bobbagum เขียน:จดสิทธิบัตรแล้วมันต้องเปิดเผยรายละเอียดไม่ใช่เหรอครับ คนอื่นจะได้รู้และทำให้ไม่เหมือน
ไม่ได้จะเกรียนนะครับ แต่สงสัยจริงๆว่าที่ประดิษฐ์มานี้มันแก้ปัญหาอะไรหรือดีกว่าของเดิมๆที่มีขายอยู่ด้่านใหนบ้าง
ขอตอบปัญหาเชาวน์จากคุณนะครับ (ตามการวิเคราะห์ปัญหาของผมเอง

)
ข้อ 1) จดสิทธิบัตรแล้วมันต้องเปิดเผยรายละเอียดไม่ใช่เหรอครับ คนอื่นจะได้รู้และทำให้ไม่เหมือน
การจดสิทธิบัตร ไม่ได้หมายความว่า ผมจะต้องเปิดเผยรายละเอียดให้ท่านทราบนี่ครับ (อยากรู้ ก็ข้ามไปเรื่องซื้อ-ขายสิทธิบัตรจากผม ไปเลยละกันนะครับ

) เพราะมันก็มีอะไรบางอย่างที่บอกไม่ได้ว่าทำอย่างไร เช่น cannondale อาจจะบอกมิติของรถได้ แบบมุมกี่องศา ท่อบน ท่อล่างยาวเท่าไร แต่ก็ไม่ได้บอกสเปกของท่อ, วิธีการเชื่อม, วิธีการทำ, วิธีการพ่นสี, ใช้สีอะไร, ได้แต่บอกแค่คร่าว ๆ ว่าเชื่อมแล้วขัด ทำนองนี้

ไม่อย่างนั้น cannondale, apple, ฯลฯ ก็คงเจ๊งไปนานแล้วครับ... (อ้างอิง
http://www.cannondale.com/tha/2012/bike ... sh-3-20610)
ข้อ 2) สงสัยจริงๆว่าที่ประดิษฐ์มานี้มันแก้ปัญหาอะไรหรือดีกว่าของเดิมๆที่มีขายอยู่ด้่านไหนบ้าง
สตั๊ดของผมทำขึ้นจาก สแตนเลส เกรดสูง (งาน handmade) ดังนั้น
2.1) มีทนทานกว่าวัสดุพลาสติกที่มีขายตามท้องตลาดแน่นอนครับ (ผมกะจะรับประกันตลอดชีพ เสียด้วยซ้ำ)
2.2) ลูกค้าสามารถสั่งยิงเลเซอร์โลโก้บริเวณหัวปุ่มได้ ตามความต้องการของลูกค้า (option เสริม)
2.3) สามารถใส่กับรองเท้าจักรยานเสือภูเขาส่วนใหญ่ได้ โดยไม่เกิดปัญหาเรื่องหัวน็อตใหญ่เกินไป
2.4) สามารถถอดใส่ได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ (ใช้แค่ประแจที่มีทั่วไปก็พอ)
2.5) มีซีลยาง ที่ช่วยกันน้ำเข้ารูน็อตได้ บรรเทาปัญหา เรื่องรูเป็นสนิม และไม่ทำอันตรายต่อพื้นรองเท้า (ไม่มีรอบขีดหรือ
บาดพื้นรองเท้า)
2.6) มีความสูงของตัวปุ่มที่ยาวกว่าสตั๊ดฟุตบอลทั่วไปเล็กน้อย (สตั๊ดฟุตบอล ถ้านำมาใส่หัวมันจะเลยพื้นรองเท้ามานิด
เดียว และความกว้างของฐานปุ่มจะใหญ่กว่าพื้นที่ที่สามารถใส่ได้ ดังนั้นจึงต้องยัดเล็กน้อย) ก็ทำให้จิกพื้นได้ดีขึ้น
2.7) สตั๊ดเหล็ก หรือโลหะอื่น ๆ หาซื้อได้ยากมาก เหตุผลที่หายาก ผมคิดว่าสนามฟุตบอลบางสนามไม่อนุญาติให้ใช้สตั๊ดเหล็กดังนั้นจึงไม่เป็นที่นิยม (อ้างอิง
http://www.futsalparkbangkok.com/03.html และ
http://www.7aside.in.th/rule.html)
ก็มีดีตั้ง 7 ข้อแล้วนะครับ สนใจสั่งทำเลยสักชุดไหมครับ

