ใจ ถามคนคิดตังค์ซ้ำ คนขายยืนยัน น้ำชาและแก้วนั้นให้ดื่มฟรี แต่น้ำแข็งที่สั่งเพิ่ม "ขอแก้วละแปดบาท"

ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ในเขมรหากสั่งเป๊บซี่ที่แช่เย็นก็แค่สิบสองบาทเท่านั้นคร้าบบบ บอกแม่ค้าไปให้เทียบราคาเป็บซี่กะค่าน้ำแข็ง แม่ค้ายิ้มหวานสะใจ ดูซะบ้างไอ้พวกสั่งจุกจิก "มึงต้องโดน" ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... :roll: :roll: :roll:
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

พิงธรรม์ เขียน: รูปภาพ

มื้อแรก กินข้าวแม่ค้าคนเขมร คุ้มสุดคุ้ม คุ้มได้เรียนภาษาพูด คุ้มได้กินข้าวอิ่ม

จบคอร์สนี้ ทั้งคอร์สมื้อเที่ยงไอ้ข้าวหนึ่งจานกะเนื้อย่างหนึ่งชิ้น กะคอร์สฝึกหัดพูด พูดเขมร ใช้เวลาทั้งหมดด้วยความสนุกกว่าชั่วโมง

รูปภาพ

ก้อออ...คุณครูเอ้ยยยยแม่ค้าแกน่ารัก พวกเรามะรุมมะตุ้มชวนแม่ค้าคุย

แล้วก็ถึงเวลาปั่นซะที

ผมปั่นคู่คลอเคลียกะพี่วรเทพ ดูพี่เขายังคร่ำเคร่งปากขมุบขมิบท่องคำศัพท์ที่เพิ่งเรียนกะครูสาว

"ทั้งอมและเลีย ทั้งอมและเลีย ลาก่อนนะ ...ทั้งอมและเลีย ทั้งอมและเลีย ... ลาก่อนนะ" ประมาณนี้

:roll: :roll:
พิงธรรม์ เขียน:
รูปภาพ

ผมยิ้ม ปั่นยิ้มไป ฟังพี่วรเทพ ท่องวลีคำพูด เอาไปพูดร่ำลาคนเขมร "ลาก่อนนะ...ซมเลีย...ประมาณนี้"

ถูกผิดให้ครูตู่ มาช่วยแก้อีกที ครูตู่แกลงทุนซื้อสมุด จดคำศัพท์วลีพูด ในกลุ่มพี่สิงขรส่งภาษาเขมรได้ดีสุด รองลงมาก็น้าตู่

ผมนั้นบ๊วยยย อาศัยคนอื่นเขาสื่อสารอย่างเดียว แล้วนั่งดูวิวัฒนาการใช้ภาษาของพวกเรา

หลายวันผ่าน พี่สิงขรย่ามใจ พ่นคำพูดไปสามคำ เป็นวลี เจอแม่ค้าสวนกลับเป็นกระสุน ยิงคำพูดยาวเหยียด แม่ค้าหยุดเพราะหมดลม พี่สิงขรยอมยกมือแพ้ ฟังไม่ทันโว้ยยยย :roll: :roll:

บอกแม่ค้าช่วยแกะทีละคำ อย่างงี้พอฟังออก

เสียดายจริงพี่สิงขร ท่านไม่เล่นเน็ต งั้นจะได้ตามออกมาช่วยแนะนำ วิธีการหัดพูด

อยู่เขมรสามวัน พี่สิงขรเจรจาทุกสิ่งเป็นเขมร :o :o

จริงๆนะคร้าบบบ :D :D
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

พิงธรรม์ เขียน: รูปภาพ

ระยะทางปั่นจากด่านเวินคาม/ดองกะลอ มุ่งหน้าสู่เมืองสตึงเต็ง ปั่นซักครู่ก็เจอหลักบอกระยะทาง ๕๗ กิโลเมตร ตามที่รู้มาก่อน ก็อุ่นใจ...วันนี้ไปถึงแน่

ถนนเป็นถนนลาดยาง คุณภาพผิวถนนแบบเอาหินก้อนมาคลุกน้ำยางแล้วเทจบงานเป็นชั้นหน้า ไม่ได้เอาหินบดละเอียดมาทับซ้ำ ผิวถนนมันจึงตะปุ่มตะป่ำแบบปั่นบนลูกหิน แถมลูกหินยังออกคมอายุถนนออกจะใหม่ การถูกบดด้วยล้อรถยังไม่นานพอที่จะลบคมของลูกหิน :shock: :shock:

ปั่นไปกระเทือนซาง เป็นถนนลาดยางคุณภาพลูกหินหยาบตลอดเส้นครับ :cry: :cry:

รูปภาพ

ทิวทัศน์สองข้างทางมีวิวเดียว วิวกันดารและแห้งแล้ง พุ่มไม้หนานั้นไม่มี มีแต่ต้นไม้แบบเกร็งแกรน พี่สิงขรบอกผมเป็นป่า"ดิบแล้ง" อาจารย์ชอบบอกเป็นป่าแล้งเหมือนอีสานบ้านเราครั้งอดีต ทั้งสุดจะเป็นทางราบ ไม่มีเนินหรือภู ปั่นทั้งวัน ปั่นกลางแดดทางสุดราบ สุดง่วงนอน ทั้งจะหาร่มต้นไม้ริมทางที่พอจะมีร่มให้หลบแดดนั้น ไม่มีเลย

แต่ยังดี มีบ้านคนเป็นระยะ ไม่ได้เข้าข่ายเป็นลักษณะหมู่บ้านหรอก เป็นบ้านตั้งโดดเดี่ยวเสียส่วนใหญ่ สงสัยอพยพมาจากที่อื่น สร้างบ้านกระจัดกระจายไปตามริมถนน ปั่นสองสามกิโลเมตรก็จะเจอซักหลังนึงประมาณนี้

ปั่นช่วงแรกได้ระยะซักสิบกิโลเมตร เจอบ้านคนทำเป็นร้านค้า มีชาวบ้านกะลังดูทีวี รายการมวยตู้เสียงเชียร์ดังสนั่น ปั่นแถวนี้ยังเห็นเสาสายไฟคอนกรีตพาดสายแรงสูง ขนานไปกับถนน คงจะรับไฟฟ้ามาจากทางลาว ปั่นต่อไปยิ่งลึกเข้าไปในเขมร ไม่เจอเสาสายไปเสียแล้วครับ เจอแต่สายโทรศัพท์

แปลกจริงสายไฟฟ้ากะสายโทรศัพท์ ในเขมรนี่เขาปักเสาพาดสายแยกต้นกันนะครับ ไม่เหมือนบ้านเราที่สองหน่วยงานตกลงปักเสาต้นเดียวแต่พาดสายร่วมกัน แบบพึ่งพากันได้ ของเขมรต่างคนต่างปักต่างพาดสาย

ที่แปลกอย่างนึง ในเขมรวันหลังที่ปั่นลึกเข้าไป แม้นจนใกล้จะถึงเมืองเสียมเรียบแล้วก็ตาม แทบตลอดทางไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ มีแต่พวกระบบโทรศัพท์ โดยเห็นสายที่พาดบนเสา กะพวกเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เห็นเต็มไปหมด

ไม่แน่ใจทำไมไม่เหมือนบ้านเรา ของบ้านเราเสาส่งสัญญาณมือมือ นานๆจึงจะเห็นซักต้น แต่ในเมืองเขมร ปั่นซักทุกระยะห้าหกกิโลเมตรประมาณนี้ ก็จะเจอเสาส่งสัญญานมือถือแล้ว

หยุดพักเหนื่อยครั้งแรกในเขมร ปั่นซักสิบกิโล ที่เจอร้านขายของ ลูกค้ากะลังดูมวยตู้ พวกเราก็แวะเข้าไปพักเหนื่อย น้าตู่ก็เติมเบียร์ เริ่มทดลองคำศัพท์สั่งเบียร์ภาษาเขมร เบียร์เมืองไทยแถวนี้ราคาถูกกว่าราคาที่บ้านเรา :o :o

ผมไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ตอนอำลาขอปั่นต่อ เจ้าบ้านเจ้าของร้านฉุดมือไม่ใคร่ยอมจะให้ไปเสียโดยง่าย โน่นละครับ ต้องตั้งวงถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเสียก่อน จึงจะได้ถูกปล่อยตัวปั่นต่อไป ;) ;)

