"คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
"คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885
- SENG9
- ขาประจำ
- โพสต์: 2294
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2008, 20:44
- Tel: 0859225888
- team: O2 MAX ขาโหด
- Bike: Conago C50 Connondale slice trek8500 KHS team พับน้อง DA
- ลุงแซม
- ขาประจำ
- โพสต์: 10296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:13
- team: ดอนเมือง รวมมิตร
- Bike: KHS alite 4000
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
สวัสดีครับ พี่จารึก เฮีย SENG9 และทุกท่าน เข้ามาติดตามอ่านของดีมีราคาครับ
-
เสือบุฤาษี
- ขาประจำ
- โพสต์: 707
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2010, 15:02
- team: ชมรมจักรยานอำเภอสังขะ
- Bike: specialized
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ

09 / 02 / 2012 .........Ubon Ratchathani & Thailand > Xongmek > Pakxe & Laos
10 / 02 / 2012..........Pakxe > ใช้เส้น Wat Phou(ถนนตัดใหม่เลียบโขง) > Champasak > ข้ามเรือ > ใช้เส้น 13 S > บ้านพักหลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon)
11 / 02 / 2012..........หลัก 47 > Nakasang > ข้ามเรือ > DonDet > DonKhon
12 / 02 / 2012..........DonKhon > Dolphin > Li Phi Falls
13 / 02 / 2012..........DonKhon > ข้ามเรือ > Nakasang > Khone Phapheng Falls > Veun Kham > Dong Calor > To Strung Treng & Cambodia
14 / 02 / 2012..........Strung Treng > ใช้เส้นหมายเลข 7 > Kratie
15 / 02 / 2012..........Kratie > เลียบโขง > Chhlong > Roka Khnaor
16 / 02 / 2012..........Roka Khnaor > ข้ามเรือ > Stung Trong > Spueu
17 / 02 / 2012..........Spueu > ใช้เส้นหมายเลข 6 > Kompong Thom > Stoung
18 / 02 / 2012..........Stoung > Siem Reap
19 / 02 / 2012..........Siem Reap > Angkor Wat
20 / 02 / 2012..........Siem Reap > Sisophon (Banteay Meanchey)
21 / 02 / 2012..........Sisophon > Poipet > Aranyaprathat & Thailand
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
09 / 02 / 2012 .........Ubon Ratchathani & Thailand > Xongmek > Pakxe & Laos
10 / 02 / 2012..........Pakxe > ใช้เส้น Wat Phou(ถนนตัดใหม่เลียบโขง) > Champasak > ข้ามเรือ > ใช้เส้น 13 S > บ้านพักหลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon)

11 / 02 / 2012..........หลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon) > Nakasang > ข้ามเรือ > DonDet > DonKhon
12 / 02 / 2012..........DonKhon > Dolphin > Li Phi Falls

13 / 02 / 2012..........DonKhon > ข้ามเรือ > Nakasang > Khone Phapheng Falls > Veun Kham > Dong Calor > To Strung Treng & Cambodia
14 / 02 / 2012..........Strung Treng > ใช้เส้นหมายเลข 7 > Kratie
15 / 02 / 2012..........Kratie > เลียบโขง > Chhlong > Roka Khnaor
16 / 02 / 2012..........Roka Khnaor > ข้ามเรือ > Stung Trong > Spueu
17 / 02 / 2012..........Spueu > ใช้เส้นหมายเลข 6 > Kompong Thom > Stoung

18 / 02 / 2012..........Stoung > Siem Reap
19 / 02 / 2012..........Siem Reap > Angkor Wat
20 / 02 / 2012..........Siem Reap > Sisophon (Banteay Meanchey)
21 / 02 / 2012..........Sisophon > Poipet > Aranyaprathat & Thailand

http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=6964 
10 / 02 / 2012..........Pakxe > ใช้เส้น Wat Phou(ถนนตัดใหม่เลียบโขง) > Champasak > ข้ามเรือ > ใช้เส้น 13 S > บ้านพักหลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon)

11 / 02 / 2012..........หลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon) > Nakasang > ข้ามเรือ > DonDet > DonKhon
12 / 02 / 2012..........DonKhon > Dolphin > Li Phi Falls

13 / 02 / 2012..........DonKhon > ข้ามเรือ > Nakasang > Khone Phapheng Falls > Veun Kham > Dong Calor > To Strung Treng & Cambodia
14 / 02 / 2012..........Strung Treng > ใช้เส้นหมายเลข 7 > Kratie
15 / 02 / 2012..........Kratie > เลียบโขง > Chhlong > Roka Khnaor
16 / 02 / 2012..........Roka Khnaor > ข้ามเรือ > Stung Trong > Spueu
17 / 02 / 2012..........Spueu > ใช้เส้นหมายเลข 6 > Kompong Thom > Stoung

18 / 02 / 2012..........Stoung > Siem Reap
19 / 02 / 2012..........Siem Reap > Angkor Wat
20 / 02 / 2012..........Siem Reap > Sisophon (Banteay Meanchey)
21 / 02 / 2012..........Sisophon > Poipet > Aranyaprathat & Thailand

อ่านต่อพิงธรรม์ เขียน:
จองปูบทนำ
ขอแปะลิ้งค์แผนที่เขมร ไว้ดูคั่นเวลาก่อนนะครับ
http://farm7.static.flickr.com/6201/609 ... 4a1c_o.jpg
ส่วนแผนที่จริงที่ผมใช้ ต้องขอบคุณแผนที่ The Rough Guide to Vietnam, Laos & Cambodia
http://www.amazon.com/Rough-Vietnam-Cam ... roduct_top
เป็นแผนที่ๆอาจารย์ชอบท่านหาซื้อได้ที่อุบล ท่านได้หาซื้อมาสามสี่ปีแล้ว ในยุคที่ท่านไปเที่ยวต่างแดนกะผม และมักจะผลัดหลงกันประจำ จนสุดท้ายท่านลงทุนซื้อแผนที่ฉบับนี้ ซึ่งครั้งแรกที่ผมเห็น...แหมสุดอิจฉาท่านที่ท่านได้ของดี ผมตระเวณหาตามร้านขายในเมืองกรุงไม่ยักกะเจอ
ขอยืนยันครับ เป็นแผนที่ๆดีจริง ท่านใดชอบตะลุยปั่นเที่ยวเวียดนาม ลาว เขมร มีฉบับนี้รับรองไม่ผิดหวัง
การปั่นเที่ยวของผมกะคณะครั้งนี้ จากที่ไม่ได้ศึกษาเส้นทางหรือค้นอินเตอร์เน็ตก่อนเดินทางเลย เดินทางจริงกางแผนที่ฉบับนี้ปุ๊บ รู้เลยครับว่าจะเลือกเส้นทางยังไง ด้วยคนทำเขาให้ข้อมูลพอควรแบบค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ว่าลักษณะของถนนที่จะเลือก บอกที่พักตามเส้นทาง
ในการปั่นเข้าพักที่โรมา คะนอ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แผนที่แสดงว่ามีเกสท์เฮ้า ก็อุตส่าห์มีเกสท์เฮ้าตรงตามแผนที่บอก แต่เป็นเกสท์เฮ้าแบบมีเล้าเป็ดเล้าไก้เลี้ยงอยู่ในบ้าน ใต้เตียงนอนห้องผมยังมีกระจาดเก็บไข่เป็ดเต็มอยู่สองจาด![]()
![]()
ผมเองเพิ่งค้นแหล่งซื้อจากอเมซอน จุดประสงค์เพื่อเอามาแนะนำต่อในโพสนี้ และส่วนตัวต้องหาซื้อเก็บมาใช้ให้ได้ครับ![]()
-------------
ทริปปั่นเที่ยวเขมร ของคณะพูเฒ่าคนเกษียณ เกิดจากความปากไวของใครก็ไม่รู้ ชวนพรรคพวกปั่นส่งอาจารย์ชอบกลับอุบล จากงานเลี้ยงสังสรรค์ปิดทริปคนเกษียณครั้งที่สอง ที่วังกระทะ ในพื้นที่ใกล้กับเขาใหญ่ (เขียนแบบนี้...แปลว่าคนเขียนก็ไม่รู้ว่าวังกระทะมันอยู่ในท้องที่ไหนครับ พระคุณท่าน)![]()
![]()
คณะที่ปั่นไปส่งอาจารย์ชอบ มีเฮียเม้ง ซึ่งท่านต้องปั่นกลับบ้านที่วารินทร์ชำราบอยู่แล้ว น้าตู่และผม รวมสี่คน ปั่นถึงอุบลนอนบ้านอาจารย์ชอบ ผมก็เกิดติดลม ความจริงตอนแพ็คของลงกระเป๋า เครื่องมันก็ติดมาจากกรุงเทพแล้วครับ โดยยัดเสื้อกันหนาว อุปกรณ์กันหนาวเพียบ แต่ไม่รู้จะไปไหน แค่นั้นเอง
นอนบ้านอาจารย์ชอบ ก็ออกปากถามอาจารย์ชอบ ขอดูแผนที่ฉบับที่แนะนำในตอนต้น ดูเส้นทางกันคร่าวๆก็บอกสรุปกัน ไปเขมรดีกว่า...ดีกว่านอนเกาสะดืออยู่กะบ้าน
ครับก็โทรตามพี่สิงขร ด้วยพี่สิงขรกับผมมีพันธะทางใจ พี่สิงขรเคยออกปากไว้จะเดินทางต่างแดนช่วยบอกด้วย ส่วนบอกแล้วจะไปหรือไม่เป็นสิทธิตัดสินใจของพี่เขา
พี่สิงขรก็มาครับ นั่งรถไฟมาสมทบกันที่อุบล นอนบ้านอาจารย์ชอบหนึ่งคืน
ตื่นเช้าวันที่ ๘ มีนาคม ก็เตรียมตัวการเดินทาง การเตรียมตัวของผมก็อีหรอบเดิม ด้วยอุปกรณ์ติดรถมันเป็นเกรดต่ำสุด แถมอะไหล่ก็เป็นของจีนเกือบหมดแล้ว...พวกดุมล้อเรียงเม็ดเปลือยไม่กันน้ำหรือกันฝุ่น ก็รื้อดุมล้อทั้งหน้าหลัง มาตรวจสำรวจลงจารบีกันใหม่ ยางล้อหน้าหลังก็ได้ชุดใหม่จากคุณหมอ ล้อหน้าลุยดินลุยทางเรียบกว้าง ๑.๗๕ ล้อหลังลายเดียวกันกะล้อหน้าแต่หน้ากว้างกว่า เป็นขนาด ๑.๙๕
เข้าตัวเมืองอุบลแวะไปหาซื้อโซ่เส้นใหม่ เกิดมาก็เพิ่งเคยใช้โซ่ราคาแพงสุดของกระผมในทริปนี้ เส้นละ ๖๐๐ บาท จากที่เคยใช้แค่ไม่เกินสามร้อย![]()
![]()
งานยากอีกอย่างที่ใช้เวลามาก ก็คือเอาเงินไทยไปแลกเป็นดอลล่าไอ้กัน กะจะปั่นในลาวสามวัน กันเงินไทยใช้ในลาวคนละสองพันบาท
กะจะปั่นในเขมรไม่น่าเกิน ๘ วัน ตอนนั้นใช้วิธีเอาหัวแม่มือกะนิ้วชี้กางเป็นวงเวียนวัดระยะเส้นทางจากแผนที่ กะวันปั่นโดยคร่าวๆ บอกอาจารย์ชอบให้ท่านตายใจ จะพาท่านห่างไกลจากบ้านเด็ก...เอ้ยยย...บ้านเกิด ปั่นออกจากช่องเม็กเข้าลาวทะลุเขมรกลับไทยที่อรัญ ก็ไม่น่าจะเกิน ๑๔ วัน ประมาณนั้น
ครับ ก็กะจะต้องใช้เงินในเขมรซักคนละ สามสี่พันบาท แล้วแต่ใครจะคิดใช้จ่ายกันยังไง แต่ผมกะ...แบบส่งเดช เพียงแต่ประเมินแบบนึกๆเอา คนเขมรนั้นจนกว่าเรานะ ค่าครองชีพคือค่ากินอยู่ก็ย่อมจะถูกกว่าการกินอยู่ในเมืองไทย
อาจารย์ชอบกะพี่วรเทพท่านแลกเงินบาทเป็นดอลล่าไอ้กัน แบบเอาเซฟแลกกันคนละ ๔,๐๐๐.๐๐ บาท ผมกะพี่สิงขรแลกไปคนละ ๓,๐๐๐.๐๐ บาท ส่วนน้าตู่ของผมคิดจะมีค่าใช้จ่ายส่วนพิเศษ เลยเตรียมไป ๕,๐๐๐.๐๐บาท ค่าใช้จ่ายส่วนพิเศษของน้าตู้ น้าแกไปใช้ในเรื่องอะไร แกไม่ให้ผมบอกใครคร้าบบบ![]()
![]()
![]()
เหตุที่เข้าลาว เราพกบาท นั้นเพราะเที่ยวจนชำนาญครับ เข้าลาวพกบาทไปก็ไม่เดือดร้อน แต่พวกผมพอเข้าลาวแล้วเราก็ไปแลกกีบที่ด่านลาว
ที่ด่านลาว ตรงช่องเม็ก เดี๋ยวนี้ใหญ่โตเป็นด่านอินเตอร์เต็มตัว ชั่วแป้บเดียวที่ผมไปกะเฮียเซ้งครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปีก่อน ไปครั้งนี้มีธนาคารของลาว อยู่ฝั่งตรงข้ามกะที่ทำการตีตราพาสปอร์ตลาว ทั้งเงินกีบและดอลล่าไอ้กัน แลกตรงนี่สะดวกครับ
พวกผมเสียอีก เสียท่า เสียเวลาตระเวณหาแหล่งแลกเงินบาทเป็นดอลล่าร์ไอ้กัน อยู่กว่าสามชั่วโมงในอุบล เหตุที่ต้องเดือดร้อนคือ ผมพอรู้มาบ้างเที่ยวเขมรในชนบทพกดอลล่าร์ไอ้กันเป็นแบบใบเล็กคือแบ้งค์ละหนึ่งดอลฯไปให้มาก เป็นดีสุด
แต่ที่แลกในเมืองอุบลดันได้เป็นใบละ ๑๐๐ ดอลฯ เอาไปใช้ยาก เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ให้ตกก่อนเข้าเขมรครับ
ปัญหานี้ตอบง่าย ตอนเข้าด่านลาวที่ช่องเม็ก ผมโทรไปสอบถามคุณพนม ที่พี่ธานินทร์ ๙๙ กรุณาให้เบอร์เอาไว้แถมสั่งติดขัดอะไรก็โทรสอบถามคุณพนม ผมถามคุณพนมจะหาที่แลกใบดอลล่าไอ้กันใบละร้อย เป็นใบย่อยได้ที่ไหน
คุณพนมตอบ ที่สะดวกก็แบ้งค์หน้าด่านที่ผมเขียนเมือ่ซักครู่นั้นละครับ
เขียนเสียยาว สรุปโดยสั้น เข้าลาวที่ช่องเม็ก เอาบาทไทยไปแลกทุกสกุลได้สะดวกตรงนี้ครับ ไม่ต้องเสียเวลาเช่นพวกผม
-----------
เขียนเสียให้จบเรื่องเงินทองเสียตรงนี้ แบบเอาความแต่อาจไม่สลวยในการเขียน เรื่องสำคัญเรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย แต่ละคนเตรียมไปพอใช้ครับ ส่วนตัวผม แลกไทยเป็นกีบสองพันบาท อยู่ในลาวสี่วัน เหลือเงินพันกว่า แลกไทยเป็นดอลสามพันบาท ไปเที่ยวเขมรกลับออกมาเหลือดอลกลับบ้าน ๒๐ ดอลฯ
เที่ยวครั้งนี้ เอาเงินไปห้าพัน ปั่นเที่ยวสามประเทศ ในไทยที่อุบลอาจารย์ชอบและพี่ตุ๋ยเป็นเจ้าภาพ ไม่ได้จ่ายตังค์ซักกระแด๊ะ เข้าลาวสามวัน เที่ยวเขมรแปดเก้าวัน หมดเงินรวมไม่ถึงสี่พัน แหมสุขี...ชีวิตมีสุข...สุขภาพแข็งแรง ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...![]()
![]()
![]()
----------
ครับ ตื่นเช้าวันพฤหัสที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ก็ได้ยัยน้อง ลูกสาวของอาจารย์ชอบขับรถกระบะเอาพวกเราห้าคน มีอาจารย์ชอบ พี่วรเทพ พี่สิงขร น้าตู่และผม มาปล่อยทิ้งที่หน้าที่ทำการด่านช่องเม็กตอนเลลาประมาณ ๘.๐๐ น. เตรียมลุยลาวใต้เพื่อเข้าเขมรที่เวินคาม แล้วละครับ
----------
พูดถึงปั่นเที่ยวลาวใต้ ช่วงปากเซ ลงเที่ยวถึงเวินคาม ผมนึกถึง"กระทู้ครู" เป็นกระทู้ที่ลุงเนตรเล่าเรื่องปั่นเที่ยวเส้นทางนี้ ผมหัดเล่นเน็ต หัดเปิดกระทู้อ่าน รู้จักไทยเอ็มทีบี ก็จาก"กระทู้ครู" ชิ้นนี้
ตอนนั้น...คงจะเกือบหกปีแล้วละครับ ผมปั่นเดี่ยวโต๋เต๋ลงมาจากเวียงจันท์ ลงลาวใต้ จากช่วงแรกที่นั่งเรือขนสินค้าจีนไปเชียงรุ้งกับ"ลูกพี่ผม" พี่ไพศาล แล้วปั่นกันลงมาจากเชียงรุ้ง ผมส่งพี่ไพศาลเข้าไทยที่หนองคาย แล้วลองหัดปั่นเดี่ยวต่างแดนเป็นครั้งแรก
หัดเปิดเน็ตดูข้อมูลครั้งแรก ก็ไปนั่งหัดเปิดที่โรงแรมที่พักเมืองปากเซ แหมยุคนั้นค่าเน็ตแพงเอาเรื่อง ได้"กระทู้ครู" ของลุงเนตรกระทู้นี่ละครับ เป็นเครื่องมือพาเที่ยวปั่นปากเซ ดอนคอน ดอนเดช คอนพะเพ็ง
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 3943&st=31
และในระหว่างที่ผมนั่งเขียนคุยหาข้อมูลการปั่นครั้งนั้นที่ปากเซ นอกจากอ่านกระทู้ครูของลุงเนตร ก็ได้พี่ธานินทร์๙๙ ช่วยตอบคำถามผมที่เขียนถามและตอบแบบสดๆลงกระดาน รวมทั้งพี่ธานินทร์๙๙ ยังช่วยหาแผนที่มาแปะให้ผมรู้จักวิธีปั่นเที่ยวแถวนี้ ในครั้งนู้นนนน ยังนึกถึงอยู่เสมอเลยครับ
ถัดจากนั้นซักปีสองปี ก็รวมกลุ่มคณะไม้ค้ำตะวัน ปั่นไปเยือนซ้ำ ได้คุณพัลลภและอีกหลายท่านช่วยเขียนบันทึกเอาไว้
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 5714&st=91
ก็ได้อ่านชื่นหัวใจในภายหลังถึงวันนี้
ปั่นเที่ยวครั้งนี้ก็เหมือนได้ไปเยือนที่เก่า ที่เดียวกันแต่บรรยากาศเริ่มต่างกัน ตรงความพลุกพล่าน ส่วนน้ำใจผู้คน...คนพื้นที่ยังค่อนข้างจะเหมือนเดิม
แก้ไขล่าสุดโดย ตู่ 87 เมื่อ 03 มี.ค. 2012, 21:58, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
09 / 02 / 2012 .........Ubon Ratchathani & Thailand > Xongmek > Pakxe & Laos