(แต่ข้อเสีย ก็คือ ราคาแพงมากครับ เพราะไม่ได้ผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทำได้จำนวนน้อย)
ส่วนรายละเอียดของสิทธิบัตร เชิญศึกษาด้านล่างเลยครับ
ข้อความอ้างอิงตอนหนึ่งจาก
http://incquity.com/articles/grow-your- ... ty-process มีดังนี้
การจดสิทธิบัตรถือเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเกิดการคิดค้นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ๆที่จะนำมาใช้ประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์ เพราะการมีสิทธิบัตรจะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทผู้ประกอบการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายและไม่ถูกละเมิดในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นการทำซ้ำหรือทำของปลอมลอกเลียนแบบออกมาขายไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ และถือว่าการจดสิทธิบัตรนั้นเป็นการบอกต่อสาธารณชนให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นดังกล่าวนั้นมีเจ้าของซึ่งถือเป็นการยกย่องให้เครดิตผู้ที่ทำการประดิษฐ์คิดค้นอีกทางหนึ่งเช่นกัน
นอกจากนี้ยังสามารถสร้างมูลค่าให้กับทางสิ่งประดิษฐ์ที่จะกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมจนมีผู้สนใจที่จะซื้อสูตรวิธีการประดิษฐ์จะต้องเข้ามาขอซื้อตามกฎหมายไม่สามารถขโมยหรือลอกไปใช้ได้เลย ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นข้อคุ้มครองทางกฎหมายที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการประกอบธุรกิจ
รายละเอียดจาก
http://home.kku.ac.th/patent/type.htm มีดังนี้
สิทธิบัตร
สิทธิบัตร เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวทุก คนมากที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่าสิทธิบัตร
เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุก ๆ คน คือ สิ่งของหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันล้วนแล้วแต่
่เป็นผลที่ได้จากการประดิษฐ์คิดค้นทั้งสิ้น เช่น การพัฒนาเกี่ยวกับผงซักฟอกซึ่งปัจจุบันเป็นผงซักฟอกชนิด
เข้มข้นและมีประสิทธิภาพในการซักล้างสูง เป็นต้น ดังนั้น สิทธิบัตรจึงมีส่วนช่วยทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์
์มีความสะดวกสบาย และมีความปลอดภัยมากขึ้น
สิทธิบัตร คืออะไร
สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หรือผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด
- การประดิษฐ์ คือ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะ องค์ประกอบ
โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต การรักษา
หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นหรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์
ขึ้นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม
- สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ คือเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีใช้แพร่หลายในประเทศ หรือยังไม่เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดก่อนวันขอรับสิทธิบัตร หรือไม่คล้าย
กับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว เพื่ออุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม
ตัวอย่างสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
ผลงานหรือสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้จะต้องมีลักษณะดังนี้
1. เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่
2. เป็นการประดิษฐ์มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น
3. เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือหัตถกรรมได้
กรณีที่เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์จะขอรับสิทธิได้ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรม
หรือหัตถกรรม คือ เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีใช้แพร่หลายในประเทศ ซึ่งรวมถึงการขายด้วยหรือยัง
ไม่่เคยเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร หรือไม่คล้ายกับแบบ
ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว
สิ่งที่จดสิทธิบัตรไม่ได้ ได้แก่
1.จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดที่ได้
จากสัตว์และพืช ซึ่งถือเป็นการค้นพบเท่านั้น แต่ในกรณีที่นำไปผสมกับสารหรือส่วนประกอบอื่น
สามารถที่จะขอจดสิทธิบัตรได้
2.กฎเกณฑ์และทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
3.ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
4.วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์
5.การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน
ตัวอย่าง สิ่งประดิษฐ์ของคนไทย ที่จดสิทธิบัตรและทำขายเพื่อเชิงพาณิชย์แล้วอีกเจ้านึงครับ (ซึ่งเขาก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายอะเอียด ถึงขั้นต้องบอกให้รู้ว่าต้องทำยังไง ยาวเท่าไร มิติเท่าไรหรอกนะ) แค่ไม่ทำให้แบบเหมือนกันก็พอครับ
จาก
http://www.mitsu-champ.com/forums/lofiv ... 10474.html และ
http://www.lumheader.com/
แต่ถ้าอยากรู้จริง ๆ นี่เลยครับ...กรมทรัพย์สินทางปัญญา
http://www.ipthailand.go.th/ipthailand/
โทร สายด่วน 1368 ครับ
ขอบคุณสำหรับคำถาม และคำติชม ครับ ผมจะได้นำไปพัฒนาต่อไปครับ
กิตติพล จันทวงศาทร(เหน่ง)
...ปั่นแล้วเหนื่อย...