ก็เลยมั่นใจปั่นเที่ยวเขมร ได้รับการต้อนรับดี ไอ้ที่กลัวโดนรุมเหยียบฐานเป็นคนไทย หายเกลี้ยงเลย เริ่มปั่นแบบสบายใจ ใจคอไม่เกร็งเหมือนตอนแรก

รูปภาพ

:D :D
พิงธรรม์ เขียน:
รูปภาพ

รูปภาพ

ปั่นไปตามทางสุดราบเรียบแสนน่าเบื่อ เป็นเส้นทางทั้งสุดร้อนสุดแห้งแล้ง เกือบห้าโมงเย็นเริ่มได้รับความเย็น มีสายลมหอบเอาความเย็นจากแม่น้ำ น้ำโขง เราปั่นข้ามโขงเข้าเมืองสตรึงเตร็ง

ปั่นเที่ยวเขมรทริปนี้ เมืองสตึงเตร็งที่ได้พักหนึ่งคืน เป็นเมืองใหญ่ มีห้องพักสะอาดติดเครื่องปรับอากาศ หลับนอนสบาย

ทำเลของโรงแรม ตั้งในใจกลางเมือง พวกเราแวะไปถามฝรั่งที่มันนั่งพักผ่อน เราเจอมันที่ปากทางเข้าเมืองสตึงเตร็ง เอาง่ายๆขี้เกียจปั่นวนหา ก็แวะไปถามมัน อย่างน้อยไม่ได้ข้อมูลอะไร ก็ถือว่าได้แวะคุยกะเด็กฝรั่ง มันสวยครับ :lol: :lol:

เจ้าเด็กสาวฝรั่งนักท่องเที่ยว อธิบายบอกพวกเรา ปั่นเข้าไปจนถึงเมือง ก็จะเจอที่พักเป็นโรงแรมอย่างดี ตัวมันเองนอนพักในห้องพัดลม ราคาแค่เจ็ดดอล์ ราคาห้องปรับอากาศมันไม่รู้

พวกเรา เข้าไปในเมือง ก็เห็นตึกหน้าตาบอกเป็นโรงแรม ถามราคา อย่างที่เล่าสรุป ราคาค่าห้องพักในเขมรเขาบอกเป็นราคาเดียวทั่วกันหมดทุกๆเมือง ห้องปรับอากาศบอก ๑๕ ดอลล์ ที่สตึงเตร็งพวกเราต่อได้ห้องละ ๑๒ ดอลล์

รูปภาพ

ได้ดูสองที่ แห่งแรกสะอาดกว่าแห่งที่สอง ก็ได้ที่พักดี เป็นกำลังใจต่อการที่จะปั่นในวันรุ่งขึ้น ที่ระยะทางตามโพยนั้นสุดโหด กว่า ๑๕๐ กิโลเมตร ไปถึงเมือง"กาเจ๊ะห์"

เย็นวันนั้น ปั่นเที่ยวทริปนี้ผมแบกพุงส่วนเกินไปประมาณสองกิโลกรัม ก็ตั้งใจจะงดมื้อเย็น บอกพรรคพวกไม่กินมื้อเย็น เห็นน้าตู่กะพี่วรเทพ ลงไปหาของกินและเที่ยวเองตอนกลางคืน

น้าตู่มีจ๊อบที่จะสะสางแต่เมืองลาว ดูเหมือนยังไม่ได้ปิดจ๊อบเสียซักที :lol: :lol:
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

14 / 02 / 2012..........Strung Treng > ใช้เส้นหมายเลข 7 > Kratie

รูปภาพ
พิงธรรม์ เขียน:
รูปภาพ

รุ่งขึ้นตื่นตีห้า แต่งตัวเสร็จไปดูอาการของน้าตู่ ก่อนนอนเมื่อคืนวาน ผมบอกผลัดน้าตู่ เรื่องจะพักต่ออีกซักคืนหรือลุยเลย ดูเหตุการณ์ดูน้าตู่เอายังไง :? :?

ก่อนแยกตัวนอนต่างห้อง เมื่อคืน น้าตู่บ่น ตัวสุดระบมจากที่ไอ้หนูจอมซิ่ง เอาน้าตู่ไปกลิ้งที่ดอนเดช รู้สึกจะจับไข่ เอ้ยยย...จับไข้

เห็นน้าตู่และพี่วรเทพแต่งตัวเสร็จแล้ว พร้อมจะเดินทาง เรานัดไว้เมื่อคืนจะรีบปั่นกันแต่เช้า

ลงมาดูรถ เจ้าของโรงแรมให้ลูกน้องเข็นจักรยานมาจอดรอเราที่หน้าโรงแรม จัดจอดรถเราอย่างเรียบร้อย ไม่ได้ทำแบบชุ่ยๆ นึกในใจคนเขมรทำอะไร ไม่ใช่คนชุ่ยครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

ลงมาเตรียมลุย น้าตู่จับรถร้องเอะอะ ออกจะเขิน ยางมันแบน

ผมก็ทิ้งน้าตู่ที่วุ่นจัดการปะยาง ส่วนตัวผมเดินไปหาของกินในตลาดสด อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมที่พัก

เห็นของกินหลากหลายในตลาด นึกดีใจเที่ยวเขมรไม่อดแน่ ของกินเยอะ

เทียบกะลาวนั้นคนละเรื่อง ของกินในเขมร ผมว่านะมีให้เลือกมากว่าหาของกินในตลาดเช้าที่บ้านเรา ผมเจอของสุดโปรด เห็นแล้วอยากจะกิน ขนมเบื้องครับ ก็กินเสียทันที ขนมเบื้องแบบชาวบ้าน ตอนผมเด็กอยู่บ้านนอกคนรุ่นพี่เป็นแม่ค้าสาวในหมู่บ้าน ทำขนมเบื้องขายหน้าบ้านราวสิบโมง ผมอุดหนุนประมาณเที่ยงช่วงพักเรียน กินขนมเบื้องในเขมรด้วยนึกถึงวัยเด็ก ไส้ขนมเบื้องทำแบบชาวบ้านขายถูกๆใช้แตงกวาขูดใส่เยอะๆ ที่ผมชอบเป็นของฟรี แม่ค้าเขาจัดพวกผักสดให้แกล้ม ผมล่อหมดไปเป็นกาละมัง จ่ายตังค์แค่สิบสองบาท สุดอร่อย จริงๆครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

แล้วก็หันไปกินของประเภทให้ท้องอิ่ม มีพวกข้าวแกง ข้าวหมกไก่ ประมาณนั้น

ก่อนหน้านี้ ผมรู้มาแบบมั่วๆ หลายคนเตือนผม ของกินในเขมรสุดจะสกปรก กินเข้าไปขี้ไหลได้ทุกเมื่อ

พวกผมกลุ่มเรา กินทุกอย่าง กินแบบที่ชาวบ้านเขากินกัน ราคาก็สุดจะถูก ถูกกว่ากินอาหารในบ้านเรา รสชาติไม่ใช่ชม เขมรทำกับข้าวอร่อยกินได้ครับ ขนมก็มีสาระพัน น้ำแข็งไส กินกันหลายถ้วยต่อหนึ่งวัน

ไม่เคยจะขี้ไหล แมลงวันก็ไม่มี ผมว่าเรากลัวต่อข้อมูลผิดๆ กลัวไปเอง :roll: :roll:
พิงธรรม์ เขียน:ไหนๆก็ไหนๆ...มันสายแล้ว

อาจารย์ชอบก็ออกนโยบายการปั่นวันนี้ เดินเล่นหาของกินในตลาดให้สนุกเสียก่อนจะดีกว่า ด้วยผมกลับมาโฆษณาเรื่องแอบไปกินคนเดียวในตลาด ทุกคนรอน้าตู่ปะยางเสร็จ ก็เดินไปเป็นโขยงไปหาของกิน

ผมก็เดินไปกินอีกรอบ แบบเมื่อตะกี้กินแค่เป็นตัวอย่าง เอามาบอกเพื่อน ประมาณนั้น

นโยบายการปั่นวันนี้ของอาจารย์ชอบ ปั่นได้แค่ไหน ก็โบกรถตรงนั้น ฮ่า...ฮ่า...ฮา...นะครับ
พิงธรรม์ เขียน:เอารูปของตู่มาแปะ จะเดินเรื่องเที่ยวเขมรต่อ หลังกินข้าวปะยางจบ ก็ปั่นออกจากเมืองสตึงเตร็ง

แต่หักมุมไม่ออก ไม่รู้จะพลิกตัวออกจากมุมทนายแม็คกะลังมันสสส์เรื่องขบถ เลยนึกไปถึงตอนงานวัด บรรยากาศมีหลากหลายในที่เดียว ก็พลิกตัวมา"เล่าเรื่องเขมร"ต่อ