พิงธรรม์ เขียน:
เล่าช่วงปั่นในลาว จากช่องเม็ก ปากเซ จำปาสัก ดอนเดช คอนพะเพ็ง ออกด่านลาว/กัมพูชา ที่เวินคาม/ดอง กะลอ
๑ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ปั่นจากช่องเม็ก ไปนอนที่ปากเซ ระยะปั่นประมาณ ๔๕ กิโลเมตร
ที่ช่องเม็ก ด่านด้านฝั่งไทยทำงานระบบสากลเต็มตัว ไม่ได้สอบถามอะไรจุกกจิก แถมเจ้าหน้าที่ทำหน้าใจดียิ้มแย้มรับและส่งคืนพาสปอร์ตที่ตีตราเสร็จคืนให้เรา
เสร็จขั้นตอนฝั่งไทย ก็ปั่นจักรยานเข้าแดนลาว ยุคก่อนช่วงระหว่างด่านเข้าออกของสองประเทศ ตามประสบการณ์เก่าๆของผม เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดไม่ให้ปั่นจักรยานต้องจูงหรือเข็นลูกเดียว
พอจัดการเรื่องพาสปอร์ตฝั่งไทยจบ ผมก็ทำตัวเก้งก้างอยู่พักนึง ทำนองว่าจะเข็นไปถึงด่านลาวดีหรือปั่นไป เลือกเอาวิธีปั่นครับ เพราะขืนเข็นมันคงแย่เพราะไกลโข ด่านสองด่านห่างกันเกือบสองร้อยเมตร
ปั่นฉิวไป ไม่เห็นมีใครห้าม ก็แหม...ในถนนเส้นเดียวกันของสองด่าน มันมีทั้งรถลากรถจูง รถเข็น แถมรถยนต์วิ่งผ่านช่องด่าน จะแถมปั่นจักรยานเพิ่มอีกซักคัน มันก็กลืน...ในความขวักไขว่บนเส้นผ่านโนแมนแลนด์
ด่านหลายแห่งระหว่างไทยลาว หรือลาวเวียด หรือเวียดจีน ที่เคยเล่น บางด่านตั้งห่างกันเป็นหลายกิโลเมตร เช่นตอนปั่นเข้าเดียนเบียนฟู ส่วนด่านจีนเวียดที่ลาวไกเล่นวางด่านดักกันคนละฟากแม่น้ำกว้าง ก็ไม่รู้ส่วนโนแมนแลนด์มันอยู่ตรงไหน บางด่านที่ว่า...โนแมนแลนด์มันถือเข้มงวดจริง ถึงขั้นมีเจ้าหน้าที่คอยตะโกนบอกห้ามปั่น...ต้องจูง แต่ยังดีที่โนแมนแลนด์มันเป็นระยะแค่ไม่ถึงยี่สิบก้าวเดิน ค่อยยังชั่ว![]()
แผนปั่นวันนี้ ปั่นไปพอถึงปากเซครับ โดยมีพี่ธานินทร์๙๙ ท่านอนุเคราะห์ติดต่อคุณพนม ผู้บริหารบริษัทลูกของบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ที่ดูแลโครงการลงทุนขุดแร่อลูมิเนียมในพื้นที่ลาวใต้ ชื่อ"บริษัทซีโนลาว อลูมิเนียม คอร์ปะเรชั่นจำกัด" รบกวนขอคุณพนม ให้คณะปั่นห้าคนเข้าพักในบ้านพักรับรองของบริษัท แหม...สุดสบายครับ
อาจารย์ชอบท่านปั่นเที่ยวช่องเม็ก ปากเซ และเมืองโขน บ่อยครั้งกับเพื่อนปั่นชาวอุบลราชธานี ท่านแนะนำหากไม่ติดใจที่จะเที่ยวเมืองปากเซ ให้จัดแผนปั่นเลือกเส้นทางปั่นจากช่องเม็ก ไปนอนจำปากสัก วันรุ่งขึ้นก็ปั่นถึงนากะสัง เพื่อข้ามเรือไปดอนเดช ได้ในสองวันจบ
งวดนี้...ผมขอเลือกปั่นไปนอนที่ปากเซก่อนครับ เรียกว่าตั้งใจไปรบกวนคุณพนมแบบดูลาดเลาก่อน ด้วยพี่ธานินทร์๙๙ บอกผมไว้หลายครั้งแล้ว ให้ลองใช้บริการเข้าพักในที่พักของบริษัทฯ ผมก็ถือโอกาสลองในครั้งนี้ ก็ถือโอกาสขอกวนพี่ธานินทร์๙๙ ในโอกาสหน้าที่จะต้องปั่นเข้าลาวใต้ โดยเฉพาะการปั่นไปอัตตปือ หรือสาละวัน ในครั้งหน้า
พูดค้างเรื่องด่านฝั่งไทยเราปฏิบัติงานตามหลักสากล พูดง่ายๆ...ยุคนี้ด่านบ้านเราไม่เรียกเงินค่าทำงานแล้วละครับ แต่กับด่านลาว มันไม่แน่ครับในแต่ละครั้งที่เจอไม่ค่อยจะเหมือนกัน งวดนี้อาจารย์ชอบไปยื่นพาสปอร์ตอีท่าไหนไม่รู้ หรือจะเป็นเพราะสมาชิกท่านอื่นฝากพาสปอร์ตให้อาจารย์ชอบถือไปยื่นรวมกัน ผมไปต่อคิวรออาจารย์ชอบตอนเจ้าหน้าที่ท่านตีตราเสร็จส่งคืนพาสปอร์ตให้อาจารย์ชอบเป็นปึกมีสี่เล่มของพวกเรา อาจารย์ชอบยื่นมือเปล่าจะไปรับ เจ้าหน้าที่ท่านก็หดมือดึงพาสปอร์ตกลับ พร้อมบอกจ่ายเงินก่อนจำนวน ๒๐๐ บาทไทย![]()
![]()
ผมทำเป็นไม่รู้จักอาจารย์ชอบ ไม่รู้จะเนียนหรือเปล่า ยื่นพาสปอร์ตลอดช่องกั้นให้ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านก็ตีตราเสร็จโดยเร็วแล้วยื่นให้ผม ไอ้ผมก็ดันเกิดภาวะสมองสั่งอโตเมติค ดันยื่นเงินห้าสิบบาทที่กำไว้พร้อมส่งไปก่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทวง ก็เลยไม่รู้หากเราไม่ยื่นตังค์ไป จะถูกทวงหรือเปล่า
ครับ...กับด่านลาวนี่เอาแน่ไม่ได้ครับ ว่าท่านจะเรียกเงินค่าทำงานหรือเปล่า พวกผมอุตส่าห์เลือกเดินทางวันทำงานปรกติแล้ว ประสบการณ์เก่าก็ไม่ต้องเสีย ยกว้นหากไปผ่านด่านลาววันหยุด เขามีค่าธรรมเนียมทำนองเป็นเงินช่วยค่าโอทีให้เขาครับ
ปั่นไปเที่ยวปากเซทุกครั้ง ผมจะต้องถือโอกาสแวะเข้าไปเที่ยวภายในวัด วัดเก่า...จำชื่อไม่ได้ อยู่ใกล้กับหัวโค้งของถนนที่จะขึ้นสะพานเล็กๆแคบๆ สะพานข้ามแม่น้ำ...อะไรวู้ยยย นึกชื่อไม่ออก อยู่ในใจกลางเมืองปากเซ เป็นสะพานที่แคบรถยนต์วิ่งไปได้แถวเดียว จึงต้องมีเจ้าที่คอยจัดการจราจรให้รถต้องหยุดรอการให้สัญญานข้ามไปด้วยไฟเขียวไฟแดง ที่สองฝั่งสะพาน
ผมเข้าไปเที่ยวในวัด เที่ยวหลายครั้งแล้ว หลังๆก็ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปดูศิลปการก่อสร้างหรอกครับ หากเป็นวันพระ ก็แน่นอนเลยได้ดูสาวลาวสวยๆ คนเฒ่าคนแก่ก็ทำท่าดูไปแบบได้พูดตีซี้หาช่องทางคุยคุยกะสาวๆที่คนแก่พามาเข้าวัดนะครับท่าน หากเป็นวันธรรมดาก็แค่กะเผื่อฟลุ๊ค เพราะคนเมืองปากเซหรือเมืองลาวที่ผมเคยเที่ยวยังนิยมเข้าวัดนำอาหารไปถวายพระทุกเช้าครับ![]()
![]()
แก้ไขล่าสุดโดย ตู่ 87 เมื่อ 03 มี.ค. 2012, 21:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
10 / 02 / 2012..........Pakxe > ใช้เส้น Wat Phou(ถนนตัดใหม่เลียบโขง) > Champasak > ข้ามเรือ > ใช้เส้น 13 S > บ้านพักหลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon)

