ArtKorat เขียน:แสดงว่าของเราประมาณ 110กิโลเมตร เดี๋ยวคงหาเวลาปั่นจับระยะทางจริงๆของเส้นบายพาสอีกครั้งจะได้รู้ว่ากี่กิโลเมตร จะแจ้งให้เพื่อนๆทราบอีกครั้งครับ
โดยหลักการแล้วผมคงจะปั่นตั้งเป้ากันที่4ชั่วโมง จากนั้นรอบเสริมคงจะไปขอเค้าว่ายอมหรือเปล่า ถ้าให้ก็จะได้มาอีกประมาณ50กิโลเมตร กรุงเทพฯล่อไป60000กิโลเมตรเราจะสู้เค้าได้นี่ต้องเข็นเต็มที่เลย
ถ้าเอาโจทย์ตัวเลขของกทม.ตั้ง เพื่อลบสถิติ ที่ 60001 กม. อย่างน้อยต้องหาคนปั่นให้ได้ 546 คนที่คนละ 110 กม.ตามที่สำรวจ
ทำไมที่กทม. ได้ระยะทางสะสมมากขนาดนั้น... ความเข้าใจของผม ก็เพราะเขาเอาคนเข้าร่วมมาก ระยะทางพอประมาณ เฉลี่ยคนละประมาณ 37 กม. อยู่ในวิสัยที่ชาวบ้านร้านถิ่นที่มีจิตอาสาที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมสามารถทำได้โดยไม่ต้อง...ขืน/ฝืน...สังขารคือร่างกาย กับ จิตใจมากไป...
ไม่ต้องมากหรอกครับ แค่ 50 กม. ก็ประมาณว่า...สีคิ้ว หรือไป-กลับ สูงเนิน...ลองชวนคนทั่วไปเล่นๆให้ไปปั่นกันดู ถ้าลองถามสัก 10 คนจะมีคนตอบที่จะไปสักกี่คน ผมยังสงสัยอยู่เหมือนกันนะครับ
ส่วนความเห็นสุดท้ายของ..ต้น..ที่ว่าดีที่จะได้ระยะเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง...ต้น ขาดไปอีกวรรคหนึ่งครับที่อาหมอขออนุญาตเสริม(เหมือนเช่นเคย) คือ...สำหรับขาแรง...
ทุกปัญหา..แก้ได้ด้วยการ(บริหาร)จัดการ..แต่ก่อนที่จะจัดการต้องตอบโจทย์พื้นฐานให้ได้ก่อนว่า...เพื่อใคร (นั่นก็คือ ส่วนน้อย หรือ ส่วนใหญ่) นั่นเอง ขออนุญาตฝากไว้อีกครั้ง ลองคิดหาวิธีกันใหม่ดีไหม
ขอแถมเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะขำแบบหักมุมหรือไม่...ทำไมถึงเป็นนมรสสตรอเบอร์รี่...
ประมาณอาทิตย์สุดท้ายของการเรียนภาคต้นของหลานชายของผมที่โรงเรียนหลวงแห่งหนึ่ง ก่อนรับกลับบ้านส่วนมากจะกลับเป็นคนสุดท้าย คุณครูประจำชั้นรีบกุลีกุจอยื่นนมมาให้ผม 1 ถุงใหญ่ ผมตอบปฏิเสธเพราะเห็นว่าเป็นโครงการนมโรงเรียน ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ยังต้องการมากกว่าหลานขอผมนะครับคุณครู
คำตอบที่ทำให้ผม..อึ้ง..ไปนิดหนึ่งคือ นมรสสตรอเบอร์รี่นี้เป็นรสที่เด็กๆเขาไม่ชอบกัน วันนี้มันถึงเหลือเยอะแยะอย่างที่เห็น ให้เอากลับบ้านก็ไม่เอา (น่าจะขี้เกียจแบกกลับไป เพราะเอากลับไปก็ไม่กิน) ผมจึงรับมา แล้วก็เอาไปให้เด็กๆแถวหนองพลวง บ้านภรรยาครับ...