รูปภาพ

โจทย์ปั่นวันนี้ ระยะ ๑๕๐ กิโลเมตร พอตรงไหน...โบกรถตรงนั้น :o :o

เมื่อวานบ่นปั่นเจอแต่ทางราบ พระเจ้ารู้ว่าเราเบื่อ ปั่นวันนี้ก็เพิ่มเนินมาให้เล่น พอให้ได้ออกแรงหนืด ภาษาน้าตู่ว่า"มันซับแรง" ปั่นหนืดๆกันทั้งวัน ทางมันยกระดับต้องออกแรง หยุดขามันก็หนืดไม่ไหลเลย

เส้นทางก็ยังเหมือนเมื่อวาน ปั่นทั้งวันหาผู้คนให้หยอกล้อทักทายไม่มีเลย มันคงจะเคยเป็นป่าแล้ง แล้วเพิ่งมาตัดถนนเป็นสายหลัก ไม่มีชุมชนหมู่บ้านเอาเสียเลย

ปั่นออกจากเมืองสตึงเตร็งซักสิบกว่ากิโลเมตร ซักไม่เกินสิบสอง เจอสามแยกใหญ่ น้าตู่ส่งเสียงเอะอะ "อาจารย์บรรยากาศมันเหมือนภูคูน"

ผมก็ถามไป "เหมือนตรงไหนว๊ะ" ด้วยภูคูนในลาวมันเป็นเส้นทางปั่นบนภูเขาเขียว นี่มันสามแยกทางแล้งดิบ นึกไม่ออก "น้าตู่ ว่าเหมือนภูคูน เหมือนตรงไหน"

"ก็มันเป็นสามแยกใหญ่ไง แถมมีป้ายโฆษณาใหญ่เหมือนสามแยกภูคูนเลย"

รูปภาพ

อพิโธ่ น้าตู่ผม แกปั่นทั้งวันในถนนแห้งแล้ง พอเจอสามแยกมีป้ายโฆษณาใหญ่โต เหมือนคนเดินในทะเลทราย นึกว่าเจอโอเอซิสก็ดีใจ :? :? ใจน้าตู่ของกระผมนึกไปถึง"ภูคูน" โธ่...ผมสงสารน้าตู่ของผมจัง :roll: :roll:

ครับตรงสามแยก"ภูคูน"ในเขมรของน้าตู่ มองข้ามแยกกจะเห็นร้านขายข้าว มีหม้อกับข้าวแบบร้านขายข้าวแกงบ้านเราเรียงอยู่ซักสิบใบ

ถัดไปจากนี้ ปั่นทั้งวันจนโบกรถ ไม่เจอร้านข้าวอีกเลยครับ

ดีที่เราเตรียมตุนข้าวห่อ ซื้อจากตลาดในเมืองสตึงเตร็ง ตุนกันเต็มที่ กินได้สองมื้อ ทั้งมื้อเที่ยงและมื้อสองสามโมงเย็น แถมผมยังมีเหลือ เอาไปกินต่อที่ห้องพักในโรงแรมเมือง"กาเจ๊ะ"
พิงธรรม์ เขียน:หลุดจาก"สามแยกภูคูน"ในเขมรของน้าตู่

รูปภาพ

ปั่นเล่นๆต่อซะหน่อย เจอบ้านคน...บ้านหลังเดี่ยว มีเด็กๆพี่น้องสามสี่คน คนเล็กยังเด็กมาก คนโตรู้ความ เราทำภาษาขอนั่งพัก ไม่แน่ใจน้าตู่หรือพี่สิงขร หยิบขนมที่เราพกมา เอ...หรือเป็นผม ควักขนมที่กะจะเอาไว้กินกะกาแฟ เจอเด็กก็เลยแบ่งให้เด็กไป ผูกมิตรกัน เด็กมองเราไม่กลัวแล้ว เราก็ยึดใต้ถุนบ้าน มีหมูอยู่ตัวนอนเกลือกปลัก ไก่อีกตัวกำลังนั่งอยู่ในกระเช้าแขวนติดกับเสาบ้านใต้ถุนโล่ง กำลังเบ่งจะออกไข่

หยุดพักต้มน้ำร้อนชงกาแฟ กินเสร็จเก็บของก็ปั่นต่อ

มันร้อนจริง ปั่นอีกหน่อย เจอบ้านคนมีเครื่องไสน้ำแข็ง ก็ร้อง"ฮูเร" ได้กินน้ำแข็งไส แม่ค้าสาวตามสเป็ค เป็นครูสอนพูดเขมรอีกหลายคำ

รูปภาพ

ตอนกินน้ำแข็งไส ไม่นึกกลัว กินเสร็จแล้วถึงกลัว กลัว"ขี้ไหล" แต่ก็ไม่ไหล ไม่มีปัญหา ก็กล้ากินกันทุกครั้ง กินทุกทีที่เห็นแม่ค้าขายน้ำแข็งไส หรือน้ำอ้อยที่คั้นสด แวะกินทุกร้านที่เจอ วันละหลายครั้ง โชคดีที่ไม่เจอบ่อย ปั่นเป็นสิบกิโลเมตรถึงจะเจอ

เกือบบ่าย แวะเข้าบ้านอีกหลังนึง มีคนนอนเขลงในเปลแขวนอยู่ใต้ถุน เพิ่งนึกออก เราเข้ามากวนเวลานอนพักกลางวัน เขมรติดนิสัยนอนกลางวันเหมือนกันครับ

แต่ไหนๆ แวะเข้าไปแล้ว และเขาก็ตื่นขึ้นมา กุลีกุจอรับรองเรา ก็เลยนั่งตามโต๊ะ ตามเก้าอี้ เป็นบ้านหลังใหญ่ ใต้ถุนจึงมีที่ว่างเหลือเฟือ ผมกินเสร็จก็ขอเขานอนงีบในเปลญวน

พี่วรเทพ ขอเขาใช้ห้องน้ำ พอออกมา ผมถามสภาพห้องน้ำเป็นยังไง พี่วรเทพบอกห้องน้ำห้องส้วมเขาสะอาดมาก

รูปภาพ

รูปภาพ

วันหลังๆระหว่างทางที่ผมปั่น ขอใช้ห้องน้ำของชาวบ้าน ก็เห็นจริงห้องน้ำชาวบ้าน เขารักษาสะอาดครับ บ้านของเขายังคงเป็นบ้านไม้เป็นส่วนใหญ่ สองวันที่ปั่น มักจะเห็นเป็นบ้านชั้นเดียว ไม่ได้ยกพื้นสูง แต่พอปั่นลึกเข้าไปในวันที่สองตอนบ่ายถึงวันที่สามและยิ่งเข้าถึงเสียมเรียบ เริ่มจะเห็นรูปแบบบ้านคนเขมร บ้านสองชั้นชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง แปลกตาสำหรับผม ทำใต้ถุนสูงมาก

ชั้นใต้ถุนที่เห็นส่วนใหญ่สูงกว่าสามเมตร สงสัยจะหนีน้ำท่วม ไม่ต้องรอนายกยืนยันว่า"เอาอยู่"

บ้านที่ยกใต้ถุน ยกสูงมาก สูงกว่าสามเมตร มีทั้งที่ทำกระไดขึ้นตัวบ้านไว้ข้างนอก แปลกจริงอาจารย์ชอบออกปากว่าแปลก"กระไดอยู่นอกบ้าน" ส่วนผมดูเป็นไม่แปลกที่กระไดขึ้นบ้านอยู่นอกบ้าน ด้วยเคยเห็นบ้านตายายผมที่บ้านนอก ทำกระไดขึ้นบ้านไว้นอกบ้านเหมือนกัน แต่บ้านตายายผมใต้ถุนเตี้ยขนาดผู้ใหญ่เดินเข้าไป ต้องก้มหัว ทำใต้ถุนเอาไว้แค่เพื่อใช้เก็บเข้าของเครื่องมือทำนา

มีบางหลังทำทางลาด เป็นทางขึ้นบ้านแทนกระได ผมเดาเป็นทางเข็นรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปเก็บไว้บนบ้าน แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะปั่นหลายวัน ไม่ใคร่จะเห็นชาวบ้านขับมอเตอร์ไซค์