http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7017 

พิงธรรม์ เขียน:
เล่าช่วงปั่นในลาว จากช่องเม็ก ปากเซ จำปาสัก ดอนเดช คอนพะเพ็ง ออกด่านลาว/กัมพูชา ที่เวินคาม/ดอง กะลอ
๒ ปั่นจากปากเซ ไปนอนแถวหลักกิโลเมตรที่ ๔๗ บ้านพักริมถนนสายปากเซ เมืองโขน
ปั่นเข้าปากเซงวดนี้ ผมได้ความรู้เส้นทางปั่นใหม่เอี่ยมจากตู่ เอ้ยยยย...น้าตู่
น้าตู่บอกผม นึกอยู่แล้วว่าผมมาส่งอาจารย์ชอบถึงอุบล น่าจะติดลมบนปั่นเข้าลาว น้าตู่ทำการบ้านไว้ล่วงหน้า หยิบพาสปอร์ตติดมือมาร่วมงานสังสรรค์ทริปคนแก่ เอ๊ยยย...คนเกษียณปิดทริปปั่นประเพณ๊ครั้งที่สองบ้านคุณหมอ พร้อมเก็บข้อมูลบอกผมระหว่างปั่นเข้าลาว น้าตู่บอกผม "อาจารย์...อาจารย์...เคยรู้หรือเปล่า ปั่นลาวใต้เที่ยว เขามีเส้นทางใหม่ตัดใหม่เอี่ยมราดยางมะตอย เลียบริมโขงฝั่งขวามือ ไม่ใช่เส้นทางหมายเลข 13S เส้นเก่าที่อยู่ด้านขวานะอาจารย์"
น้าตู่บอกผมปั่นเส้นใหม่ ท่าจะมันกว่า "ผมรับรอง" น้าตู่ว่า
ครับ หลังจากกินข้าว...รู้สึกจะกินเฝอเสียมากกว่าในเมืองปากเซ ก็ปั่นย้อนกลับข้ามโขงทางสะพานตัวที่ญี่ปุ่นสร้างให้
![]()
เส้นทางที่น้าตู่แนะ เมื่อวานเราปั่นผ่านมาแล้ว คือหากมาทางช่องเม็กก่อนถึงสะพานข้ามโขงที่จะเข้าปากเซซักหนึ่งกิโลเมตร จะเจอสามแยกใหญ่และใหม่เอี่ยม ครับนั่นละครับเส้นทางใหม่ ที่ผมเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเขาสร้างเสร็จแล้ว เป็นเส้นทางที่เลียบลำน้ำโขง น่าปั่นจริงๆดังน้าตู่ว่า![]()
![]()
เส้นทางนี้ใหม่เอี่ยมกริ๊กครับ สร้างเสร็จไปถึงเมืองจำปาสัก แถมเลยออกไปอีกหน่อยซักกว่าสิบกิโลเมตร
ระหว่างทางที่ปั่น คณะปั่นก็อาศัยบ้านชาวบ้านและร้านค้าที่เขาอยู่กันแต่โบราณริมโขงเป็นที่พักจัดการตั้งร้าน"กาละโต้"กัน ได้ความเย็นที่พัดผ่านน้ำโขงพัดคลายความร้อนออกจากตัว ปั่นจนถึงเมืองจำปาสักก็ถึงเวลาเที่ยงกินมื้อเที่ยง
แล้วขบวนหักหลังน้าตู่ก็เกิดขึ้น ก็โถ...น้าตู่มากับใครไมมา ดันมากะคณะคนแก่ น้าตู่อยากปั่นไปเที่ยววัดพู ก็ไม่มีใครห้ามน้าตู่ครับ แต่อย่างเดียว น้าตู่(มึง)ไปคนเดียวนะ พวกพูเฒ่าขอนอนรอน้าตู่ที่ร้านอาหารริมฝั่งโขงนี่ละครับ
ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...
เล่นเอาน้าตู่ของผมหมดมู้ดดด ความอยากสำรวจรู้สึกจะหายไป ความแค้นแสดงออกมาทางสายตา
ความแค้น...แค้นซ้ำสองของน้าตู่ น้าตู่บอกอยากปั่นลุยทางดิบ ทางดิบๆหน่ะอาจารย์เข้าใจไหม ผมถาม"ทางดิบแบบไหนวะ..."![]()
ก็เป็นทางดินทางลูกหินอะไรก็ได้ ขอให้มันเลียบโขง ขอให้มันเป็นเส้นทางที่คนเขายังไม่ค่อยปั่น ไอ้ตู่ เอ๊ยยยย...น้าตู่ผม เริ่มจะมีวิญญานนักสำรวจเข้าสิงครับ
เวรล่ะซิ โธ่...อาจารย์ชอบท่านหลงกลมากะผม จากอุบลท่านปั่นไปสังสรรค์กลุ่มที่บ้านหมอ จะกลับบ้านไปทำงานที่คั่งค้าง ก็ดันมีไอ้พวกเวรปั่นตามไป อ้างว่าปั่นไปส่ง แถมไม่ปล่อยให้อาจารย์ชอบมีเวลาสะสางการงานที่คั่งค้าง ลากถูลู่ถูกังดึงอาจารย์ต่อไปเข้าเมืองลาว แล้วดันจะพาไปต่อล่อทางดิบ เดี๋ยวอาจารย์ชอบอยากกลับบ้านไปช่วยงาน ไปทำการงานที่คั่งค้าง มันจะพาลวงแตกแค่สองวัน
"ไม่เอาโว้ยยย..." ผมบอกออกอาการขึงขัง เลือกปั่นทางข้ามเรือกลับมาฝากโขงที่ด้านขวา ปั่นเส้นทางหมายเลข 13S ตามสากลที่เขาปั่น ไอ้สำรวจบอกตู่วันหลังโว้ยยย
น้าตู่ ปั่นช่วงนี้ อารมณ์เซ็งระเบิดเลยผับผ่า ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...
----------
กรรมเวร...ตามมาทัน ไอ้คนแก่คนที่ออกปากบอกวาจาเบี้ยวน้าตู่ "น้าอยากไปเที่ยวพูสี ไปเที่ยวเลย"
ด้วยที่เหลือสมัครใจนั่งกินลมชมวิวหลังกินข้าว ร้านข้าวที่นั่งกินเป็นบ้านใหญ่ ส่วนที่นั่งกินเป็นระเบียงยื่นล้ำเหนือลำโขง มองดูวิวมันก็เพลิน ทั้งลมก็พัดแรง แถมมีแคร่เจ้าของร้านวางริมระเบียงกั้นห่างจากโต๊ะกินซักหน่อยนึงวางล่อตา
ผมก็เดินไปเอนหลังกะพอนอนรับลมรอน้าตู่...คิดในใจหากแกไปเที่ยววัดพู กูนอนรอสบายแน่
เอาจริงน้าตู่ก็ทอดใจ ผมบอกปลอบใจน้าแกทีหลัง จะเที่ยววัดพูมันควรนอนค้างซักคืนที่จำปาสัก ตื่นเช้าอากาศสบายน่าเที่ยวน่าดูกว่า ไปตอนนี้...ตอนแดดเปรี้ยงไม่ได้เรื่องหรอกน้าตู่ คือจูงใจให้น้าตู่แกตัดใจเก็บไว้เที่ยววันหลัง จะได้มีที่เที่ยวเหลือให้มาเที่ยวอีก ขืนละโมภเก็บหมดในครั้งเดียว มางวดหลังจะไม่มีอะไรดู![]()
![]()
ตั้งใจนอนเล่นๆ แต่ผมดันเผลอ เผลอหลับไป![]()
![]()
ตกใจตื่น เสียงน้าตู่บอก "ตื่นๆ...ลุกได้เร็ว พักนานแล้วไปกันต่อ"
ตื่นแบบสะดุ้ง แถมรีบลน มองไปที่หน้าร้านเห็นคนอื่นยืนจับจักรยานท่าคร่อมจะปั่นแล้ว ผมก็กระโจนตามไป ลืม...ลืมเลยครับ ลืมของสำคัญที่วางบนโต๊ะข้าว ที่ไม่ได้เก็บลงกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนนอนแคร่ ลืมสนิท
ปั่นจากร้านซักสองกิโลเมตร ย้อนกลับมาที่ท่าเรือ มีเรือรอให้บริการข้ามฝากไปมาสองฝั่งระหว่างตัวเมืองจำปาสัก กับชุมชนฝั่งซ้ายของลำโขง
ที่ท่าเรือ พี่สิงขรกะอาจารย์ชอบ ที่ตลอดทริปสองท่านนี้รับหน้าที่เจรจาบทภาษาท้องถิ่น การติดต่อทุกอย่างทุกเรื่อง ในลาวอาจารย์ชอบถนัด ในเขมรส่วนใหญ่พี่สิงขรส่งภาษา ภาษาเขมรเชียวนะครับ ถึงตอนนั้นจะเล่าเป็นเกร็ดฝอย ให้ฟัง พี่สิงขรนั้นโครตจะเก่งเรื่องเข้ากะคนท้องถิ่น
ที่ท่าเรือ พี่สิงขรกะอาจารย์ชอบกำลังเจรจาสอบถามค่าเรือข้ามโขง เรือข้ามโขงตรงนี้มีสองแบบ แบบบรรทุกรถยนต์ได้ ดูเหมือนใหญ่พอจะขับรถยนต์รถกระบะลงไปได้ซักสองคันนะ...ไม่แน่ใจ บรรทุกคนไปด้วยได้เยอะแน่ แต่ต้องรอให้เต็มถึงจะออกกระมัง พวกเราก็ไม่ได้ไปสนใจที่จะไปกับเรือแบบนี้ เลือกใช้บริการกับเรืออีกแบบ เป็นเรือขนาดเรือแจงลำยาวซักสี่ห้าเมตรสองลำผูกติดด้วยไม้ไฝ่แล้วปูพื้นเป็นที่รองรับการบรรทุก น่าจะขนมอเตอร์ไซต์ได้ซักเที่ยวละสามสี่คัน แถมคนนั่งได้เป็นสิบ
คนเรือบอกค่าโดยสารคิดเป็นหนึ่งคนกะรถหนึ่งคันนั้นยี่สิบพัน คูณสี่ก็เท่ากับแปดสิบบาทไทย ราคาเหมาไปกันเลยไม่ต้องรอคนอื่นมาสมทบ เขาจะเอารวมเป็นเงินคูณห้าก็เป็นหนึ่งร้อยพันกีบ หรือสี่ร้อยบาทเรา อาจารย์ชอบต่อรองขอเหลือเพียงหนึ่งคนหนึ่งคันให้ได้แค่สิบพันกีบเหมาลำขอจ่ายสองร้อยบาทไทย แถมคุยทับมาทุกครั้งเสียแค่นี้
เสียงพี่วรเทพคงจะตั้งใจไซโคให้คนเรือได้ยิน หากไม่ได้ก็ปั่นกลับปากเซไปใช้สะพานข้ามกลับไปฝั่งขวามือ
ไม่แน่ใจเพราะไซโคหรือฝีมือต่อของอาจารย์ชอบ เจ้าของเรือก็ตกลงแต่โดยง่าย
เอารถลงเรือ คนขึ้นไป เรือขับด้วยเครื่องแบบเรือหางยาววิ่งข้ามโขงที่กว้างขวางแต่คงจะไม่ลึกนักน้ำไหลนิ่ง แค่แป้บเดียวซักห้าหกนาทีก็ถึงอีกฝากของฝั่งของ
ขึ้นไปเจอทางดิน ดินร่วนเป็นฝุ่นแป้ง ลาดสูงชันพอควรขึ้นไปหาถนนที่ราดยาง ผมแก่แล้วก็จูงเข็นรถ เข็นกันซักยี่สิบเมตร ส่วนน้าตู่แกมือเก๋าปั่นดุ๊กดิ๊กทำตูดบิดให้เข้าไลน์ จนพ้นช่วงดินร่วนเป็นฝุ่นแป้ง แหม(มัน)เก่งจริง![]()
ปั่นต่อออกสู่ถนนหลัก ปั่นซักสี่กิโลเมตรก็ถึงปากทางของถนนหลักหมายเลข13S รู้สึกจะเป็นหลักกิโลเมตรที่ ๓๒ ปากทางมีป้ายโฆษณาชวนเที่ยวชมวัดพู ปั่นมุ่งหน้าลงใต้ต่อ ชาวบ้านเตือนให้หยุดพักหาที่นอนแถวทางแยกปากทางเข้าถนนมุ่งสู่เมืองอัตตะปือที่เป็นทางดินลูกรัง ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๔๗ ตรงทางแยกนี้เมื่อหลายปีก่อนผมเคยมากับคณะไม้ค้ำตะวัน หวังปั่นเที่ยวหมู่บ้านช้าง ตามที่เคยอ่านเจอในหนังสือชวนเที่ยวบ้านเกียดโง้ง เขาโชว์รูปมีช้างเลี้ยงเป็นโขลง ไปครั้งนั้นพรรคพวกบ่นพามาเที่ยวทำซากอะไร มีแต่ทุ่งนา อยู่เมืองไทยเห็นจนเบื่อ ส่วนช้างอยู่ตรงไหน ชาวบ้านเขาหัวร่อใจดีตอบ เขาเลี้ยงใช้งานจริง แต่มีเลี้ยงในหมู่บ้านลึกเข้าไปมาก นานปีทีละครั้งหรือในโอกาสพิเศษเขาถึงจะเกณฑ์ระดมมารวมหมู่ ตอนถ่ายรูปโฆษณาที่ผมเห็นก็คงเป็นโอกาสดังว่า โถ เรา...ดันไปเชื่อแผ่นพับสื่อโฆษณา![]()
แต่ปัจจุบันนี้ ฟังว่าหมู่บ้านเกียดโง้งเขาโปรโมทการท่องเที่ยวนั่งช้างเล่น เป็นที่เที่ยวติดหูติดปากพวกแบ็คแพ็คเกอร์แล้วนะครับ ตอนที่ผมตื่นมาหลังจากนอนที่พักหลักกิโลเมตร ๔๘ ยังเห็นฝรั่งแบกเป้ยืนรอรถประจำทางกันหลายคน หลุดออกมาจากการเที่ยวพักในหมู่บ้านเกียดโง้ง
-------------
หลังจากที่ได้ข้อมูลจากชาวบ้านก็ปั่นต่อ มุ่งหน้าสู่หลักกิโลเมตรที่ ๔๗ ไปหาบ้านพักที่แยกเกียดโง้ง ซักสามโมงเย็นก็ถึง ระยะทางแค่ ๑๕ กิโลเมตรบวกสี่กิโลเมตรหลังจากขึ้นจากเรือข้ามโขง ปั่นผ่านบ้านพักหลังแรกมีเสียงเปิดเพลงหนวกหู ขืนพักคงนอนไม่ได้สุข ปั่นต่ออีกนิดก็เจอบ้านพักทำสวยงาม เข้าไปดูเป็นหลังๆแต่ละหลังทำเป็นห้องแฝด ห้องนึงวางเตียงนอนสองเตียง ดูใหม่สะอาดสร้างด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่รวมทั้งประตูหน้าต่างมีบานเกร็ดในตัว ดูเย็นสบาย
ได้ราคาจากพ่อเฒ่าคิดราคาสองห้องห้องละสองร้อยบาทไทย คนช่างต่อขอเป็นสองห้องสามร้อยบาท พ่อเฒ่าใจดีก็ยอมครับ
ผมเดินตามพ่อเฒ่าไปที่บ้านพักแก มีน้าตู่ตามไปด้วย เห็นมีเครื่องรีดน้ำอ้อยขายเป็นแก้ว พ่อเฒ่าบอกราคาแก้วละสามพันกีบ ผมคูณสี่ก็ตกสิบสองบาทไทย แต่ปากไวบอกพ่อเฒ่าสองพันกีบนะพ่อเฒ่า พ่อเฒ่าก็ให้ครับ แต่งึมงำแหม...คนไทยต่อทุกอย่าง น้าตู่ได้ยิน ออกปากบ่นผม "ทำเสียชื่อคนไทย เที่ยวต่อเรื่องขี้หมา" ประมาณนั้น
บ๊ะ![]()
![]()
น้าตู่ตั้งใจเอาใจพ่อเฒ่าให้คลายหายหมองใจ ถูกคนไทยต่อรองราคาถึงขั้นแค่น้ำอ้อย เลยบอกพ่อเฒ่าหากมีเบียร์ขายให้ยกมา น้าตู่อุดหนุนพ่อเฒ่าเสียหลายป๋อง
เวลาผ่านไปซักชั่วโมง ผมนั่งดูน้าตู่ซดเบียร์เกือบห้าโมงเย็น เกิดอยากหยิบแว่นและแผนที่มาดูเส้นทางปั่นในเขมร ถึงนึกได้ ฉิบหาย...นึกในใจ ตอนกูตกใจตื่นรีบลุกจากนอนแคร่บ้านกินข้าว ลืมว่าวางแผนที่และแว่นตาที่เก็บไว้เรียบร้อยบนโต๊ะกินข้าว ตรงจุดวางดันเป็นจุดบอดคนอื่นจะไม่เห็น เพราะวางหลบให้พ้นมือตอนกินข้าว
มองน้าตู่ก็เห็นว่าน่าจะมึนเกินกว่าที่จะชวนปั่นกลับไปที่เมืองจำปาสัก คนอื่นก็วุ่นทำธุระส่วนตัว ซักผ้าผักผ่อนรอเวลากินข้าวกันแล้ว
ก็ต้องปั่นกลับไปเอาของที่ลืมครับ ระยะปั่นไปกลับไม่มาก ถึงไม่ได้ห่วงอะไร แต่ที่ทำให้มันสนุกเกินไปก็เรื่องขี้เกียจค้นหรือหยิบไปฉายสำหรับปั่น รู้ตัวหรอกว่าขากลับนะมันมืดแน่ แต่ใจมันขี้เกียจค้น แต่ที่สุดของความชุ่ยประจำตัว ปั่นออกมาซักแค่สองกิโลเมตร ก็รู้ตัวลืมหยิบเงินมาเพิ่มเติมในกระเป๋าให้พอกะค่าจ้างเรือข้ามโขง ล้วงกระเป๋าระหว่างปั่น ยังดีมีติดใบละสิบพันเหลือหนึ่งใบ ก็บอกตัวว่าไปเลยขี้เกียจปั่นกลับไปเอาตังค์ กะจะใช้วิธีการที่อาจารย์มัลลิกาท่านบอกผม ว่าผมนะภาษาบ้านอาจารย์เขาเรียกเป็น"เซียวเมี่ยน" ออกเสียงประมาณนี้ ความหมายเป็นอย่างไร ผมถามอาจารย์มัลลิกา อาจารย์มัลลิกาหัวเราะกิ๊ก แหม...ชอบใจที่เรียกผมเป็น"เซียวเมี่ยน"
เงินสิบพันกีบ ก็จัดการใช้วิชา"เซียวเมี่ยน" ให้เรือจ้างช่วยเอาผมและจักรยานกลับไปรับของที่ลืมคืนกลับมาได้ทั้งสองฝั่ง ขากลับปั่นมืดๆคลำทางมาถึงที่พักซักสองทุ่ม เฮ้ยยยย...สนุกเกิน แถมตอนขึ้นจากฝั่งที่ต้องลุยทางดินร่วนเป็นฝุ่น ดันใจร้อน จำภาพน้าตู่ปั่นทำตูดดุ๊กดิ๊ก ผมเองไม่รู้เกิดนึกอะไรเกิดขี้เกียจเข็น ตอนนั้นมันมืดแล้ว นึกว่าตัวเองเข็นสองเที่ยวพอจับไลน์ทางที่เป็นดินแข็งได้แน่ ก็ปั่นอัดตัวขึ้นไป มันมืดครับ ทิศทางมันผิด ปั่นซวบเข้าดินฝุ่นล้อบิด ไม่ทันบิดตูด มันเซล้ม ดันล้มซวบลงทางขวาด้านมือตบเกียร์ขวาเปลี่ยนเฟืองหลังซะด้วยซิ![]()
![]()
ฝุ่นเข้าไปเต็ม ตบเกียร์ไม่ได้ซะแล้ว เรื่องใหญ่เลย ปั่นกลับก็ใช้เกียร์หลังที่ค้างอยู่ กะตื่นให้เช้าค่อยจัดการมัน
วันนี้ ไอ้ปั่นนะไม่ค่อยสนุกเกินมาตรฐานซะเท่าไหร่ แต่ไอ้ที่สนุกเกินไปก็เรื่องที่ลืมแผนที่กะแว่นตานี่ละครับ
จบไปอีกหนึ่งวัน![]()
----------
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
11 / 02 / 2012..........หลัก 47 (แยกเมือง Pathoumphon) > Nakasang > ข้ามเรือ > DonDet > DonKhon

http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7095 

พิงธรรม์ เขียน:
เล่าช่วงปั่นในลาว จากช่องเม็ก ปากเซ จำปาสัก ดอนเดช คอนพะเพ็ง ออกด่านลาว/กัมพูชา ที่เวินคาม/ดอง กะลอ
๓ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ปั่นจากที่พักหลัก ๔๗ สู่นากะสัง ลงเรือไปดอนคอน หาที่นอนได้ก็ที่ดอนเดช ระยะปั่นวันนี้ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร มีเศษเกินร้อยเล็กน้อย (ขณะที่เขียนอยู่นี้นึกไม่ออก...แวะกินข้าวเที่ยวที่ตรงไหน)
เช้านี้...ผมตั้งใจตื่นแต่เช้า ด้วยต้องเผื่อเวลาล้างเกียร์ตบที่หมกดินแต่เมื่อวาน ตบสับเกียร์ไม่ได้เลย อีกทั้งระยะปั่นวันนี้ที่ดูจากแผนที่จากหลัก ๔๗ จนถึงเมืองโขน ระยะประมาณทางประมาณ ๘๐-๘๕ กิโลเมตร แล้วต้องปั่นต่อไปที่นากะสัง เป็นชื่อหมู่บ้านที่มีท่าเรือซึ่งคณะเราตั้งใจจะไปนอนที่ดอนคอนอีกซักสิบยี่สิบกิโลเมตร คณะเราตั้งใจจะไปนอนที่ดอนคอน เผื่อได้ดูพวกฝรั่งนอนอาบแดดบนหาดทรายริมตลิ่ง ตามข่าวว่าถึงขั้นถอดเปลือยเลย![]()
![]()
ผมพวกคนแก่รุ่นโบราณ เป็นหนุ่มสมัยแหม่มมันแห่มานิยมอาบแดดในที่ลี้ลับของชายหาดบ้านเราแถวทางใต้ ก็ยังอุตส่าห์ด้นเหมารถไปกะเพื่อนไปดูมัน ไปถึงจริงดันไม่กล้าดูมัน...มันดูเรา เรากลายเป็นไอ้พวกแปลกปลอมแต่งตัวอยู่กะบ้านมาอยู่ปนกะหมู่คนมากที่แก้ผ้า มันไม่กลืน ฮ่า...ฮ่า...ฮา![]()
![]()
พูดชื่อพวกเกาะแก่งแถวนี้ซักนิด แต่อย่าจำเลยมึนหัวเปล่าๆ เกาะแก่งแถวลาวใต้ของลำโขงฟังว่าพวกลาวเคยขยันนับ นับไปนับมามันก็มั่วนับไม่ถูก ก็เหมารวมหลงจ๊งว่าสี่พัน เรียกชื่อรวมกันเกาะแก่งแถวนั้น "สี่พันดอน" ดูเหมือนส่วนใหญ่จะมีชื่อ แต่ส่วนผมจดสี่ชื่อใส่ฝ่ามือมันก็เต็ม...เต็มความจำในสมอง แถมตอนนึกๆไม่ออกมั่วอยู่เรื่อย
แปลว่าที่เขียนต่อไปนี้ เรียกชื่อดอนอาจมีผิด ฮ่า...ฮ่า...โฮ ละครับ อีตอนนี้
ดอนใหญ่สุด มีชื่อเขียนลงในหลักกิโลเมตรที่เราปั่นบอกระยะแจ้งคือ "เมืองโขน" มีสถานที่ทำการของทางการตั้งอยู่บนดอนโขน ผมนั่งท่อง"โขน"ท่าจะแปลว่าใหญ่ ผมคิดเอาเองนะครับ...อย่าไปใช้อ้างอิง เมืองโขนมีสถานที่ราชการตั้งทำการเลยอยู่บนดดอนโขน(น่าจะเป็น เมืองโขง ดอนโขง นะครับ ถ้าผิดก็ขออภัย)ดอนโขง
ดอนโขนก็น่าเที่ยวน่าพักครับ เพราะเป็นดอนกว้างใหญ่ มีถนนให้ปั่นรอบดอน ขอให้นึกว่าเราเรียก"เกาะ" ส่วนลาวเรียก "ดอน"นะครับ จะได้ความรู้สึกการปั่นเที่ยว เที่ยวรอบเกาะประมาณนั้น
การจะไปดอนโขน เมื่อปั่นถึงหลักกิโลเมตรสุดท้ายที่บอกว่าถึง เมืองโขน ก็จะเจอวัดใหญ่ ท่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตอนที่พวกผมปั่นไปถึงเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เห็นพวกไกด์กำลังต้อนพวกฝรั่งเดินออกจากวัดเป็นแถวเพื่อกลับขึ้นรถบัสคันใหญ่ เป็นฝรั่งนักท่องเที่ยวระดับตากะยายเดินกุมมือกะย่องกะแย่งช่วยประคองเดินกัน ฮื้ยยยย...ชื่นใจแทนเมียอายุมากของพวกฝรั่ง ที่ไม่ถูกจัดเป็นของลายครามโดนสามีทะนุถนอมเก็บตั้งโชว์อยู่กะบ้าน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...![]()
![]()
ครับ...ตรงจุดนี้ก็จะเป็นจุดท่าเรือ นั่งเรือไปดอนโขน หากคิดจะนั่งเรือไปเที่ยวหรือนอนที่เมืองโขน ผมเคยไปกะกลุ่มไม้ค้ำตะวันในทริปเดียวกะทริปปั่นเที่ยวเกียดโง้ง ที่บ่นให้ฟังแล้ว
แต่คณะเราครั้งนี้โดยเฉพาะอาจารย์ชอบ น่าจะไม่มีใจวาง...ใจวาง...ที่จะว่างพอเอาเวลาไปเที่ยวบนดอนโขน พวกเราก็ตัดสินใจไม่ไปเที่ยวคอนโขนครับ เพียงหยุดพักเหนื่อยตรงหลักกิโลเมตรสุดท้ายที่บอกถึงเมืองโขงนี้ มีร้านค้าเล็กคงจะเป็นร้านขายได้ดีบริการนักท่องเที่ยว พวกเราก็ไปนั่งพักอุดหนุนเขา ส่วนผมก็ไปขอ ขอน้ำรินใส่ขวด ตอนนี้ยังเกรงน้าตู่แกครับ เดี๋ยวแกหาทำเสียชื่อนักท่องเที่ยวไทยแลนด์ แอบกรอกน้ำลงขวดไม่ให้น้าแกเห็น![]()
![]()
แต่ผมก็ได้ยินน้าตู่แกต่อราคาเบียร์ เห็นแม่ค้าบอกห้าพัน น้าแกต่อได้สี่พัน น้าตู่แกหัวเราะ...บอกพวกเราเห็นฝีมือผมยัง ต่อราคาเบียร์ได้ แหม...มันน่าโดนผมเตะเสียซักที ทีกูต่อน้ำอ้อยมันบ่นกู![]()
![]()
ปั่นเที่ยวครั้งนี้ ด้วยเส้นทางเป็นทางราบและโครตร้อน ผมถือโอกาสซ้อมตีนไว้ปั่น "คนเกษียณชวนปั่น ปั่นเที่ยวทริปไส้ติ่งแตก" ไปในตัว ด้วยคอนเซ็บ...ปั่นทริปไส้ติ่งแตก ปั่นกลางแดดแรงยามหน้าร้อน ต้องหาวิธีปั่นให้มันมันป้องกันง่วง ต้องปั่นกลุ่มเอาความเร็วให้จี้ดจ๊าดลมออกหู
จึงอดทนปั่นกันทีละกว่าชั่วโมงแล้วหาที่พักๆกันทีสิบกว่านาที เรียกว่าพักย่อย เรียกรวมว่าหนึ่งชุด ทำสองชุดแล้วพักใหญ่ตอนกินข้าว ตกบ่ายปั่นสามชุดหรือสองชุดไปตามเรื่อง ลากให้ถึงที่พัก
สองชุดปั่นตอนเช้าออกปั่นซักเจ็ดโมงได้ระยะกว่าห้าสิบ...ก็คือว่าไม่หนักนัก สามชุดของภาคบ่าย...ก็ประมาณแค่ห้าสิบเพราะมันร้อน ทริปนี้ทั้งวันปั่นแค่ร้อย เส้นทางเป็นทางราบเสียส่วนใหญ่จึงลากมันเป็นตรู...ตรูเดอลาวกัมปูเจีย แทบทุกวันถึงจุดหมายราวสามสี่โมงเย็น หาที่พักได้อาบน้ำแต่ละวันไม่เคยเกินสี่โมงครึ่ง มีบ้างที่ผิดไป ที่ผืดไปไม่น่าจะมีเกินไปกว่าสองวันครับ
แต่ละวันระหว่างปั่นไม่ง่วงเลย เพราะหลักการปั่นๆจี๊ดจ๊าด สมองมันตื่นครับ ความเร็วระดับ ๒๕-๒๘ อัพ ลมมันปะทะ...ระหว่างปั่นก็ไม่ร้อน แต่พอหยุดปั๊บ...ร้อนฉิบหาย ส่วนตัวผมกินน้ำแทบวันละเกินสี่ลิตรน่าจะถึงห้าลิตร สองสามวันแรกที่ปั่นตื่นเช้าฉี่ขุ่นและสุดเหลืองแถมเจ็บคอ เลยต้องเลิกกินกาแฟไปหลายวัน จนดูฉี่หลังตื่นว่าฉี่มันใสสวย ถึงกล้ากลับมากินกาแฟให้หายอยากในตอนปั่นสองวันสุดท้าย
แทบลงแดงแต่ก็ต้องทน ทนอดกาแฟ กลัวไตมันพัง![]()
เช้านี้...ผมตั้งใจตื่นแต่เช้า ด้วยต้องเผื่อเวลาล้างเกียร์ตบที่หมกดินแต่เมื่อวาน ตบสับเกียร์ไม่ได้เลย ก็ตื่นขึ้นมาได้...ผมให้คำชมกะตัวเอง กูเก่งโว้ยยยย....วันนี้ตื่นเช้าก่อนใครอื่น![]()
![]()
แต่ตื่นแล้วก็มาง่วงเหงาหงุบครับ รอน้ำร้อนเดือด...ชงกาแฟ ดันหลับไปอีกงีบ ตื่นอีกทีน้ำเกือบแห้ง ตะวันโผล่ อาจารย์ชอบซดกาแฟ จบสิ้นแล้ว
กว่าจะล้างเกียร์เสร็จ ระหว่างล้างก็ต้องหาก้อนดินมาอุดหู ขี้เกียจฟังน้าตู่ยืนบ่นผม "อาจารย์นะโครตดื้อ ไอ้สับเกียร์พรรค์นี้ใครเขาใช้งาน...ปั่นทัวริ่ง" บ๊ะ...ก็กูชอบของกูนี่หว่า ผมบ่นอุบอิบ...ไม่กล้าออกเสียง แถมในใจแว่วเสียงพี่เสือไฝเคยบ่นผมทำนองนี้ "พาพรรคพวกเที่ยวปั่น ควรหาอุปกรณ์ใช้แบบชาวบ้านหน่อย เอาที่มันทน เที่ยวใช้แต่ของห่วยของถูกๆ...มันจะเดือดร้อนคนอื่นเขาต้องรอ...." โฮย...เสียงพี่เสือไฟระงมในหัวแข่งกะเสียงสดๆของน้าตู่ แถมล้างเกียร์คราวนี้มันก็ซวยซะจริง ออกอาการล้างไม่ออกตบไม่ได้ กว่าจะล้างให้มันทำงานสับได้ดังเช๊ะ ใจแทบวาย กูตายแน่ขืนมันพังที่ตรงนี้ ทริปเขาอาจล่ม หรือไม่กูต้องลากเกียร์ ตายละโว้ยยย
โชคดี ผีคุ้ม ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...มันก็ล้างได้แบบทุกครั้งที่มันล้มแล้วเอามือตบจิ้มดินละครับพี่น้อง ฮ่า...ฮ่า...ฮา พอโชคดีมันล้างได้ ก็คุยโม้ โม้ข่มน้าตู่หน่อย
ตอนนั้นดีใจจริงๆ พอล้างเกียร์เสร็จแล้ว ก็หันไปโม้สำทับกะน้าตู่ "กูจะใช้...ของกูโว้ยยยย แบบนี้แหล่ะ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."
![]()
![]()
ครับ...เช้าวันนี้กว่าจะออกปั่นได้ก็เกือบเก้าโมงเช้า เริ่มต้นเดินทางปั่นไปสามแยกห่างอีกสองกิโลเมตรจากที่พัก
สามแยกหลักๆจากถนนสายหลัก ลาวมักจะตั้งชื่อว่า"ทางแบ่ง" ก็เป็นสามแยกที่จะเข้าทางดินแดงไปอัตตะปือ ที่น้อมเรียนเขียนให้อ่านเมื่อวานแล้ว เอ...รู้สึกจะสำนวนจำมาอ่านมาจากหน้าสองของไทยรัฐสำนวนนี้![]()
![]()
คณะพาผมไปนั่งกินข้าวร้านที่ผูกใจติดใจ เมื่อวานตอนผมกลับจากปั่นกลับจากไปเก็บแผนที่ๆลืมทิ้งเกือบสามทุ่ม คณะกินข้าวเย็นเพิ่งกินเสร็จ เจอผมที่บ้านพัก บอกติดใจในฝีมือและความสวยของแม่ค้า
เช้านี้จึงพาผมไปดูตั้งใจไปดูแม่ค้า เรื่องหาข้าวกินเป็นเรื่องรอง อยากพาไปดูพิสูจน์ความสวยของแม่ค้า เอาจริงไม่เจอ เจอแต่ตัวแม่ คณะร้องถามคนสวยๆเมื่อคืนหายไปไหน แม่ค้าที่เจอบอกคนนั้นเป็นลูกสาว ตอนนี้นั่งรถมอเตอร์ไซต์เข้าเมืองไปกับผัว
อ้าว...แล้วกัน![]()
![]()
เลยกินอาหารที่สั่งแล้วไปตามแกน![]()
อิ่มแล้วก็ออกปั่น ปั่นเร็วจี๋ลมออกหู อย่างที่บอกปั่นเอามัน
นึกไม่ออกเอาเสียจริง แวะกินมื้อเที่ยงที่ตรงไหน เพราะมื้อเช้าที่กิน มันน่าจะหมดเกลี้ยงเสียแต่ไม่ทันเที่ยง
จำได้แค่ต้องเติมมื้อย่อยตอนสี่โมงเย็นที่จุดหลักกิโลเมตรบอกถึงเมืองโขง ที่เล่าทิ้งไว้ข้างบน ผมนั่งพักเติมน้ำส่วนน้าตู่เติมเบียร์ พักซักเกือบชั่วโมง ให้แดดมันหลุบเกือบตกดิน ถึงอยากปั่นต่อ เพราสาวเจ้าคนขายน้ำบอกปั่นต่ออีกซักสิบสองกิโลเมตร ก็ถึงนากะสังจุดที่เราจะลงเรือไปดอนคอน
ส่วนผมได้ฟังระยะทางที่เหลือจากแม่ค้าค่อยโล่งใจ ตอนแรกนึกว่าจะต้องปั่นต่ออีกซักราวยี่สิบกว่ากิโลเมตร แม่ค้าบอกถูกต้องครับ เราปั่นต่อแค่สิบกว่ากิโลเมตรก็เห็นป้ายบอกทางเข้านากะสัง เดี๋ยวนี้มีป้ายนำทางเข้าชัดเจน
ปั่นออกจากถนนสายหลัก 13S ลงทางแยกขวาไปยังนากะสัง ไปลงโขงว่างั้นเถอะ เป็นทางลาดยางนิ่มตูดซักสามสี่กิโลเมตรก็ถึงท่าเรือ เป็นท่าเรือที่พลุกพล่าน ด้วยคนท้องถิ่นพ่อค้าแม่ขายเข็นรถเข็นขนสินค้าจอแจ ตลาดร้านค้าห้องแถวนากะสังยาวประมาณสองร้อยเมตรถึงท่าเรือ
คณะเราปั่นถึงท่าเรือซักเกือบหกโมงเย็น ก็ยังใจเย็นรอเหตุการณ์ยืนเล่นๆแถวท่าเรือ พวกฝรั่งนั่งรถสองแถวเต็มคันมาหลายคัน ความโกลาหลชุลมุนก็ยิ่งเพิ่ม ไม่รู้ไอ้พวกฝรั่งมันจะแน่นยังงี้ทุกวันหรือเปล่า แล้วไอ้ฝรั่งเปลือยเล่นน้ำที่ชายหาด มันจะมีให้ดูรึเปล่าวู้ยยย ลุ้นครับ...ลุ้น อยากนั่งเรือไปดอนคอนเต็มทนแล้ว
---------
ที่จริงตอนที่เราโอ้เอ้ อยู่ริมตลิ่งท่าน้ำ "บ้านนากะสัง" เพื่อหาเรือนั่งไปดอนคอน เวลาน่าจะเกือบหกโมงเย็นแล้วละครับ
แค่โอ้เอ้เกือบยี่สิบนาที แต่ก็เห็นไอ้ฝรั่งนักท่องเที่ยวทั้งหญิงชาย รุ่นหนุ่มสาว ไม่ใช้รุ่นตากะยาย...รุ่นตากะยายที่นากะสัง ผมไม่เห็นเลย ลงจากสองแถวที่นั่งอัดแน่นมา ลงจากรถเดินลิ่วลงท่าน้ำกันเป็นแถว
เป็นพวกฝรั่งนักท่องเที่ยวรุ่นหนุ่มสาวแบกเป้ใหญ่อึ๊กกก...ท่าจะหนักเอาการ ฝรั่งพวกนี้สงสัยส่วนใหญ่เป็นพวกฝรั่งเศส ตัวไม่ใหญ่ ยิ่งพวกสาวๆตัวเหมาะมือ ผมหมายถึงตรงส่วนเอวนะ ยังมีส่วนคอดพอเหมาะมือ หากมันให้กอด พอจะโอบรอบเอวของมันได้ เอวมันยังบางเป็นเอวคนรุ่นสาว![]()
![]()
ช่วงเตร็ดเตร่บนตลาดที่เป็นตลิ่งสูงจากท่าน้ำ เห็นรถปิ๊กอัพขนพวกนี้มาเต็มคัน ทะยอยวิ่งตามกันมา มาจอดส่งทิ้งพวกนี้ต่อเนื่องกันหลายคัน แป๊บบบบเดียวตลาดบนท่าเรือที่จอแจเต็มด้วยคนพื้นที่ พอมีฝรั่งพวกนี้มา ก็ยิ่งจอแจโกลาหล ต้องเดินหลบลงกระไดท่าเรือไปท่าน้ำ
ท่าน้ำมีเรือหางยาวลำยาวใหญ่ จอดหลายลำอยู่ริมน้ำ
พวกฝรั่งแบกเป้ มีไกด์หรือคนส่งแขกจัดการส่งพวกฝรั่งเรือเป็นกลุ่มๆ ช่วงที่ผมอยู่ที่นากะสัง ที่ผมเจอมากะรถสองแถวซักสามคัน รวมคนกว่าห้าสิบ แบ่งลงเรือหลายลำ แป๊บเดียวหาดก็โล่ง
ส่วนคณะทัวผู้เฒ่า พี่สิงขรกะอาจารย์ชอบเดินเตร็ดเตร่เร่ถามราคาค่าขนส่งคนกะจักรยาน หนุ่มกับปิตันเรือหางยาว...บอกราคายี่สิบพันต่อไม่ได้
คณะผู้เฒ่า...ทำตามสูตร ต่อไม่ได้กูก็ไม่ต่อมึง ทำเมินเฉยในราคาที่กับปิตันเปิดมายี่สิบพัน
ตะวันท่านพลบ ตะวันเดือนหน้าร้อนยามอัสดงท่านสวยจริง เป็นลูกโต...ลูกกลมๆโตๆแสงทองส้มเป็นทรงกลมไม่แบนเหมือนที่เห็นในฤดูอื่น ยามใกล้พลบท่านลอยลิ่วอัตราเร่งแค่แป้บเดียวหล่นโครมดิ่งลงอาบน้ำ ฟากฟ้าตะวันออกเป็นสนธยามืดดำในบัดดล ขอบโลกแผ่นดินกะท้องฟ้าชักแยกไม่ออก แต่ด้านตกยังพอมีแสงส้มฟุ้งแยกฟ้าออกจากน้ำอยู่อีกนาน
เตร็ง...เตร่ง...เตร้ง...ระนาดโอด อารมณ์เศร้าเกิด มันมืดแล้วนะโว้ยยย ยังไม่ได้เรือจะไปดูแหม่มเปลือนนอนเล่นที่หาดข้างหน้าเลย![]()
![]()
![]()
กับปิตันเห็นเราทำยักท่า แถมเดินเที่ยวเอาตีนเตะทรายที่ชายทราด ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ก็มันไม่มีอะไรทำฆ่าเวลานี่ครับพระคุณท่าน ก็ยอมแพ้ไปเอง เดินมาบอกอาจารย์ชอบ ไปๆไปกัน เดี๋ยวจะมืดเกิน ตกลงคิดคนละสิบห้าพันพอรวมรถจักรยาน
ครับค่าโดยสารรือข้ามไปฝั่งดอนคอน คนละสิบห้าพัน...หกสิบบาทครับ
ตอนนั่งเรือ ถึงได้รู้ รู้แล้วสงสารกับปิตัน ราคายี่สิบพันที่ท่านเรียก ก็สมควรจ่าย ด้วยนั่งเรือนานโข นานกว่านั่งเรือข้ามฟากที่เมืองจำปาสักซักสามเท่า ข้ามโขงที่เมืองจำปาสักเรือวิ่งลัดตัดไปหาโขงฝั่งตรงข้าม ส่วนที่นากะสังไปดอนคอน เรือต้องวิ่งไปตามลำโขงนานสิบกว่านาที ประมาณนะ ผ่านดอนเล็กดอนน้อย สงสัยลาวนับรวมด้วยที่เหมารวมเป็นสี่พันดอน
แก้ไขล่าสุดโดย ตู่ 87 เมื่อ 01 มี.ค. 2012, 12:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- โยชูวา
- ขาประจำ
- โพสต์: 1307
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ส.ค. 2009, 23:11
- Tel: 0834169645
- team: FREEDOM
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
ป๋าชอบสงสัย มียาดี อายุขึ้นต้นเลขเจ็ดแล้วยังแข็งแรงมาก 
ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้เจอป๋าเท่าไร อาการปวดหลังน่าจะหายดีแล้วนะครับ
ไปจำปาสัก ถ้าชอบถนนลูกรัง ออกจากซ่องเม็ดถึงกลางทางประมาณแถวๆเมืองโพนทอง
มันมีป้ายบอกว่าไปจำปาสัก แวะขวาไป น่าจะสมปรารถนา ครับ
ผมเคยถามชาวบ้านเขาบอกว่า ลูกรังตลอดทะลุจำปาสักเลยละครับ
และเส้นทางไปเกียดโง้น ทะลุอัตตะปึอ (18A) ก็เป็นอีกเส้นทางที่เหมาะกับคนที่ชอบอะไรดิบๆ
เส้นทางนี้ไปมาสองครั้งแล้วยังไม่เคยปั่นทะลุได้ก่อนตะวันตกดินสักครั้ง
ปลายปีก็กะว่าจะไปแก้ตัวเป็นครั้งที่สามครับ
อยากปั่นเข้าเขมร ขอข้อมูลเขมรเยอะๆ ครับ
ปูสาดนั่งรอครับ
ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้เจอป๋าเท่าไร อาการปวดหลังน่าจะหายดีแล้วนะครับ
ไปจำปาสัก ถ้าชอบถนนลูกรัง ออกจากซ่องเม็ดถึงกลางทางประมาณแถวๆเมืองโพนทอง
มันมีป้ายบอกว่าไปจำปาสัก แวะขวาไป น่าจะสมปรารถนา ครับ
ผมเคยถามชาวบ้านเขาบอกว่า ลูกรังตลอดทะลุจำปาสักเลยละครับ
และเส้นทางไปเกียดโง้น ทะลุอัตตะปึอ (18A) ก็เป็นอีกเส้นทางที่เหมาะกับคนที่ชอบอะไรดิบๆ
เส้นทางนี้ไปมาสองครั้งแล้วยังไม่เคยปั่นทะลุได้ก่อนตะวันตกดินสักครั้ง
ปลายปีก็กะว่าจะไปแก้ตัวเป็นครั้งที่สามครับ
อยากปั่นเข้าเขมร ขอข้อมูลเขมรเยอะๆ ครับ
ปูสาดนั่งรอครับ
- ซาเล้งสีแดง
- ขาประจำ
- โพสต์: 22904
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2009, 15:13
- Tel: 0893200104
- team: อกาลิโก
- Bike: สับถังเขียวแก่ Fuji Olimpic finest 1970-เขียวอ่อน Bianchi VIRATA 1990 - Dahn Helios p8 - วีนัส Thorn Sherpa 2011 -วีนัส Thorn Raven Nomad MK2 s&s
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
ผมชอบสำนวนพากษ์ทริป ของ อ.จารึกมากๆ เลยครับ ได้บรรยากาศเหมือนนั่งฟังอาจารย์เล่าพิงธรรม์ เขียน: กว่าจะล้างเกียร์เสร็จ ระหว่างล้างก็ต้องหาก้อนดินมาอุดหู ขี้เกียจฟังน้าตู่ยืนบ่นผม "อาจารย์นะโครตดื้อ ไอ้สับเกียร์พรรค์นี้ใครเขาใช้งาน...ปั่นทัวริ่ง"
บ๊ะ...ก็กูชอบของกูนี่หว่า ผมบ่นอุบอิบ...ไม่กล้าออกเสียง แถมในใจแว่วเสียงพี่เสือไฝเคยบ่นผมทำนองนี้ "พาพรรคพวกเที่ยวปั่น ควรหาอุปกรณ์ใช้แบบชาวบ้านหน่อย
เอาที่มันทน เที่ยวใช้แต่ของห่วยของถูกๆ...มันจะเดือดร้อนคนอื่นเขาต้องรอ...." โฮย...เสียงพี่เสือไฟระงมในหัวแข่งกะเสียงสดๆของน้าตู่ แถมล้างเกียร์คราวนี้มันก็ซวยซะจริง
ออกอาการล้างไม่ออกตบไม่ได้ กว่าจะล้างให้มันทำงานสับได้ดังเช๊ะ ใจแทบวาย กูตายแน่ขืนมันพังที่ตรงนี้ ทริปเขาอาจล่ม หรือไม่กูต้องลากเกียร์ ตายละโว้ยยย
โชคดี ผีคุ้ม ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...มันก็ล้างได้แบบทุกครั้งที่มันล้มแล้วเอามือตบจิ้มดินละครับพี่น้อง ฮ่า...ฮ่า...ฮา พอโชคดีมันล้างได้ ก็คุยโม้ โม้ข่มน้าตู่หน่อย
ตอนนั้นดีใจจริงๆ พอล้างเกียร์เสร็จแล้ว ก็หันไปโม้สำทับกะน้าตู่ "กูจะใช้...ของกูโว้ยยยย แบบนี้แหล่ะ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."
![]()
ปั่นใกล้ๆ ไปช้า ๆ รอบขาไม่เกินสิบ จิบไม่เกินกระป๋อง
ทั้งหมด สารบัญทริปขึ้นเขา เข้าป่า กีตาร์ กางเต็นท์ ของ โจ๋ซาฯ
น่าน 2012 version ซาฯ 9 วัน จาก date 13-21 oct 2012
ทั้งหมด สารบัญทริปขึ้นเขา เข้าป่า กีตาร์ กางเต็นท์ ของ โจ๋ซาฯ
น่าน 2012 version ซาฯ 9 วัน จาก date 13-21 oct 2012
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
โยชูวา เขียน:ป๋าชอบสงสัย มียาดี อายุขึ้นต้นเลขเจ็ดแล้วยังแข็งแรงมาก
ช่วงหลังๆไม่ค่อยได้เจอป๋าเท่าไร อาการปวดหลังน่าจะหายดีแล้วนะครับ
ไปจำปาสัก ถ้าชอบถนนลูกรัง ออกจากซ่องเม็ดถึงกลางทางประมาณแถวๆเมืองโพนทอง
มันมีป้ายบอกว่าไปจำปาสัก แวะขวาไป น่าจะสมปรารถนา ครับ
ผมเคยถามชาวบ้านเขาบอกว่า ลูกรังตลอดทะลุจำปาสักเลยละครับ
และเส้นทางไปเกียดโง้น ทะลุอัตตะปึอ (18A) ก็เป็นอีกเส้นทางที่เหมาะกับคนที่ชอบอะไรดิบๆ
เส้นทางนี้ไปมาสองครั้งแล้วยังไม่เคยปั่นทะลุได้ก่อนตะวันตกดินสักครั้ง
ปลายปีก็กะว่าจะไปแก้ตัวเป็นครั้งที่สามครับ
อยากปั่นเข้าเขมร ขอข้อมูลเขมรเยอะๆ ครับ
ปูสาดนั่งรอครับ
ขอบคุณ น้าโยชูวา / ขอบคุณ น้าซาฯ / ขอบคุณทุกท่าน ที่มาเยี่ยมชมครับซาเล้งสีแดง เขียน:ผมชอบสำนวนพากษ์ทริป ของ อ.จารึกมากๆ เลยครับ ได้บรรยากาศเหมือนนั่งฟังอาจารย์เล่า
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
12 / 02 / 2012..........DonKhon > Dolphin > Li Phi Falls