รูปภาพ

จะเห็นมอเตอร์ไซค์ ก็จำพวกเป็นพ่อค้าขายของเร่ ระหว่างปั่นเห็นหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์ขายข้าวโพดต้มอยู่รายนึง พอดีเราจอดพัก เลยเรียกมา ไอ้หนุ่มเหนื่อยหูที่พี่สิงขรส่งภาษาเขมร แกออกปากบอกเราพูดภาษาไทยก็ได้ แกฟังออก :o :o ถามไปถามมาเคยไปเป็นลูกจ้างทำประมงในแถวเมืองจันท์ ทำหลายปีฟังภาษาไทยรู้เรื่องและพอจะพูดได้ :D :D

ช่วงที่หยุดพักแวะกินข้าว อาจารย์ชอบได้ซักถามเจ้าบ้านเป็นหนุ่มใหญ่วัยไม่เกินสี่สิบห้า ได้ความเป็นออฟฟิสเซอร์ ประมาณว่าเป็นตำรวจ ทำงานในเมือง ขับรถเส้นทางไปเมืองกาเจ๊ะที่เราจะไปจนคุ้นทาง บอกเราให้รับรู้ทางข้างหน้านั้นไม่มีทั้งที่พักและร้านข้าว ต้องลุยถึงกาเจ๊ะสถานเดียว

ประมาณระยะทางเหลืออยู่กว่า ๘๐ กิโลเมตร เกือบบ่ายโมงแล้ว ที่เราพักกินข้าวกัน
พิงธรรม์ เขียน:จริงๆที่เราผูกใจปั่นเที่ยวกันหลายครั้ง ระยะ ๘๐ กิโลเมตรนับเวลาจากบ่ายโมง ถือว่าหมูมาก

แต่งวดนี้ คงจะเพราะมันสุดจะร้อน แถมหว่างทางไม่มีอะไรให้เจ๊าะแจ๊ะ สุดจะน่าเบื่อ กลายเป็นไอ้บ้าเที่ยวปั่นอยู่กลางแดด คิดอย่างงั้นจริง ส่วนตัวผมสบถในใจ กลับไปจะเขียนลงไทยเอ็มทีบี ป่าวประกาศบอกเพื่อนฝูง"อย่ามาเลย ไอ้ปั่นเส้นทางนี้" มันไม่มีอะไรให้น่าปั่นเลยซักกะติ้ดดด

รูปภาพ

ปั่นไปได้ซักแค่ไม่ถึงสามโมงเย็น อาจารย์ชอบเริ่มเปรย "เลิกเถอะโว้ยยยย" ประมาณนั้น อาจารย์ชอบท่านชวนเลิกปั่นเถอะ อยู่ที่ว่าจะหันหัวกลับ หรือจะไปต่อ หากไปต่อ ไปอย่างเดียว โบกรถไป

คณะก็ถือกุศโลบายเงียบ ไม่ต่อปาก ไม่ต่อคำ แต่ขาก็ยังปั่น ปั่นกันไปเรื่อยๆ ก็ปั่นกันแบบซังกะตายกันแล้วละครับ เริ่มหยุดพักบ่อยขึ้น แบบหยุดแก้เซ็ง หยุดที อาจารย์ชอบก็ออกปากที "เลิกเถอะ พอดีกว่า มันปั่นไม่สนุกเลย ร้อนก็ร้อน ร่มไม้ก็ไม่มี ของกินพวกน้ำแข็งไสข้างทางก็ไม่เจอ"

ที่จริงก็ไม่ถึงกับจะไม่มีบ้านคนหรอกครับ ช่วงที่เหลือที่ปั่นกันกว่าอีก ๓๐ กิโลเมตร ก็ยังคงเจอประปราย เจอร้านค้าที่เขาขายเครื่องกระป๋อง น้ำดื่ม แต่เราก็ไม่ได้แวะ ใจมันเริ่มซังกะตาย ปั่นไม่สนุกซักกะติ้ดดด :cry: :cry:
พิงธรรม์ เขียน:จุดสุดท้ายที่เราพัก เป็นบ้านใต้ถุนสูง ทำสะพานทอดจากระดับถนนเดินเข้าบ้าน ในบ้านเป็นร้านค้า ปลายสะพานที่ต่อทอดจากถนน ทำเพิงขายน้ำ มีที่นั่งพัก

ผมและพี่สิงขรนั่งหันหน้าเข้าสู่ถนน น้าตู่นั่งอีกด้านมองย้อนกลับไปในทางที่เราปั่น

ซักพักเสียงน้าตู่ "เฮ้ยยย เฮ้ยยย รถกระบะ"

พี่สิงขรไวจริงๆ ถลาวิ่งออกไปในถนน วิ่งไปตามทางที่รถกระบะมันวิ่งเร็ว ผ่านเพิงที่เราพัก ผมและน้าตู่นั่งดูพี่สิงขรที่วิ่งตามหลังรถกระบะ

"เฮ้ยยย...มันหยุดโว้ยยย" ครับรถกระบะที่ห้อตะบึงอย่างเร็ว ผ่านเพิงที่เรานั่งพัก คนขับเห็นเราโบกมือที่กวักเรียก ทั้งเห็นพี่สิงขรกระโจนอ้าว วิ่งตามหลัง เขาหยุดให้เราครับ ห่างจากเพิงเกือบร้อยเมตร

เสียดายไม่ได้จับเวลา ที่พี่สิงขรสปริ้นท์ตามหลังรถ ความเร็วซักเท่าไหร่

พี่สิงขรเดินกลับมาที่เพิง เรานั่งรอ หน้าตายิ้มแป้นแร้นนน "เฮ้ยยยย....ขึ้นรถ ขึ้นรถ เขาจะไปส่งเราจนถึงสามแยกเข้าเมืองกาเจ๊ะ เราปั่นไปอีกแค่ห้ากิโลเมตร"

รูปภาพ

รูปภาพ

ครับ "พระเจ้ามีจริง" เสียงอาจารย์ชอบพึมพัม อาจารย์ชอบท่านทวนความหลัง ครั้งผมพาท่านไปแถวเดียนเบียนฟู ไปค่ำมืดกลางทาง จู่ๆก็มีชาวบ้านมากวักมือให้ขึ้นเรือนไปนอนพัก อาจารย์ชอบท่านนึกถึง"วันนั้นหากไม่มีพระเจ้าตัวจริงช่วยเรียกขึ้นไปนอน นึกไม่ออกจะทำอีท่าไหน"

วันนั้นในเขมร พระเจ้าตัวจริงของอาจารย์ชอบ ก็พาเราไปส่งที่สามแยก ปากทางเข้าเมืองกาเจ๊ะ ตอนเกือบจะหนึ่งทุ่ม ครับ :D :D :D
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

พิงธรรม์ เขียน:
รูปภาพ

ด้วยนึกกลัว กลัวหนุ่มคนขับนั้นตีนผี เพราะด้วยตอนนั่งรอจะโบกรถ หนุ่มคนนี้แกห้อตะบึง เห็นกะตาแกตีนผี

ตอนเราขนจักรยานห้าคันไปวางเบียดในรถ ที่เขาสองพี่น้องเพิ่งเสร็จจากงาน...ขนควายไปขายยังเมืองลาว พื้นรถเขาปูด้วยฟาง ฟางมันเปียก ลองเอาตีนเขี่ยพลิกฟาง เห็นกองขี้ กองขี้ควาย ถึงเข้าใจ เขาเอาฟางไปสุม ปิดขี้ควาย

รูปภาพ

พวกเราเห็นแล้วก็เข้าใจ ถึงเป็นผลไม่ควรยืนหรือนั่งบนพื้นรถ ที่เหมาะสุดก็เอาตูดวางบนราวเหล็กที่เขาเชื่อมยึดโครงหลังคา ท่านั่งแบบนี้ปัญหาสุดเกิดแก่พี่วรเทพ ด้วยพี่ท่านเป็นคนสูง ยื่นตูดไปวางนั่งบนราว หากเหยียดหลังหัวก็ค้ำกระแทกกึงถึงหลังคา ก็ต้องนั่งขดหลังทำหลังโก่ง กันหัวกระแทกกึง

ด้วยนึกกลัว กลัวหนุ่มคนขับนั้นตีนผี เพราะด้วยตอนนั่งรอจะโบกรถ หนุ่มคนนี้แกห้อตะบึง เห็นกะตาแกตีนผี พอนั่งเสร็จประจำที่แต่ละคนบนราวเชื่อมยึดโครงหลังคา ตีนวางบนขอบกระบะข้าง เอาสองมือโหนพอประคองตัวไม่ให้หล่น