http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7143 

พิงธรรม์ เขียน:
เน็ตบ้านพี่ชายอืดเป็นเต่าเดิน โหลดสิบนาทีเพิ่งได้โพสเนม ขอโพสช่วงเที่ยว น้าตู่ไปโดนเทกระจาดที่ดอนเดชอีกซักหน่อย
.
.
.
ถึงแม้นโดนเราต่อรองราคา กับปิตันก็ยังคงรักษาคุณภาพการให้บริการเต็มเปี่ยม กุลีกุจอช่วยพวกเราขนรถและกระเป๋าลงเรืออย่างแข็งขัน ชั่วแป๊บเดียวก็ออกเรือจากท่าวิ่งอืดไปตามโขง ท่อไอเสียที่ล่อตรงจากตัวเครื่องปล่อยเสียงแผดแสบรูหู ไอ้ไซรงไซเร็นเซ่อท่อเก็บเสียงไม่มีติด เป็นแบบเรือหางยาวที่บ้านเรา ดีที่ลำน้าโขงที่เรือวิ่งแหวกน้ำอยู่ช่วงนี้ มันสุดกว้าง กว้างเสียจนเสียงเรือไม่น่าไปถึงฝั่งทั้งสองด้าน
ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...แค่อยากจะบอกลำโขงช่วงนี้มันสุดกว้างงงง
ทั้งยังผ่านดอนเล็กดอนน้อยอย่างที่บอก บางดอนมีชายหาดสุดจะสวย อาจารย์ชอบยังออกปากหาท่านใครช่วยจัดทัวร์พาอาจารย์ชอบมาแค้มปิ้งบนดอนที่ผ่านและหาดสุดจะสวยนี้หน่อยเถอะ อาจารย์ชอบท่านอยากจะนอนครับที่ตรงนี้ ทั้งดูเหมือนจะไม่มีคนไปย่างเหยียบ ทั้งคณะพาลสงสัยหาดสุดสวยแบบนี้ ทำไมพวกลาวพรื้อไม่พาพวกฝรั่งมาแก้ผ้านอนเล่นตามนี้บ้าง สงสัยจริง
นั่งเรือกว่าสิบนาทีเกือบยี่สิบละผมว่านะ เรือก็ค่อยเลี้ยวปักหัวเข้าเกาะคอนหรือเดชหว่า เพราะเริ่มเห็นน้าตู่ช่วยแก้เป็นเดชแล้ว ขอผมเช็คอีกที...ผิดถูกจะกลับมาแก้ในภายหลัง
ใจเต้น...ใจผมครับเต้น ที่ต้องบอกเพราะมันเต้นผิดปรกติตอนเรือปักหัวเข้าดอนจะคอนหรือเดชก็ไม่แม่นซะแล้วละ เคยบอกแล้ว...หมอซิลเวอร์ฯว่าคนแก่หน่วยความจำในสมองมันเต็มแล้ว ใจมันเต้นผิดปรกติมองไปที่หาด เฮ้ยยย...มีจริงๆโว้ยยยพวกฝรั่งนอนแก้ผ้าอาบแดดอยู่ ตาเห็นจริง
ที่จริงเรียกริมหาดมันเว่อไป เป็นหาดทรายกระหย่อมนึงเท่าฝ่ามือ จุดท่าเรือจอดแค่นั้นเอง มองเข้าไปเห็นฝรั่งนั่งถ่างขากับพื้นทราย บ้างเอนกายล้มนอนคลุกทรายมันซะเลย
บ๊ะ...ดูท่ามันมีความสุขเสียจริง นอนเล่นกะพื้นทราย ส่วนผมเขม้นตามองแหม่ม ไม่เชื่อตาที่เห็น...ว่ามันจะแก้ผ้า โถ...เรือเกยหาด ถึงเห็นชัดเป็นแหม่มแก่ใส่ทูพีซสีเนื้อ กูดูไกลๆนึกว่าเปลือย โธ่...เอ้ยยย สังเวชตัวผมนะครับ นึกไปเสียเองว่ามันจะแก้ผ้า เพราะสีทูพีซสีเนื้อมองไกลๆผิวมันกลืน
ผู้คนบนหาดดูเหมือนจะเป็นมิตรกะฝรั่งนักท่องเที่ยวที่นอนเล่นกันบนหาด มีลาวหนุ่มเล่นวิ่งหยอกล้อกะเด็กๆลูกฝรั่ง ดูเป็นมิตรที่คุ้นกัน บรรยากาศบนหาดต้อนรับนักท่องเที่ยวอบอุ่นจัง
พอเรือเราไปเกยที่ชายหาด หนุ่มฝรั่งนั่งท่องเที่ยวที่นอนเล่นอยู่แถวนั้น เห็นเราคนแก่เก้ๆกังๆขนจักรยาน ก็ยื่นมือมาช่วยยกและช่วยขนกระเป๋าให้ ขอบใจแท้งกิ้วฝรั่งครับ
เข็นรถขึ้นบนตลิ่งที่มีร้านอาหารเป็นหลักเต็มถนน ติดไฟระยิบระยับเพราะมันมืดแล้วนะครับตอนขึ้นฝั่ง เดินลงมาขนกระเป๋าอีกสองเที่ยว ประกอบกระเป๋าเข้ากับรถก็เริ่มปั่น หาที่พักช่วงแรกก็ทำดี จอดรถเรียบร้อยเดินเข้าไปถาม คำตอบบอกเต็มซอรี่จ้า ทำแบบนี้สามทีก็เบื่อครับ ช่วงหลังใช้วิธีไม่จอดรถมันแล้วละ ปั่นไปตามถนนปากก็ตะโกนถาม “มีห้องพักมั๊ยยยครับ...” คำตอบก็แปะเอี๊ยะ “เต็มครับเต็มค่า...ไม่มีครับ” โน่นละครับอย่างน้าตู่ว่า อาจารย์ชอบเป็นตัวหลัก ปั่นไปเรื่อยฝ่าความมืดจนทะลุออกดอนเดช ด้วยสองดอนมีสะพานเชื่อมติดกัน อดีตของสะพานนี้เป็นเส้นทางรถไฟจากสองดอน ฝรั่งเศสสร้างสมัยปกครองใช้เป็นเส้นทางลำเลียงทรัพยากรจากแผ่นดินใหญ่ของลาว คือลาวใต้ที่เราผ่านมานำลงเรือแล้วยกใส่รถไฟที่ดอนนี้ เอาไปลงเรืออีกดอนนึง...ชักไม่อยากเขียนชื่อไม่รู้ว่าดอนหรือเดช เพื่อเอาไปถ่ายเรือใหญ่ที่เวียดนามอีกที ครับมันพยายามกันขนาดนั้น พยามยามที่จะขนของคนอื่นเอาไปให้มากสุด แหมมัน ทุกวันนี้ไอ้ลูกหลานพวกมันก็ยังชอบมาดูวีรเวรของปู่มัน พวกเราเดินเที่ยวในแถวนี้จึงค่อนข้างจะได้ยินเสียงพวกฝรั่ง ฝรั่งเศสเยอะเลยครับ
ปั่นหาที่พักฝ่าความมืดสุดสองดอน คอนคอนดอนเดช พูดแบบนี้ถูกแน่ๆเพราะปั่นสองดอน ที่เชื่อมต่อด้วยสะพานที่อดีตเป็นสะพานทางรถไฟ ลาวปัจจุบันดัดแปลงเป็นทางรถ พี่ลาวเขาเล่นเอาลูกหินมาถมเสียง่ายๆ นึกให้ออกปั่นบนทางลูกหินตะปุ่มตะป่ำกลางค่ำคืนที่สุดมืด กระดักกระเดิดซักแค่ไหน
ช่วงปั่นข้ามสะพาน ผมยอมครับ เดินลงจูงดีกว่า สู้ความกระเด้งกระดอนมันไม่ไหว
สุดปลายสะพาน อาจารย์ชอบให้ทางเลือกว่าจะปั่นต่อจนถึงทางลาดปั่นเข้าหมู่บ้าน หรือจะแบกรถเดินลงจากสะพาน เลือกวิธีแบกรถลงสะพานครับ
แบกลงมาแล้วก็ถึงถนนอยู่ใจกลางหมูบ้านเลย
ระหว่างแบกรถเก้ๆกังๆลงสะพาน ก็เห็นไอ้พวกฝรั่งกลุ่มใหญ่จำได้ มันเป็นพวกฝรั่งที่เจอที่ท่าเรือนากะสัง
ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...มันทนจริง เดินหาที่พัก เดินมาทันเราที่ปั่นจักรยานมา
โจทย์สำคัญรีบปั่นไปข้างหน้า เอาชัยแย่งที่พักก่อนจะเต็มเพราะไอ้ฝรั่งกลุ่มนี้ครับ
เอาจริง ที่พักที่ดอนเดชมีเหลือเฟือ ราคาที่ถามมีตั้งแต่สิบดอลล์ยันสองร้อยบาท พวกผมโชคดี จับผลัดจับพลูจนไปเจอบ้านพักตั้งอยู่ริมโขงมีชานนั่งสบาย แถมมีแหม่มวัยรุ่นสองคนพักใกล้กันให้ชำเลืองดู ตอนแหม่มันนึกสนุกนุ่งผ้าถุงลงว่ายน้ำ ไอ้พวกผมก็คอยมอง เมื่อไหร่ผ้าถุงมันจะหลุด...ซักทีว้า เรื่องหาที่พักนี่ขอยกเครดิตให้กะพี่สิงขรครับ ช่างว่องไวและคล่องตัวเสียจริงๆ ไปเที่ยวครั้งนี้เรื่องการหาที่พักการพูดคุยกะคนท้องถิ่นหาที่กินข้าว พี่สิงขรเป็นตัวหลักจัดการให้ครับ
เล่าตอนนี้...นึกถึงเที่ยวคอนเดช ก็อยากชวนเพื่อนนักปั่นทั้งที่เคยไปและยังไม่เคยไป เสน่ห์ของที่นี้ยังมีอยู่เหลือล้นครับ ที่แน่ๆกลุ่มชาวบ้านที่ผันตัวทำการค้าเกี่ยวข้องกะนักท่องเที่ยว ไม่มีใจฟาดฟันราคาให้กังวล ไม่เหมือนหลวงพระบาง อาจจะเป็นเพราะที่หลวงพระบางเป็นที่ทำกินของนักลงทุนต่างถิ่นไปซะแล้ว
นอกจากค่าที่พักที่ถูกมากแล้ว แถมเป็นที่พักที่สุดสบาย ตอนพวกเราไป พวกเราไปยามน่าร้อนก็นั่งพักรับลมที่ริมโขงสุดสบาย ที่จะเล่าต่ออาหารการกินก็ไม่แพง คณะเรากินเป็นโต๊ะใหญ่ให้น้าตู่ดื่มด่ำทำตัวไม่เสียชื่อ”นักท่องเที่ยวจากเมืองไทย” ได้เต็มที กินมื้อค่ำแต่ละมื้อก็ไม่แพง มื้อค่ำแต่ละมื้อก็แค่คนละร้อยกว่า...กว่าแค่นิด ไม่แพงเลย
คืนนั้นหลังกินมื้อดินเนอร์สุดโออ่า ซดต้มยำปลาสดๆและร้อนปากในหม้อไฟ กินปลาลวกกับแกล้มเบียร์ของน้าตู่ กินผัดผักให้ระบายถ่ายได้คล่องในตอนเช้า คนละร้อยกินเต็มอิ่ม ว่างั้นเถอะ
ก็กลับที่พัก อาจารย์ชอบออกความคิดต้องฉลองต่ออีกซักหน่อย ทั้งคณะก็เมาและมึนไปกะเบียร์ เบียร์ที่ขายในลาวถูกกว่าเบียร์ของบ้านเรา
ตื่นเช้า เช้าวันนี้น้าตู่รับหน้าที่แสวงหาวิธีเที่ยว ทั้งคณะปลงใจน้าตู่เอาไงทั้งคณะเอาด้วย ก็ไปกินข้าวเช้าที่เจ้าเดิม ผมสั่งข้าวผัดจานละสี่สิบบาทถือว่าราคามาตรฐาน กินเต็มอิ่ม ระหว่างนั้นน้าตู่ก็เจรจาคุยกะหนุ่มเจ้าของร้าน เป็นร้านผัวเมียหนุ่มสาวช่วยกันทำ สร้างตัวครับ เมียสาวเพิ่งออกลูก ลูกยังอ่อนซักสองเดือน ตัวแม่แข็งแรงมาก หากไม่เห็นว่านอนกกลูกในตอนเช้า ก็ไม่รู้เพิ่งจะผ่านการมีลูก เรียกว่าฟิตตัวกลับคืนเร็ว ด้วยเมื่อคืนก็เห็นคุณแม่ยังสาวลูกสองเดือนทำหน้าที่ต้อนรับเรา ดูแลร้านถึงดึกดื่น
หนุ่มเจ้าของร้านเสนอคณะให้นั่งรถซาเล้ง เป็นรถมอเตอร์ไซต์ธรรมดาต่อเติมทำที่นั่งติดด้านข้าง...ติดด้านขวาของคนขับ นั่งในรถพ่วงได้สองคน นั่งซ้อนเบาะคนขับอีกหนึ่งคน เป็นสามที่ต่อหนึ่งคัน เหมาเที่ยวทั้งวัน จำราคาไม่ได้แหล่ะ รู้สึกจะตกคนละร้อยบาท ผิดถูกว่าอีกที
ก็ไปกันครับ ผมตกที่นั่งนั่งรถสามคัน ตกที่นั่งต้องนั่งซ้อนท้ายกะคนขับ เห็นที่นั่งแล้วสยอง ด้วยมันต่อเป็นโครงเหล็กจับรถพ่วง หากผมจะนั่งก็ต้องสอดขาลงในช่องตะแกรง นึกไปเลย หากคนขับพารถกลิ้ง ตัวผมมันไม่มีที่ทางจะเอาขาออกได้จากช่องนี้ หากรถมันกลิ้ง...คงโดนทับเจ็บตัวแน่ นึกเสียวแต่ก็ไม่ได้ปริปาก ทนนั่งกลัวไปครับ
เรื่องที่กลัวพี่ลาวจะพาไปกลิ้ง ก็เป็นจริง ไม่ได้เกิดกะผม แต่เกิดในช่วงบ่ายทริปพิเศษเฉพาะตัวของน้าตู่
ตอนบ่ายหลังจากเที่ยวรอบเช้า ให้รถมาส่งที่พักกันแล้ว ถือว่าปิดจ๊อบการเหมาเที่ยว พวกพูเฒ่าก็นอนพัก พี่สิงขรไปปั่นเที่ยวส่วนตัวคนเดียว น้าตู่หายไปเล่นเน็ต ซักพักกลับมาบอกผมจะอาศัยนั่งรถพ่วง หนุ่มและหลานที่ขับรถพาเราเที่ยวเมื่อเช้าจะไปตกปลา ชวนน้าตู่ไปเที่ยวด้วย
น้าตู่กลับมาอีกที แบบผู้ผ่านสนามรบ ถามเฮ้ยยย...ไปกลิ้งที่ไหนมา น้าตู่ตอบไอ้หลานชายมันพาน้าตู่ซิ่งไปกลิ้งเทกระจาด
ไอ้หลายชายมันยังเด็กอายุซักสิบสาม ความเร็วของรถมันขึ้นอยู่กะมือที่บิดคันเร่ง มันก็บิดมันด้วยความคะนองแถมมีแขกเป็นเพื่อนไปแบบน้าตู่ มันก็สนุกแบบเด็ก มันมือบิดคันเร่ง
รถพ่วงวิ่งเร็วทางตรงก็ไม่เป็นไร แต่พอเข้าทางโค้งถนนดินที่ถนนมันไม่ได้ทำยกเอียงไว้รับกับแรงเหวี่ยง ล้อมันก็ยก หงายเก๋งเสียละครับ น้าตู่บอกว่ารู้ตัวก่อนว่าไอ้เด็กมันไม่ลดคันเร่ง พอล้อลอย รู้อีกทีตัวน้าตู่บินพุ่งออกจากที่นั่งในรถพ่วงไปซะแล้ว โชคดีหลุดจากที่นั่งในรถพ่วง
หากไปนั่งซ้อนหลังคนขับ ตัวมันจะไม่หลุด เจ็บหนักละครับท่าน
น่าตู่บอก ตอนตัวพุ่งไป น้าตู่หล่นลงดินกลิ้งหลายตลบเพราะแรงเหวี่ยง หันไปมองไอ้ตัวหลาน น้าตู่บอกเป็นห่วงมัน กลัวว่ามันจะเจ็บหนัก โชคดีครับ รถมันเหวี่ยงหลุดออกจากรถเช่นกันครับ แต่ก็มอมแมมเปื้อนดินแดงกลับที่พักทั้งสองคน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...
ช่วงเช้าถึงเที่ยงที่น้าตู่จัดการพาเที่ยว แบบประมาณอารมณ์อยากพักตูดและพักขา ก็เหมารถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปเที่ยว กะดูปลาโลมากะเที่ยวน้ำตกหลี่ผี
นั่งรถไปซักครึ่งชั่วโมงก็ถึงท่าเรือที่มีเรือรับจ้างเหมาลำพาไปกลางโขง จุดที่ปลาโลมา...ฟังว่ามาว่ายเล่น
สอบถามราคาค่านั่งเรือ รู้ราคาก็พอใจ...ขี้เกียจไป หมายถึงพอใจที่จะไม่ไปโว้ยยย กลับไปนอนดีกว่าทำนองนั้น ครับก็แค่ไปให้รู้ขั้นตอน รู้ราคา แต่ตอนนี้ลืมหมดแล้ว
แล้วก็นั่งรถต่อไปดูน้ำตกหลี่ผีกัน ผมดูไปก็งั้นๆ รู้ตัวเองกลับมาก็ลืมหมด
ดูจนเบื่อ หมายถึงเริ่มหิวข้าว ก็หาอะไรมีหลายอย่างมีร้านค้าสั่งของกินแถวที่เที่ยว บริเวณทางเดินน้ำตกหลี่ผี ถ่วงเวลาพอควรให้คนรอ หนุ่มและหลานคนขับมอเตอร์ไซต์ที่เรานั่งรอเราอยู่ที่ปากทางจุดจอดรถ เกือบบ่ายก็นั่งกลับ
พอละครับการเที่ยวในวันนี้ เพราะผมมีการบ้านต้องหาเน็ตใช้ศึกษาเส้นทางที่จะเลือกปั่นเที่ยวเขมรเสียซะหน่อย ไม่งั้นขืนงมโข่งไปๆแบบบอดๆมั่วเกินไป หากทางมันโหดไปกลัวโดนด่า
พิงธรรม์ เขียน:"
"
"
เป็นเพราะกังวล ใจผมรู้อาจารย์ชอบท่านคิดถึงบ้าน โดนพวกผมลากถูลู่ถูกังมาท่านไม่ได้ตั้งหลัก มาแบบตกกระไดพลอยกระโจน
คืนที่พักที่ดอนคอนคืนแรก ฮ่า...ยืนยันแล้วครับว่าเรียกถูก น้าตู่โพสรูปแผนที่ได้ดูแล้ว ลงเรือที่นากะสัง ขึ้นฝั่งที่ดอนเดช ปั่นมืดๆมาได้ที่พักนอนที่ดอนคอน นอนสองคืน
ดอนคอนมีเนื้อที่ใหญ่กว่าดอนเดชเยอะ ที่เที่ยวสำคัญก็ต้องไปดูน้ำตกหลี่ผี เอ...เขียนถูกปล่าวววหว๋า
ช่วงยังไม่มึนกะน้ำเบียร์ ผมเอาแผนที่กางให้อาจารย์ชอบดู ให้อาจารย์ชอบท่านเลือกจะไปให้ถึงเสียมเรียบ เลือกปั่นใกล้หรือเอาไกล
ผมเอานิ้วชี้จิ้มแผนที่ๆกาง ให้อาจารย์ชอบดูตำแหน่งเมืองเวินคามที่เราจะปั่นข้ามแดนเข้าเขมร เข้าเขมรแล้วต้องไปถึงสตึง เตร็ง จากนี้ไปเลือกเส้นทางได้สองเส้นไปเสียมราบ
ผมชี้ให้อาจารย์ชอบเห็นตำแหน่งตั้งของเมืองเสียมราบ เอานิ้วลากแผนที่แสดงเส้นทางสองเส้นให้อาจารย์ชอบท่านดู ท่านตอบทันที...โดยไม่ดูแผนที่ “เอาเส้นที่สั้นลัดกลับไทยได้โดยเร็ว” โฮ...ผมฟังแล้วสงสารอาจารย์ชอบจับใจ ในใจคิดถึงบ้านแต่ไม่ปริปากบอกไอ้คนหาเรื่องชวนท่านมา โฮ...โฮ...โฮ...
extremely difficult
เส้นลัดตามแผนที่ จากเมือง Stung Treng ไป Siem Reap ผ่านเมืองหลักในแผ่นที่ เมือง Tbaeng Meanchey ผมก็เอาชื่อหลักสามชื่อนี้กรอกลงในกูเกิ้ลแอดวานซ์ ใส่ตัว cycling เข้าไปอีกตัวหนึ่ง เจ้ากูเกิ้ลแอดวานซ์ ก็แสดงผลเป็นกระทู้รายงานเขียนปั่นเที่ยวของพวกฝรั่งมาให้เป็นกระตั๊ก มีกระทู้อันนึงมันเขียนดี แสดงรูปถ่ายเส้นทาง แถมคำบรรยายใต้รูป extremely difficult ผมกลับมาที่บ้านพักเชิญอาจารย์ชอบไปนั่งดูเน็ตที่เปิดทิ้งไว้ อาจารย์ชอบท่านพิเคราะห์ไอ้คำ extremely difficult ประกอบภาพที่มันบรรยาย เป็นเส้นทางดินเอาท่อนไม้ซุงพาดข้ามลำห้วย “ฮ่วย...หากเส้นทางมันเอ็กตรีมลี่ขนาดนี้มัน อย่าไปเลย” อาจารย์ชอบรำพึง ผมได้ยิน
Stung Treng /Siem Reap/ Tbaeng Meanchey /cycling
Ben Voyage
to Tbaeng Meanchey (Preah Vihear)
ก็ตกลงเลือกเอาทางอ้อม ที่ข้อมูลเน็ตมันชัดเจนเป็นทางลาดยางทั้งเส้นทาง เป็นเส้นทางปั่นสู่เสียมเรียบ ตามที่ตู่เขียนไว้แล้ว
เรื่องเน็ตที่ผมใช้ ใช้บริการเน็ตจากร้านที่เราไปนั่งกินอาหารทุกมื้อ เขามีให้บริการฟรีแก่ลูกค้า เดินจากบ้านพักแค่ร้อยเมตร เป็นเน็ตความเร็วสูง สูงกว่าเน็ตพัทยาที่พี่ชายผมใช้อยู่ อย่าให้บอกเลย มันสุดอืดเป็นระบบโบราณแบบหลวงท่านจะทิ้งไปคงเสียดายไอ้ระบบสุดโบราณ ที่หลวงท่านลงทุนผิดยุคตามไม่ทันเทคโนโลยี่เขา เลยเอามาแถมให้คนใช้แบบคิดตังค์เหมือนใช้โทรศัพท์ ทำนองนั้น พี่ชายผมเขาไม่เดือดร้อน เพราะไม่เล่น คนเมืองไทยหลายล้านคนไม่เล่นเน็ตเพราะเน็ตอืดพวกนี้แหละมันไม่สนุก จะบอกคนแก่ให้เล่นเน็ตเปิดดูรูปโป๊มันก็ไม่ขึ้น คนแก่จึงไม่มีอะไรทำไม่สนใจเน็ต เน็ตความเร็วต่ำไม่ช่วยพัฒนาบ้านเมืองแล้วละครับ ในยุคนี้
ผมว่านะ ของยุคโบราณที่เผลอลงทุนพลาดท่าไปแล้ว ทิ้งได้ก็ทิ้งเถอะ เอาของดีๆมาบริการผู้บริโภคดีกว่านะ อย่านึกว่าของดีก็ดีถม ของฟรีถ่วงความเจริญนั้นควรทิ้งมีถมไป ฮ่า...ฮ่า...โฮ...ละครับ ผู้อยากเสพย์ของดีแบบฟรีๆเช่นผม สุดกลุ้มจายยยย
ครับ...นอนอีกคืนที่คอนคอนคืนที่สอง ได้เส้นทางลุยเขมร ได้นอนเต็มที่เก็บแรงเตรียมแรงปั่น ส่วนน้าตู่นอนโอดโอยกินพาราไปหลายเม็ดระบมจตัวจากที่กลิ้ง พี่วรเทพบอกไปไหนไปกัน พี่สิงขรเพิ่งมารู้ตัวไอ้คนปั่นที่ชวนปั่น เพิ่งมาศึกษาเส้นทางที่จะไป อ้าปากเหวอ ร้อง"ตายห่า" ก่อนมานึกว่าผมชวนมาแบบชำนาญการ ฮ่า...ฮ่า...ฮา ผมบอกพี่สิงขร สายสืบผมแจ้งบอก มีอะไรติดขัดอย่าปิดบัง ให้บอกกล่าวแก่พี่สิงขร พี่สิงขรนั้นสุดยอด นักเดินทาง ผู้ชำนาญการหาข่าว...คุยกะคนพื้นที่ครับ
หลังจากนั้น ผมก็ได้พึ่งพาพี่สิงขรนี่ละครับ เป็นตัวหลักการจัดการ ส่วนน้าตู่เป็นตัวหลักคอยรินเบียร์ใส่ลงแก้วของกระผม
หลังมื้อค่ำคืนที่สองที่ดอนคอน ก่อนกลับเรือนพักนอน เราก็ตกลงนัดแนะเจ้าของเรือ ได้เหมาลำให้ไปส่งเรากลับหมู่บ้านนากะสัง นัดเรือออกก่อนเจ็ดโมงเช้า เจ้าของเรือที่เราเหมาก็เป็นหนุ่มเจ้าของร้าน รู้ทีหลังบ้านพักที่เรานอนก็ของแก ผมเคยบอกเป็นหนุ่มสาวผัวเมียเริ่มก่อตัว เปลี่ยนคำใหม่ครับ เป็นหนุ่มสาวรุ่นนายทุนคนพื้นที่จะถูกกว่า
ครับ จะได้เล่าเรื่องช่วงปั่นลุยเขมรเสียซ้ากกกกกที
แก้ไขล่าสุดโดย ตู่ 87 เมื่อ 04 มี.ค. 2012, 11:30, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- ตู่ 87
- ขาประจำ
- โพสต์: 6630
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:49
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
13 / 02 / 2012..........DonKhon > ข้ามเรือ > Nakasang > Khone Phapheng Falls > Veun Kham > Dong Calor > To Strung Treng & Cambodia