ผมถามขึ้นลอยๆ มีผู้ใดในกลุ่มเรา บอกโชเฟอร์อย่าขับเร็วเกินไปนะ

พี่วรเทพบอก ได้คุยกะโชเฟอร์แล้ว โชเฟอร์รับคำบอก"ไอโนว์" ทำนองรับปากกันไม่ขับเร็ว

เอาจริง จริงๆนั่งกันหัวคลอน ตูดไม่ติดอยู่กะราวมันกระเด้ง เผลอบางครั้งหัวกระแทก"กึง"ถึงหลังคา เมื่อโชเฟอร์ขับแบบระวังแล้วล่ะนั่น

"ไอโนว์ ไอโนว์" ไหนมันว่า "ไอโนว์" ทำไมมันยังถึงขับเร็ว พี่วรเทพบ่นโอดตลอดทาง

ถึงที่ปลายทาง พี่วรเทพต่อว่าอาจารย์ชอบ ที่นั่งข้างหน้าคู่คนขับ เบียดกันสามคน ทำไมอาจารย์ไม่บอกให้คนขับเขาเบาหน่อย อาจารย์ชอบ ผมดูแล้วละว่าเขาก็พยายามจะหลบหลุม แต่ถนนมันเสียไปทั้งนั้น ทั้งเขาก็พยายามจะขับให้ช้าแล้ว หลบยังไงก็ไม่พ้น

ครับ พวกเราโชคดี จากจุดที่เรานั่งรอโบกรถกัน นั่งรถกันสามสิบกว่ากิโลเมตรจนถึงสามแยกจะเข้าเมืองกาเจ๊ะ ถนนเสียหายหมด แบบพลิกดินโกยดินเหนียวพูนเป็นท้องร่องกันเลยครับ

รูปภาพ

ถามโชเฟอร์ บอกว่าน้ำท่วม

ครับ...ถนนช่วงที่เรานั่งรถขนควายไปเมืองกาเจ๊ะ เป็นช่วงโดนน้ำท่วมหนัก น้ำท่วมหนักแถวนี้ประมาณเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ ก็ประมาณเวลาเดียวกันกับที่น้ำท่วมกรุงเทพ

รายการ"เอาอยู่"ลามถึงเขมรครับ :o :o
พิงธรรม์ เขียน:
พี่วรเทพบอก ได้คุยกะโชเฟอร์แล้ว โชเฟอร์รับคำบอก"ไอโนว์" ทำนองรับปากกันไม่ขับเร็ว
นึกถึงเรื่อง"ไอโนว์" ตอนแรกผมไม่ติดใจ

กลุ่มเรา พี่สิงขรเก่งภาษาเขมร สื่อความกะแม่ค้าทุกครั้ง ก็ได้ของกินตรงกับที่อยากได้ ไม่เหมือนผมบอกอยากกินข้าว ดันได้ยาแก้ปวดท้อง :shock: :shock:

กลุ่มเรา น่าจะมีพี่วรเทพเก่งสุดด้านการใช้ภาษาสากล ภาษาฝรั่งพูด ด้วยพี่วรเทพ...หน้าที่การงานต้องเจ๊าะแจ๊ะกะพวกฝรั่ง พี่เขาจึงนิยมพูดภาษาอังกฤษจนติดปาก

ตอนพี่วรเทพ คุยภาษาอังกฤษกับหนุ่มโชเฟอร์รถขนควาย จนได้รับคำ ตกปากรับคำ "ไอโนว์"ทำนองยืนยันไม่ขับเร็ว ผมก็ยังไม่เฉลียวใจ จวบจนวันรุ่งขึ้นและหลายวันปั่นในพื้นที่ชนบทของเขมร ยินเสียงทักทายออกจากปากเด็กเขมร ตัวเล็กๆวัยไม่ถึงปอหนึ่ง ก็เอาแค่ฮะโหล ไม่ถึงสองโหลยี่สิบสี่แบบบ้านเรา ไอ้ที่โตหน่อยก็เริ่มมีคำ "วัท ยัว เนม" "แว ยู ฟอม" ประมาณนี้

อาจารย์ชอบ ท่านเป็นคนแรกที่เริ่มเฉลียวใจแกมทึ่ง เอ๊...ไอ้เด็กชาวเขมร ดูบ้านเมืองมันก็ด้อยพัฒนาเสียจริงๆ เราลงความเห็นในเส้นทางเขมรที่เราปั่น การพัฒนาบ้านเมืองของเขาล้าหลังกว่าลาวครับ

ที่เห็นชัด ไม่มีไฟฟ้าใช้นั่นแน่นอน ส่วนลาวนั้นไปไฟฟ้าถาวรเขามีแทบทุกถิ่นที่เราปั่นเที่ยว

บ้านเรานั้นถือตัวได้ว่าสุดทันสมัย เทียบกะบ้านใกล้เมืองเคียงกัน ภาษาป้ายของร้านค้าตามถนนของบ้านเราและปกหนังสือของวัยรุ่น แทบไม่มีภาษาไทย บ้านเรานิยมใช้ภาษาสากลกันเสียจริง

แต่เขมรที่ผมปั่นไปเที่ยวเห็น ไม่ยักกะเห็นป้ายภาษาอื่น เขายังนิยมใช้ภาษาเขาครับ ป้ายภาษาอังกฤษที่บ้านเรานิยมเขียนโชว์เป็นแฟชั่น ในเขมรแทบไม่มีหรือไม่มีเลยก็ว่าได้

แต่แปลกจริง หรือว่าการสอนภาษาอังกฤษของเขานั้นบรรลุผล เด็กๆของเขาไม่อับอาย ชอบใช้ภาษาอังกฤษคุยกะเรา

อาจารย์ชอบท่านเคยอยู่ในแวดวงการสอนคน ท่านบอกผม เทียบผลการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแล้ว ดูเหมือนเด็กไทยเราจะด้อยกว่าชาติอื่น

ผมเองไม่มีประสบการณ์ตรงจากเด็กไทย ด้วยไปไหนในไทย ก็ไม่ได้เคยถูกทักหรือกล่าวคำสากลในการพูดจากับเด็กไทย :roll: :roll: ไปลาวก็พูดอังกฤษไม่เต็มปากด้วยไม่มีที่จะพูด เพราะไทยลาวเราเที่ยวกันใช้ภาษาร่วมกัน ภาษาไทย :lol: :lol:

ส่วนกะมาเลย์นั่น เด็กเขาเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักเสียด้วยซ้ำ งั้นเด็กเขาใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเด็กเรานั่นแน่นอน :oops: :oops:

แต่กะเวียดนาม พูดได้เต็มปาก เจอเด็กนักเรียน เขาเห็นเราต่างด้าว ต่างดีใจมารุมเรา ชอบมาขอพูดกะเรา ถึงขนาดควักตำรามาหัดพูด แต่เด็กเวียดนามเมื่อเทียบลิ้นกะเด็กเขมรแล้ว เด็กเขมรพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเด็กเวียดนามมากเลยครับ

รูปภาพ

นี่แค่เป็นเด็กเขมรในพื้นที่สุดจะชนบท บ้านเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้ การดูทีวียังต้องไปอาศัยนั่งดูตามร้านค้า ที่เขาเปิดทีวีให้ลูกค้าดูพร้อมกะการขายกาแฟยามค่ำคืน ยังเห็นได้ชัด เด็กเขาสื่อสารกับคนต่างด้าวได้ดี ด้วยภาษาอังกฤษที่ได้รับการเรียนการสอนจากโรงเรียน

โชเฟอร์หนุ่มน้อยคนขับรถ ถึงบอกพี่วรเทพได้เต็มปากว่า "ไอโนว์" :o :o :o
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตู่ 87
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6630
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย ตู่ 87 »

พิงธรรม์ เขียน:
รูปภาพ

หนุ่มน้อยโชเฟอร์ ขับรถบรรทุกควายควบปุเลง พี่วรเทพหัวกระแทกหลังคา"กึง" แต่ละกึงที่หัวกระแทกเพราะรถมันเหวี่ยง เสียง"ไอโน"พี่วรเทพอุทานออกจากปากทุกครั้ง หลังหัวดัง"กึง"

ไหนมันว่า"ไอโน" เสียงพี่วรเทพบ่น

การนั่งรถวันนั้น ระยะแค่สามสิบกว่ากิโลเมตร เราก็คอยแต่ชะเง้อ เมื่อไหร่มันถึงจะจบเส้นทางนั่งทรมาณเสียซักที :? :?