พิงธรรม์ เขียน:
ขอฝากน้าตู่เอาไปแปะวางให้เหมาะ เตรียมโหมโรงเล่าเรื่องปั่นเขมร กันละคร้าบบบบ
อินโทรช่วงปั่นเที่ยวเขมร แตร่น....แต้นนนน
เช้านี้ตื่นเต้น ตื่นแต่เช้าใช้ตัวช่วยกลัวไม่ตื่นตั้งมือถือปลุกตีห้า ตื่นมาต้มน้ำร้อนชงกาแฟ พลางเอากระเป๋าเดินทางติดรถจักรยาน กินกาแฟเสร็จซักหกโมงเช้า ทุกคนก็พร้อมเข็นรถออกจากห้องที่พัก ปั่นร้อยเมตรถึงท่าเรือ เป็นท่าเรืออยู่ข้างร้านอาหารของหนุ่มที่เราใช้บริการทุกชนิดที่เขามีครบวงจร ไม่รู้คนอื่นเจ้าอื่นจะบริการได้เหมือนเจ้าหนุ่มนี่เรอะเปล่า ท่านใดไปฝากด้วยคนพูเฒ่ากลุ่มเรานั้นคิดถึง อ้อ...ลืมไปหนุ่มนี้และเมียสาว ทำร้านอาหารชื่อ Anny หาได้ง่ายที่ดอนคอน
ถือโอกาสโฆษณาฟรีให้เจ้าหนุ่มและเมียสาว
ผมตื่นเต้นพอควร ไม่เคยปั่นเข้าเขมร แต่วันนี้โปรแกรมเราที่คุยกัน ออกจากนากะสังก็จะแวะเที่ยวคอนพะเพ็งซักหน่อยนึง กะนอนเล่นเที่ยวเล่นอยู่ตรงนี้ให้ถึงเที่ยงแล้วค่อยปั่นข้ามแดนลาวไปเขมร
ข้อมูลและแผนที่บอกจากด่านเวินคามของลาว เดินผ่านไปแล้วปั่นต่อเข้าเขมรเรียกว่าบ้านดงกะลอ ปั่นต่ออีก ๕๗ กิโลเมตร ทางราบและโครตร้อนฝรั่งมันเขียนบอก ก็จะถึงเมืองใหญ่เป็นศูนย์กลางชายแดนของเขมร เมือง สตึง เตร็ง
ช่วงการเที่ยวเขมรนี้ นอกจากจะค้นข้อมูลใช้เลือกเส้นทางแล้ว ยังได้ฟลุ๊คคุยกะสาวฝรั่งชาวออสเตรีย เธอให้ข้อมูลสดๆประโยชน์ล้น เธอบอกชาวเขมรนิยมและยินดีรับเงินดอลล์ของไอ้กัน จะสะดวกหากเราเตรียมตังค์เป็นเงินดอลล์ใบละหนึ่งดอลล์ เพื่อจ่ายในเรื่องกิน อัตราแลกเปลี่ยนหนึ่งดอลล์ไอ้กัน ชาวเขมรเทียบให้เป็นสี่พันเรียล ผมเทียบคร่าวๆหนึ่งพันเรียลเท่ากับแปดบาทไทย ด้วยพวกเราแลกเงินบาทจากอุบลตกสามสิบเอ็ดบาทต่อหนึ่งดอลล์
![]()
เธอแนะนำซื้อของย่อยจ่ายค่ากิน จ่ายไปเลยเป็นเงินเหรีญญหนึ่งทีละดอลล์ หากมีทอนแม่ค้านิยมทอนเป็นเงินเรียล เก็บใช้ต่อ ใช้เงินบาทจะขาดทุน บางที่ก็ไม่รับ ไม่สะดวก การขาดทุนสมมุติให้ ที่เราเจอแถวตอนกลับจากเสียมเรียบเข้าปอยเปต จ่ายเงินสองพันเรียล คิดเป็นไทยก็สิบหกบาท คิดเป็นบาทแม่ค้าขอยี่สิบครับ สินค้าสามพันเรียลก็จะถูกปัดเป็นสามสิบบาท อย่างนี้แหล่ะ ที่ว่าจะขาดทุนหากใช้บาทในเขมรใกล้ชายแดนแถวอรัญ
เธอให้ข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่ายในการกิน ด้วยเธอเคยอยู่เที่ยวเมืองไทยกว่าสองเดือน ยืนยันในเขมรค่าอาหารถูกกว่าที่ซื้อกินในกรุงเทพ ที่พักราคาบอกมาตรฐานแต่ต่อรองได้ ห้องพัดลมนอนสบายพวกที่ฝรั่งชอบพัก มีตั้งแต่สี่ดอลล์ถึงหกดอลล์เป็นแพงสุด ส่วนห้องปรับอากาศจะถูกบอกราคาเท่ากันทุกแห่ง บอกกันที่สิบห้าดอลล์ มาตรฐานแต่ต่อรองได้อย่าเพิ่งง ต่อไปเถอะ ห้องแอร์ทุกที่ๆเข้าพัก ติดแอร์ยี่ห้อเชื่อถือได้แบรนด์เนมญี่ปุ่นเย็นฉ่ำทุกที่ ห้องนอนใหญ่โตกว้างขวางและสะอาด
เป็นตามสูตรที่เธอสาวออสเตรียบอก ทุกที่บอกราคาสิบห้าเหรียญ แต่ก็ต่อรองทุกที่ ได้สิบสองเหรียญทุกแห่ง ยกเว้นที่เมืองกาเจ๊ะห์
คืนนั้นที่กาเจ๊ะปั่นหาโรงแรมวนสองรอบ พยายามต่อห้องแอร์ที่บอกสิบห้าให้ได้สิบสองเหรียญ ไม่มีที่ใดลดให้เรา แปลกใจจริง เจอหนุ่มลาวระหว่างปั่นหาโรงแรม หนุ่มลาวเฉลยวันนั้นเป็นวันวาเล็นไทม์ ที่พักเต็มหมดด้วยฝรั่ง
ก็ไม่นึก กูแก่จนปูนนี้ยังต้องเกี่ยวข้องกะวันวาเลนไทม์ โรงแรมเต็มเหมือนสมัยกูยังหนุ่ม ที่ขับรถทั้งคืนหาโรงแรมชั่วคราวในกรุงเทพไม่ได้เลย ก็เลยแห้ววว...
ครับ...คืนนั้นที่เมืองกาเจ๊ะห์ ก็ต้องปั่นวนกลับมายังโรงแรมใหญ่ที่เดินเข้าไปสอบถามเป็นแห่งแรก ยังจำใบหน้ายิ้มเยาะของไอ้หนุ่ม ตอนมันมองเราที่ขอไปเปิดห้องมัน
ปั่นเที่ยวจริง พวกเรานอนห้องแอร์ทุกคืนเพราะอยากนอนให้เต็มอิ่มกลัวอากาศร้อน ยกเว้นคืนที่นอนในเล้าไก่ที่ปั่นเข้าไปนอนที่เมืองโรโค คะเนอร์ ชื่ออ่านประมาณนี้ถูกผิดเดี๋ยวพูดใหม่ ได้ที่พักแบบชาวบ้านกรุณาให้พัก คิดเหมาต่อหัวรวมค่าอาหารมื้อเย็น เป็นราคาที่พวกเราประชุมลับลงมติให้ไปเอง เพราะสุดประทับใจ ตกหัวละห้าเหรียญ จัดว่าเป็นบ้านพักโฮมสเตย์ตัวแท้จริง เจ้าของบ้านช่วยปัดฝุ่น ขนจาดใส่ไข่ที่ซุกอยู่ใต้เตียงไปเก็บที่อื่น ปัดขี้เป็ดขี้ไก่ให้พอมีทางเดิน แบบไม่ต้องเดินแล้วเหยียบขี้ไก่ให้เหม็นตีน ปัดแคร่เพิ่มที่นอนให้น้าตู่ ห้องนอนที่กั้นไว้มันไม่พอ
น้าตู่สุดสนุกและสุดประทับที่เมืองนี้ ถัดจากเมืองนี้พวกเราก็เริ่มสนุกกัน หลังจากปั่นแดดร้อนเสียสองวัน จนหมดอารมณ์ปั่น ทุกคนคิดแต่ไม่บอก แต่ลูกกตาของแต่ละคนมันฟ้อง ทั้งหูมันลีบ เอ้ยยย...อาการนี้มันอาการของหมาหรอกนะท่าน แต่เทียบให้เห็น คณะปั่นสองวันแรกในเขมรอาการมันเป็นอย่างนั้นแหล่ะ ปั่นไปนึกไป มาทำไมร้อนฉิบหาย ไปเที่ยวไหนไม่ไป ดันมาปั่นเที่ยวในทางที่สุดจะร้อนแถมโครตจะกันดาร
ปั่นสองวันแรกในเขมร ยามเข้าที่พักพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ผมสงสารอาจารย์ชอบเป็นที่สุด มันไม่มีอะไรให้สนุกเลย แต่สุดท้ายทุกคนก็สุดประทับใจ
เฉพาะท่านอาจารย์ชอบ ท่านเคยปั่นเที่ยวกับผมในต่างแดนก็หลายทริป ทริปนี้แปลกเป็นพิเศษ อาจารย์ชอบกลับถึงบ้านที่อุบล ช่วงผมตกค้างอยู่อรัญจนกลับเข้ากรุงเทพ อาจารย์ชอบท่านโทรมาคุยกะผมทุกวัน ทำนองใจยังผูกพันนึกถึงความประทับใจปั่นเที่ยวชนบทในเขมร
แม้นแต่วันนี้ ผมนั่งเขียนโพสนี้อยู่ หลวงจารณ์โทรถึงผม บอกแปลกใจจริงไม่รู้อาจารย์ชอบท่านได้เบอร์โทรของหลวงจารณ์จากใครมา อาจารย์ชอบท่านโทรหาหลวงจารณ์ โทรเล่าความสนุกประทับปั่นเที่ยวในเขมรให้หลวงจารณ์ฟัง
ผมเองก็สุดดีใจ ได้พากันเที่ยว ทริปง่ายๆไปเที่ยวแบบไม่ตั้งใจ แต่ออกผลทุกคนสุดสุขใจ ร่วมสนุกทั้งคณะ ทริปนี้คงติดตรึงในความจำทนอยู่นาน จำความสุขสนุกแบบง่ายๆในทริปนี้
โปรดตามเรื่องราวโดยละเอียดกันต่อไป ได้ละครับ แอ่น...แอ้นนนน...
พิงธรรม์ เขียน:....วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ดอนคอน นากะสัง คอนพะเพ็ง เวินคาม สตึง เตร็ง
เช้านี้ตื่นเต้น ตื่นแต่เช้าใช้ตัวช่วยกลัวไม่ตื่นตั้งมือถือปลุกตีห้า ตื่นมาต้มน้ำร้อนชงกาแฟ พลางเอากระเป๋าเดินทางติดรถจักรยาน กินกาแฟเสร็จซักหกโมงเช้า ทุกคนก็พร้อมเข็นรถออกจากที่พัก ปั่นร้อยเมตรถึงท่าเรือ เป็นท่าเรืออยู่ข้างร้านอาหารของหนุ่มที่เราใช้บริการทุกชนิดที่เขามีครบวงจร ไม่รู้คนอื่นเจ้าอื่นจะบริการได้เหมือนเจ้าหนุ่มนี่เรอะเปล่า ท่านใดไปฝากด้วยคนพูเฒ่ากลุ่มเรานั้นคิดถึง อ้อ...ลืมไปหนุ่มนี้และเมียสาว ทำร้านอาหารชื่อ Anny หาได้ง่ายที่ดอนคอน
ใช้บริการเรือของเจ้าหนุ่ม สะดวกไปอย่าง ไม่ต้องปั่นรถไปดอนเดช ลงที่ท่าเรือ รู้สึกจะเป็นท่าเรือใช้เฉพาะกิจ จึงไม่มีเรืออื่นมาชุมนุมรอรับคน ราคาที่เหมาเรือเจ้าหนุ่มก็สิบห้าพันต่อคันและหนึ่งคน ห้าคนและห้าคันเจ้าหนุ่มคนขยันตื่นมาก็รับเงิน พวกเราจ่ายเงินไทยสองร้อยบาท ทั้งหมดจัดการโดยพี่สิงขร ถือเป็นผู้จัดการทริปในครั้งนี้
ผมตื่นเต้นพอควร ไม่เคยปั่นเข้าเขมร วันนี้โปรแกรมเราที่คุยกันมื่อคืนก่อนเข้านอน ออกจากนากะสังก็จะแวะเที่ยวคอนพะเพ็งซักหน่อยนึง กะนอนเล่นเที่ยวเล่นอยู่ตรงนี้ให้ถึงเที่ยงแล้วค่อยปั่นข้ามแดนลาวไปเขมร
นั่งเรือจากดอนคอนยามเช้าก่อนเจ็ดโมงเช้า เราเดินทางได้เร็วและยังสดจากการพักตั้งหนึ่งวัน บรรยากาศก็เป็นใจ สุขใจนั่งเรือเที่ยวโขง ไม่นับคนที่ไปกลิ้ง ยังครวญครางโอดโอยได้ยินอยู่เป็นระยะ
![]()
ซักนี่สิบนาทีก็ถึงนากะสัง ท่าน้ำตอนนี้เต็มไปด้วยเรือที่ชาวบ้านขนผลผลิตการเกษตร สงสัยปลูกได้บนพื้นที่บนดอน ดอนต่างๆ สารพัดผักและสิ่งปลูกได้จากในดินสำหรับกินมีหลายอย่าง มะเขือเทศ ผมก็เห็น แหม...เห็นแล้วอยากกิน แต่ไม่มีเวลา และกลัวไปกวนคนเขากำลังทำงาน ขนพืชผักลงจากเรือ เสียงเจี้ยวจ้าว ท่าน้ำมีชีวิตชีวา การดำเนินชีวิตปรกติของชาวบ้าน ยามบรรยากาศที่ไม่มีฝรั่งนักท่องเที่ยว เป็นซีนที่น่าดูอีกอย่างหนึ่ง
คณะปั่น เข็นรถขึ้นบนตลิ่ง ประกอบกระเป๋าได้เรียบร้อย จ๊อบแรกก็หาของกิน กะกินให้อิ่มเป็นมื้อเช้า ก็ล่อเฝอคนละชามที่ร้านแม่ค้าเป็นสาวลาว ผัวช่วยทำงานเป็นลูกมืออยู่ใกล้ตัว สองคนบอกเลิกการงานจากกรุงเทพ ช่วงน้ำท่วม เพิ่งย้ายมาปักหลักทำกิน เปิดร้านขายอาหารอยู่นากะสังไม่นานเลย ขอบคุณเราที่อุดหนุน
ฝีมือสาวลาว เคยทำงานในเมืองไทย รสชาติเฝอจึงถูกปากพวกเรา ซดน้ำก็คล่องคอ น้ำซุปร้อน เป็นเฝอไก่ ใส่ชิ้นไก่ชิ้นโตๆ กินอาหารในเมืองลาว อย่างเช่นข้าวหรือกินเฟอที่ใส่ไก่ เขาสับไก่เป็นชิ้นๆเสียงปังๆ นึกว่าจะได้ไก่มีเนื้อแทะ กลายเป็นมีเนื้อติดกระดูกเสียทั้งนั้น ก็ไก่ของชาวบ้านไม่ใช่ไก่พันธ์ที่เลี้ยงแบบอุตสาหกรรมไก่เนื้อเช่นบ้านเรา มันถึงผอมมีเนื้อบางๆติดกระดูก ด้วยจะแล่เอาเนื้อออกมันไม่มีเนื้อจะให้แล่ เขาจึงสับเป็นชิ้นๆมันง่ายกว่า
ก็กินเฝอแบบดูดกระดูกไก่ มีเนื้อบางๆติดกระดูกทุกชามละครับทั้งห้าคน แต่อร่อยกินอิ่มเลย
จบเรื่องกิน ก็เรื่องเติมน้ำ ผมมองเห็นขวดน้ำดื่มเป็นแบบถัง เจ้าของร้านตั้งกลางร้านให้ลูกค้ารินดื่มบริการตัวเอง เกรงใจเขาก็ออกปากถาม หากจะซื้อกรอกลงขวดคิดตังค์ซักเท่าไหร่
แม่ค้าใจดี บอกกรอกไปเถอะ ทั้งห้าคนก็กรอก กรอกแทบหมดถังก็พกน้ำคนละสองขวด ๑.๕ ลิตร แถมขวดติดรถอีกสองกระบอก แม่ค้าคงไม่นึกอนุญาตตามขอแล้ว มันจะเล่นหมดเสียคราวเดียว
แล้วปั่นออกถนนหลักหมายเลข 13S ช่วงไปคอนพะเพ็ง ปั่นต่อแค่ซ้ากกก...ไม่เกินสิบห้ายี่สิบกิโลเมตรกิโลเมตร ก็ถึงแล้ว ถึงทางเข้าๆไปดูแม่น้ำโขงส่วนที่มีโขดกว้างขวางกั้นลำน้ำ จนมีสภาพเป็นน้ำตกสุดกว้างใหญ่ ฟังว่าใหญ่สุดในอาเซียอาคเนย์ ฟังว่างั้น
ไปถึง อ้อก่อนถึงต้องผ่านด่านซื้อปี้ก่อน อัตราที่ท่องเที่ยวทุกที่ในลาว ตามที่เฮียหางแฮ้มบอกค่าซื้อปี้คนละยี่สิบพัน แต่พี่สิงขรบอกเจ้าหน้าที่ พวกเราไม่เอาปี้ เหมาจ่ายไปตกรวมทั้งกลุ่ม รู้สึกจะจ่ายไปซักสองร้อยบาทไทยครับ แหมค่าพิมพ์ปี้มันแพงครับ พอไม่เอาปี้...เงินลดลงครึ่งต่อครึ่ง
ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง ในสถานที่เที่ยวชมคอนพะเพ็ง อาจารย์ชอบมีความสุขกะคุยกับเด็กๆขายของในร้านขายของที่ระลึก ตู่สนุกกะการถ่ายรูป ผมสนุกกะการนอนต่อ จึงไม่เห็นพี่สิงขรกะพี่วรเทพสองคนสนุกในเรื่องอะไร
พิงธรรม์ เขียน:
มีเกร็ดนิดหนึ่ง ช่วงนั่งคุยกะท่านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลาวที่เวินคาม ในร้านแม่ค้าลาว มีฝรั่งแบ็คแพ็คเกอร์หนุ่มดูหน้าตามีอารมณ์ เดินปรี่มาหาท่านเจ้าหน้าที่ “ วู้ดยูพลีสสสส...วู้ดยูพลีสสสส...มีใครช่วยๆบอกผมที ตีตราออกจะขอออกจากเมืองลาว ทำไมเจ้าหน้าที่เขาจะเอาเงินค่าตีตรา ไอขอคำอธิบาย ไอไม่เข้าใจทำไมต้องจ่ายเงิน แถมไม่ให้เขาก็ไม่ยอมตีตราให้”
ฝรั่งมันเดินออกมาฟ้องครับ![]()
![]()
ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง....ผมถามท่าน ท่านผู้อ่านกระทู้ผม หากท่านตกที่นั่งเป็นเจ้าหน้าที่กำลังออกจากเวรนั่งพักผ่อน มีประชาชนมาเรียนร้อง ถูกรีดไถ ท่านจะทำไง ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...![]()
![]()
เอ้า...หมดเวลา ผมเฉลย![]()
![]()
เผอิญ...เผอิญ...ท่านเจ้าหน้าที่ๆพวกเรานั่งคุยด้วย ผมว่านะท่านเป็นคนใจดีที่สุด ดีที่สุดในโลกเชียวละ เทียบกะเจ้าหน้าตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝั่งลาวทานอื่นและเขมรทั้งแก๊งค์ ที่ผมและไอ้พวกฝรั่งจะต้องเจอกันต่อไป อีกไม่กี่นาที่ข้างหน้า อย่ากระพริบตา ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...![]()
![]()
ช่วงที่เล่นเน็ตที่ดอนคอน ตอนผมนั่งหาข้อมูลเตรียมเข้าเขมร
อ่านเจอ พวกฝรั่งทุกคนที่เขียนประสบการณ์การผ่านด่าน ออกปากการผ่านด่านลาวและเขมรที่ตรงนี้ ต่างบอกกล่าวเสียงเดียวกันว่า มันสุดจะเป็นเรื่องที่อธิบาย บอกไม่ได้บอกไม่ถูกกฎระเบียบจริงเป็นยังไง อยู่ที่ใจเจ้าหน้าที่จะทำยังไงเสียมากก่า
มันบอกเลย...ไม่ต้องอธิบายไม่ต้องพูด ไม่ต้องหาคำตอบ จ่ายกันซักหนึ่งดอลล์ เรื่องก็จบ![]()
![]()
มันคุ้มไหม ที่จะโดนดอง ตัวอย่างเราเห็น เจ้าหน้าที่เอาหนังสือไปหมก ทำเป็นตีตราให้คนอื่นที่เขาเป็น คนเขาเป็น เขาสอดใบละดอลล์แนบพาสปอร์ต มันก็จบโดยเร็ว ทิ้งไอ้นั่นยืนมึน ออกมาฟ้อง “ไอ...ไม่เข้าใจ”![]()
![]()
ฮ่า...ฮ่า...ฮา เถอะครับ อย่าไปว่าลาวเขมรหรือเมืองใดเลย ประเทศสาระขัณฑ์ในอดีต ในยุคโบราณนู้นนนนน ก็เป็นทำนองนี้ทุกด่านแหล่ะ ไม่เว้นท่าอากาศยานในกรุงเชียวนะท่าน![]()
![]()