แล้วก็ถึง ถึงสามแยก โชเฟอร์หนุ่มจอดให้เราลง ขนจักรยานลงกันในปั๊มน้ำมัน เพิ่งจะเคยเห็นปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นปั๊มแรก ที่ผ่านเมืองใหญ่เมืองสตึงเตร็งก็คงมีแต่ไม่ได้สังเกต :roll: :roll:

รูปภาพ

เราทุกคนพูดคุยกะสองหนุ่มพี่น้อง แล้วผมก็เดินเลี่ยง ไม่อยากเห็นขั้นตอนการมอบเงินน้ำใจให้น้องเขา เราคิดจำนวนเงินที่จะให้เขาเอง ว่าควรให้น้องเขาซักคนละเท่าไหร่ แบบเราก็อยากเซฟไม่อยากจ่ายมาก อยากจะจ่ายให้พอเหมาะไม่มากและไม่น้อย

ช่วงนั่งอยู่บนรถ เราถกกันนาน ถกกันถึงจำนวนเงินที่จะจ่าย ก็รู้ครับ...เราคิดแบบคนติดเขี้ยว

ผมเสนอและยืนยันว่าจะจ่าย ตกคนละห้าสิบบาทก็พอแล้ว ผมพูดชักนำที่ประชุมช่วงนั่งปุเลงสลับเสียง"กึง"หัวกระแทก และเสียง"ไอโน"ของพี่วรเทพ

เราตกลง ห้าคนก็สองร้อยห้าสิบ แต่คิดลดลงไปอีกเป็นเหมาสองร้อยบาท จ่ายเป็นเงินเรียล ๒๕,๐๐๐ เรียล

ผมนั้นที่จริงเป็นคนขี้สงสาร ไม่ถนัดในการให้เงินที่รู้ว่าออกจะน้อย เพื่อตอบแทนน้ำใจคน ก็มอบเป็นหน้าที่พี่สิงขร ส่วนผมแถหลบ เดินไปฉี่ในห้องน้ำหลังปั๊มให้พ้นหน้า :roll: :roll: :o :o :lol: :lol:

เดินกลับมาพี่สิงขรบอก ยัดเยียดเงินยังไง เจ้าหนุ่มน้อยชาวเขมรก็ไม่ยอมจะรับเงิน สามสี่คนของพวกเราต้องรุมจับยัดเงินลงกระเป๋าของเขาครับ แล้วร่ำลาแยกทางกัน น้องหนุ่มเขาขับรถกลับบ้านเขาไปอีกทางของสามแยก โฮ...โฮ...ซึ้งน้ำใจของน้องหนุ่มชาวเขมร เลยละครับ

ส่วนเราก็เตรียมปั่นเข้าเมือง ติดไฟพร้อมปั่นกันละครับ ก็มันมืดเกือบทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว
พิงธรรม์ เขียน:หลักการจัดแถวปั่นเข้าเมือง จะมีผมอยู่หัว เพราะมีไฟฉายส่องทาง มีพี่สิงขรอยู่ท้ายเพราะมีไฟท้าย ที่จริงพี่สิงขรมีทั้งไฟหน้าและหลังครบ แต่ถือหลักไฟหลังนั้นสำคัญต้องอยู่ท้าย จะได้ไม่โดนชนตูด

ไอ้ผมอยู่หน้าก็ใช่ว่าจะเป็นเพราะรู้ทางหรอกครับ มันเป็นเพราะมีไฟหน้า :lol: :lol:

ก็ปั่นไป เส้นทางแบบนี้ไปไม่ยาก เพราะน้องหนุ่มเขาบอกให้แล้ว ปั่นตรงโลดซักห้ากิโลเมตรก็ถึงเมือง :P :P

รูปภาพ

ปั่นได้ซักพัก ก็เห็นโรงแรมใหญ่ ผมชอบเข้าไปถามหาข้อมูลจากโรงแรมใหญ่ อย่างน้อยขี้หมูขี้หมา โรงแรมใหญ่เขาอบรมพนักงานไว้ดี ตอบคำถามต่างๆให้เราได้

ก็เข้าไปถาม คำถามแรกก็ถามเรื่องราคาค่าห้อง ด้วยโรงแรมนี้มันยังอยู่ไกลจากเมือง เราเองก็รู้ รู้แต่ทีแรกว่าคงไม่พักหรอก แต่อยากจะเข้าไปถาม แค่อยากจะถามเอาข้อมูล

ตอนนั้นพวกเรายังไม่รู้หรอกครับ ว่าอัตราค่าที่พักในเขมร อย่างที่เคยบอกเขาบอกเป็นราคามาตรฐาน ห้องแอร์ก็จะบอก ๑๕ ดอลล์ทุกที่ไป ส่วนจะต่อรองได้ไม่ได้นั่นอีกเรื่องนึง

เช่นกัน พนักงานต้อนรับที่เราถาม ก็ตอบคำถามเราด้วยอัธยาศัยสุดจะดีมีน้ำใจ บอกค่าห้อง ๑๕ ดอลล์ ผมก็บอกไปว่าเกินงบที่เราจะนอนได้ ทั้งถามกลับช่วยแนะนำหน่อยซิ ไอ้ที่พักที่พวกเราพอจะหาได้ถูกกว่านี้หาได้ที่ไหน

เจ้าน้องหนุ่มก็บอกให้ปั่นเข้าไปในเมืองซิ ผมก็ถามไอ้ในเมืองน่ะมันที่ไหน น้องเขาก็บอกให้ปั่นตรงไป ปั่นไปจนชนแม่น้ำ แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามแม่น้ำ เจอที่พักเยอะเลยละครับ แถมบอกชื่อเกสเฮ้าส์ที่พวกฝรั่งมันชอบพัก บอกผมอย่างละเอียด

ก็ได้ข้อมูลอย่างที่ต้องการ ก็ปั่นเข้าเมือง

หาที่พักได้ตรงตามชื่อที่น้องหนุ่มบอก แต่ดันเต็ม แปลกจริงๆไม่รู้เฉพาะวันนี้หรือทุกวัน ไอ้เกสเฮ้าส์ดูดีในเมืองกาเจ๊ะทุกแห่ง พวกฝรั่งเต็มไปหมด แถมเวลาที่เราไปถึงมันถึงเวลาตั้งวงดินเนอร์ พวกฝรั่งทั้งนั้นมันสรวลเสเฮฮาเต็มครืดดดดทุกเกสเฮาส์ :o :o

ก็ตัดใจลองแถไปสอบถามที่พักลักษณะเป็นโรงแรมใหญ่ มันบอกเรทตายตัวลดไม่ได้ มันยืนยัน ๑๕ ดอลล์ครับ

ผมขัดใจ บ๊ะ...ก็ทุกคืนกูต่อได้ทุกแห่ง มันต้องมีซิว๊ะไอ้ที่มันบอกราคาแล้วต่อรองได้ ในเมืองนี้

รูปภาพ

ก็เสียเวลาชวนพรรคพวกปั่นวนรอบศูนย์กลางเมืองกาเจ๊ะ ศูนย์กลางของเมืองที่เป็นแหล่งเกสเฮาส์และโรงแรมนะครับ อยู่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมของถนนล้อมตลาดสด ปั่นวนหากว่าชั่วโมง เข้าไปถามราคาที่พักห้าหกที่

ที่นึกขำ ไอ้ห้องพักที่สุดจะเน่าก็ดันยืนราคา ๑๕ ดอลล์ ห้องติดแอร์

เพิ่งรู้ทีหลัง คืนนั้นที่กาเจ๊ะมันเป็นคืนวันวาเลนไทม์ แล้วมันจะเกี่ยวอะไรที่พักมันถึงเต็มไปหมด เต็มไปด้วยพวกฝรั่งทั้งนั้นครับ

ก็ต้องวนกลับมาง้อไอ้โรงแรมใหญ่กลางเมืองกาเจ๊ะ ที่ต่อรองครั้งแรกแล้วมันไม่ยอมลด พอเราย้อนกลับไปขอเปิดห้อง มันยิ้มเหยียดเรายังไงพิกลครับ :twisted: :twisted:
:arrow: http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7260 รูปภาพ
หนุ่มน้อยบ้านนา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1585
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.พ. 2009, 19:39
Tel: 0885511445
team: เตรียมทหาร
Bike: JAVA, RIT
ตำแหน่ง: บ้านนา/จ. นครนายก
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย หนุ่มน้อยบ้านนา »

ตามติดจากไทย-เข้าลาว-ท่องเขมรด้วยนะครับ....
สนั่น อันทเกตุ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2779
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 14:51
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย สนั่น อันทเกตุ »