ฮ่า...ฮ่า...ฮา เถอะครับ ย้ำอีกที เจอเรื่องขี้หมาพรรค์นี้ อย่าไปขวางระบบของเขาเลย![]()
![]()
เจ้าหน้าที่ด่านผู้อารีย์ท่านนั้น จะทำอะไรให้ฝรั่งมันได้ละครับ นอกจากโอ้โลมตอบเจ้าหนุ่มไอ้ฝรั่ง ไปเถอะไปยื่นเรื่องแล้วถามๆเพื่อนข้างๆ ที่เขาได้รับการตีตราไว เขาทำกันยังไง ไอ้หนุ่มฝรั่งดูเหมือนจะเดินหงอยกลับไป ต่อคิวใหม่ ก็นิสัยมันดี มันออกจากแถว ก็ต้องไปต่อใหม่นะซิครับ ฮ่า...ฮ่า...ฮา...ไอ้ฝรั่งมันสุดจะแค้นใจ ผมเห็นจากหน้ามัน![]()
![]()
แต่ผมก็ยังสนุกะเรื่องแบบนี้นะครับ พอจะมี”เก๋า” แบบทนายแม็คว่า แบบนิสัยชอบหาเรื่องให้สนุกเสียมากกว่า
ตอนเราเข้าไปยื่นพาสปอร์ต ผมชิงจังหวะเข้าไปยื่นเป็นคนแรกในกลุ่มเรา มีมุกจะเล่นกะท่านเจ้าหน้าที่ในช่องรับพาสปอร์ตครับ![]()
![]()
ตอนท่านส่งพาสปอร์ตปอร์ตกลับคืนมา ในท่าชะงักมือรอรับตังค์ ผมสอดแบ้งค์ยี่สิบไปให้ท่านหนุ่งใบ บอกตรงๆ “ขอนะครับ” ผมเหลือเงินจำนวนพอดียี่สิบบาท” ท่านก็คืนพาสปอร์ตให้ผมทันที ไม่ได้ว่าอะไร![]()
![]()
ผมยืนรอพรรคพวก
พี่สิงขรออกมาฟ้องผม ผมเล่นตัดหน้า พอพี่แกยื่นใบละยี่สิบไปให้เช่นผมทำ เจ้าหน้าที่บอกไม่ได้ครับ ให้ได้แค่คนเดียว ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...![]()
![]()
ก็หาเรื่องเล่นอะไรให้มันเพลิน ไปอย่างนั้นเองละครับ
แต่ลูกเก๋านี้มาหมดท่า เล่นจะพาพรรคพวกเจ๊งทั้งคณะ
เดี๋ยวมาต่อ ในโพสหน้า![]()
พิงธรรม์ เขียน:
ที่ด่านลาวเวินคาม พี่วรเทพเริ่มปล่อยตัวปล่อยอารมณ์ หาความสุขระหว่างคอย คอยคิวไอ้พวกฝรั่งมันหมดไป
ผมปั่นกะพี่วรเทพครั้งแรกก็ทริปคนเกษียณชวนปั่นครั้งแรก แล้วพี่วรเทพก็ติดตามเป็นลูกค้าปั่นครั้งที่สอง![]()
![]()
สองครั้งที่ปั่น ไม่ค่อยได้คุยกัน บุคคลิกพี่วรเทพเป็นคนนิ่ง นิ่งแบบสุภาพ พี่วรเทพมีวิธีการให้ความนิ่งสุภาพของพี่แก ไม่เป็นเหตุจะทำให้คนอยู่ใกล้อึดอัดเลย ผมคนช่างพูด พูดไปเรื่อย อยู่ใกล้พี่วรเทพที่ไม่พูด ก็สงบไม่อึดอัด ดูเหมือนพี่วรเทพจะมีรังสีเย็น คนอยู่ใกล้สงบได้![]()
![]()
มาปั่นด้วยกันในทริปเขมร ปั่นแค่ห้าคน ถึงได้รู้เอาจริงตัวตนของพี่วรเทพ สุดจะเด่นเรื่องเอ็นเตอร์เทนดูแลคน ดูแลแบบเงียบๆแบบสงบ ซ้ำไอ้คนที่ถูกดูแลก็ไม่รู้ตัว พี่เขาคอยดูแล จนเนียนกลืนเป็นบัดดี้ถูกใจกันในที่สุด![]()
![]()
ดีใจครับ ที่เที่ยวครั้งนี้ได้ตัวคนกลุ่มปั่นสำรวจเส้นทางคุณภาพที่เข้าขา เข้าลักษณะมีใจที่ทนเป็นเจ้ามีกายเป็นบ่าว ทริปสำรวจโอกาสหน้า ผมขอบริการจากสี่ท่าน อีกนะครับ![]()
![]()
เคยนะครับ ทริปสำรวจบางทริปเจอเพื่อนร่วมทริปบ่นกระจองอแง โยเยกลับบ้าน ไม่ทันเจอของดีที่เผื่อจะมี กลับบ้านซะก่อนแล้ว ในสภาพ...วงแตกครับ![]()
![]()
![]()
ที่ด่านลาวเวินคาม พี่วรเทพเริ่มปล่อยตัว...ปล่อยอารมณ์ หาความสุขระหว่างคอย คอยคิวไอ้พวกฝรั่งมันหมดไป
หางแถวของคิว คงจะเป็นวัฒนธรรมหลงเหลือชาวเอเชีย มีกลุ่มแบ็คแพ็คหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นต่อคิวรั้งท้ายพวกฝรั่ง![]()
![]()
พี่วรเทพเกร่ไปคุยด้วย หนุ่มญี่ปุ่นน้อย คือยังหนุ่ม สนุกจนถอยจากแดดเดินตามมาคุยกะพวกเราในร่ม ร้านแม่ค้าลาวที่เจ้าหน้าที่ด่านนอนดูทีวี
เจ้าหนุ่มญี่ปุ่ยสักภาพลงบนผิว สักทั้งตัว เพื่อนสาวเดินมายุให้เจ้าหนุ่มโชว์ความงามของรูปสัก เจ้าหนุ่มเต็มใจโชว์ถอดเสื้อ ถ่างหูรูดกางเกงให้พวกเราก้มดูความงามของรูปสัก สักทั้งตัว![]()
![]()
เสียดาย ผมไม่ได้ขอดูหนังหุ้มปลายของจู๋หนุ่ม เพิ่งจะอยากรู้ มันจะสักตรงนั้นด้วยเร๊อะปล่าววว![]()
![]()
![]()
แต่ทั้งหมด รอยสักสวยจริงครับ หนุ่มน้อยสักมาจากบ้าน ที่ญี่ปุ่นครับ เจ้าหนุ่มบอก![]()
![]()
พิงธรรม์ เขียน:
จบเรื่องผ่านด่านตีตราพาสปอร์ต ออกจากลาว ก็ปั่นทางยาวซักสองร้อยเมตร ไปสู่ด่านของเขมร
พอจำได้จากที่อ่านค้นในเน็ต พวกฝรั่งบอกไว้ ด่านเขมรที่ตรงนี้ มันสุดมีเหลี่ยม ให้เราต้องคอยพลิก
เข้าไปถึงเห็นแถวไอ้ฝรั่งยืนเข้าคิวกรอกแบบฟอร์มอะไรซักอย่าง มีชาวเขมรแต่งกายเป็นชาวบ้าน ยืนดูแลแนะนำการกรอก
ผมไม่ได้สนใจ เพราะเรามี “เก๋า” ดูก็รู้ ไอ้โต๊ะนั้นมันกระจอกเกินจะเป็นที่พิจารณาหนังสือพาสปอร์ต ก็นึกว่าเป็นโต๊ะพวกหน้าม้ามาช่วยกรอกเอกสารแบบขอตังค์ แต่พอจะเดินผ่านมีไอ้”เด็ก”เขมร มายืนขวางทาง เอาแบบฟอร์มอะไรซักอย่างผมไม่ทันดู แค่หยิบมา เพราะมันยื่นใส่มือผม กำในมือแล้วก็ไม่สนใจมัน เข็นจักรยานต่อไป ไปหาที่พิง
ตอนนี้ขาตั้งจักรยาน ที่พี่อำนาจอุตส่าห์ติดให้ผม ติดเสร็จบอกผมจะได้ลด”เก๋า”หน่อย![]()
![]()
พี่อำนาจบอกผม ติดขาตั้งถึงแม้นไม่”เก๋า” แต่มันช่วยให้สะดวกในการจอดจักรยาน
ผมปั่นเที่ยวเกือบสิบปี เพิ่งมาลองใช้ขาตั้งจักรยาน ที่พี่อำนาจอุตส่าห์ถอดของตัวเองให้ผม ทำนองให้ผมลด”เก๋า”
ด้วยตอนปั่นด้วยกันทริปคนเกษียณ กว่าผมจะหาที่จอดพิงจักรยานได้ คณะเขาก็กินข้าวอิ่มกันแล้ว![]()
![]()
ผมใช้แล้วก็ติดใจ เขียนมานี้ แค่จะบอกพี่อำนาจ มันหักซะแล้วคร้าบบบ โฮ...![]()
![]()
![]()
ตอนเดินไปหาที่พิงจักรยาน ไอ้เด็กก็ยังตามมางอแง ชี้ให้ผมไปยืนกรอกแบบฟอร์ม ตรงแถวตรงโต๊ะที่ผมเล่า โต๊ะเล็กๆแบบเด็กๆนั่งเรียนหนังสือชั้นประถม มีไอ้ฝรั่งมุงกันเต็ม
ผมมองแบบฟอร์ม อ๋อ....ไอ้แบบฟอร์มให้เราคนเข้าเมืองกรอกประวัติ เกี่ยวกะความเจ็บไข้ได้ป๋วย ทุกเมืองช่วงผมปั่นเมื่อสี่ห้าปีก่อนที่ไข้หวัดนกมันระบาด ทุกด่านเขาจะบังคับให้กรอก แต่เดี๋ยวนี้ก็มีบังคับกรอกเป็นบางที่ บางทีก็ไม่มี เช่นเราเข้าลาวก็ไม่ได้กรอกแล้วครับ
อ๋อ...ที่นี้ก่อนเข้าเขมร เขาก็บังคับกรอก ผมก็ตอบเด็กไป ขอบใจ...ไอกรอกได้ด้วยตัวเอง
ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
พิงธรรม์ เขียน:แล้วก็ยืนกรอกเอกสาร สำแดงตัวเองว่าไม่ได้เจ็บป่วยอะไร อะไรที่เขาให้กา รู้สึกจะตอบหรือกาโนทุกอย่างไป เช่นมันถามสามสี่วันนี้ ปวดหัวตัวร้อนอ๊ะปล่าววว...เราก็เขียนกาลงช่องที่มันเขียนโน ไปทุกช่อง ไอ้ที่แปลไม่ออก ก็โนครับ ด้วยศัพท์มันเป็นศัพท์เจ็บป่วย บางตัว บางโรคเราก็ไม่รู้จัก กาโน...ถูกต้องหมดครับ ประมาณว่ากูไม่ได้เป็นหรอกไอ้โรคที่มึงถาม อาการที่มึงว่า ประมาณนั้นครับ แบบฟอร์มแผ่นนี้
ทุกแดนทุกด่าน ทุกประเทศ ที่เคยผ่าน เขาแจกมาเพื่อให้เรากรอก แจกฟรีเขียนฟรี ทำนองทำประวัติใช้ในการควบคุมโรคระบาดข้ามแดนมากับคน ช่วงที่ไข้หวัดนกมันระบาดหนักหลายปีก่อน ช่วงที่ยังไม่ค่อยจะรู้จะรู้จักมัน เป็นแล้วตายระบาดหนัก เคยเจอที่ด่านจีน ด่านจีนเขาลงทุน เครื่องมือเช็คอุณหภูมิคน เราเดินผ่านไม่รู้ตัวหรอก ไอ้คนคุมเครื่องมันดูจอ แสดงอุณหภูมิตัวเรา ผมปั่นจอดแป้ป ไปยื่นเรื่อง เครื่องมันร้องตัวเราร้อน ต้องอธิบายเขาซะเมื่อยมือ อธิบายไปตัวมันเย็น ตัวเย็นลง...เขาถึงเข้าใจ แหมนึกว่าเข้าใจเพราะเราอธิบาย มิได้ครับ เครื่องมันบอกอุณหภูมิเรา ยืนหน้าเค้าเตอร์นานตัวเย็นลง
พิงธรรม์ เขียน:มาสังสรรค์อยู่บ้านเพื่อนครับ อาศัยช่วงเพื่อนเล่นคาราโอเกะ ผมลงมาต่อเน็ต![]()
![]()
ขอด้นสดต่อให้จบตอนผ่านแดน
ผมเขียนกรอกใบแสดงประวัติไม่เจ็บป่วยก่อนเข้ามเมืองเขมร เสร็จแล้วก็เดินไป ที่ด้านปลายของไม้กั้นปิดถนนที่ผมพิงจักรยาน มีห้องทำการตรวจและตีตราเอกสารเข้าเมืองเขมร ใหญ่กว่าห้องป้อมขายตั๋วรำวงตอนบ้านผมจัดงานวัดอยู่หน่อยนึง กะไปขอเอกสารกรอกแบบฟอร์มเข้าและออกเมืองเขมร ส่วนที่ไกลไปหน่อย เป็นห้องแถวยาว เห็นคิวพวกฝรั่งและญี่ปุ่นไปเข้าแถวรอทำเอกสารเข้าเมือง ด่านเขมรตรงจุดนี้มีบริการทำวีซ่าเมื่อมาถึง Visa at Arrival ชื่ออังกฤษประมาณนี้พอจำได้จากที่อ่านค้นในเน็ต พวกฝรั่งบอกไว้ ด่านเขมรที่ตรงนี้ มันสุดมีเหลี่ยม ให้เราต้องคอยพลิก
เราคนไทยยุคนี้เที่ยวเขมร ไม่ต้องทำวีซ่าแล้วนะครับ
ในกลุ่มประเทศอาเชี่ยน ดูท่าจะเหลือประเทศพม่าอยู่ประเทศเดียว ที่ผมเคยอิดออดไม่อยากเที่ยวเขมรก่อนหน้านี้ ก็สองเรื่อง เสียดายค่าวีซ่าตั้งหนึ่งพันห้าร้อยบาทแหน่ะนั้นเรื่องหนึ่ง กะเรื่องกลัวเขมรจะรุมเหยียบโทษฐานเป็นคนไทย![]()
![]()
ผมเขียนกรอกใบแสดงประวัติไม่เจ็บป่วยก่อนเข้าเมืองเขมรลงในใบฟอร์มที่เด็กเขมรยัดเยียดส่งใส่มือ เสร็จแล้วก็เดินไป ที่ด้านปลายของไม้กั้นปิดถนนที่ผมพิงจักรยาน มีห้องทำการตรวจและตีตราเอกสารเข้าเมืองเขมร อย่างที่บอก ไม่น่าเชื่อห้องทำการฯของเขมรใหญ่กว่าห้องป้อมยาม ห้องคนขายตั๋วรำวงบ้านผมตอนจัดงานวัดอยู่หน่อยนึง สมัยผมเป็นเด็ก
พวกเราคนไทย ไปยืนออยื่นเรื่องผ่านพาสปอร์ตได้เร็วกว่าพวกญี่ปุ่นฝรั่ง ก็ตรงนี้ คือพวกนั้น ส่วนใหญ่ต้องไปเสียเวลาเข้าคิวทำเรื่องขอวีซ่าอยู่ครับ
ผมเดินไปจะซื้อตั๋วจะรำวง เอ้ยยย...จะไปเขียนเอกสารทำเรื่องขอผ่าน ไปถึงหน้าป้อมขายตั๋วรำวง เจอเจ้าหน้าที่ถือเอกสารเป็นปึก ผมขอท่าน ท่านถาม...ทำนองเขียนเอกสารที่โต๊ะโน้นหรือหลัง พร้อมชี้ไปที่โต๊ะเด็กเรียนเขียนหนังสือ โต๊ะกรอกใบประวัติป๋วย ผมพยักหน้ารับรองท่าน เขียนแล้วครับ พร้อมชูใบแบบฟอร์มที่ผมถือให้ท่านดู ทั่วไปเราจะต้องแนบใบนี้พร้อมกับการยื่นพาสปอร์ตครับ เจ้าหน้าที่ๆประทับตราจะทำการเก็บรวบรวมครับ ทั่วไปทุกที่ๆผมคุ้น ก็คิดว่าที่นี่คงเช่นนั้น
ก็เช่นนั้นครับ แต่ก่อนที่จะเช่นนั้น มันมีเรื่อง เรื่องที่ผมดันทำ "เก๋า"
เจ้าหน้าที่ท่านั้น มองแบบฟอร์มที่ผมชูให้ดู ทำหน้าแปลกๆ แต่ก็หยิบแบบฟอร์มคนเข้าเมืองมาให้ผมแค่แผ่นเดียว ขอเพิ่มไม่ได้ครับ แหม...ชักสงสัย ทำไมมันขี้เหนียวจัง
ตอนนั้น ยังไม่รู้ว่าจะโดน
แบบฟอร์มกรอกเข้าเมือง ก็เป็นแบบฟอร์มมาตรฐาน กรอกได้ทันที ผมกรอกเสร็จ ก็พอดีหลายท่านในคณะเริ่มมาสมทบกับผม หลายท่านนั้น....ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ ไปได้แบบฟอร์มกรอกที่จุดใด วันหลังจะคุยถามกันให้ได้ความชัดครับ
แหม...เพื่อนมาตาม พรรคพวกเริ่มเปิดไวน์แล้วละครับ ขอตัวก่อนนะครับ
พิงธรรม์ เขียน:โพสเล่าเรื่องจะผ่านด่านเข้าเมืองเขมร ขอค้างไว้ก่อนนะครับ เพราะมันยาวมีฝอยเยอะ
แต่สุดท้ายของโพสเรื่องผ่านด่าน ขอเขียนด่าตัวเองไว้ก่อนครับ จะเอาไว้ปะส่วนจบ ในส่วนที่จะเขียนตอนปิดท้าย
ครับส่วนที่จะเอามาด่า ด่าตัวเอง หาเรื่องซน อาจะเป็นเหตุทำเพื่อนเจ๊งได้
ไปตามด่านเข้าประเทศใคร ทำตามที่ผมอ่านเจอ ดีกว่าครับ มันว่าไง ทำตามมัน จบได้ง่าย ขืนออก "เก๋า" แบบผมทำ ยุ่งตายห่า
ขอยกของเก่าที่เขียนไว้ มาด่าตัวเองนะคร้าบบบ
อ่านเจอ พวกฝรั่งทุกคนที่เขียนประสบการณ์การผ่านด่าน ออกปากการผ่านด่านลาวและเขมรที่ตรงนี้ ต่างบอกกล่าวเสียงเดียวกันว่า มันสุดจะเป็นเรื่องที่อธิบาย บอกไม่ได้บอกไม่ถูกกฎระเบียบจริงเป็นยังไง อยู่ที่ใจเจ้าหน้าที่จะทำยังไงเสียมากก่า
มันบอกเลย...ไม่ต้องอธิบายไม่ต้องพูด ไม่ต้องหาคำตอบ จ่ายกันซักหนึ่งดอลล์ เรื่องก็จบ
มันคุ้มไหม ที่จะโดนดอง ตัวอย่างเราเห็น เจ้าหน้าที่เอาหนังสือไปหมก ทำเป็นตีตราให้คนอื่นที่เขาเป็น คนเขาเป็น เขาสอดใบละดอลล์แนบพาสปอร์ต มันก็จบโดยเร็ว ทิ้งไอ้นั่นยืนมึน ออกมาฟ้อง “ไอ...ไม่เข้าใจ”
โพสเที่ยวเขมร คงต้องมาต่อ ตอนกลับจากปั่นร่วมขบวนปั่นจากน่านถึงชล
ผมยังไม่ได้ดูโปรแกรมให้ละเอียด จะกลับถึงบ้านวันไหน ฟังคร่าวๆ วันที่ ๑๕ มีนาถึงเมืองชล ที่เหลือสองวันต่อจากนั้น น่าจะถึงบ้าน จะรีบมาเขียนต่อทันทีครับ ฝากน้าตู่ทำกระทู้ต่อด้วยนะครับ
สวัสดีครับ![]()
- พิงธรรม์
- ขาประจำ
- โพสต์: 3400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 13:35
- Tel: 08-7938-2688
- team: สถาบันการปั่นท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ
- Bike: ทัวริ่ง Trek 470
- ตำแหน่ง: 181 ซอยพระรามเก้า 41 ถนนเสรีเก้า เขตสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพ 10250
- ติดต่อ:
Re: "คนเกษียณชวนปั่น"กำลังเล่าเรื่องปั่นจากอุบลเข้าลาวใต้ จากลาวใต้เข้าเขมรที่เวินคาม แล้วกลับไทยที่อรัญครับ
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... start=7249
ไอ้คนพากษ์มัวก่นบ่นเรื่องไปปั่นทัวร์ล้างหัวขมอง ไอ้ปั่นนะสนุกหรอก เพราะเราชอบปั่น แต่ไอ้ที่โดนยัดเยียดให้ฟังแกมบังคับอัดรูหูนั้น...ไม่ชอบเลย
ช่วงนี้ใช้ระบบหนังโรง ฉายควบนะครับ อาจจะฉายสามเรื่องควบ เรื่องเขมรผมรับบทพากษ์...ไอ้น้าตู่รับฉายหนัง เรื่องปั่นจักรยานชวนไปสร้างชาติ...น้าแม็คทั้งพากษ์และฉายไปพลางก่อน ถึงบทเดือด...คนเริ่มโห่จะไปช่วย ช่วยยำด้วย ทั้งเรื่องปั่น"ไส้ตื่งแตก" ขอแรงเพื่อนพ้องพากษ์ประกอบด้วยให้ครึกครื้น นะ...นะ...นะ