เข้ามาอ่าน
เผื่อจะมีสักวันได้ตามรอยล้อ ท่าน ครับ
"ลูกอิสานพลัดถิ่น จากแดนดินไหปลาแดก เร่ร่อนรอนแรมเดินทางดั้นด้น มาสู่โคนต้นสะตอ ณ เรือนเวียงวิมาน(รูปประจำตัว)คือที่มั่นสุดท้ายของข้าฯ"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ


คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

สวัสดีครับ ขออภัยที่ทิ้งเรื่องเขียนเล่าเที่ยวเขมรไปเสียนาน ด้วยเป็นทริปที่ส่วนตัวผมสนุกและประทับใจ ในน้ำใจคนพื้นที่ชาวเขมรที่ได้เจอะเจอช่วงปั่นเที่ยวบ้านเมืองเขา ความขลาดกลัวสิ่งต่างๆ ที่สำคัญ...ความขลาดกลัวผู้คนๆเขมรที่เคยรู้สึกจากภาพหรือข่าวที่เคยรับฟัง หายไปหมดเลย จากการได้ปั่นเที่ยวครั้งนี้

จึงเป็นแรงจูงใจอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อเป็นช่องทางให้คนเดินดินอย่างเราทั้งสองชาติมีความเข้าใจกันและกัน มีโอกาสผูกสัมพันธ์มิตรไมตรี ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ครั้นเขียนๆไป ไอ้เรื่องเที่ยวที่ทำอยู่ระหว่างเขียนก็ยังมี ก็ขาดหายเว้นไปบ้าง หวังว่าคงได้รับการอภัยจากท่านที่กรุณาติดตามอ่านอยู่

หากเจอว่าโพสต่อ ซึ่งเดิมโพสในกระทู้"ลากกระทู้เพื่อชวนคนเกษียณปั่นประเพณี ปีละครั้ง" เป็นตอนๆใน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=216312
แล้วน้าตู่ 87 ก็เห็นว่าไม่ประติดประต่อ เพราะเขียนลากกระทู้นั้นปนเปกันหลายเรื่อง เรื่องเล่าเที่ยวเขมรจะถูกทิ้งขว้าง จะอ่านซ้ำก็หายาก น้าตู้ 87 แกก็มีใจเสียดาย ทั้งๆที่ส่วนใหญ่ก็เขียนในแนวคนเขียนเอาสนุกแต่ถ่ายเดียว ไม่ได้รับรู้อารมณ์คนอ่านเขาจะเบื่อ เพราะมีแต่น้ำ ควานหาเนื้อไม่ค่อยเจอ น้าตู่ 87 ก็ยังอุตส่าห์เอามาแปะในส่วนกระทู้รายงานทริป ขอขอบคุณน้าตู่ 87 ย้อนหลังด้วยครับ :D :D

หากเจอว่าโพสต่อ ด้วยตั้งใจจะเขียนให้จบในเส้นทางที่ปั่น ติดตามกันต่อไป ขอบคุณครับ :D :D


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

เขียนค้างไว้...ปั่นเที่ยวเขมรถึงเมืองกาเจ๊ะ

หาที่พักได้ เป็นที่นอนสบาย หลังจากตระเวณหาหวังต่อรองราคาเสียจนเพื่อนร่วมคณะเหนื่อย ลงเอยต้องมาง้อเข้าที่พักในที่ๆดีสุดของเมืองกาเจ๊ะ ราคาเต็มตามอัตราที่เขาบอก ๑๕ ยูเอสดอลล่าร์

รูปภาพ

ผมเอารูปของน้าตู่ 87 ที่โพสแล้วมาดูซ้ำ ดูบรรยากาศร้านที่ทำให้ให้พวกนักท่องเที่ยวนั่งดื่มกิน ร้านพวกนี้นิยมทำอยู่หน้าบ้านเก่าที่ดัดแปลงตัวบ้านเป็นเกสต์เฮ้า เป็นส่วนที่ใช้พื้นที่ติดถนนทำร้านนั่งกินดื่ม ผมผ่านดูบรรยากาศ นึกชมในใจฝีมือการทำร้านของเจ้าของไม่แน่ใจจะเป็นเขมร หรือเวียดนาม แต่ผมเดาละว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นชาวเวียดนาม ฝีมือการทำร้านั่งดื่มกิน นั้นเข้าขั้น

ฝีมือต่างจากร้านนั้งดื่มกิน ที่เห็นทั่วไปในลาว ฝีมือทางช่างการตบแต่งร้านดื่มกิน หากเป็นร้านที่เจอในถิ่นลาว ฝีมือตบแต่งและเชิงช่าง ใจผมให้คะแนนว่าทางลาวนั้นต่ำชั้นกว่า หากผมเทียบจากร้านที่เจอในเขมรหลายเท่าตัว

ห้องพักในเขมร จำเพาะห้องอาบน้ำ ดูอย่างเดียวที่พื้นห้อง ของลาวทำเจอบ่อยในเมืองลาว ปูพื้นในห้องน้ำ รูน้ำไหลดันสูงกว่าระดับพื้น อาบน้ำทีน้ำท่วมตาตุ่ม เจอบ่อยเลยนะครับ แม้นกระทั่งเที่ยวหลวงพระบางก็ยังเจอ

พักในเขมรหลายคืน เห็นว่าฝีมือช่างการทำบ้านใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ ในเขมรทันสมัยกว่าลาวเยอะ ก็สงสัยละครับ ฝีมือถ่ายทอดมาจากทางเวียดนามเสียมากกว่า รวมทั้งเฟอรนิเจอร์เครื่องตบแต่ง อุปกรณ์ของใช้ ทุกอย่างที่ทางโรงแรมเลือกใช้ ดูเป็นของดีและทนทาน ก็น่าจะเป็นของทางเวียดนาม หรือไม่ก็เป็นของญี่ปุ่นผ่านมาจากเวียดนาม


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
Karen Nkk
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1016
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 16:38
team: ไม่มี
Bike: Thorn Red Karen NKK, Surly Long Necked Karen

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย Karen Nkk »

:D :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1025318
คนเกษียณชวนปั่นประเพณีครั้งที่ 5
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

ผมไปค้นเรื่องและรูปเดิมที่คุณตู่ 87 แปะเล่าเรื่องด้วยภาพในกระทู้
ลากกระทู้"ชวนคนเกษียณปั่นประเพณีปีละครั้ง ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๕๓" เตรียม...ชวนปั่นครั้งที่ ๓ เดือนพฤศจิกา...๒๕๕๕
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... start=7545

ตั้งใจจะหารูปที่พักในคืนที่เรานอนในเมืองกาเจ๊ะห์ ด้วยเป็นที่พักระดับโรงแรม ผมให้ขนาดสามดาว สามดาวมาตรฐานนะครับ เป็นโรงแรมสร้างสวยด้วยฝีมือการก่อสร้าง ห้องนอนกว้างขวาง เปิดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้อากาศถ่ายเทได้ดีและใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์และเครื่องนอนได้มาตรฐานอย่างที่เล่าตลอดเครื่องปรับอากาศแท้ผลิตจากญี่ปุ่น จึงเป็นที่พักที่สุดสบาย

แต่หารูปไม่เจอ

เจอรูปแผนที่ แสดงเส้นทางที่จะปั่นต่อวันรุ่งขึ้น กะจะไปนอนที่เมือง Chhlong
รูปภาพ

ช่วงอยู่ลาว เปิดเน็ตอ่านบทความเขียนเที่ยวเขมรของพวกฝรั่ง ฝรั่งมันเขียนเล่าไว้ชัดครับว่าช่วงกาเจ๊ะถึงชะลอง เป็นถนนดีพอควรที่สำคัญเลียบลำโขง ระยะเพียง ๓๔ กิโลเมตร

ผมก็กำหนดบอกแผนปั่นกะพรรคพวก ว่าวันนี้เอาแค่เมืองชะลองพอ จะได้ถือเป็นวันพัก จากเมื่อวานที่สะบักสะบอมถึงขั้นต้องอาศัยรถขนควายเป็นตัวช่วย

ตื่นเช้า ที่เล่าไปแล้ว...อาหารมื้อเช้าที่หากินได้ที่เมืองสตึงเตร็ง หากินได้มากมายในตลาด...กินอาหารชาวบ้านกิน แต่ที่เมืองกาเจ๊ะ พวกเราตื่นจากการนอนในโรงแรมใหญ่ของเมือง ไกลและห่างจากตลาดของชาวบ้านซึ่งเป็นแหล่งที่พักแบบเกสต์เฮ้าส์พวกฝรั่งแบ็คแพ็คนิยมพักเพราะส่วนใหญ่เป็นห้องไม่ติดแอร์ มีแต่พัดลม ราคาถูกแค่เจ็ดดอลล์ พวกฝรั่งพักกันเต็ม