มาควักบทพากษ์...ขอพากษ์หนัง"เที่ยวเขมร" น้าตู่ลงรูปล้ำหน้าบทพากษ์ไปนานแล้วพิงธรรม์ เขียน:โพสเล่าเรื่องจะผ่านด่านเข้าเมืองเขมร ขอค้างไว้ก่อนนะครับ เพราะมันยาวมีฝอยเยอะ
แต่สุดท้ายของโพสเรื่องผ่านด่าน ขอเขียนด่าตัวเองไว้ก่อนครับ จะเอาไว้ปะส่วนจบ ในส่วนที่จะเขียนตอนปิดท้าย
ครับส่วนที่จะเอามาด่า ด่าตัวเอง หาเรื่องซน อาจะเป็นเหตุทำเพื่อนเจ๊งได้
ไปตามด่านเข้าประเทศใคร ทำตามที่ผมอ่านเจอ ดีกว่าครับ มันว่าไง ทำตามมัน จบได้ง่าย ขืนออก "เก๋า" แบบผมทำ ยุ่งตายห่า
ขอยกของเก่าที่เขียนไว้ มาด่าตัวเองนะคร้าบบบ
โพสเที่ยวเขมร คงต้องมาต่อ ตอนกลับจากปั่นร่วมขบวนปั่นจากน่านถึงชลอ่านเจอ พวกฝรั่งทุกคนที่เขียนประสบการณ์การผ่านด่าน ออกปากการผ่านด่านลาวและเขมรที่ตรงนี้ ต่างบอกกล่าวเสียงเดียวกันว่า มันสุดจะเป็นเรื่องที่อธิบาย บอกไม่ได้บอกไม่ถูกกฎระเบียบจริงเป็นยังไง อยู่ที่ใจเจ้าหน้าที่จะทำยังไงเสียมากก่า
มันบอกเลย...ไม่ต้องอธิบายไม่ต้องพูด ไม่ต้องหาคำตอบ จ่ายกันซักหนึ่งดอลล์ เรื่องก็จบ
มันคุ้มไหม ที่จะโดนดอง ตัวอย่างเราเห็น เจ้าหน้าที่เอาหนังสือไปหมก ทำเป็นตีตราให้คนอื่นที่เขาเป็น คนเขาเป็น เขาสอดใบละดอลล์แนบพาสปอร์ต มันก็จบโดยเร็ว ทิ้งไอ้นั่นยืนมึน ออกมาฟ้อง “ไอ...ไม่เข้าใจ”
ผมยังไม่ได้ดูโปรแกรมให้ละเอียด จะกลับถึงบ้านวันไหน ฟังคร่าวๆ วันที่ ๑๕ มีนาถึงเมืองชล ที่เหลือสองวันต่อจากนั้น น่าจะถึงบ้าน จะรีบมาเขียนต่อทันทีครับ ฝากน้าตู่ทำกระทู้ต่อด้วยนะครับ
สวัสดีครับ![]()
ไอ้คนพากษ์มัวก่นบ่นเรื่องไปปั่นทัวร์ล้างหัวขมอง ไอ้ปั่นนะสนุกหรอก เพราะเราชอบปั่น แต่ไอ้ที่โดนยัดเยียดให้ฟังแกมบังคับอัดรูหูนั้น...ไม่ชอบเลย
ช่วงนี้ใช้ระบบหนังโรง ฉายควบนะครับ อาจจะฉายสามเรื่องควบ เรื่องเขมรผมรับบทพากษ์...ไอ้น้าตู่รับฉายหนัง เรื่องปั่นจักรยานชวนไปสร้างชาติ...น้าแม็คทั้งพากษ์และฉายไปพลางก่อน ถึงบทเดือด...คนเริ่มโห่จะไปช่วย ช่วยยำด้วย ทั้งเรื่องปั่น"ไส้ตื่งแตก" ขอแรงเพื่อนพ้องพากษ์ประกอบด้วยให้ครึกครื้น นะ...นะ...นะ
Touring in Style...by Jaruek
ประวัติคนเกษียณชวนปั่นประเพณีปีละครั้ง ฉบับย่อ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=885