เราลองปั่นเที่ยว ตลาดและพื้นที่เมืองกาเจ๊ะก็ไม่กว้างขวางมากนัก ปั่นแป๊บเดียวก็วนรอบ ผ่านตลาดก็ไม่มีอะไรแบบจะชวนใจให้แวะเข้าไป เห็นเป็นตึกแถวล้อมตัวตลาดด้วยถนนสี่ด้านขนาดสนามฟุตบอลเอาด้านยาวมาแปะติดกันสองสนาม ครับขนาดของตลาดและแหล่งตึกแถวที่ดัดแปลงชั้นบนเป็นห้องพักราคาถูกของตัวเมืองกาเจะ

พักในโรงแรมที่เราพัก สบายกว่ากันเยอะเลยครับ ผมคิดในใจ หลังจากตระเวณเที่ยวอีกรอบในตอนเช้า

แล้วเราก็แวะร้านข้าวแกงของชาวบ้านกิน ลูกค้าชาวบ้านก็คือคนแต่งเครื่องแบบทำงานหลวง คนท้องถิ่นทั่วไป เราสั่งข้าวราดกับมาคนละจาน ถึงวันนี้ผมลืมไปแล้วว่าผมสั่งอะไร แต่ที่จำได้ติดใจ กับเขาตักมาให้ที่ราดข้าวอยู่นั้น ผมคะเนว่าหากผมจะสั่งข้าวเปล่ามาอีกจาน ก็จะกินกับได้พอดี คือเขาตักกับมาให้เหลือเฟือ สั่งข้าวเปล่าอีกจานก็กินได้

ที่จำได้ติดใจ ตอนให้คิดเงิน เขาไม่คิดค่าข้าวที่สั่งเพิ่มครับ ทำนองเติมให้ตามเราขอ

ภายหลังกินข้าวอีกหลายที่ เรื่องขอเติมข้าวเปล่านี่ แม่ค้าเขมรไม่หวงและไม่คิดตังค์ครับ เติมให้เราเพิ่มให้เราตามที่ขอ

แหม...อันนี้ดีจัง น่าจะแปลว่าข้าวของเขาสุดจะถูก ส่วนคุณภาพข้าวของเขาก็มีหักร่วนบ้างครับ ไม่ถึงจะเป็นเม็ดสวยแบบข้าวที่เรากินที่บ้าน แต่ความหอมและความอร่อยผมว่าใช้ได้ ไม่แข็งกระด้าง ทั้งกินก็มีความหอมอร่อยดีครับ

:D :D :D

ปล. เพิ่งเจอรูปโรงแรมที่พักในเมืองกาเจ๊ะครับ
รูปภาพ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

รูปภาพ

กินข้าวเสร็จแล้ว ตอนเตรียมจะปั่นเดินทางต่อ มีชาวเขมรที่กำลังกินข้าวในร้านเดียวกันเหลียวมามองพร้อมทักทายได้ยินชัด "สวัสดีครับ จะไปไหนกัน" จึงหันหลังกลับเข้าไปคุยเพิ่มเติม ถึงรู้เป็นคนค้าขายกับฝั่งไทย

พร้อมถือโอกาสกางแผนที่ ให้เขาช่วยทบทวนสภาพเส้นทางที่จะปั่นต่อ เขายืนยันช่วงจากกาเจ๊ะจะไปชะลอง เส้นทางราดยางตรงตามที่เคยอ่านจากพวกฝรั่งเขียน ครั้นถามต่อขอให้เขาแนะนำควรเลือกเส้นทางไหนดี ที่จะปั่นต่อไปจากชะลอง

เขาแนะนำต้องปั่นย้วยลงตามเส้นทางหลักหมายเลข ๗๓ เพื่อผ่านกำปงจาม ส่วนเส้นทางเลียบริมโขงที่เราอยากปั่นต่อ เขาบอกว่าไม่แน่ใจ ด้วยทั่วไปยังเป็นทางดินอยู่

ครับ...วันนี้ตั้งใจอยู่แล้ว กะจะปั่นแค่ ๓๔ กิโลเมตร เอาแค่ถึงชะลอง แล้วค่อยว่ากันต่อไป

ฟังชาวเขมรที่พูดไทยกันรู้เรื่องแนะนำแล้ว ก็มั่นใจวันนี้ปั่น ๓๔ กิโลเมตรสบายแน่ ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ปั่นเรื่อยเปื่อยแวะดูเข้าไปดูวัดริมทางผ่าน แวะกินขนมเสียหนึ่งครั้ง กว่าจะถึงชะลองก็ยังไม่ทันเที่ยง
ตู่ 87 เขียน:รูปภาพ รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตู่ 87 เขียน:รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตู่ 87 เขียน:รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตู่ 87 เขียน:รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตู่ 87 เขียน:รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตู่ 87 เขียน:รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากรูปของตู่ 87
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &p=6628940

ขอบคุณครับ


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
รูปประจำตัวสมาชิก
พิงธรรม์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
Tel: 08-7938-2688
team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
Bike: ทัวริ่ง Trek 470
ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
ติดต่อ:

Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

โพสต์ โดย พิงธรรม์ »

เราถึงชะลองซักเกือบจะเที่ยง ไม่ทันเหนื่อยด้วยเส้นทางเป็นทางราบ และได้รับความเย็นทั้งทางสายตาด้วยรอบข้างเป็นพื้นที่เพาะปลูก มองทุกแห่งสีเขียวสบายตา ความเย็นจากการปั่นเลียบลำโขง ความเย็นใจจากการปั่นในถิ่นอยู่ของชาวบ้าน

ต่างจากการปั่นสองวันที่ผ่านมา ที่ปั่นในถนนที่ตัดผ่านพื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีบ้านผู้คนให้เย็นใจ ที่มีอยู่ก็ดูเหมือนจะแร้นแค้นกันดาร เจอแต่ลานตากมันสำปะหลังข้างไหล่ทางหรือตากกันดื้อๆบนถนน จะหาพื้นที่ที่เป็นท้องนาไม่มีเลย

เข้าใจว่าอาจารย์ชอบคงจะนึกชอบเส้นทางเลียบริมโขงที่เราปั่น ตามที่เล่าตามแผนที่ผมดูจากแผนที่ เมื่อถึงชะลองเราควรจะพัก แต่เอาจริงๆมาถึงชะลองมันก็ไม่เหนื่อย เพราะเราปั่นกันแบบสบายๆ

อาจารย์ชอบก็อยากจะปั่นต่อ จะปั่นต่อในเส้นทางไหนดี เป็นเรื่องที่เราถก

ผมบอกอาจารย์ชอบ ตามข้อมูลทั้งที่ดูจากเน็ตอ่านจากฝรั่งเขียน กะที่คุยกะชาวบ้านด้วยกันเมื่อเช้านี้ เส้นทางปั่นเลียบริมโขงยังเป็นทางดิน หากจะเอาทางราดยางต้องเลือกไปทางอ้อมย้วยลงล่างไปกำปงจาม

น่าจะด้วยเหตุผลที่เราปั่นเลียบทางลำโขงในตอนเช้านั้นสบายเหลือ ทั้งอาจารย์ชอบกลัวจะเจอทางราดยางที่หมดสภาพด้วยน้ำท่วม แบบที่เราเจอ...ช่วงนั่งรถขนควายเป็นตัวช่วยเข้าเมืองกาเจ๊ะ ผมยังแกล้งพูดแหย่อาจารย์ชอบ จะทำยังไง...หากเจอทางลำบากโหดเหลือ อาจจะไม่มีรถเทวดาเป็นตัวช่วยนะอาจารย์

"ไม่มีตัวช่วยก็จะไป" อาจารย์ชอบยืนยัน

ก็ไปกันครับ ไปกันต่อ ในแผนที่จะเห็นเส้นทางที่เราจะไปต่อ ทางเลียบลำโขง เส้นทางหมายเลข ๓๐๘ สู่ Roka Khnaor ...โรกา คะนอ จากชะลองไปถึงโรกา คะนอ ก็ไม่น่าจะเกิน ๔๐ กิโลเมตร

เราอยู่ที่ชะลองประมาณเที่ยง ยังไม่หิว ก็ปั่นกันต่อไป
แก้ไขล่าสุดโดย พิงธรรม์ เมื่อ 31 พ.ค. 2012, 12:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง


Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”